รุ่งอรุณของวันใหม่ ค่อยๆ แทรกตัวผ่านรอยแยกของบานหน้าต่างกระดาษเก่าคร่ำคร่า สาดแสงสีทองอุ่นจางๆ ลงบนพื้นกระท่อมดินอันเงียบสงบ
ภายในกองผ้าห่มฝ้ายที่ซ้อนทับกันถึงสามชั้น... ลู่ชิงกำลังนอนขดตัวกลมดิ๊ก ราวกับหนอนผีเสื้อตัวอ้วนที่เข้าสู่ระยะดักแด้
สองแขนกอดรัดหมอนขนวิหค์ใบใหม่เอี่ยมเอาไว้แน่นเสียยิ่งกว่าตระกองกอดหญิงงาม ใบหน้าครึ่งหนึ่งจมหายดิ่งลงไปในความนุ่มฟูของขนอ่อนเป็ดป่า ที่ยุบตัวรับสรีระอย่างสมบูรณ์แบบ
ริมฝีปากของชายหนุ่มเผยรอยยิ้มโง่งมแห่งความสุขล้นปรี่ออกมาอย่างไม่ปิดบัง คราบน้ำลายใสไหลซึมเปื้อนปลอกหมอนผ้าป่านเป็วงกลมเล็กๆ เขากำลังท่องเที่ยวอยู่ในดินแดนแห่งความฝัน...
"อืม... สายลมเย็นประดิษฐ์... ปรับให้อุ่นขึ้นอีกนิด..."
เขาพึมพำละเมออย่างเคลิบเคลิ้ม
"ขอเพิ่มวันหยุดจำศีล... อีกสามวัน..."
ในห้วงคำนึงที่ลึกล้ำ... เขากำลังฝันว่าตนเองได้กลับไปนอนอยู่บนเตียง์ที่ยุบตัวรับแผ่นหลังขนาดกว้างใหญ่ั์ ภายในโรงเตี๊ยมหรูหราสูงเสียดฟ้า มีสาวใช้แต่งกายงดงาม นำอาหารเช้าเลิศรสมาป้อนถึงเตียงนอน
ไม่มีาบ้าเื
ไม่มีทหารเชลยให้ต้องคุม
ไม่มีพวกวิปลาสที่คอยเรียกเขาว่าจอมมาร
มีเพียงชีวิตอันแสนสงบสุขและเกียจคร้าน... ที่เขาโหยหามาเนิ่นนาน—
ปังงงง!!
บานประตูกระท่อมดิน ถูกมวลอากาศมหาศาลกระแทกเปิดออกอย่างรุนแรงจนบานพับแทบหลุด!
วู่วววววววว—!!
ลมเหนือแรกแห่งฤดูเหมันต์ พัดกรรโชกทะลวงเข้ามาในห้อง ราวกับหอกน้ำแข็งนับพันเล่มที่พุ่งทิ่มแทงทะลุทะลวง!
"เชี่ยยยยยยย!!"
ลู่ชิงสะดุ้งสุดตัว ดีดกายลุกขึ้นจากเตียงดุจสปริง!
ความเย็นะเืบาดลึกทะลุผ่านเสื้อผ้าฝ้ายบางๆ แทงลึกเข้าสู่ิัและเสียดแทงไปถึงไขกระดูก จนเขาต้องกอดตัวเองฟันกระทบกันดังกึกๆ ไม่อาจควบคุม
"นี่มันลมบ้าอะไรวะเนี่ย! หรือคำสาปแช่งจากเทพน้ำแข็งกันแน่!"
เขาะโลงจากเตียง รีบพุ่งตัวไปผลักบานประตูสู้กับแรงลมปิดลงอย่างรวดเร็ว สองมือกอดตัวเองแน่นลูบแขนป้อยๆ ปลายจมูกหล่อเหลาเปลี่ยนเป็สีแดงก่ำ ขนทุกเส้นบนร่างกายตั้งชันประดุจเข็ม
"เมื่อวานอากาศยังร้อนจนอยากจะถลกหนังตัวเองทิ้ง วันนี้พายุลมหนาวกลับพัดมาจนลูกชายข้าหดหนีหายไปหมดแล้ว!"
ชายหนุ่มหอบหายใจถี่กระชั้น พลางคว้าผ้าห่มมาห่มคลุมตัวเพิ่มอีกสองชั้นจนดูคล้ายหมีูเา
ทว่า... หลังจากยืนนิ่งอยู่พักหนึ่ง ใบหน้าที่กำลังหนาวสั่นของเขา ก็ค่อยๆ แปรเปลี่ยนไป...
คิ้วเรียวขมวดมุ่นเข้าหากัน ปลายจมูกกระตุกฟุดฟิดเบาๆ มือขวาที่กอดตัวเอง ค่อยๆ ล้วงเข้าไปใต้สาบเสื้อบริเวณแผ่นหลัง...
แกรก... แกรก... แกรก...
เขาเริ่มขยับเล็บเกาหลังอย่างรุนแรง สีหน้าเริ่มดำทะมึนลงทีละน้อย
"อึก..."
เขาเลิกคอเสื้อขึ้นมา แล้วก้มลงสูดดมกลิ่นกายของตนเอง ก่อนจะนิ่งค้าง แข็งทื่อเป็ศิลาไปสามลมหายใจเต็มๆ
"..."
"..."
"บัดซบเอ๊ย"
"กลิ่นตัวข้า... เหม็นสาบสางราวกับศพหมักในหลุมปฏิกูลวันนั้นเลยนี่หว่า!"
นับั้แ่ทะลุมิติพัดหลงมายังโลกยุคโบราณแห่งนี้... เขาไม่เคยได้ัักับการอาบน้ำอย่างหมดจดจริงจังเลยแม้แต่ครั้งเดียว!
หยาดเหงื่อจากการเดินทาง ฝุ่นผงจากพื้นดิน คราบโคลนจากสมรภูมิ เขม่าควันจากเตาไฟ และน้ำลายแห้งกรังจากการนอนกอดหมอน...
ทั้งหมดทั้งมวลนี้ ได้จับตัวหมักหมม อุดตันทุกรูขุมขน จนกลายเป็เกราะขี้ไคลชีวภาพขนาดย่อมๆ ที่เคลือบติดแน่นอยู่บนิั! ความรู้สึกเหนอะหนะเสียดสีกับเสื้อผ้า ทำให้เขาคันยุบยิบเข้าไปถึงกระดูกดำ!
"ไม่... ข้าทนไม่ได้!"
"ข้าจะไม่ยอมใช้ชีวิตซกมกเยี่ยงมนุษย์วานรยุคหินอีกต่อไปแล้วเด็ดขาด!"
ชายหนุ่มแผดเสียงคำรามลั่น
"อาฝู!!!"
เพียงสิ้นเสียงเรียก...
ปัง!
อาฝูพุ่งพรวดถลันเข้ามา ทรุดตัวคุกเข่ากระแทกพื้นทันที
"ข้าน้อยรับบัญชา! ข้าน้อยอยู่ที่นี่แล้วขอรับท่านแม่ทัพ!"
"ไปจัดเตรียมอุปกรณ์ชำระล้างร่างกาย และน้ำอาบมาให้ข้า... เดี๋ยวนี้!"
อาฝูเบิกตากว้าง ก่อนจะพยักหน้ารัวๆ ราวกับไก่จิกข้าว
"รับทราบขอรับ! ข้าน้อยจะไปเสาะหาเครื่องประทินผิวชั้นเลิศที่สุดในหมู่บ้านธุลีแดง มาปรนนิบัติท่านเดี๋ยวนี้เลยขอรับ!"
ลู่ชิงถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก
"เฮ้อ... อย่างน้อยโลกนี้ก็ยังไม่สิ้นหวังสิ้นเจริญจนเกินไปนัก..."
ครึ่งก้านธูปต่อมา—
อาฝูเดินยิ้มร่ากลับเข้ามา พร้อมกับถังไม้น้ำเย็นเฉียบที่ผิวน้ำมีเกล็ดน้ำแข็งเกาะ พร้อมกับกองทรายหยาบสีเหลืองกองโต และกำใบไม้หนามสากๆ ขนาดใหญ่เท่าใบบัวอีกหนึ่งกำมือ!
เด็กหนุ่มยืดอก ยิ้มกว้างอย่างภาคภูมิใจ
"เครื่องประทินผิวชั้นเลิศ มาถึงแล้วขอรับท่านแม่ทัพ!"
ลู่ชิงจ้องมองวัตถุอันตรายตรงหน้า ด้วยแววตาที่ว่างเปล่าและล่องลอย
"...สิ่งเหล่านี้... คืออะไร"
อาฝูชี้แจงอย่างฉะฉาน
"กองทรายูเานี้ ใช้สำหรับลูบขัดถูคราบไคลฝังลึกขอรับ! ส่วนใบไม้สากก้านหนามนี้ ใช้สำหรับฟาดขัดถูแผ่นหลัง! ภูมิปัญญาของพวกเรากล่าวไว้ว่า หากลงน้ำหนักขัดถูแรงพอ จนิัเปลี่ยนเป็สีแดงเถือก หรือมีหยาดเืซึมออกมาเล็กน้อย... นั่นย่อมแปลว่าร่างกายสะอาดหมดจด ปราศจากสิ่งสกปรกแล้วขอรับ!"
ลู่ชิงค่อยๆ เงยหน้าขึ้นอย่างเชื่องช้า ขยับคอหันไปมองทะลุออกไปนอกบานหน้าต่าง...
เขาเห็นชายชราผู้หนึ่ง ถอดเสื้อท้าลมหนาว กำลังกำทรายหยาบถูไถลงบนท่อนแขนอย่างเอาเป็เอาตาย จนิัแดงเถือกปอกเปิก!
ถัดไปเห็นเด็กน้อยคนหนึ่ง กำลังร้องไห้จ้า น้ำตาอาบแก้ม เพราะถูกมารดาใช้ใบไม้หนามสากๆ ขัดถูหลังคอจนเืซิบ!
ห่างออกไป... ทหารม้าเชลยนายหนึ่ง กำลังใช้ก้อนหินถูหน้าแข้งจนหนังถลอก ก่อนจะฉีกยิ้มหัวเราะร่า แล้วะโบอกเพื่อนว่า 'อ่าห์ วันนี้ขัดขี้ไคลออกจนตัวเบาหวิว สะอาดเป็พิเศษเลยสหายเอ๋ย!'
"..."
ปัง!!!
ลู่ชิงตวัดตีน เตะถังไม้น้ำเย็นลอยกระเด็นกระแทกฝาผนังน้ำสาดกระจาย!
"ไอ้พวกบัดซบ! พวกเ้าเกิดมาเป็เผ่าพันธุ์มนุษย์ หรือเกิดเป็แผ่นศิลามีชีวิตกันแน่วะ!!"
"นั่นมันไม่ใช่การอาบน้ำ! แต่มันคือการถลกหนังมนุษย์ทั้งเป็ชัดๆ!!"
อาฝูสะดุ้งโหยง ตัวสั่นงันงก
"ตะ... แต่ว่า... บรรพบุรุษและชาวบ้านของพวกเรา ก็ใช้สิ่งเหล่านี้ถูตัว สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคนแล้วนะขอรับ..."
"ให้มันจบลงที่ยุคนี้ และยกเลิกการใช้มันั้แ่วินาทีนี้เป็ต้นไป!"
ลู่ชิงสูดลมหายใจเข้าลึก เตรียมจะอ้าปากด่าทอต่อให้สาแก่ใจ—
แค่ก... แค่ก... แอ๊ก...
เสียงไอแห้งๆ ที่ลากยาวและเต็มไปด้วยความเ็ปร้าว ดังก้องแทรกสายลมมาจากด้านนอกกระท่อม
ลู่ชิงชะงักริมฝีปาก เขากวาดสายตามองผ่านช่องหน้าต่างออกไป...
หญิงชราร่างผอมบางผู้หนึ่ง กำลังนั่งขดตัวสั่นเทา กอดรัดเด็กหญิงตัวเล็กๆ ไว้แนบอกแน่น เพื่อใช้ไออุ่นจากร่างกายอันร่วงโรยปกป้องหลาน ริมฝีปากของเด็กน้อยเริ่มแปรเปลี่ยนเป็สีม่วงคล้ำ ร่างกายเล็กจิ๋วสั่นสะท้านไม่หยุดหย่อนดุจลูกนกตกน้ำ
อีกด้านหนึ่งของลานกว้าง... ทหารเชลยเกราะเหล็กสองนาย กำลังนั่งห่อไหล่ กอดรัดกองไฟกองเล็กๆ ที่ถูกลมหนาวพัดจนแทบจะมอดดับ ไร้ซึ่งไอร้อน ปลายนิ้วมือของทหารนายหนึ่ง เริ่มเปลี่ยนเป็สีเขียวคล้ำจากการถูกหิมะกัด
บริเวณหน้าบ้านหลายหลัง ผิวน้ำในโอ่งเริ่มจับตัวเป็แผ่นน้ำแข็งหนา เสียงไอค่อกแค่กของชาวบ้าน ดังระงมประสานกันไปทั่วทั้งหุบเขา
ลู่ชิงเงียบเสียงลง เขาหรี่ตา ทอดสายตามองภาพความหนาวเหน็บเบื้องหน้า ก่อนจะถอนลมหายใจยาวพรืดออกทางจมูก
"หากปล่อยทิ้งไว้เยี่ยงนี้ต่อไป..."
อาฝูที่เฝ้ามองอยู่ น้ำตาแห่งความตื้นตันคลอเบ้าทันที
'์... ท่านแม่ทัพ... แท้จริงแล้วท่านกำลังห่วงใยในชะตากรรมของพสกนิกร! ท่านกำลังเ็ปที่เห็นราษฎรต้องทนทุกข์ทรมาน!'
ทว่า ในห้วงความคิดของบุรุษผู้ได้ชื่อว่าจอมมาร กลับกำลังสบถด่าอย่างหัวเสีย
'ถ้าไอ้พวกนี้พากันหนาวตายไปหมด... แล้วข้าจะไปหาทาสแรงงานที่ไหน มาสับเปลี่ยนเวรยามคอยทำงานให้วะ! ใครจะคอยซักผ้าปูที่นอนนุ่มๆ ให้ข้า! ใครจะคอยก่อไฟทำกับข้าวให้ข้ากิน! และใครจะคอยทำงานงกๆ เพื่อให้ข้าได้นอนเอกเขนกสบายๆ ไปตลอดฤดูหนาวฟะ!'
เขาสลัดผ้าห่มทิ้ง ลุกพรวดขึ้นยืนทันที แววตาที่เคยเกียจคร้าน พลันแปรเปลี่ยนเป็เฉียบคมและจริงจังอย่างถึงที่สุด!
"ไปเกณฑ์กำลังทหารเชลยเดนตาย ทั้งเก้าสิบเก้านายมาที่นี่!"
"กวาดต้อนเก็บรวบรวมฝุ่นขี้เถ้าจากเตาไฟทุกบ้านในหมู่บ้านมาให้หมด!"
"รวบรวมก้อนไขมันสัตว์ และมันหมูป่าทั้งหมดที่มี!"
"และ... สั่งให้ทหารพวกนั้น นำจอบและพลั่ว มาขุดเจาะพื้นดินเบื้องล่างใต้กระท่อมของข้าเดี๋ยวนี้!"
อาฝูตกตะลึง อ้าปากค้าง
"ทะ... ท่านแม่ทัพ... จะกระทำสิ่งลี้ลับอันใดหรือขอรับ?"
ลู่ชิงชูนิ้วขึ้นมาทีละนิ้ว น้ำเสียงเด็ดขาด
"หนึ่ง... ข้าจะสร้างก้อนศิลาชำระล้างถูตัว!"
"สอง... ข้าจะเนรมิตระบบน้ำพุร้อนขึ้นมาในห้องน้ำ!"
"สาม... ข้าจะสร้างเตียงศิลาอุ่นและอุโมงค์อัคคีใต้พิภพดับหนาว!"
ทั่วทั้งพื้นที่ตกอยู่ในความเงียบงันระดับสุสาน ไม่มีมนุษย์ยุคโบราณคนใด เข้าใจคำศัพท์และการกระทำอันวิปลาสเหล่านี้เลยแม้แต่เสี้ยวเดียว!
แต่ถึงกระนั้น ด้วยความหวาดกลัวต่ออำนาจบารมี ทุกคนจึงรีบวิ่งกรูลงมือปฏิบัติการทันทีราวกับมดงาน!
เพียงไม่นาน... เหล่าทหารเชลยร่างั์ ก็เริ่มต้นลงจอบขุดเจาะโครงข่ายอุโมงค์ลมดินที่คดเคี้ยวสลับซับซ้อนราวกับเขาวงกต ลึกลงไปใต้พื้นกระท่อมอย่างบ้าคลั่ง!
ชาวบ้านหญิงชราต้มน้ำจนเดือดพล่าน เด็กๆ วิ่งตระเวนโกยขี้เถ้า ชายฉกรรจ์เคี่ยวต้มไขมันสัตว์จนกลิ่นสาบสางลอยฟุ้ง หมู่บ้านธุลีแดงทั้งแห่ง ตกอยู่ในสภาวะโกลาหลวุ่นวาย ราวกับกำลังเตรียมค่ายกลรับมือวันโลกาวินาศ!
และจุดศูนย์กลางของพายุความวุ่นวายทั้งหมดนั้น... ลู่ชิง กลับไปนั่งกอดเข่าห่อตัวด้วยผ้าห่มหนาสามชั้น อยู่บนเก้าอี้ไม้ไผ่ มือข้างหนึ่งเอื้อมไปเกาแผ่นหลังยุบยิบอย่างหงุดหงิด
"เร่งมือขุดอุโมงค์ให้มันไวๆ หน่อยสิวะไอ้พวกเต่าคลาน... ข้าคันหลังจนจะทนไม่ไหวอยู่แล้วโว้ย!"
ณ บริเวณขอบหลุมขุดเจาะ รองแม่ทัพเชลยผู้เต็มไปด้วยคราบโคลน ทอดสายตามองโครงข่ายอุโมงค์อิฐที่ซับซ้อนโยงใยอยู่ใต้พื้นกระท่อมปิดทึบ ด้วยใบหน้าที่ซีดเผือดไร้สีเื
"เ้าเห็นสิ่งที่พวกเรากำลังสร้างหรือไม่..."
เงาสังหารยอดนักฆ่า ตัวสั่นสะท้านราวกับผีเข้า
"มันกำลัง... หลอกให้พวกเรา ขุดสร้างเตาอบสุสานเพลิงขนาดมโหฬารใต้พิภพ..."
รองแม่ทัพกลืนน้ำลายก้อนใหญ่ลงคอที่แห้งผาก ขาทั้งสองข้างอ่อนยวบทรุดลงคุกเข่ากับพื้นดิน เสียงของยอดขุนพลสั่นเครือ เต็มเปี่ยมไปด้วยความสิ้นหวังอันสูงสุด
"...หากแม้น... โครงข่ายอุโมงค์มรณะนี้เชื่อมต่อกันเสร็จสมบูรณ์เมื่อใด... พวกเราทุกคนในหุบเขานี้... คงมิแคล้วต้องถูกต้อนเข้าไปขัง... แล้วถูกนึ่งรมควันทั้งเป็... ดั่งก้อนซาลาเปาเนื้อสับในเข่งนึ่งั์ เป็แน่แท้!"
—
ยามเที่ยงวัน ณ ลานดินโล่งกว้างหน้ากระท่อมแม่ทัพ
เปลวไฟในเตาหินที่ถูกก่อขึ้นอย่างเร่งด่วน กำลังแผดเสียงคำรามปะทุอย่างดุดัน หม้อเหล็กใบมหึมาตั้งตระหง่านอยู่เหนือเปลวเพลิง ภายในอัดแน่นไปด้วยก้อนไขมันหมูป่าและสัตว์ูเาที่ถูกสับหยาบๆ มันกำลังค่อยๆ ละลายกลายเป็น้ำมันใสเดือดพล่าน ส่งเสียงดัง ฉ่า... ฉ่า...
กลิ่นคาวสาบสางของไขมันสัตว์เดือด ลอยคละคลุ้งตลบอบอวลไปทั่วลานปะาในสายตาเชลย ทหารเชลยเกราะเหล็กหลายนายที่ทนรับกลิ่นไม่ไหว ถึงกับหน้าซีดเผือด รีบหันขวับไปโก่งคออาเจียนอยู่ข้างกำแพงดิน
ด้านข้างหม้อเหล็กเดือดพล่าน... อาฝูกำลังใช้ผ้าป่านผืนหนาพันปิดจมูกและปากอย่างรัดกุม สองมือของเด็กหนุ่มสั่นระริกขณะยกถังไม้ที่บรรจุน้ำด่างสกัดเข้มข้นสีเทาขุ่นคลั่ก
มันคือของเหลวอันตรายที่ได้จากการนำฝุ่นขี้เถ้าจากฟืนไม้ ไปแช่น้ำและกรองซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนได้ความบริสุทธิ์สูงสุด
ลู่ชิงยืนกอดอก ทอดสายตาตรวจสอบส่วนผสมด้วยสีหน้าจริงจังประดุจนักเล่นแร่แปรธาตุ เขาเอื้อมมือไปหยิบขนนกยาวขึ้นมาหนึ่งเส้น แล้วจุ่มปลายขนนกลงไปในกะละมังน้ำด่างดิบๆ
ฟู่—
เสียงกัดกร่อนดังแ่เบา ปลายขนนกแข็งๆ ค่อยๆ หงิกงอและละลายสลายหายไปในของเหลวขุ่นนั้นทันที! ชายหนุ่มพยักหน้าหงึกหงัก สีหน้าพึงพอใจอย่างยิ่ง
"ใช้ได้ ความเป็กรดด่างเข้มข้นถึงเกณฑ์พอดี"
ทหารเชลยทั้งหลายที่เฝ้ามองอยู่ หน้าซีดขาวไร้หยดเืในพริบตา!
"ละ... ละลายขนวิหค์ได้ในพริบตา..."
"์! นั่นมันน้ำกรดกลืนกระดูก! น้ำศพสลายิญญาชัดๆ!"
รองแม่ทัพเชลยผู้กร้านศึก ขาอ่อนยวบจนเกือบทรุดล้มลงกองกับพื้น
"มัน... มันกำลังปรุงน้ำยาละลายเนืุ้์ เพื่อใช้ทรมานพวกเรา..."
ลู่ชิงไม่สนใจจินตนาการอันวิปลาสของใครทั้งสิ้น เขาสะบัดมือสั่งการ
"เทลงไป... เทช้าๆ ให้ไหลเป็สาย"
อาฝูกลืนน้ำลายก้อนใหญ่ลงคอที่แห้งผาก ก่อนจะค่อยๆ เอียงถังไม้ เทน้ำด่างเข้มข้นลงไปปะทะกับไขมันเดือดในหม้อ!
ฉ่าาาาาาาาาาา!!!
ทันทีที่น้ำด่างปะทะกับไขมันร้อนจัด! ของเหลวทั้งหม้อพลันเกิดปฏิกิริยาเคมีต้านทานกันอย่างรุนแรง! ฟองสีขาวขุ่นฟูฟ่อง พวยพุ่งปะทุเดือดขึ้นมาอย่างบ้าคลั่งจนพองตัวสูงเกือบจะทะลักล้นปากหม้อ!
ทหารเชลยทั้งลานกว้าง แตกฮือวิ่งหนีตายกันอย่างไม่คิดชีวิต!
"ะเิแล้ววววว!!"
"โอสถมารของจอมปีศาจะเิแล้ว!!"
ทหารร่างั์นายหนึ่งใสติแตก วิ่งสะดุดขาตัวเองหน้าทิ่มลงไปคลุกกองมูลวัว อีกคนะโหลบแรงะเิที่ไม่มีอยู่จริง จนพลาดตกลงไปแช่ในโอ่งน้ำเย็นเฉียบ! ลานดินที่เคยเงียบสงบ พลันโกลาหลวุ่นวายราวกับสมรภูมิรบทัพแตกพ่าย!
ลู่ชิงเห็นความวุ่นวายก็สบถลั่น แผดเสียงตวาดก้อง
"ไอ้พวกโง่เง่าเต่าตุ่น! แค่ปฏิกิริยาน้ำด่างกัดกินไขมันร้อนๆ จะวิ่งแหกปากหาบรรพบุรุษพวกเ้ารึไง!"
ทว่า... ไม่มีทหารยุคโบราณคนใดเข้าใจหลักการทางวิทยาศาสตร์แม้แต่คำเดียว ประโยคที่ลู่ชิงะโออกไป ยิ่งไปกระตุ้นความหวาดผวาให้พุ่งถึงขีดสุด!
"ดะ... ด่างกัดกินไขมันเนื้อ!!"
"มันยอมรับแล้ว! มันกำลังหลอมน้ำกรดสลายเืเนื้อ!!"
"จบสิ้นแล้ว ชีวิตพวกเราจบสิ้นแล้ว!"
ลู่ชิงแทบอยากจะยกหม้อเหล็กขึ้นมาฟาดหัวคนมโนเก่งทั้งหมู่บ้านให้รู้แล้วรู้รอด เขาระงับโทสะ สั่งลดไฟในเตาลง ก่อนจะลงมือกวนผสมของเหลวข้นหนืดในหม้ออย่างสม่ำเสมอเป็จังหวะ หยาดเหงื่อเริ่มผุดพรายไหลอาบขมับ
เวลาล่วงเลยไปอย่างเชื่องช้า... ของเหลวสีขาวขุ่นเริ่มจับตัวเหนียวข้นคล้ายกาวกวน เพื่อดับกลิ่นสาบสางของน้ำด่างและไขมันสัตว์ เขาหยิบเอาสมุนไพรตากแห้ง เปลือกไม้หอม และกลีบดอกไม้ป่าที่บดละเอียด โยนสาดลงไปผสมคลุกเคล้าอีกหลายกำมือ กลิ่นหอมละมุนของพฤกษา เริ่มตลบอบอวลเข้ามาแทนที่กลิ่นคาวมรณะ
ลู่ชิงถอนหายใจยาว วางไม้พายลง
"เฮ้อ... ในที่สุดก็เสร็จสมบูรณ์เสียที"
เขาชี้ปลายคางไปยังกระบอกไม้ไผ่ที่ถูกผ่าครึ่ง วางเรียงรายไว้บนโต๊ะ
"เทลงใส่พิมพ์ให้หมด"
ทหารเชลยสองนาย ถูกกะเกณฑ์ให้เดินมารับหม้อต้มด้วยสีหน้าที่บิดเบี้ยว ราวกับว่าพวกเขากำลังประคองโอบอุ้มบุตรแห่งยมทูตอยู่ในอ้อมแขน สองมือของยอดทหารสั่นระริกจนของเหลวแทบกระฉอกตกพื้น
และเมื่อของเหลวข้นหนืด ถูกเทลงหยอดในแม่พิมพ์ไม้ไผ่เสร็จสิ้น... ทหารเชลยทุกคนในบริเวณนั้น ต่างก้าวถอยหลังร่นพร้อมกันสามก้าวรวด! ราวกับเกรงกลัวว่าศิลามรณะเหล่านี้ จะะเิพ่นพิษล้างโลกได้ในทุกเสี้ยวลมหายใจ!
หลังจัดการกระบวนการทำสบู่เสร็จสิ้น... ลู่ชิงเดินเอามือไพล่หลัง ลากเท้ากลับเข้ามาภายในกระท่อมดินของตนเอง
พื้นห้องที่เคยเรียบสนิท บัดนี้ถูกขุดลอกเป็ร่องลึกขนาดใหญ่ โครงข่ายอุโมงค์อิฐและหิน ทอดยาวคดเคี้ยวสลับซับซ้อนอยู่ใต้ผืนดิน ประดุจลำตัวของพญาั ทหารเชลยหลายนาย กำลังก้มหน้าก้มตาวางแผ่นหินชนวนแผ่นสุดท้ายเพื่อปิดทับปากอุโมงค์อย่างเร่งรีบ
บางคนหลังมือแตกจนเืสีสดซึมออกมาเพราะอากาศที่หนาวจัด บางคนไอค่อกแค่กจนตัวงอเป็กุ้งต้ม บางคนริมฝีปากม่วงคล้ำสั่นระริก
ลู่ชิงทอดสายตามองความยากลำบากนั้นอย่างเงียบงัน... ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความผูกพันใดๆ
"หากพวกเ้ายังมัวแต่งุ่มง่ามชักช้าอยู่เช่นนี้..."
"คืนนี้ พวกเ้าคงได้หนาวตายกลายเป็ศพ ก่อนที่ข้าจะได้อาบน้ำอุ่นๆ เป็แน่"
เพียงแค่ประโยคเด็ดขาดประโยคเดียว... ทุกคนก็สับมือทำงานเร็วขึ้นเป็สามเท่าทันที!
ไม่นานนัก... เตียงคังอัคคีใต้พิภพก็ถูกสร้างเสร็จสมบูรณ์ ปิดทับด้วยแผ่นหินชนวนเรียบกริบ ลู่ชิงเดินออกไปที่ปากเตาด้านนอก โยนท่อนฟืนแห้งสนิทลงไป
พรึ่บ!
เปลวไฟสีแดงฉานลุกโชนสว่างวาบ! ทว่า สิ่งที่ฝืนกฎเกณฑ์แห่ง์และสร้างความหวาดกลัวให้แก่ผู้เฝ้ามองคือ... เปลวไฟและควันดำ แทนที่จะลอยพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า... มันกลับถูกแรงดูดสุญญากาศสูบกลืนมุดหายลงไปใต้พื้นดินทันที!
กระแสไฟและไอร้อน วิ่งพล่านทะลวงผ่านเขาวงกตอุโมงค์หินใต้พื้นห้อง ก่อนจะพุ่งระบายออกทางปล่องควันที่ปลายทาง นี่คือวิศวกรรมการดึงไอร้อน แต่ในสายตาคนโบราณ... นี่คือการอัญเชิญไฟลงไปเลี้ยงดูิญญาบาปในขุมนรก!
ลู่ชิงเดินกลับเข้ามาภายในห้องพัก เขาทาบฝ่ามือลงบนแท่นเตียงหินชนวนที่ถูกปิดทับมิดชิด
อุ่น... มันอุ่นซ่านอย่างสมบูรณ์แบบ ความร้อนละมุนละไม แผ่ซ่านผ่านฝ่ามือ วิ่งพล่านเข้าสู่เส้นเืที่เย็นเฉียบ และซึมลึกเข้าไปปลอบประโลมถึงกระดูกดำ
ชายหนุ่มตัวแข็งค้างไปชั่วขณะ จากนั้น... เขาก็พุ่งหลาว โถมตัวขึ้นไปบนเตียงหินทันที!
ฟุบ!
ร่างทั้งร่าง แผ่สยายกางแขนกางขาแนบชิดกับแผ่นหินอุ่นจัด ใบหน้าหล่อเหลาจมดิ่งลงบนหมอนขนนกวิหค์ ดวงตาของลู่ชิงสั่นไหวระริก หยาดน้ำตาแห่งความตื้นตันใจ เอ่อรื้นขึ้นมาที่หางตาจริงๆ เป็ครั้งแรก
"แม่งเอ๊ย..."
"นี่มัน... ์บนดินชัดๆ..."
เขาถูไถใบหน้าไปมากับหมอนนุ่มอย่างบ้าคลั่ง หัวเราะร่าออกมาอย่างมีความสุขที่สุดในรอบหลายเดือน
"คืนนี้... หากมีสุนัขตัวไหนกล้ามาเคาะประตูปลุกข้า... ข้าจะลุกขึ้นไปจับมันเชือด ล้างโคตรตระกูลให้สูญพันธุ์เลยคอยดู..."
ทว่า ณ มุมห้องอีกด้านหนึ่ง บริเวณด้านนอกกระท่อม เหล่าทหารเชลยศึก กำลังตกอยู่ในสภาวะสติแตกหมู่อย่างสมบูรณ์แบบ!
ทหารร่างบึกบึนคนหนึ่ง กำลังนั่งกัดนิ้วตัวเองจนเืสาด ใช้หยาดโลหิตเขียนพินัยกรรมลงบนเศษผ้าป่านอย่างเร่งรีบ
"ถึงฮูหยินยอดรักของข้า... หากแม้นชาติหน้ามีจริง... เ้าจงไปแต่งงานกับพ่อค้าหมูเถิด อย่าได้ตกลงปลงใจกับชายชาติทหารเช่นข้าอีกเลย..."
ทหารอีกคนนอนกอดเสาไม้หน้ากระท่อม ร้องไห้สะอึกสะอื้นเรียกหามารดาบังเกิดเกล้า
"ท่านแม่... ลูกคงไม่ได้กลับไปกอดท่านแล้ว... ลูกอกตัญญูยิ่งนัก..."
อีกคนถึงขั้นพยายามจะเอาหัวพุ่งชนกำแพงดิน หวังจะปลิดชีพตนเองให้พ้นทุกข์ ก่อนที่จะถูกจับย่างสด!
รองแม่ทัพเชลยนั่งน้ำตาไหลพราก เสียงสั่นเครือปานจะขาดใจ
"พวกเ้าเห็นหรือไม่... มันทาบมือลงบนแผ่นหิน... มันกำลังทดสอบอุณหภูมิของแท่นย่างเนืุ้์ให้ได้ที่..."
เงาสังหารยอดนักฆ่าผู้ไร้หัวใจ บัดนี้น้ำตาไหลอาบสองแก้ม สะอื้นจนตัวโยน
"และในคืนนี้... เมื่อแท่นศิลาร้อนระอุทะลุขีดสุด... มันก็จะลากคอพวกเราเข้าไปย่างสด แล้วกัดกินเนื้อพวกเราแกล้มสุราเป็แน่แท้..."
ทันใดนั้นเอง! เสียงะโก้องของลู่ชิง ก็ดังกังวานทะลุฉากกั้นไม้ออกมา
"ต้มน้ำร้อนเสร็จหรือยังวะ!!"
ทุกคนภายนอกสะดุ้งสุดตัว หัวใจแทบหยุดเต้น! ถังไม้แช่ตัวใบั์สองใบ ถูกทหารเชลยหามเข้ามาตั้งไว้หลังฉากกั้นอย่างรวดเร็ว พร้อมกับน้ำร้อนเดือดที่เทใส่จนไอน้ำพวยพุ่งตลบอบอวล
ลู่ชิงเดินหาวหวอดออกมาจากหลังฉากกั้น โดยมีเพียงผ้าเตี่ยวผืนบางพันรอบเอวสอบ เผยให้เห็นแผ่นอกและมัดกล้ามที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวที่เปื้อนคราบฝุ่นโคลน ทหารเชลยที่ยกถังน้ำมา กลั้นหายใจจนหน้าดำหน้าแดง ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าสบตา
ชายหนุ่มเอื้อมมือไปหยิบก้อนศิลาสีขาวขุ่นก้อนแรกที่เพิ่งแกะออกจากแม่พิมพ์ขึ้นมา เขาจ้องมองมันด้วยแววตาปลาบปลื้มหลงใหล ราวกับมองก้อนทองคำ
"วิเศษ... แข็งตัวสมบูรณ์แบบจริงๆ ด้วย"
จากนั้น เขาก็โยนก้อนศิลานั้น ลงไปในถังน้ำร้อนทันที! เพียงชั่วอึดใจ... ฟองสีขาวละมุน ก็เริ่มปะทุและฟูฟ่องกระจายเคลือบไปทั่วผิวน้ำ!
ลู่ชิงไม่รอช้า ทิ้งตัวลงไปแช่ในถังน้ำร้อนจัดนั้นทันที!
"อ๊าาาาาาาาาาา..."
เสียงครางทุ้มต่ำที่เปี่ยมล้นไปด้วยความสุขสมระดับนิพพาน ดังก้องสะท้อนไปทั่วกระท่อม ราวกับดวงิญญานับพันปีที่ถูกจองจำ ได้รับการปลดปล่อยให้เป็อิสระ!
เขาชโลมน้ำ นำก้อนศิลาสีขาวมาลูบไล้ถูไถไปทั่วเรือนร่าง... คราบไคลสีดำเมี่ยม ฝุ่นควัน และมลทินที่เกาะกุมิัมาเนิ่นนาน... พลันหลุดลอกสลายตัว ไหลย้อยทะลักออกจากรูขุมขนเป็สายน้ำสีหมึก! น้ำใสสะอาดในถัง ค่อยๆ แปรเปลี่ยนสภาพเป็สีเทาดำขุ่นคลั่กอย่างน่าสะพรึงกลัว!
อาฝูที่แอบชะโงกหน้ามองผ่านรอยแยกของฉากกั้น ถึงกับเบิกตากว้าง ร่างกายสั่นสะท้านไปถึงขั้วิญญา!
"ทะ... ท่านแม่ทัพ! ท่านแม่ทัพกำลังใช้ศิลาโอสถ ขับพิษขับมลทินออกจากร่าง!!"
รองแม่ทัพเชลยที่แอบฟังอยู่ด้านนอก ได้ยินประโยคนั้นเข้าแทบจะสลบเหมือดไปตรงนั้น!
"์! มันกำลังชำระล้างผลัดเปลี่ยนไขกระดูก ลอกคราบมรรตัย ชำระล้างปราณมารให้บริสุทธิ์... ก่อนที่จะเริ่มต้นมหกรรมสังหารหมู่ในค่ำคืนนี้แน่ๆ!!"
แต่ทว่า ภายในถังไม้อันแสนสบายนั้น... ลู่ชิงเอนหลังพิงขอบถังไม้ ขยับคอไปมาอย่างผ่อนคลาย สีหน้าของชายหนุ่ม สงบสุขอิ่มเอมเหนือสิ่งอื่นใดในสามภพ
"ได้แช่น้ำร้อนจัดๆ..."
"มีเตียงหินศิลาอุ่นๆ รออยู่..."
"มีหมอนขนวิหคหนานุ่มให้หนุนคอ..."
"อา... นี่แหละโว้ย รสชาติของความเป็มนุษย์ที่คู่ควร..."
ภายนอกกระท่อม... ท่ามกลางลมหนาวที่พัดกรรโชก เหล่าทหารเชลยศึกทั้งเก้าสิบเก้านาย กำลังกอดคอกันร้องไห้ระงม เตรียมตัวรับมือกับค่ำคืนแห่งหายนะและแท่นย่างมนุษย์
ในขณะที่... ต้นเหตุของความหวาดผวาระดับโลกาวินาศทั้งหมดทั้งปวง... กลับกำลังนั่งหลับตาพริ้ม แช่น้ำร้อนถูสบู่ ถูขี้ไคลอย่างเมามัน... มีความสุขและสบายอารมณ์ที่สุดในชีวิต ราวกับจักรพรรดิผู้เกียจคร้านเหนือล้า... ที่ไม่ขอรับรู้ความทุกข์ร้อนใดๆ ของใครทั้งสิ้น!
—
ณ มหานครหลวง หลงเทียน ศูนย์กลางแห่งอำนาจที่รุ่งเรืองที่สุดในใต้หล้า
หิมะแรกแห่งปีโปรยตัวลงมาจากท้องนภาอย่างเงียบงัน กำแพงวังสีชาดทอดยาวสุดสายตา กระเบื้องทองคำบนตำหนักหลวงสะท้อนแสงเทียนยามบ่าย ทว่ากลับดูหนาวเหน็บและอ้างว้าง
แต่ภายใน ท้องพระโรงั์ บรรยากาศกลับร้อนระอุและกดดัน ราวกับกำลังยืนอยู่บนปากปล่องูเาไฟที่รอการปะทุ
ตึงงงงง—!
บานประตูทองคำสลักลายัถูกผลักกระแทกเปิดออกอย่างรุนแรง! ราชองครักษ์รักษาการณ์สองนายกระเด็นล้มกลิ้งไปกับพื้นหินขัดมัน บุรุษในชุดเกราะทหารส่งสารม้าเร็ว พุ่งโซเซเข้ามาด้วยร่างกายที่อาบชโลมไปด้วยโลหิตและเกล็ดน้ำแข็ง เกล็ดหิมะเกาะตัวหนาเตอะเต็มเส้นผมและคิ้ว ริมฝีปากแห้งแตกจนเืสีสดซึมไหล เล็บมือของเขาหลุดลอกไปกว่าครึ่งจากการจับบังเหียน ควบม้าฝ่าพายุหิมะต่อเนื่องหลายวันหลายคืน
เขาก้าวโซเซเข้ามาได้เพียงสิบก้าว... ก็หมดเรี่ยวแรง ทรุดลงคุกเข่ากระแทกพื้นอย่างแรง
ปัง!
พื้นหินหยกขาวถึงกับแตกร้าวเป็เส้นใยแมงมุม ทว่า สองมือที่สั่นสะท้านยังคงยกกระบอกฎีกาสีชาดขึ้นเหนือศีรษะสุดแขน
"ฎีกาด่วนระดับัโลหิต... จากชายแดนตะวันตก... พ่ะย่ะค่ะ!"
ทั่วทั้งราชสำนักพลันเงียบงันประดุจป่าช้า ฮ่องเต้ที่ประทับอยู่บนบัลลังก์ัทองดีดพระวรกายลุกขึ้นยืนทันที พระพักตร์เคร่งเครียดมืดทะมึน เพราะกฎมณเฑียรบาลระบุชัด... ฎีการะดับนี้ จะถูกเบิกใช้ก็เฉพาะยามที่แว่นแคว้นกำลังก้าวสู่ความล่มสลายเท่านั้น
ขันทีใหญ่หน้าซีดเผือด รีบรับฎีกาไปประคองส่งต่อให้มหาอำมาตย์เฒ่า ชายชราผู้กุมอำนาจบริหารคลี่ม้วนกระดาษออก เพียงกวาดสายตาอ่านได้ไม่กี่บรรทัด... ใบหน้าที่เคยทรงภูมิก็ซีดขาวราวกับคนตาย มือทั้งสองข้างเริ่มสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้
พลั่ก!
มหาอำมาตย์ทรุดตัวลงคุกเข่ากระแทกพื้น ทั้งที่มือยังกำม้วนฎีกาแน่น
"ฝะ... ฝ่าา... แม่ทัพเกราะดำ... ร้องขอถอนกำลังทหารม้าหนึ่งหมื่นห้าพันนาย... ออกจากชายแดนทั้งหมดพ่ะย่ะค่ะ"
ทั่วทั้งท้องพระโรงะเิเสียงโกลาหลขึ้นในทันที!
"เหลวไหลสิ้นดี!" แม่ทัพฝ่ายบู๊ก้าวพรวดออกมาจากแถวด้วยความเดือดดาล "กองทัพม้าเหล็กหนึ่งหมื่นห้าพันนายอันเกรียงไกร จะไปหวาดกลัวหมู่บ้านชาวนากระจอกๆ แห่งหนึ่งได้อย่างไร!?"
เสนาบดีคลังรีบก้าวออกมาสวนกลับทันควัน "หากส่งกำลังเสริมไปบีบคั้น แล้วอีกฝ่ายปล่อยม่านพิษล้างผลาญเข้าสู่นครหลวงเล่า จะรับผิดชอบไหวหรือ!?"
ขุนนางฝ่ายบุ๋นะโแทรกขึ้น "เราควรส่งราชทูตไปเจรจา!"
แม่ทัพอีกฝ่ายคำรามลั่นท้องพระโรง "เจรจากับมารนอกรีต? ท่านเสียสติไปแล้วหรือ! หากปล่อยปละละเว้น มันจะซ่องสุมสร้างกองทัพมารเพิ่ม! หากบุกโจมตี มันอาจคลุ้มคลั่งสังหารคนทั้งแผ่นดิน! แต่หากล่าถอย ใต้หล้าจะหัวเราะเยาะราชสำนักของเร