สตรีที่งดงามภายใต้อาภรณ์สีขาวทั้งชุดนางนั่น จะเป็ผู้ใดได้ถ้ามิใช่คุณหนูอิงอิง แต่ว่ามิใช่สองวันก่อนนางยังป่วยไข้อยู่หรอกรึ เหตุใดยามนี้ถึงได้รีบร้อนเดินจนชายกระโปรงปลิวไสวถึงเพียงนั้น
“คุณหนูช้าลงอีกนิดเ้าคะมันไม่งามเ้าคะ” ชูชูเอ่ยห้ามั้แ่เรือนนอนยามนี้อีกเพียงนิดจะถึงห้องทำงานของนายท่านแล้ว พร้อมกับน้ำตาของนางที่เริ่มเอ่อปิดม่านั์ตากลมโตด้วยหัวใจที่หวาดกลัวฮูหยินใหญ่ลงโทษที่ดูแลคุณหนูไม่ดีปล่อยให้กระทำสิ่งที่บุตรสาวราชครูไม่สมควรทำ
“งามแล้วอย่างไรมิงามแล้วอย่างไร สตรีทึนทึกอย่างข้าจะมีผู้ใดเขามาเรียวมองกัน”
“ฮื่อๆบ่าวขออนุญาตร้องไห้ก่อนตายนะเ้าคะคุณหนู ฮื่อๆตายแน่ๆชูชูตายแน่ๆ ฮื่อๆ”
“เอาเข้าไป แต่ก็เอาเถอะถือว่าข้าอนุญาต เ้าก็นั่งร้องไห้รอข้าตรงนี้ให้พอใจเถิด ข้าจะเข้าไปหาท่านพ่อ” อิงอิงเข้าไปหาบิดาของนาง ทิ้งให้สาวใช้มารยาทงามนั่งคุกเข่า สองมือปิดหน้าร้องให้เฝ้าหน้าประตูห้องทำงานของบิดาตามที่ร้องขอ หวังว่าพอนางออกมาอีกที น้ำตาของสาวน้อยชูชูคงไม่ไหลบ่าท้วมจวนไปซะก่อน หาไม่แล้วนางคงต้องหาที่สิงสถิตใหม่เป็แน่
“อิงอิงลูกว่าอะไรนะ จะไปถือศีลที่วัดหลงซานรึพ่อไม่เห็นด้วยเ้าพึ่งหายป่วย” ราชครู มู่ซูเค่อ ค้านลูกสาวหัวชนฝา เขาพึ่งได้เลี้ยงดูบุตรหลังจากล้มป่วยได้ปีเดียวนางจะไประเหเร่ร่อนที่ใดอีก ร่างกายรึก็อ่อนแอเพียงนี้ ถ้าเขาปล่อยไปฮูหยินต้องไม่ยินยอม ซ้ำยังจะกล่าวโทษสามีอย่างเขาเป็แน่
“ไม่ได้ ไม่ได้ พ่อไม่ยอมลูกอ่อนแอเพียงนี้ขืนพ่อให้เ้าไปแม่เ้าได้เอาพ่อตายแน่”
“ก็เพราะลูกป่วยจนท้อแล้วเ้าคะท่านพ่อ มิรู้ว่าชาตินี้จะมีสุขภาพที่ดีอย่างผู้อื่นหรือไม่ ท่านพ่อโปรดเมตตา ลูกหวังว่าบุญกุศลในครั้งนี้จะช่วยปัดเป่าเคราะห์ร้ายให้กลายเป็ดีขึ้นมาได้เ้าคะ เผื่อท่านเทพชะตาจะเห็นใจยืดอายุให้ลูกได้มีโอกาสตอบแทนพระคุณบิดามารดาผู้ให้กำเนิดในชาตินี้บ้างเ้าคะท่านพ่อ”
“โธ่อิงเอ๋อร์ลูกพ่อ เ้าก็เป็เสียอย่างนี้ พ่อกับแม่ทั้งรักทั้งห่วงลูกมากรู้หรือไม่” ในที่สุดราชครูผู้มีปัญญาเฉียบแหลม ก็ทนลูกอ้อนของบุตรสาวไม่ได้ จนต้องปล่อยให้นางไปพร้อมกับสาวใช้อย่างชูชู และผู้ติดตามอีกสองคน ไม่ว่ามารดาของนาง จะออกตัวเกลี้ยกล่อมเพียงใด ก็ทนลูกอ้อนของนางไม่ได้เช่นเดียวกัน และเื่ราวต่างๆที่เกิดขึ้นที่จวนราชครูก็หาได้รอดพ้นหูพ้นตาวังอ๋องสามไปได้
พลึบ!เงาดำพุ่งทะยานพร้อมกับหอบเอาเศษใบไม้ใบหญ้าเข้ามาพร้อมกันอีกหนึ่งหอบใหญ่ ช่างเป็องครักษ์เงาที่มีวิชาตัวเบาล้ำเลิศยิ่งนัก
“เปิ่นหวางเคยเห็นแต่ผู้เยี่ยมยุทธ์เขาไปไหนมาไหนไร้ร่องรอยทิ้งไว้เพียงสายลมโบกโบย แต่องครักษ์เงาวังอ๋องสามเยี่ยมยุทธ์ยิ่งกว่าไปมาพร้อมเศษใบไม้ใบหญ้าลกเรือนผู้อื่นมันน่าฆ่าทิ้งเสียจริง เอ่า!จะรายงานสิ่งใดก็ว่ามาอย่ามัวสำนึกผิด ก่อนออกไปก็เก็บเสีย ครั้งหน้าอย่าต้องให้บอกอีก”
“พะยะคะ เรียนท่านอ๋องยามนี้คุณหนูมู่นาง นาง นาง เอ่อ เอ่อ” องครักษ์เงาเพียงสบตาผู้เป็นายเหนือหัว ถึงกลับเอ่ยสิ่งใดไม่ออก แต่พอมวลคลื่นลมที่เริ่มเย็นเกาะขั้วหัวใจถึงกลับต้องก้มเอาหัวโขกพื้นเรียกสติ กว่าจะง้างปากตน รายงายออกไปได้นึกว่าจะตายซะแล้ว ครานี้คงได้เป็องครักษ์เงาสมฉายาแน่
“คุณหนูมู่ไปถือศีลที่วัดหลงซานอย่างไม่มีกำหนดกลับพะยะคะท่านอ๋อง”
“นางไปกับมารดารึนางช่างมีจิตใจดีเสียจริง”
“ไปกับสาวใช้หนึ่งผู้ติดตามสองพะยะคะท่านอ๋อง หาได้มีฮูหยินมู่ตามไปด้วยแต่อย่างใด” บัดซบ!เพียงเท่านั้นจะไปพออะไร แล้วบุตรสาวร่างกายอ่อนแอเพียงนั้นยังจะปล่อยให้ห่างหูห่างตาอีก หากเป็เปิ่นหวางจะขังมิให้เห็นเดือนเห็นตะวันเชียวดื้อดีนัก สตรีนางนั้นงามแต่ใบหน้าจริงๆ คงอยากตายกระมัง
ครานี้คงได้ตายสมใจ จิตใจดีแล้วอย่างไร บนเขาที่ตั้งวัดหลงซานอากาศหนาวเย็นทั้งปี หนาวๆตายไปซะสตรีโง่ ปากนั้นก็ต่อว่ามิขาด ตรงข้ามกับความรู้สึกที่กระวนกระวายหาความสงบไม่ได้เพียงนึกว่านางจะไปตายบนเขาหลงซานจริงๆ
“ส่งคนของเราไปเพิ่มสักสิบคนคอยอารักขานางอย่าให้นางตายเร็วนักเปิ่นหวางสงสารไป๋เทียน รายนั้นยิ่งรักน้องสาวมากเสียด้วยสิ ถือว่าเปิ่นหวางตอบแทนไป๋เทียนบ้างก็แล้วกัน”
“พะยะคะสิบคนพะยะคะท่านอ๋อง” ห่วงสาวงามใยต้องอ้อมค้อมเล่าท่านอ๋อง หากมิคิดว่าพูดไปแล้วจะเหลือแต่เงากระหม่อมคงมิได้เพียงคิด ส่งไปสิบคนถือว่ายังพอเหมาะทีแรกนึกว่าจะส่งไปเป็กองทัพซะอีก มองจากรูปการแล้วคงจะสั่งเพิ่มในอีกไม่ช้าหากคุณหนูผู้นั้นยังอยู่บนเขาหลงซานต่อไป
ส่วนทางด้านเขาหลงซาน บนยอดเขาที่ปกคลุมไปด้วยหมอกขาวหนาแน่น จนอินทิราที่อยู่ในร่างของมู่อิงอิงนึกว่าเธอยืนอยู่บนก้อนเมฆก้อนใหญ่ พร้อมกับหวนถึงวันแรกที่เธอลืมตาตื่นดั่งว่าเกิดใหม่ในสถานที่แห่งนี้
วันเวลาที่ผ่านไปแล้วหนึ่งปีกับการเป็มู่อิงอิงสาวน้อยวัยยี่สิบปีนอกจากเรียนรู้การเป็สตรีดีงามแล้ว วันคืนที่เหลือล้วนมีแต่ล้มป่วย ร่างกายนี้อ่อนแอเหลือเกิน
((อินทิราในร่างมู่อิงอิงคิดว่าเธอจะใช้ที่แห่งนี้ฟื้นฟูร่างกายซะหน่อย อย่างน้อยบริเวณโดยรอบก็คงทำให้เธอวิ่งได้ะโโลดเต้นได้ โดยไม่มีสายตาของผู้อื่นมองว่าร่างนี้วิปลาสหรือแสดงกริยาไม่สม กับเป็บุตรของขุนน้ำขุนนางละนะ ไม่รู้ว่าทางโน้นจะเป็ยังไงบ้างโดยเฉพาะประนพ เธอคงได้แต่อวยพรให้เขาพบเจอแต่ความสุขตลอดไป เธอหมดแล้วซึ่งความโกรธสำหรับเื่ที่เกิดขึ้น ในเมื่อเื่ทุกอย่างคือการเข้าใจผิด เธอก็พร้อมจะให้อภัยเขาเช่นกัน โกรธแค้นไปก็ใช่ว่าจะมีความสุข ถือซะว่าตอนนี้เธอได้ชีวิตใหม่แล้ว นับจากวันนี้จะไม่มีอีกแล้ว อินทิรา จะมีก็แต่มู่อิงอิงเพียงเท่านั้น เธอจะขอใช้ชีวิตใหม่อย่างมีความสุขอยู่ที่นี่และสร้างทุกวันให้ตัวเองมีความสุขก็พอ))
****