09
สัมภาษณ์รายการ
“ยินดีต้อนรับน้องมอนเน่เข้าสู่รายการ ‘คุยฟุ้งเื่ตัวเอง’นะครับ เป็อย่างไรบ้างครับกับเซอร์ไพรส์ที่ทางรายการเตรียมไว้ให้”
“สวัสดีค่ะพี่พิกกี้ ส่วนเซอร์ไพรส์… มอนเน่ใมากค่ะไม่คิดว่าทางรายการจะพาแฟนคลับของมอนเน่มาไม่เห็นมีลงในกลุ่มบ้านเบสเลยค่ะ อุ๊บ” เด็กสาวยกมือขึ้นปิดปาก เธอเผลอปูดความลับว่าตนเองมีแอ็กเคานต์ลับเอาไว้ส่องแฟนคลับออกไปเสียแล้ว
‘น้องส่องเราจริง ๆ ด้วย’
‘มอนเน่บอกไอดีมาเดี๋ยวนี้เลยน้าาา’
‘ส่องไปก็เจอแต่ความรักของพวกเราเท่านั้นแหละ’
“ใช่ค่ะ เจอแต่หัวใจจริง ๆ”ว่าแล้วก็ยกแขนงุ้มเข้าหากันเป็รูปหัวใจเหนือศีรษะ มอบหัวใจดวงใหญ่ ๆตอบแทนความรักจากทุกคน
‘กรี๊ดดดดดด!!!’
“เสียงดังแบบไม่ต้องพึ่งเอฟเฟกต์เลยนะครับเนี่ย”พิกกี้ยิ้มให้กล้องที่ตัดมาทางตัวเองเพื่อดำเนินรายการต่อ
“เป็ไปได้ก็อยากจะกรี๊ดแข่งกับทุกคนเหมือนกันค่ะ”
เพราะเธอดีใจมาก ดีใจที่ได้เจอกับแฟนคลับอีกครั้งแต่ลึก ๆ ก็แอบรู้สึกผิดที่ไม่สามารถเดบิวต์จากเวทีที่แล้วได้สำเร็จไม่อย่างนั้นวันนี้ทุกคนคงได้ไปตามเชียร์เธอในรายการเพลงไปแล้ว
“เราได้เจอกันเป็ครั้งที่ 3 แล้วใช่ไหมครับ”พิธีกรหนุ่มเริ่มการสัมภาษณ์ด้วยการพูดคุยย้อนความหลังเพื่อให้แขกรับเชิญรู้สึกถึงความเป็กันเองมากยิ่งขึ้น
“ใช่ค่ะ ครั้งที่สามแล้ว”มอนเน่ทำท่านับนิ้ว “มาครั้งแรกน่าจะตอน 9 ขวบ ครั้งที่สองก็ตอน 15 ปีแล้วก็คราวนี้ 17 ปีค่ะ”
“ทุก ๆครั้งที่มาก็มีพัฒนาการความสวยที่ทำเอาพี่ตะลึงสุด ๆ” ตอนเป็เด็กก็ว่าน่ารัก พูดจาฉะฉาน น่าเอ็นดู มาตอนนี้กลายเป็สาวสวยที่พร้อมจะกระชากใจใครสักคนที่เผลอสบตาสีฟ้าน้ำทะเลคู่นั้นไปเสียแล้ว
“ขอบคุณค่ะแต่มอนเน่จะไม่หยุดสวยแค่นี้หรอกนะคะ” ว่าแล้วก็ส่งวิงก์ให้กล้องไปหนึ่งทีเรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนคลับที่คอยเชียร์อยู่รอบ ๆ เสียงดังระงม
“แล้วเป็อย่างไรบ้างครับกับการไล่ตามความฝัน ครั้งนี้… ก็ไม่ได้เดบิวต์อีกแล้ว รู้สึกอย่างไรบ้าง”ทันทีที่จบคำถาม กลุ่มแฟนคลับที่มาให้กำลังใจต่างพากันลดป้ายไฟลงโดยไม่รู้ตัวดวงตาหลุบลงอย่างไม่กล้าสู้หน้าคนที่พวกเขาเชียร์
“ถึงจะเสียดาย แต่มอนเน่เชื่อว่าเราทุกคนได้ทำเต็มที่แล้วค่ะทุกมิชชัน ทุกเวทีมอนเน่เห็นทั้งตัวเองและแฟนคลับใส่ทุกอย่างเท่าที่เราจะทำได้ลงไปแล้วถึงผลจะออกมาไม่เป็อย่างที่หวัง แต่ถ้ายังไม่หยุดเดินคงมีสักวันที่เป็วันของพวกเราบ้างค่ะ”
มอนเน่ย่อมััได้ถึงความผิดหวังที่แฟนคลับแผ่ออกมาในวันประกาศผลพวกเขาเสียใจกันแค่ไหน มีหรือเธอจะมองไม่เห็นหากไม่ติดว่าจะเป็การเสียมารยาทต่อรายการที่กำลังดำเนินอยู่เธออยากจะเดินลงจากเวทีไปกอดพวกเขาให้ครบทุกคน
อยากจะขอโทษที่ยังเปล่งประกายไม่มากพอขอโทษที่ทำให้ต้องผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำอีกถ้าเป็ไปได้ก็อยากจะประสบความสำเร็จให้เร็วกว่านี้ ให้พวกเขาได้ภาคภูมิใจและยืดอกได้อย่างเต็มที่ว่าเลือกรักคนไม่ผิด
“พี่เชื่อนะครับ...ว่าสักวันแสงไฟบนเวทีจะต้องสาดส่องมาที่น้องมอนเน่แน่นอนขอแค่น้องยังพยายามและคงความสดใสนี้ไว้ไปจนสุดทางสักวันต้องเป็วันของน้องแน่ครับ” พิกกี้เอ่ยให้กำลังใจจากใจจริง เขาเองก็เป็คนหนึ่งที่คอยกดโหวตช่วยดันยอดให้เธอเสมอเพราะเห็นความมุมานะของเด็กคนนี้มาั้แ่ตัวเล็กๆ
เวลาเกือบสิบปีกับการพิสูจน์ตัวเองหากเป็คนอื่นคงถอดใจไปนานแล้ว แต่เด็กสาวตรงหน้ากลับไม่เคยย่อท้อ เธอกล้าที่จะวิ่งเข้าใส่ทุกสนามแข่งขันขอเพียงแค่มีโอกาสผ่านเข้ามาก็พร้อมจะคว้ามันไว้ แล้วเด็กที่มีหัวใจนักสู้ขนาดนี้จะไม่ให้เขาชื่นชมได้อย่างไร
การสัมภาษณ์่แรกไปจนถึง่กลางเป็เื่เกี่ยวกับการแข่งขันและแผนต่อไปที่กำลังคิดจะทำ
ซึ่งคำตอบของมอนเน่ก็คือการเข้าสู่สนามสอบปลายภาคที่เด็กชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายทุกคนต้องเจอรวมไปถึงการสอบวิชาสามัญที่จะถูกจัดขึ้นในเดือนถัดไป หากผ่านสนามสอบเหล่านี้ไปได้เธอก็จะหมดกังวลเื่การเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยสักที
“่นี้คุณพ่อเริ่มบ่นแล้วค่ะกลัวว่าจะพลาดการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยก็เลยต้องกลับมาให้ความสนใจเื่นี้ก่อน”
“แล้วคิดว่าจะสอบเข้าที่ไหนหรือครับ”
“ถ้าโชคดีก็คงได้เข้ามหา’ลัยดังเหมือนคนอื่นเขาค่ะแต่ถ้าสมองไม่ไหวก็คงไปแบบตามมีตามเกิดติดที่ไหนก็เรียนที่นั่น” เด็กสาวหัวเราะร่วนแสดงออกว่าไม่เคร่งเครียดกับการเรียนที่กำลังเผชิญ
ทั้งที่ความจริงแล้วเธอกังวลมากกลัวว่าหากสอบติดมหาวิทยาลัยไกลบ้านภาระค่าใช้จ่ายจะต้องบานปลาย โดยเฉพาะค่าหอพักและค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันที่คาดเดาไม่ได้ซึ่งล้วนแต่แปรผันตามค่าครองชีพของจังหวัดที่เธอต้องไปอยู่ทั้งสิ้น
“แล้วมีอะไรอยากแนะนำไหมครับในฐานะที่เป็คนหนึ่งที่มุ่งมั่นกับความฝันมาโดยตลอด”
“เื่ความฝันกับเื่การเรียนบางครั้งก็ไปพร้อมกันได้ค่ะแต่อย่าเอาตามอย่างมอนเน่เลยค่ะ พูดจริง ๆ อันนี้ไม่แนะนำให้ทำตามนะคะทางนี้ใช้เวลาซ้อมร้อง ซ้อมเต้นมากกว่าอ่านหนังสือ เลยต้องเข้าสอบไปตามสภาพ แต่ถ้าใครมีคณะในฝันหรือมหาวิทยาลัยที่อยากเข้า อ่านหนังสือเถอะค่ะจับกลุ่มติวกับเพื่อนให้พร้อม อย่าปล่อยให้เวลาสูญเปล่าเลย” มอนเน่หันไปพูดกับกล้องด้วยท่าทีจริงจัง
คุยเื่เรียนเสร็จก็เป็เื่ความฝันการเป็ไอดอลว่าจะเอาอย่างไรต่อมีแผนจะเซ็นสัญญาหรือสมัครเข้าไปเป็เทรนนีที่ไหนบ้างหรือไม่
“ยังไม่มีแผนเื่นี้เลยค่ะตอนนี้คือคิดเื่สอบอย่างเดียวเลย แต่ถ้ามีรายการไอดอลเซอร์ไววัลเปิดอีกก็ไม่แน่นะคะทุกคนอาจจะได้เห็นมอนเน่เข้าไปเป็เด็กฝึกอีกครั้ง”เด็กสาวผู้เข้าร่วมรายการแข่งขันเซอร์ไววัลจนเหมือนเป็บ้านหลังที่สองปิดปากกลั้วหัวเราะ
“แล้วทางแฟนคลับล่ะครับ ว่ายังไงพร้อมซัปพอร์ตไหม!!” เห็นเด็กสาวพูดอยู่นานพิธีกรหนุ่มก็คิดจะซาวเสียงแฟนคลับสักหน่อย ให้แขกรับเชิญมีกำลังใจทำตามความฝันต่อไป
‘พร้อมอยู่แล้ว!!’
‘เงินในกระเป๋าสั่นแล้วเนี่ย พร้อมโอนสุด ๆ’
‘คราวนี้พวกเราต้องพามอนเน่ไปเดบิวต์ให้ได้’
‘ใช่ ๆ คราวนี้น้องต้องได้เด!!’
“ขอบคุณทุกคนมาก ๆ เลยนะคะ”มอนเน่ลุกขึ้นยืนตรงแล้วโค้งศีรษะขอบคุณแฟนคลับจากใจจริง
เมื่อคำถามที่ทางรายการเตรียมไว้ถูกถามออกไปจนหมดพิธีกรก็กล่าวขอบคุณสปอนเซอร์ จากนั้นก็ถ่ายรูปร่วมกับแขกรับเชิญก็เป็อันเสร็จสิ้นงานในวันนี้
“สู้ ๆ นะ พี่จะช่วยตามโหวต” พิกกี้ชูกำปั้นให้ก่อนจะออกจากสตูดิโอไปเหลือแต่ทีมงานที่ยังคงอยู่เพื่อเก็บของต่อและยงยุทธที่อยู่รอส่งลูกสาวเพื่อนให้กลับบ้านอย่างปลอดภัย
“หนูขอไปคุยกับแฟนคลับแป๊บหนึ่งได้ไหมคะ”ไหน ๆ ก็มากันแล้ว ขอเธอพูดคุยหรือถ่ายรูปร่วมกันก่อน
“ได้สิ ที่รายการเชิญแฟนคลับมาเซอร์ไพรส์ก็คิดเผื่อเื่นี้ไว้แล้วละ”ส่วนมากคนที่ถูกเชิญมาในรายการ ถ้าไม่ใช่อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังก็ต้องเป็ดาราหน้าใหม่จึงมีการเตรียมพื้นที่ให้แฟนคลับสามารถเข้าร่วมเพื่อให้กำลังใจกัน แต่กว่าจะได้มาเข้าร่วมก็ต้องลงทะเบียนและผ่านการคัดกรองจากกลุ่มแฟนคลับด้วยกันเองเสียก่อนเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น
มอนเน่เดินตามยงยุทธไปจนถึงห้องประชุมขนาดเล็กซึ่งเป็ห้องโล่งๆ ที่ไม่มีทั้งโต๊ะและเก้าอี้ แฟนคลับของเธอยังคงปักหลักอยู่ครบทุกคนไม่มีใครขาดหายไปเลยแม้แต่คนเดียว
เพราะตอนสัมภาษณ์กับพี่พิกกี้เธอแอบเหลือบตามองไปที่กลุ่มแฟนคลับ แล้วจดจำหน้าตากับนับจำนวนไว้จนขึ้นใจแล้ว
‘อ๊ายยย น้องมอนเน่!’
‘เห็นในรายการก็ว่าสวยแล้ว เจอระยะใกล้สวยเว่อร์!!’
‘ทุกคนเงียบก่อน อย่าแย่งกันพูดเสียงมันก้อง มันแสบแก้วหู’
แม้จำนวนคนจะไม่เยอะถึงขนาดเต็มห้องประชุมแต่เมื่อทุกคนแย่งกันพูดก็เกิดเป็เสียงเซ็งแซ่ชวนให้ปวดหัวไม่น้อย
ในฐานะรองแอดมินบ้านเบสที่ใหญ่ที่สุดของมอนเน่น้ำหวานย่อมมาเข้าร่วมอย่างไม่ต้องสงสัยและเธอก็คาดการณ์ไว้แล้วว่าจะเกิดเื่นี้ขึ้นจึงหันไปหยิบโทรโข่งออกมาจากกระเป๋าด้านหลังแล้วยื่นมันให้กับมอนเน่อย่างรู้งาน
ส่วนด้านข้างมีอิงดาวยืนใช้สองมือปิดหูอยู่
กลุ่มแฟนคลับที่เธอเกณฑ์มาในวันนี้มีทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่าย่อมมีทั้งคนที่รู้กฎและคนที่ไม่พร้อมจะปฏิบัติตามกฎเช่นกันซึ่งกฎนั้นก็คือเมื่อเจอหน้าน้องจะต้องเงียบ พวกเราต้องพูดคุยกันด้วยความสงบไม่อย่างนั้นจะได้เจอมอนเน่โหมดดุ…
“ซู้ดดด…” มอนเน่สูดอากาศเข้าปอดทางปาก
“ทุกคนค้าาาถ้าคุยกันเสียงดังจะไม่ได้ยินเสียงมอนเน่น้าาา!!!” มือข้างหนึ่งถือโทรโข่ง อีกข้างป้องปากให้เสียงก้องยิ่งขึ้นทำให้คนที่แย่งกันพูดอยู่เมื่อครู่ต้องยกมือขึ้นปิดหูเป็พัลวัน
“เอาล่ะค่ะ คนด้านหน้าไม่ชูกล้องนะคะเดี๋ยวคนข้างหลังจะมองไม่เห็น ถ้าใครตัวเล็กขยับมาอยู่ด้านหน้าเลยค่ะหรือใครที่รู้ว่าตัวสูงแต่มาก่อน รบกวนย่อตัวลงนิดหนึ่งนะคะ จะได้ไม่บังกัน”มอนเน่เริ่มจัดระเบียบแฟนคลับเพื่อให้ทุกคนสามารถเห็นและได้ยินสิ่งที่เธอพูดได้อย่างชัดเจน
มอนเน่ไม่กล้าขอให้แฟนคลับนั่งลงกับพื้นเพราะส่วนใหญ่แฟนคลับของเธอมักจะเป็แฟนคลับสายแม่หรือสายพี่สาวที่เลือกซัปพอร์ตเธอเพราะความเอ็นดูให้เธอไปยืนค้ำหัวแบบนั้น เธอไม่ทำเด็ดขาด
ซุบซิบ... ซุบซิบ...
‘มาแล้ว ๆ น้องมอนเน่โหมดดุ’
‘งื้ออ กร้าวใจมาก เคยเห็นในคลิปมาเห็นของจริงยิ่งน่ารัก’
‘ทำหน้าจริงจังดูดุมาก แต่ก็น่ารักมากเหมือนกัน’
“ต้องขอโทษด้วยนะคะที่เสียงดังใส่สวัสดีค่ะทุกคน ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะ วันนี้เดินทางกันมาเซอร์ไพรส์หนูแบบนี้ เหนื่อยไหมคะ”มอนเน่ประคองโทรโข่งไว้ด้วยสองมือเมื่อเห็นว่าแฟนคลับจัดแถวกันเป็ระเบียบเรียบร้อยแล้วจึงกลับมาใช้โทนเสียงอ่อนเสียงหวานเหมือนเดิม
‘ไม่เหนื่อยเลยยย’
‘พี่มาจากต่างจังหวัดเลยนะมาเชียร์มอนเน่สนุกมาก’
‘ชอบเซอร์ไพรส์วันนี้ไหมครับ’
“ชอบสิคะ ได้เจอกับทุกคนแบบนี้หนูดีใจมาก ๆเลยค่ะ”
มอนเน่ติดแทนตัวเองว่าหนูหรือแทนด้วยชื่อเล่นของตัวเองเสมอเพราะแฟนคลับหลายคนที่ยืนอยู่ตรงนี้ต่างก็เป็คนที่คอยซัปพอร์ตเธอมาอย่างยาวนานบางคนอายุเกือบจะพอ ๆ กับพ่อเธอเลยก็มี
อย่างพี่อิงดาวกับพี่น้ำหวานสองตัวแทนจากบ้านเบสหลังใหญ่ที่ปีนี้น่าจะอายุเข้าเลขสามแล้ว ทั้งสองตามเธอั้แ่ตอนที่เธออายุ10 ขวบ จนตอนนี้อายุ 17 ปีใกล้จะ 18 ปีแล้ว อยู่กันมาเหนียวแน่นจริง ๆ
ตลอดเวลาที่มอนเน่พูดคุยกับแฟนคลับจินเบทำเพียงลอยไปลอยมา ไม่ได้มอบหมายภารกิจให้โฮสต์ทำปล่อยให้่เวลาแห่งความสุขที่นาน ๆ ครั้งจะเกิดขึ้นให้เป็ไปอย่างช้า ๆ
‘น้องมอนเน่มีแผนจะแข่งรายการไหนอีกไหมหรือจะพักสอบยาว ๆ รอเรียนจบก่อนค่อยว่ากัน’
แม้คำถามนี้จะถูกถามไปแล้วในรายการแต่อิงดาวก็ยังถามซ้ำอีกครั้งเพราะเธอเป็หัวหน้าบ้านเบสที่ใหญ่ที่สุดจึงต้องมีคำตอบเตรียมไว้ให้แฟนคลับคนอื่นๆ เสมอ เธอเลยอยากคอนเฟิร์มส่วนนี้ให้มั่นใจ
“ตอนนี้คงต้องรอให้การสอบผ่านไปก่อนค่ะแต่ถ้าหมดสอบเมื่อไรแล้วมีรายการที่น่าสนใจเปิดรับสมัครพอดีทุกคนคงได้เห็นมอนเน่ที่นั่นค่ะ” เพราะพ่อสัญญาว่าจะให้เธอลงแข่งได้อีกหนึ่งครั้งดังนั้นเธอจึงต้องใช้ทุกโอกาสที่มีให้คุ้มที่สุดเท่าที่จะทำได้
‘รายการ Lucky Girl SS2 ไหม พี่ได้ยินว่าเขาจะทำนะ’
‘ข่าวจริงหรือเปล่า รายการนั้นเป็รายการระดับตำนานเลยนะ’
“เื่รายการ Lucky Girl SS2 หนูก็ได้ยินผ่านหูมาบ้างค่ะแต่เพราะยังไม่มีประกาศอย่างเป็ทางการก็เลยยังไม่แน่ใจว่าจะได้ไปลงประกวดรายการนั้นไหมถ้าเป็ไปได้หนูก็อยากไปลงรายการนั้นเหมือนกันแต่ต้องรอให้เขาประกาศเปิดรับสมัครกับออดิชันให้ผ่านรอบออนไลน์ไปให้ได้ก่อนนะคะ”เด็กสาวยิ้มแหย เธอเองก็ภาวนาขอให้เปิดอยู่ทุกวันเหมือนกัน
ส่วนจะออดิชันผ่านไหม…มอนเน่มั่นใจว่าจะผ่านเพียงครึ่งเดียว เพราะข่าวล่าสุดที่ได้ยินก็คือ SKM Ent. บริษัทอันดับหนึ่งของประเทศ K เป็คนซื้อโครงการ LuckyGirl ไปดูแลด้วยตัวเอง ดังนั้นไม่ต้องห่วงเลยว่าคู่แข่งจะน้อย
เฮ้อ… ต้องผ่านดิว้าาาา
แต่ก่อนหน้านั้นเธอต้องทำให้การสอบไฟนอลกับการสอบวิชาสามัญผ่านไปก่อน!!