คืนวันที่ผันเปลี่ยน จากจิติญญาต่างภพ ต่างโลก ที่ข้ามมายังสถานที่อันไกล แสนไกล บัดนี้ กลับเติบโตขึ้นอย่าง แข็งแกร่งในโลกแห่งนี้ อายุเพียง 15 หนาวแล้วเป็เช่นไร มิใช่คือ่เวลาแห่งการผจญภัยหรอกหรือ แต่งงานอันใดกัน ร่างกายของนางยังเติบโตมิเต็มที่ สตรีแล้วเช่นไร นางแข็งแกร่งพอจะปกป้องตนเองได้แล้วกัน
โลกนี้ใบนี้เอ๋ย จงเฝ้ารอนางก่อน คราแรกนางตั้งใจหาเงินเพื่อความสุขของตนเอง แต่เมื่อเติบใหญ่ นางจึงได้เรียนรู้ว่าความสุขของนางคือการออกไปผจญภัยแล้วค่อยๆ มองสิ่งที่นางสร้างขึ้นมาตอบแทนนางต่างหากเล่า
อีกฝั่งหนึ่งของป่าม่านหมอก ณ ดินแดนตะวันตกแห่งแคว้นต้าเฉียง การเดินทางของดรุณีสาวนางหนึ่ง ที่สามารถฝ่าวงล้อมของเหล่าญาติพี่น้องที่รักยิ่งออกมาได้
หากกล่าวว่าแคว้นจ้าวฉิน ดินแดนบ้านเกิดของนางนั้น บุคคลที่มีพลังปราณหาได้ยากยิ่งและมีความสำคัญเพียงใดแล้วละก็ ณ แคว้นต้าเฉียงแห่งนี้ ก็เปรียบเสมือนกับฝั่งตรงข้าม เพราะแคว้นจ้าวฉินหายาก แต่แคว้นต้าเฉียงกลับหาง่าย ที่พบเจอได้เกือบทุกบุคคลที่เดินสวนกันไปมา แคว้นจ้าวฉินนับว่าผู้มีพลังปราณสำคัญเหนือหลายสิ่ง แต่แคว้นต้าเฉียงกลับลำดับความสำคัญจากระดับพลัง ยิ่งระดับพลังปราณสูงการเคารพยิ่งเพิ่มมากขึ้น หากพลังปราณต่ำก็จะยิ่งถูกกดขี่ แล้วยังใช้เป็ตัวแบ่งแยกสถานะในแคว้นแห่งนี้อีกต่างหาก
เป่ยจินหรือจ้าวจินจิน ที่ออกเดินทางมายังที่แห่งนี้ บัดนี้ได้ประจักษ์แล้วว่า บนโลกใบใหญ่แห่งนี้ ยังมีเื่ราวให้ได้เรียนรู้และศึกษาอีกมากมายนัก
เป่ยจินและหยางคงกำลังก้าวเดินไปเรื่อยๆ โดยการเข้าสู่แคว้นต้าเฉียงได้นั้น ต้องผ่านกำแพงของแคว้นที่เริ่มั้แ่ป่าม่านหมอก เมื่อผ่านมาได้แล้วกำแพงที่สองคือกำแพงที่มนุษย์สร้างขึ้น และจำเป็ต้องมีป้ายผ่านเข้าเมือง จ้าวจินจิน จึงตกลงกับหยางคงว่า จะกลับไปใช้ชื่อเป่ยจินเช่นเดิม เพื่อให้สะดวกต่อการสร้างกิจการและการเดินทางหลังจากนี้
เมื่อผ่านกำแพงตรวจคนเข้าแคว้นมาได้ ก็ได้พบกับย่านคนจน ตามตรอกต่างๆ มากมาย การจัดผังแคว้นของแคว้นที่นี่ หากมองด้วยตาเปล่าและผ่านการสอบถามจากร้านค้าแถวนี้มาบ้าง จะเห็นได้ว่ารอบนอกของแค้วนถูกแบ่งแยกด้วยคนที่มีระดับพลังปราณต่ำก็จะไร้ที่ยืนในสถานที่แห่งนี้ ทำได้เพียงก้มหน้าและยอมรับชะตากรรมชีวิตของตนเองไป
“คุณหนูขอรับเราแวะโรงเตี๊ยมด้านหน้ากันดีหรือไม่” หยางคงเอ่ยออกมา เมื่อเห็นว่าหลังจากเดินเข้ามาในเมืองมาสักพักแล้ว ยังมิได้แวะทานอันใด มิใช่บอกว่าจะมาผจญภัยหรอกหรือ คุณหนูของเขากลับเอาแต่สังเกตชีวิตของชาวบ้านเสียนี่
“เ้าค่ะ”
หลังจากนั้นทั้งสองคนจึงหยุดที่หน้าโรงเตี๊ยมด้านหน้า โรงเตี๊ยมหลงเงาจันทร์ โรงเตี๊ยมหลงเงาจันทร์มีการตกแต่งในลักษณ์ขาวและดำ เพียงสองสีเท่านั้น โรงเตี๊ยมที่นี่ มีเพียงสองชั้นเท่านั้น ด้านหน้าของทั้งด้านซ้ายและขวามีต้นหลิวต้นใหญ่อยู่ด้านหน้า
เป่ยจินและหยางคงจึงเลือกที่จะนั่งชั้นสอง เนื่องจากนาง้าดูบรรยากาศรอบๆ ของ เมืองแห่งนี้ และยังมีความเป็ส่วนตัวของห้องรับรองแต่ละห้องอีกด้วย ด้านหน้าของนางเต็มไปด้วยร้านค้าและโรงเตี๊ยมอื่นๆ มากมาย ด้านหลังติดแม่น้ำที่มีสะพานข้ามไปยังกำแพงเมือง นั้นแปลว่านางยังเดินออกมามิได้ไกลนัก
“หลงจู้เ้าคะ ข้าขอน้ำชาหลงเงาจันทร์ และขนมอร่อยๆ ขึ้นชื่อของที่นี่ หนึ่งจานเ้าค่ะ”
“ขอรับคุณหนู”
เป่ยจินและหยางคงกำลังนั่งพักผ่อนและรอาหารที่สั่งไป พร้อมกับพูดคุยเื่แคว้นฉินไปด้วยในขณะเดียวกันนั้น ด้านล่างของโรงเตี๊ยมก็ได้มีเสียงดังเกิดขึ้น
“หลงจู้ข้าอยากนั่งห้องเดิม นำทางไป” เสียงใสเอาแต่ใจดังขึ้นมา
“ขอประทานโทษด้วยขอรับคุณหนูใหญ่ ตอนนี้มีแขกใช้งานอยู่ขอรับ” หลงจู้รีบตอบกลับไปอย่างร้อนรน เพราะคุณหนูใหญ่ไป๋ฮวา เป็ลูกค้าเ้าประจำของที่นี่ โดยส่วนมากแล้วผู้คนที่นี่ มักจะมิมีใครกล้านั่งอยู่แล้ว เพียงแต่วันนี้ ลูกค้ารายใหม่อย่างเป่ยจินที่มิรู้เื่ราวอันใดจึงได้นั่งไปโดยปริยาย
“เช่นนั้นหรือ ใครกัน คุณหนูที่ไหนถึงมีเงินจ่าย” ไป๋ฮวาเอ่ยถามออกไปพร้อมกับปรายตามองไปยัง้าเล็กน้อย
“เอ่ออ มิทราบขอรับ น่าจะเป็คนเดินทาง” หลงจู้ที่พอจะรู้จักนิสัยของคุณหนูไป๋ฮวาเอ่ยตอบออกไปแบบบัวไม่ให้ช้ำ น้ำมิให้ขุ่น
ด้วยความที่ทำหน้าที่ตรงนี้มานาน จึงพอจะรู้ว่าคุณหนูใหญ่ไป๋ฮวา มิใช่คนที่เื่มาก จนมิฟังเหตุผลใดๆ ก็เพียงแต่บางครั้งที่การกระทำอันมิเกรงกลัวใครจะมิชอบใจ จึงเป็เหตุให้ผู้คนต่างมองว่านางนั้น เอาแต่ใจและเป็สตรีร้ายกาจ และอีกหนึ่งเหตุผลคือ เวลาที่นางหิว นางจะอาจหาญและเอาแต่ใจยากที่จะยอมใคร
“เช่นนั้นก็ไล่ไปเสียก็สิ้นเื่” ไป๋ฮวาที่กำลังหิวเป็อย่างมากเอ่ยออกมาอย่างเอาแต่ใจ รั้งให้สาวใช้ข้างกายสะกิดมิทันกับคำพูดที่กล่าวออกมา พาลให้คนอื่นๆ มองคุณหนูของนางในแง่ง่ายเสมอ
“มิได้ขอรับ หากนายท่านรู้เข้าเป็เื่ใหญ่แน่” หลงจู้เอ่ยกลับไป แม้จะกลัวคุณหนูไป๋ฮวาเพียงแต่ แต่หากเื่นี้ ถึงหูนายท่านใหญ่ ตนเองคงโดนไล่ออกจากร้านเป็แน่
“แต่ข้าจะใช้” ไป๋ฮวายังคงยืนยันต่อไป
ไม่พูดเปล่าคุณหนูใหญ่ไป๋ฮวาก็ทำท่าเดินเข้าไป พร้อมกับทำท่าจะเปิดประตูอย่างคนที่ไม่ได้รับการอบรม
“คุณหนูห้ามเข้าไปขอรับ”
เพียงแต่เสียงห้ามของข้ารับใช้หรือ จะสามารถเอาชนะความเอาแต่ใจของคุณหนูใหญ่ในเมืองแห่งอำนาจได้
“ปั้ง”
ตามมาด้วยเสียงเปิดประตูที่ดังขึ้น คุณหนูใหญ่ไป๋ฮวาเปิดประตูเข้าไป พร้อมกับคำพูดที่เรียกสีหน้าของคนที่กำลังนั่งพักผ่อนได้อย่างดี
“เป็เพื่อนกันเถอะ?”