เหลือเวลาอีกเพียงสิบวันก่อนการประเมิน ถังอวี่แทบอยากแบ่งเวลาหนึ่งนาทีออกมาใช้เป็สองนาที เมื่อถึงวันที่สามสิบ ถังอวี่ปรากฏตัวต่อหน้าคนตระกูลถังพร้อมกับรอยคล้ำวงใหญ่ใต้ตาทั้งสองข้าง
ถังจื่อฉีเมื่อเห็นถังอวี่คราแรกยังสะดุ้งใหนัก จากนั้นค่อยรู้สึกว่าตัวเองใจนเสียหน้า จึงเปิดใช้ทักษะการเยาะเย้ย “อ้าว! พี่ชายที่แท้พี่ก็อยากไปวิทยาลัยหลิงหลงสินะ ขยันจนเกิดรอยคล้ำใต้ตาใหญ่เท่านี้มันไม่ง่ายเลยจริงๆ!”
ไม่ง่ายจริงๆ นั่นละ โดยทั่วไปแค่นอนดึกธรรมดาก็รักษาได้ด้วยอุปกรณ์บำบัด แต่รอยคล้ำบนใบหน้าของถังอวี่เห็นได้ชัดว่าลบออกไม่ได้ พิสูจน์ได้ว่า่นี้เ้าตัวเต็มที่แค่ไหน
ถังอวี่ไม่อยากคุยกับถังจื่อฉี ทุกครั้งที่เห็นอีกฝ่ายก็จะนึกขึ้นได้ว่าตัวเองตายอย่างไร ถ้าไม่ใช่เพราะตอนนี้เขาควบคุมตัวเองได้ดียิ่ง คงได้เข้าไปสับน้องชายคนนี้หลายๆ ทีตั้งนานแล้ว
เห็นถังอวี่ไม่สนใจตน สีหน้าของถังจื่อฉีพลันบึ้งตึง แต่พอคิดได้ว่าโควตาโรงเรียนทหารอันดับหนึ่งที่เดิมทีเป็ของถังอวี่ตอนนี้กลายเป็ของตัวเองก็อารมณ์ดีขึ้นนิดหน่อยอีกครั้ง
“ก็แค่ลูกนอกสมรส! อวดดีอะไรนัก!” ถังจื่อฉีพูดเหยียดหยามโดยใช้เสียงที่มีแค่ตัวเองได้ยิน
แต่ถังอวี่ยังคงได้ยิน ด้วยพลังจิตของเขาในปัจจุบัน แทบจะได้ยินเสียงในระยะสามร้อยเมตร ดังนั้นคำพูดของถังจื่อฉีไม่มีทางรอดพ้นหูของเขาไปได้ ทว่าถังอวี่กลับไม่ได้หยุดเดิน เพราะไม่อาจเปิดเผยระดับพลังจิตของตัวเอง
‘ลูกนอกสมรส’ นี่เป็ครั้งที่สองแล้ว ถังอวี่ลดสายตาลงต่ำ แววตาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและความเกลียดชัง
ถังอวี่มาถึงโต๊ะอาหาร เมื่อเห็นคุณนายถังอยู่ด้วยจึงเรียกคุณแม่ด้วยน้ำเสียงบางเบา ก่อนจะนั่งลงรับประทานอาหารเช้า
นี่เป็ครั้งแรกที่คุณนายถังเห็นถังอวี่นับจากเขาสละโควตาส่งตัว เมื่อเธอเห็นรอยคล้ำใต้ตาวงใหญ่บนใบหน้าของถังอวี่ก็ขมวดคิ้วแน่น
“แกตั้งใจจะออกไปทั้งแบบนี้เหรอ” คุณนายถังไม่พอใจถังอวี่เป็อย่างมาก
ไม่สิ ควรบอกว่าคุณนายถังไม่เคยพอใจในตัวถังอวี่เลย
ถังอวี่นิ่งไปครู่หนึ่งแล้วััดวงตาของตัวเอง หลายวันนี้หักโหมเกินไปจริงๆ รอยคล้ำหนาลึกที่ปรากฏบนใบหน้าโดยไม่ทันใส่ใจก็เกินความคาดหมายของถังอวี่เช่นกัน ทว่าเวลาสั้นๆ ตอนนี้ก็ลบออกไม่ได้
“ผมจะใส่อะไรปิดไว้ก่อนออกไปข้างนอก”
คุณนายถังจึงพึงพอใจขึ้นมาเล็กน้อย
“แกจะไปสอบที่วิทยาลัยหลิงหลงใช่ไหม” ยากนักที่คุณนายถังจะถามขึ้นด้วยความใส่ใจ
แต่มีเพียงถังอวี่ที่รู้ว่าคุณนายถังกำลังหยั่งเชิงเขา เขาไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะไม่รู้ว่าวิทยาลัยหลิงหลงกับโรงเรียนทหารอันดับหนึ่งมีการประเมินวันเดียวกัน
“ใช่ครับ คุณแม่้าดูข้อมูลการสอบของผมไหม” ถังอวี่แสร้งถามอย่างไม่เข้าใจ ถึงอย่างไรเขาก็มีข้อมูลการสอบของทั้งสองสถาบัน จะเอาออกมาให้คุณนายถังดูสักหน่อยก็ไม่มีปัญหา
คุณนายถังมองถังอวี่สักพักก่อนจะพูดว่า “ไม่ต้อง ในเมื่อจะไปสอบ งั้นแกก็รีบกินอาหารเช้าซะ”
คุณนายถังก็คิดได้แล้วว่าให้ถังอวี่ไปเรียนรู้วิธีการเป็ภรรยาผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมที่วิทยาลัยหลิงหลงก็เป็เื่เชิดหน้าชูตาสำหรับตระกูลถังเหมือนกัน
ถังอวี่รับประทานอาหารเช้าเสร็จภายในไม่กี่คำ สวมหมวกปิดบังใบหน้าส่วนใหญ่ก่อนจะขึ้นโฮเวอร์คาร์[1]ที่ตระกูลถังเตรียมไว้ให้เขาใช้ไปวิทยาลัยหลิงหลง
โฮเวอร์คาร์ถูกกำหนดเส้นทางไว้ก่อนแล้ว ต่อให้ถังอวี่อยากลงจากรถกลางทางก็ทำไม่ได้ จนกระทั่งถังอวี่เข้าสู่ประตูใหญ่ของวิทยาลัยหลิงหลง โฮเวอร์คาร์จึงไปจอดที่ลานจอดรถใกล้เคียงเพื่อรอถังอวี่สอบเสร็จ
ถังอวี่เข้าไปในวิทยาลัยหลิงหลงแล้วก็ถามคนทันทีว่าประตูทิศใต้อยู่ที่ไหน จากนั้นจึงรีบวิ่งไปทางฝั่งประตูทิศใต้ ประตูที่ใกล้ประตูใหญ่ของวิทยาลัยที่สุดคือประตูทิศใต้ เขาต้องไปทางนั้นเดี๋ยวนี้ เพราะเขาจองโฮเวอร์คาร์ระดับไฮเอนด์คันหนึ่งให้จอดตรงประตูทิศใต้ของวิทยาลัยหลิงหลงไว้ก่อนหน้านี้ อีกทั้งเขารู้อยู่แล้วว่าคุณนายถังต้องจับตาดูเขาเพื่อกันไม่ให้เขาเข้าโรงเรียนทหารอันดับหนึ่ง
อาจเพราะคุณนายถังมั่นใจเกินไปและเชื่อว่าถังอวี่จะไม่กระด้างกระเดื่องกับเธอ คุณนายถังจึงแค่ปรับเปลี่ยนโฮเวอร์คาร์เท่านั้น
ด้วยเหตุนี้ถังอวี่จึงจงใจออกจากบ้านก่อนเวลาหนึ่งชั่วโมง อย่างไรเสียเวลาสอบก็มีคนมาถึงเร็วกว่าปกติเยอะแยะไป คุณนายถังเองก็ไม่ได้สงสัยในเจตนาของถังอวี่ หนึ่งชั่วโมงไม่มากไม่น้อย ถือว่าพอดิบพอดี
ถังอวี่เดินออกจากประตูทิศใต้ เห็นโฮเวอร์คาร์ของบริษัทเจี๋ยอันคันหนึ่งจอดอยู่ข้างๆ จึงขึ้นนั่งบนรถทันที
เขายกมือขึ้นเพื่อให้เครื่องสื่อสารสแกนต่อคอมพิวเตอร์โฟตอน เสียงปิ๊บดังขึ้นหนึ่งครั้ง โฮเวอร์คาร์เริ่มสตาร์ทเครื่อง แล้วขับเคลื่อนไปยังจุดประเมินของโรงเรียนทหารอันดับหนึ่งด้วยความเร็วมากกว่าตอนที่ถังอวี่มาถึงสามเท่า
ถังอวี่มองข้างหลังครู่หนึ่ง เห็นวิทยาลัยหลิงหลงมีขนาดเล็กลงเรื่อยๆ ในทัศนวิสัยของตัวเอง ก่อนจะหันศีรษะกลับไปมองข้างหน้า
เขาจะต้องไม่พลาดการประเมินของโรงเรียนทหารอันดับหนึ่ง!
เชิงอรรถ
^ โฮเวอร์คาร์ คือ รถยนต์สองที่นั่งรูปทรงคล้ายไข่ซึ่งไม่มีการปล่อยมลภาวะ ตัวรถจะแล่นไปเหนือพื้นถนนตามโครงข่ายแม่เหล็กไฟฟ้าเหมือนบินได้