ณ ห้องของปิงหยาง
"เอาล่ะ พอแค่นี้ก่อน เดี๋ยวข้าจะพูดถึงระบบภายในเมืองมณีธาราละ" อาจารย์เฉินกล่าว
"เออ อาจารย์ ข้ามีคำถาม!" ปิงหยางกล่าว
"โอ้ อะไรรึ" อาจารย์เฉินกล่าว
"ทำไมเมืองนี้ถึงชื่อเมืองมณีธาราล่ะครับ"
"โอ้ ดูเหมือนว่าเ้าเมืองรุ่นแรกซึ่งเป็บรรพบุรุษของเ้าที่ตั้งเมืองนี้ขึ้นมาเป็ ราชันย์มนุษย์ ซึ่งถนัดพลังธาตุน้ำ เขาได้ทำการต่อสู้กับราชันย์มนุษย์หญิงคนหนึ่ง ซึ่งถนัดพลังธาตุโลหะ จนเกิดเป็แม่น้ำที่อยู่ข้างๆเมือง และเหมืองของเมืองที่มักจะขุดได้แร่ผลึกที่วิบวับอยู่เสมอยังไงล่ะ ผู้คนเลยนำมารวมกันเป็ 'เมืองมณีธารา' ยังไงล่ะ" อาจารย์เฉินตอบ
"ทีนี้ ยังมีคำถามอื่นอีกไหม"
"ตอนนี้ยังไม่มีครับ"
*ดี เอาล่ะข้าจะเล่าต่อ เมืองนี้มีขุมกำลังหลักๆอยู่ 4 ประเภท หนึ่งจวนเ้าเมืองซึ่งขุมกำลังหลักที่ใหญ่ที่สุด และมีอำนาจที่สุด สองตระกูลใหญ่ซึ่งเป็ขุมกำลังที่แข็งแกร่งรองจากจวนเ้าเมืองมีอยู่ 2 ตระกูลด้วยกัน สามสำนักซึ่งแบ่งเป็สายต่อสู้ และสายอาชีพ ซึ่งถ้าเอาเฉพาะสำนักจริงๆก็ไม่ได้แข็งแกร่งมากนักหรอกเพราะเ้าสำนักที่แข็งแกร่งที่สุดอยู่ระดับปรมาจารย์นักสู้ขั้นกลางเท่านั้นเอง แต่เพราะนักเรียนที่เรียนจบไปทำให้สำนักแข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก นักเรียนที่เคยจบไปบางคนเป็ถึง บรรพจารย์"
"และ สี่นิกาย ซึ่งเป็ที่ๆแข็งแกร่งที่สุดในหมู่ขุมกำลังหลัก เพราะนิกายนี้เป็นิกายสาขาของนิกายที่มาจากจักรวรรดิ โดยปกติแล้วจะไม่เข้ามายุ่งอะไรไรในเมืองแต่ก็ไม่สามารถดูถูกได้เพราะแค่ความแข็งแกร่งของอาจารย์ก็อยู่ระดับปรมาจารย์แท้จริงเป็อย่างต่ำแล้ว นอกจากนี้อาจารย์ยังได้ยินมาว่าเ้านิกายอยู่ระดับเ้ายุทธจักรเหมือนกับท่านเ้าเมือง"
"ส่วนสองตระกูลใหญ่นั้นดูเหมือนผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดจะเป็หัวหน้าตระกูลซึ่งเป็บรรพจารย์ขั้นสูง"
"เอาล่ะ วันนี้พอแค่นี้ก่อนแล้วกัน อาจารย์ไปละ" อาจารย์เฉินกล่าว
"ไปดีมาดีนะครับ" ปิงหยางกล่าว
'จะว่าไปพรุ่งนี้ข้าก็จะอายุ16 แล้วนี่นา' ปิงหยางคิด
หลังจากนั้นปิงหยางก็ฝึกปรับพลังปราณอยู่สักพักก่อนจะนอนหลับลง
หลังเที่ยงคืน
"ฮ่าฮ่าฮ่า ในที่สุดเวลานี้ก็ถึงแล้วสินะ" เสียงที่ดังก้องอยู่ในหัวของปิงหยางโดยไม่รู้เป็ชายหรือหญิงดังขึ้น
ปิงหยางได้สะดุ้งใตื่นขึ้นมา
"เ้าเป็ใคร!"
เงียบสนิท... ไม่มีเสียงใดๆตอบกลับมา
"หรือข้าจะฝันร้าย?"
ตึกๆๆๆ
มีเสียงของคนจำนวนหนึ่งกำลังเดินมา
ปัง
เสียงเปิดประตูดังขึ้นพร้อมกับมีหญิงวัยกลายคนพร้อมกับทหาร5-6คนอยู่ด้านหลัง
"เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าลูก" แม่ของปิงหยางเอ่ยขึ้น
"ไม่มีอะไรท่านแม่ ข้าแค่ฝันร้ายน่ะ" ปิงหยางตอบ
"เฮ้ออ ไม่มีอะไรก็ดีแล้วลูก" หญิงวัยกลางคนถอนหายใจอย่างโล่งอก
"เอาล่ะ ถ้าไม่มีิอะไรแล้วข้าจะไปแล้วนะ"
ปิงหยางพยักหน้ารับ
เมื่อปิงหยางหลับตาลง และหลับไป
ผ่านไปสักพัก
"ฮ่าฮ่าฮ่า เ้าจะใไปทำไม" เสียงที่ไม่รู้ว่าเป็ชายหรือหญิงดังขึ้นอีกครั้ง
ครั้งนี้ปิงหยางไม่สะดุ้งตื่นเหมือนครั้งที่แล้ว คิดว่ามันเป็เพียงความฝันเท่านั้น
"ใช่ นี่คือ ความฝัน เ้าสามารถจะสื่อสารกับข้าในความฝันเท่านั้น" เสียงนั้นตอบ
"แล้วเ้าเป็ใคร" ปิงหยางถามด้วยความคิด
"ข้าคือ 1 ใน 9 สมบัติที่จักรพรรดิโลกาได้สร้างขึ้น'กุญแจสู่ความฝัน' ไงล่ะ สุดยอดเลยใช่ไหม"
"สมบัติในตำนาน!?"ปิงหยางใด้วยความเหลือเชื่อจากนั้นก็ถามต่อว่า"ทำไมเ้าถึงมาอยู่ที่นี่ละ"
"มีคนๆหนึ่งเอาข้าใส่เข้ามาในตัว ส่วนคนๆนั้นเป็ใครนั้นเ้าไม่มีสิทธิ์ได้รับรู้"
"แล้วเ้าทำอะไรได้บ้างล่ะ"
"เป็คำถามที่ดี อย่างแรกเ้าสามารถใช้ข้าในการสร้าง'ดินแดนความฝัน'คือมาไงล่ะ"
"ดินแดนความฝัน?"
"ดินแดนความฝัน คือสถานที่ในความฝัน เ้าตะถือว่าเป็พระเ้าในนั้น และยังดูดซับพลังปราณในดินแดนความฝัน ที่ยิ่งไปกว่านั้นคือ เวลาในดินความฝัน 2 ชั่วโมง จะเท่ากับ 1 ชั่วโมงในโลกจริงอย่างไงล่ะ"
"โอ้ สุดยอด แล้วความสามารถอย่างอื่นล่ะ" ปิงหยางเริ่มถามอีกครั้ง
"อีกสองอย่างเ้าไม่สามารถใช้ได้ตอนนี้ แต่ข้าจะบอกไว้ก่อน อย่างแรก คือ'ไขความฝัน' ความสามารถมันคือการทำให้สิ่งไม่มีชีวิตฝัน และทำให้พวกนั้นเกิดความนึกคิดขึ้นมา แต่ถ้าสิ่งมีชีวิตที่ตายไปแล้วไม่สามารถทำให้ฟื้นคืนชีพกลับมาได้นะ"
"อีกอย่างคือ'ล็อคความฝัน'สามารถทำให้สิ่งมีชีวิตที่โดน'ล็อคความฝัน'โดนผนึกความนึกคิด โดยที่จนกว่าจะใช้'ไขความฝัน'กับอีกฝ่าย อีกฝ่ายจะเหมือนกับเป็สิ่งไม่มีชีวิต"
"เห็นหรือยังล่ะว่าฉันสุดยอดแค่ไหนน่ะ" กุญแจสู่ความฝันกล่าว
"ดีจริงๆ ทีนี้เวลานอนหลับฉันก็จะได้ผ่อนคลายสักที จะตกปลา หรือนั่งสบายๆท่ามกลางสายลมก็ได้ ฮ่าฮ่าฮ่า ดีจริงๆ" ปิงหยางกล่าวอย่างมีความสุข
"..." กุญแจสู่ความฝัน