ตอนที่ 119กระตุกหนวดเสือ!
ครูสมศักดิ์จึงพูดต่อไปว่า“เอาล่ะคนต่อไปก็แนะนำตัว เอาแบบที่เป็นของตัวเองอย่าลืมบอกว่าจบมาจากโรงเรียนไหนด้วยนะ!” ดังนั้นพอคนต่อ ๆมาจึงได้พูดจาฉะฉาน แนะนำตัวกันอย่างคล่องแคล่ว
เป็นบรรยากาศ ที่เสือน้อยสร้างทิ้งเอาไว้ให้จึงทำให้ทุกคนผ่อนคลายกันเป็นอย่างมาก
เสือน้อยส่ายหน้าแอบบ่นอุบในใจ“วันนี้ไม่ใช่วันของกู”
เขาหัวเราะทั้งน้ำตาอยู่ภายในใจแต่ทว่าเห็นคนอื่นมีความสุข แนะนำตัวกันอย่างสนุกสนานเขาเองก็ดีใจอย่างน้อยก็คลายบรรยากาศให้เพื่อน ๆ ร่วมห้องได้บ้าง เขาพยายามรวบรวมพลังบวกให้กำลังใจตัวเอง
ปรากฏว่าฟังไปฟังมามีนักเรียนเก่าครึ่งหนึ่งใหม่ครึ่งหนึ่ง พวกนักเรียนเก่า ๆก็คุ้นหน้าเสือน้อยเป็นอย่างดีในฐานะมาสคอตประจำโรงเรียน…ส่วนตัวเขาก็จำหน้าเพื่อนร่วมห้องได้ไม่น้อยเลย เพราะเขายืนขายของอยู่หน้าโรงเรียนเป็นประจำ
ส่วนนักเรียนที่เข้ามาใหม่โดยมากมักจะเป็นเพื่อนผู้หญิง ซึ่งหลายคนเสือน้อยมองดูก็ทั้งสวยทั้งน่ารักบางคนก็น่ารักถึงขนาดเป็นดาวเด่นโรงเรียนได้สบาย ๆ
ทำให้ไอ้สิงหา ต่ายและไอ้เข้ม สามสหายมองกันจนตาเยิ้ม
วันนี้ทั้งวันส่วนใหญ่ก็เป็นการแนะนำแนวทางการเรียนวิชาแต่ละรูปแบบจะออกมาในรูปแบบไหน อีกทั้งอุปกรณ์การเรียน เช่น พวกกระดานวาดภาพสีน้ำ พู่กัน ซึ่งจำเป็นต้องใช้ในการเรียน
เสือน้อยยังไม่ลืมขายของโดยเขาบอกกับเพื่อนร่วมห้องหน้าใหม่ด้วยว่า“ทุกคน…ของทั้งหมดสามารถหาซื้อได้ภายในร้านทองสุขนะ!” เขาพูดขายของอยู่ยกใหญ่หลังจากที่อายในการเปิดตัว เขาหน้าด้านหน้าทน ไม่มีอะไรให้อายไปกว่านี้แล้ว
พอตกเย็นมาเสือน้อยก็เดินตะลอน ๆ ไปทั่วทั้งโรงเรียน พอเขารู้ข่าวว่าไอ้ทรพีมันย้ายไปเรียนที่สาธิตเกษตรฯ ตัวเขาเองก็รู้สึกสบายตัวสบายใจจึงเดินตัวปลิว
หน้าใบที่ยิ้มแต้มองไปทางไหนก็ดีไปหมด ติดแค่อย่างเดียวนั่นก็คือไม่มีเหมือนฝันอยู่เคียงข้าง พอแล้วคิดแล้วก็ใคร่เศร้าใจ
พอนึกถึงเหมือนฝันก็พลอยนึกถึงกลุ่มแก๊งนางฟ้าของเธอซึ่งตอนนี้ส่วนใหญ่ ก็เรียนอยู่ที่นี่เช่นเคย แต่ก็แยกกระจัดกระจายไปคนละห้อง
เรียกได้ว่าอยู่กันครบ…ยกเว้นเหมือนฝันคนเดียว
……
ทั้งสัปดาห์มานี้มะปรางมักจะแวะมาเยี่ยมมาหาเขาบ่อย ๆ ทำเอาตัวเขา ทำตัวไม่ถูกอยู่เหมือนกันเพราะบรรยากาศที่ส่งมาจากตัวเธอเปล่งปลั่งสดใสร่าเริงยิ่งขับให้เธอดูโดดเด่นสะดุดตามากขึ้นไปอีก
มะปรางกับเหมือนฝันถูกเรียกด้วยฉายาว่าเป็นสองสาวดาวฤกษ์แห่ง ‘ราศีเมถุน’ หรือที่เรียกอีกอย่างว่า ‘ราศีคนคู่’ ในตอนอยู่ม.ต้น
แต่ว่าพอขึ้น ม.ปลายมาเหลือเพียงเธอคนเดียว ก็ยิ่งเป็นที่จับตามองของชายหนุ่ม ม.ปลาย
เธอแวะเวียนมาเยี่ยมมาหาเขาบ่อยมากทำให้คนอื่นรู้สึกได้ว่าทั้งคู่เข้ากันได้ดีเป็นอย่างมากเวลาที่เดินด้วยกันส่วนเสือน้อยก็ไม่ได้ปฏิเสธหรือขับไล่ไสส่งมะปรางแต่อย่างใด
อย่างแรกก็เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็กอีกอย่างเธอก็เป็นเพื่อนสนิทของเหมือนฝันแถมที่สำคัญเธอยังเป็นแฟนคนแรกของตัวเขาด้วย!
เสือน้อยพยายามวางตัวให้ถูกแต่ก็ติดที่เจ้าหล่อนตามติดแจพอบ่นเข้าหน่อยเจ้าตัวก็ทำหน้ายู่น้ำตาคลอ ทำให้เขาจนใจ จึงปล่อยเลยตามเลยถือเสียว่าเป็นการทดสอบใจตัวเอง
แต่ว่าเสือน้อยก็ไม่ยอมอยู่เฉยๆ แอบไปยุแยงพวกผู้ชายที่พึ่งเข้ามาใหม่ ๆ ให้ไปจีบเธอซึ่งโพรไฟล์แต่ละคนก็หล่อรวยกันทั้งนั้น เผื่อว่าจะเบี่ยงเบนดึงความสนใจของเธอให้หันไปชอบพวกหนุ่ม ๆ เหล่านั้นได้!
พอพวกผู้ชาย ม.ปลายโดยเฉพาะเด็ก ม.4 ที่พึ่งเข้ามาใหม่ ๆเห็นว่าเสือน้อยไฟเขียวอนุญาตแถมให้ท้ายส่งเสริม จึงพากันไปเที่ยวตามจีบหล่อนจนทำเอามะปรางแทบไม่มีเวลาพักหายใจหายคอ
คำว่าสวยจนมีผู้ชายเข้ามารุมล้อมก็เป็นแบบนี้เอง
ตัวเธอสามารถตัดสินใจเลือกได้ตามใจชอบเลยเพราะมีเข้ามาให้เธอเลือกไม่ขาดสาย! จะหล่อตี๋แบบจีน หรือหล่อเข้มแบบไทยฐานะบ้านเป็นแบบไหนมีหมดครบทุกรูปแบบ
ทั้งอาทิตย์ที่ผ่านมาดูเหมือนกลุ่มสี่สหายจะเหลืออยู่แค่สองคน นั่นก็คือเสือน้อยกับเข้ม แต่โดยหลักแล้วเขามักจะนั่งเล่นโน้ตบุ๊กอยู่คนเดียว
ส่วนไอ้เข้มก็เที่ยวไปเที่ยวมาโดยมากมักจะไปนั่งอี๋อ๋อกับแฟนสาวของตัวเอง ที่พอเธอขึ้น ม.ปลายได้ไว้ผมยาวก็ยิ่งทำให้เธอสวยโดดเด่นขึ้นมาเรื่อย ๆ
เสือน้อยเห็นก็แอบครุ่นคิดในใจ“ถึงว่าเส้นผมเนี่ย มันเป็นส่วนสำคัญของผู้หญิงจริง ๆ พอผมยาวเข้าหน่อยก็เริ่มสวยประจวบกับยิ่งโตทรวดทรงองค์เอวก็ยิ่งเติบใหญ่ไปตามอายุ…”
ส่วนไอ้สิงหากับไอ้ต่ายทั้งสองก็ไปกะลิ้มกะเหลี่ย อยู่กับสองสาวสวยคนใหม่ประจำห้องโดยอ้างว่าจะทำตัวเป็นเจ้าบ้านที่ดีในฐานะที่เรียนมาก่อน ทั้งสองจึงหายหัวไปเลยทั้งคู่!
……
วันหนึ่งขณะที่เสือน้อยกำลังนั่งเอนหลังคิดโน่นคิดนี่ไปเรื่อย
ยักษ์ลูกสมุนคนสนิทก็วิ่งเข้ามารายงานด้วยท่าทีร้อนรน“พี่เสือแย่แล้ว…ไอ้ใหญ่มันถูกรุมกระทืบ!”
พอได้ยินคำนี้เสือน้อยก็สะดุ้งเฮือก แววตาเพชฌฆาตฉายเปล่งประกายออกมา พร้อมพูดเสียงเข้ม “ใครกล้าทำน้องกู!?”
เจ้าแฝดนรกนี่ตัวเขาเองก็รักทั้งสองเหมือนน้องแท้ ๆ จะบอกว่ามากกว่ายัยนกแก้วตัวแสบก็ไม่เกินเลย เพราะว่าพวกเขาเติบโตมาด้วยกัน! เล่นหัวมาด้วยกันทั้งสองเหมือนแขนซ้ายแขนขวาขาดไปไม่ได้เลย
ยักษ์พูดไปหอบไป“เป็นพวกแก๊ง ม.4 ที่พึ่งเข้ามาเรียนใหม่พี่…”
“มัวแต่พูดอยู่นั่นแหละรีบพากูไปเร็ว!” เสือน้อยตบหัวเจ้ายักษ์ไปทีหนึ่ง เพื่อเตือนสติก่อนรีบวิ่งตามกันไปยังจุดเกิดเหตุ
พอมาถึงที่ก็มองเห็นสภาพสะบักสะบอมของเจ้าใหญ่
ตัวเขาก็ดวงตาแดงก่ำรู้สึกเจ็บแทนน้อง จึงกวาดสายตาไปโดยรอบ เพื่อพยายามหาตัวต้นเรื่อง
ส่วนพวกรุ่นน้องที่รู้จักมักจี่กับเสือน้อยมานานก็พูดขึ้นว่า“มันกระทืบเสร็จก็วิ่งแยกย้ายหนีหายไปแล้วพี่เสือ!”
เพื่อนร่วมห้องคนสนิทของใหญ่พูดขึ้น“เพราะมุมที่กระทืบเป็นหลังห้องน้ำที่ไม่มีกล้องวงจรปิดมันจึงลากไอ้ใหญ่ไปรุมกระทืบครับพี่เสือ”
“ใคร หน้า ไหน เป็นคน ทำ…บอกกูมา!?” เสือน้อยเค้นเสียงเย็นเยียบ
“มันชื่อไอ้กั้ง ม.4ห้องสิบครับพี่!”เพื่อนในกลุ่มของเจ้าใหญ่รายงานลูกพี่เสือละเอียดยิบเพราะรู้สึกผิดที่มาช่วยเพื่อนไม่ทัน
เสือน้อยฟังดังนั้นจึงตัดสินใจปล่อยเรื่องพวกมันผ่านไปก่อนและมองดูสภาพอนาถของน้องชายตัวเอง ก็อดเป็นห่วงขึ้นมาไม่ได้จึงตะโกน“ไอ้ยักษ์โทรไปตามรถพยาบาลเร็วเข้า!”
จากนั้นเขาหันไปสั่งรุ่นน้องต่อ“พวกมึงทุกคนรีบไปหาเปลหาม มาจากห้องพยาบาล หรือฝ่ายปกครองก็ได้เร็ว ๆเข้านะโว้ย!”
ส่วนยักษ์รู้ดีว่าเสือน้อยจะให้ไปโรงพยาบาลไหนจึงโทรไปหารถฉุกเฉินของโรงพยาบาลเรือใบ ให้มารับน้องชายฝาแฝดของตัวเอง
ตัวเสือน้อยเองมีเงินเหลือส่วนใหญ่เวลามีพวกป้า ๆ น้า ๆ มาขายประกันก็ใส่ชื่อทั้งสองคนไป ทุกวันนี้ทั้งสี่คนพี่มอส ยักษ์ ใหญ่ นกแก้ว ต่างก็มีบัตรประกันเต็มกระเป๋า
หลังจากนั้นก็หามเจ้าใหญ่ส่งโรงพยาบาลแน่นอนว่าเรื่องนี้ย่อมไปถึงห้องปกครอง!
โดยให้เจ้ายักษ์ออกหน้าร้องเรียนแทนเรื่องแบบนี้เจ้าตัวชำนาญนักแหละ เพราะอยู่กับลูกพี่ตนเองมานานส่วนเรื่องหาพยานหลักฐานยิ่งไม่ต้องเป็นห่วง เพราะเป็นงานประจำของทั้งคู่!