“……”
ภพก่อนตอนออกปฏิบัติภารกิจกับพวกทหารห่าม ๆ หนิงเยี่ยนเองก็เคยพูดจาลามก แต่ตอนนี้...หนิงเยี่ยนไม่รู้จริง ๆ ว่าจะอธิบายเื่นี้ให้เ้าหนูน้อยฟังยังไง
แต่ถ้าไม่อธิบาย.... เ้าหนูน้อยยังคงส่งสายตาปิ๊ง ๆ มาให้เธอ ยอมแล้ว ยอมแล้ว ตอบมั่วไปเลยละกัน
“ชายผู้นี้ป่วยเป็โรค...ขนเยอะ”
“โอ้!”
พอได้ฟังคำตอบ เ้าหนูน้อยก็เข้าใจขึ้นมาทันที เขามองไปที่ชายคนนั้นอีกครั้งด้วยแววตาเห็นอกเห็นใจ ที่แท้เป็แบบนี้เองสินะ เ้าหนูน้อยจึงเอาผ้าพันแผลบิดน้ำออกจนแห้ง เช็ดตัวให้ชายคนนั้นต่อ
ประมาณครึ่งชั่วโมงต่อมา เสื้อผ้าที่ผึ่งไว้ข้างกองไฟเกือบจะแห้งสนิท หนิงเยี่ยนจึงนำมันมาสวมแล้วเดินออกไปนอกถ้ำ ตรวจสอบเส้นทาง แล้วสืบหาร่องรอย แต่ไม่พบร่องรอยของกองทหารม้า
เธอกลับไปที่ถ้ำ ให้เ้าหนูน้อยสวมเสื้อผ้า จากนั้นจึงแบกชายคนนั้นขึ้นหลังแล้วลงจากูเา
ฝนตกทำให้เส้นทางบนูเาเดินได้ลำบาก
ยิ่งไปกว่านั้น ขณะที่หนิงเยี่ยนกำลังลงจากเขาฝนก็ยังไม่หยุด พอกลับถึงบ้านฟางตีนเขาก็เป็เวลาดึกแล้ว เธอเอาผู้ชายคนนั้นไปไว้หลังบ้าน ต้มน้ำหนึ่งหม้อ แล้วทำแผลให้เขาใหม่ อังหน้าผากของชายคนนั้นดูก็พบว่าเขากำลังมีไข้ ยาลดไข้มันต้องใส่อะไรบ้างนะ?
*1ยาอันกงหนิวหวงหวาน ยานี้ส่วนผสมหลักมี *2หนิวหวง *3กลิ่นชะมด ไข่มุก *4 จูซา กำมะถันแดง หวงเหลียน ฯลฯ !
(*1ยาราคาแพง ใช้ขับพิษร้อน ปลุกสมองเปิดทวาร) (*2นิ่วในถุงน้ำดีวัว) (*3 อัณฑะกวางชะมด) (*4 ชาด)
มันซับซ้อนจริง ๆ ของพวกนี้ดูเหมือนว่าจะมีแค่ท่านอาจารย์ซวีที่มี หนิงเยี่ยนต้องไปบ้านท่านอาจารย์ซวี จึงสวมเสื้อคลุมกันฝน บอกเ้าหนูน้อยให้ไปอาบน้ำอุ่น ดื่มซุปขิงแล้วจึงออกจากบ้าน
เสียงฝนหยดติ๋ง ๆ ตามมาด้วยเสียงกบและจักจั่นเป็ระยะ
หนิงเยี่ยนมาหยุดยืนที่หน้าบ้านท่านอาจารย์ซวี ประตูบ้านปิดไปแล้ว เธอชำเลืองมองกำแพงขาวสูงด้านหน้า ถอยหลังไปหน่อย จากนั้นจึงออกแรงไต่ข้ามกำแพงเข้าไป แอบเข้าไปทางหลังบ้านของท่านอาจารย์
เปิดเข้าไปในห้องเก็บยา แต่พอเดินเข้าไป ไฟตะเกียงในห้องก็สว่างขึ้นมาทันที ......ทะ...ที่แท้โดนจับได้
บ้าจริง!
ที่ลานบ้านมีชายชรากับเด็กชายคนหนึ่งยืนอยู่ รู้ได้ไงว่าเธอแอบเข้ามา?
พอรู้แล้วว่าโดนคนในบ้านจับได้ หนิงเยี่ยนจึงโค้งตัวคำนับ แล้วทำตัวตรงเดินออกมาจากห้องเก็บยา
“ท่านอาจารย์ซวี?”
“แม่หนูหนิงมาเยี่ยมกลางดึกเช่นนี้มีเื่อะไรงั้นหรือ?”
“ขะ..ข้ามาเอายา”
หนิงเยี่ยนกลอกตาขาว เธอเข้ามาในห้องเก็บยา นอกจากมาเอายาคงจะไม่มีเื่อื่นไปได้แล้ว
“เ้าหนูตากฝนเป็ไข้ ข้าจึงอยากได้ หนิวหวง กลิ่นชะมด ไข่มุก จูซา กำมะถันแดง หวงเหลียน......”
“แม่หนู ยาจะกินแบบตามใจชอบไม่ได้นะ”
“ทำไมล่ะเ้าคะ?”
ยาอันกงหนิวหวงหวาน เป็ยาของร้านถงเยิ๋นถัง ร้านยาชื่อดังในปักกิ่ง มีประวัติศาสตร์ยาวนานมาหลายร้อยปี นี่ก็พิสูจน์ได้แล้วว่ายามันดี
ท่านอาจารย์ซวีท่องตัวยาที่หนิงเยี่ยนพูดมาซ้ำในใจอีกครั้ง พบว่าตัวยาเหล่านี้ใช้ขับพิษร้อน รักษาคนที่มีอาการไข้สูงจนสะลึมสะลือและพูดเพ้อเจ้อ
คล้ายกับตัวยาแก้ไข้ที่เขาเคยจัด
“ไม่เป็อะไรจริง ๆ นะเ้าค่ะ”
แต่น่าแปลกที่แม่หนูคนนี้รู้จักวิธีการจัดยาชุดนี้ มองไปยังแม่หนูหนิงเยี่ยนที่ส่งสายตาหนักแน่นและชัดเจนมาให้ ท่านอาจารย์ซวีจึงไม่อยากไปซักถามหาต้นตออะไร
ชีวิตคนนั้นมันต้องมีความลับอยู่บ้าง หากรู้ความลับไปหมดทุกเื่ เขาคงอยู่ไม่ถึง 99 ปี
“รับไปสิ”
ท่านอาจารย์ซวีส่งยาที่จัดเสร็จให้หนิงเยี่ยน หลังจากหนิงเยี่ยนกลับไปแล้ว เขาก็จดสูตรยาอันกงหนิวหวงหวานลงบนกระดาษ แล้วศึกษามันอีกครั้ง
....
เมื่อต้มยาเสร็จ หนิงเยี่ยนจึงหยิบเอากรวยไปกรอกยาให้เขากิน เธอบีบนวดแข้งขาที่ปวดเมื่อยของตนแล้วหาวออกมา ไปวิ่งบนูเามาตลอดวัน ตกดึกยังไม่ได้หยุดได้หย่อน ทำอาหารให้ลูกน้อยแล้วยังต้องมาเปลี่ยนผ้าพันแผล ต้มยาให้ชายคนนี้อีก ลำบากจริง ๆ
เมื่อมาคิดดูดี ๆ ร่างกายนี้มันไม่แข็งแรงเอาเสียเลย ถ้าเป็ร่างกายในภพเดิมของเธอ ดักซุ่มโจมตีอยู่ในป่าสามวันสามคืนก็ไม่มีปัญหา
นวดไม่ไหวแล้ว หนิงเยี่ยนเองไม่อยากทรมานสังขารตัวเอง จึงนอนฟุบหลับลงไปอยู่ข้างเตียง
ไก่ขันส่งเสียงในยามเช้า หนิงเยี่ยนรีบผุดกายลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
หันออกไปมองนอกหน้าต่าง ด้านนอกเริ่มมีแสงรำไร หนิงเยี่ยนเอื้อมมือไปอังหน้าผากของชายคนนั้น ไข้ลดแล้วนี่? ร่างกายแข็งแรงเกินคนไปไหม าแเสียเืไปมาก ทั้งได้รับการกระทบกระเทือนแล้วตากฝนระหว่างทางกลับ ยังไม่ได้ให้หมอมาตรวจดูเลย นอนไปคืนเดียวก็ดีขึ้น
หนิงเยี่ยนเอื้อมมือไปบีบกล้ามเนื้อแน่น ๆ ของชายคนนั้น แล้วลูบ ๆ คลำ ๆ ข้อมือผอมแห้งของตัวเอง เธอส่งสายตาอิจฉาริษยาออกมา
ฟ้ายังไม่ทันสว่างหนิงเยี่ยนก็กลับมาถึงรั้วลานบ้าน หั่นเนื้อมาหนึ่งชิ้น ต้มโจ๊กเนื้อใส่ผัก ตุ๋นไข่ 2 ฟอง เอาผักดองที่ป้าหวงให้มาหั่นแล้วราดจิ๊กโฉ่วลงไป เอาน้ำมันที่ผัด *ฮวาเจียว (*พริกที่ให้รสเผ็ดชา) ราดลงบนผักดอง กลิ่นหอม ๆ ลอยฟุ้งขึ้นมาทันที จากนั้นยังทำ *ชงฮวาปิ่ง อีก 2-3 แผ่น (*แพนเค้กต้นหอม) เมื่อเสร็จแล้ว หนิงเยี่ยนบอกเ้าหนูน้อยที่วิ่งเล่นอยู่ในลานบ้านให้ไปล้างมือ
สองแม่ลูกกินข้าวด้วยกัน พอกินเสร็จหนิงเยี่ยนอาศัยจังหวะที่เ้าหนูน้อยกำลังล้างจาน ยกอาหารเข้าไปในบ้านหลังใหม่ ผู้ชายคนนั้นยังไม่ตื่น หนิงเยี่ยนเอาอาหารวางไว้บนโต๊ะแล้วเดินออกไป
ทั้งที่ตั้งใจจะขึ้นไปล่าสัตว์กลับกลายเป็ว่าช่วยคนลงมาจากเขา คิดไปถึงทหารม้าที่น่าจะยังอยู่บนเขาตามรอยผู้ชายคนนี้ หนิงเยี่ยนจึงเฝ้าเขาอย่างสบายใจไม่ได้
เธอยังต้องคอยระวังบริเวณในหมู่บ้าน
แต่....ถึงเวลาย้ายเข้าบ้านใหม่แล้ว ลานบ้านยังไม่ล้อมกำแพงเลยแม้แต่ด้านเดียว ประตูก็เป็ประตูไม้ หากมีพวกประสงค์ไม่ดีบุกเข้ามาคงกันไว้ไม่ได้
ยิ่งไปกว่านั้นการไล่ความชื้นนั้นมันไม่ยาก ในโลกอนาคตถุงอาหารแบบสุญญากาศมักจะมีซองดูดความชื้นมาให้ เธอจึงเอาขี้เถ้าไปดูดความชื้นและยังสานเสื่อฟางขึ้นมาอีกผืน เอาไปตากแดดทุกวัน ไว้ใช้ใน่นี้
ในบ้านก็แห้งจนเกือบสนิท
บอกว่าย้ายก็คือย้าย หนิงเยี่ยนแรงเยอะ ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงก็ย้ายเสร็จแล้ว เ้าหนูน้อยที่ยืนข้าง ๆ คอกกระต่ายในลานบ้านหลังใหม่ มองไปยังกระต่ายที่อ้วนขึ้นทุกวัน เขาจึงกลืนน้ำลาย
“อยากกินเนื้อเหรอ?”
หนิงเยี่ยนเดินผ่านมาเห็นเ้าหนูน้อยยืนจ้องกระต่ายตาเป็มัน แต่ก็รู้สึกแปลกใจที่ั้แ่เธอมาอยู่ในภพนี้ ทุกวันก็ให้เ้าหนูคนนี้กินเนื้อไม่เคยขาด ทำไมมาทำท่าทำทางเหมือนกินไม่พอแบบนี้ล่ะ
เธอจำได้ชัดว่า ตอนแรกเ้าหนูนี่บอกว่า จะรอให้กระต่ายมีลูก พอมันมีลูกก็ขายกระต่ายแก่ออกไป ทำแบบนี้จะมีเงินใช้ไม่ขาด ตอนนี้ทำไมไม่สนใจเื่เงินแล้วล่ะ?
“อยากกิน”
หนิงโหย่วหยูตอบออกมาอย่างซื่อตรง อยากกินคืออยากกิน ไม่มีอะไรต้องอ้อมค้อม
“ไม่ขายเอาเงินแล้วหรือ?”
“ขายก็ได้!”
เ้าหนูละสายตาจากกระต่ายข้างกาย แล้วเดินไปที่ห้อง
บ้านใหม่มีสองส่วน แบ่งเป็ด้านหน้าและด้านหลัง ในบ้านก็มีหลายห้อง หนิงโหย่วหยูมีห้องของตัวเองแล้ว ผ้าห่มบนเตียงเป็ผืนใหม่ เครื่องเรือนในบ้านใหม่ส่งกลิ่นไม้ฟุ้งออกมา
เตียง 1 หลัง โต๊ะหนังสือ 1 ตัว ตู้เสื้อผ้า เก้าอี้ ราวแขวนเสื้อ และอีกหลายอย่าง การได้อยู่ในบ้านแบบนี้ เป็เื่ที่แต่ก่อนไม่กล้าแม้แต่จะจินตนาการ ลูบกระดาษที่วางอยู่บนโต๊ะ จากนั้นเ้าหนูน้อยก็นั่งลงบนเก้าอี้ เขียนอักษรตัวใหญ่ แล้วสะบัดมือ
เด็กนั้นเขียนหนังสือได้ไม่นาน เ้าหนูน้อยหนิงโหย่วหยูเขียนไปเขียนมาก็รู้สึกล้า เขาจึงวางมือ เดินไปยังห้องพักที่อยู่ข้าง ๆ เื่ของผู้ชายที่มาอยู่ในบ้านคนนี้ หนิงโหย่วอยู่นึกสงสัยจริง ๆ
เมื่อผลักประตูเข้าไป แสงแดดก็ไล่ตามหลังเ้าหนูน้อยเข้าไปในห้องด้วย
อาหารบนโต๊ะยังไม่มีร่องรอยว่าถูกแตะต้อง เ้าหนูน้อยย่นหน้าผาก เดินเข้าไปใกล้ชายคนนั้น แต่เมื่อยื่นมือจะไปััเคราที่คางของชายคนนั้น ดวงตาที่ฉายแววดุดันก็เปิดขึ้น
.............