"เฉินหวู่ เ้าจะไปหอตำลาอีกแล้วรึ" เฉินฟาง บิดาของ เฉินหวู่ เอยขึ้นโดยที่ไม่ได้ละจากสิ่งที่ทำอยู่ราวกับว่ารู้อยู่แล้วว่า เฉินหวู่นั้นจะเดินผ่านในเวลานี้
"ขอรับท่านพ่อ ข้ายังหาวิชาบ่มเพาะกายยาที่ถูกใจมิได้เลยวันนี้ลูดเลยกะว่าจะไปหาดูที่ชั้น3" แต่ยังไม่ทันที่ เฉินหวู่ จะเอยจบประโยคดีก็มีม้วนคำภีลอยมาจากทางของ เฉินฟาง บิดาของเขา
"นี้คืออันใดกันหรือขอรับ" เฉินหวู่ เอ่ยถามอย่างงุนงงก่อนจะดึงม้วนคำภีออกมาอ่าน ที่ชื่อของมันนั้นถูกเขียนเอาใว้ด้วยตัวอัักษรสีดำว่า ใต้์ ไร้เทียมทาน ทันทีที่ เฉินหวู่ เห็นชื่อนั้นเข้าก็อดคิดไม่ใด้ว่าผู้เขียนชั่งอวดดีนัก
"มันคือวิชาไร้ระดับ ที่พ่อเคยได้มาจากโบราณสถานในสมัยพ่อออกท้องไปทั้วทวีบ แต่เพราะมันมีขอเสียอยู่พ่อจึงไม่ได้สนใจมันจนเ้าเอยถึงวิชาบมเพาะกายยาข้าจึงนึกได้" ครั้งนี้ เฉินฟ่าง ได้ละจากเอกสารเพื่อหันมาคุยกับบุตรของตน จากที่ เฉินฟาง ได้เอ่ยมาก็บ่งบอกได้ว่า เฉินหวู่ นั้นหมดปัญญาในการหาวิชาบ่มเพาะกายยาจนต้องมาปรึกษากับบิดาของตนซึ่ง เฉินฟาง ก็ไม่ได้เอะใจอะไรเพราะถึงแม้บุตรตนนั้นจะยังสร้างตันเถียนไม่ได้ แต่การสร้างกายยาเพื่อเตรียมความพร้องก็มิใช้เื่ผิดอันได เพราะถึงแม้จะยังสร้างตันเทียนไม่ได้ แต่ลมปราณในเส้นลมปราณก็พอจะที่จะได้ฝึกวิชาระดับต่ำได้ถึงแม้จะช้ามากก็ตามก็ยังดีกว่าใช้เวลาทิ้งไปโดยป่าวประโยชน์ เพราะการจะสร้างตันเถียรใช้ว่าพยายามก็จะสร้างได้นั้นก็เพราะวิธีการสร้างนั้นจะปรากฏขึ้นมาเองเมื่อถึงเวลานั้นการมีพื้นฐานในการฝึกก็ย่อมดีกว่า นั้นก็รวมถึงวัตถุดิบที่ เฉินหวู่ ได้ร้องขอไปก่อนหน้านี้ เฉินฟาง ก็คิดเพียงว่าบุตรของตน้าบ่มเพาะกายยาเพียงเท่านั้นโดยที่เขามิได้ตระหนักเลยว่าเข้าได้สร้างอสูรแห่งการบ่มเพาะขึ้นมา
"ขอขอบคุณท่านพ่อยิ่ง หากมิได้ท่านพ่อลูกคงเสียเวลาอีกมิใช้น้อย " เฉินหวู่ ได้ก้มโค้งคำนับอย่างจิงใจก่อนจะรีบวิ่งกลับห้องของตนอย่างรวดเร็ว เฉินฟางเองก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆ กับปฏิกิริยาของบุตรของตนก่อนที่จะกลับไปให้ความสนใจกับเอกสารที่อยู่บนโต้ะต่ออย่างสงบราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เมื่อ เฉินหวู่ กลับมาถึงห้องเขาก็รีบศึกษาวิชาที่ได้รับมาจากบิดาขอตนอย่างจริงจังเขาไม่สงใสเลยว่าวิชานี้จะอ่อนแอ ต้องรู้ก่อนว่า เฉินฟาง หรือบิดาของเขานั้นอยู่ในขั้นพลังระดับ ก่อเกิดรูปร่างขั้น4 ในทั้งหมด5ขั้น หรือก็คืออีกเพียงขั้นเดียวก่อนที่จะก้าวเข้าสู่ระดับของ เทพผู้พิทักษ์ และการที่คนละดับนี้จะเลือกวิชาให้ผู้ใดนั้นก็แน่นอนแล้วว่าไม่มีท่างอ่อนแอ
แต่หลังจากที่ เฉินหวู่ อ่านและทำความเข้าใจอยู่กว่า3ชัวโมงในที่สุดเขาก็พบกับขอเสียของวิชา นั้นก็คือทุกครั้งที่จะบ่มเพาะวิชานี้ก็ต้องรับการโจมตีอยู่ตลอด ตามคำกล่าวหนึงที่เขียนใว้ในวิชาว่า หากอยากไร้เทียมทาน ต้องผ่านทุกการฟาดฟันนับอนัน
"บัดซบ ไอ้คนที่คิดค้นวิชานี้มันต้องเป็สายmแน่นอนเลย" เฉินหวู่ อดที่จะสบถออกมาไม่ได้ต้องเป็คนเช่นใดกันที่จะคิดวิธีบ่มเพาะแบบนี้ออกมาได้ ถึงแม้ในนิยายที่เขาเคยอ่านอาจจะมีวิธีแปลกๆอยู่บ้าง แต่เขาไม่เคยอ่านเจอนิยายที่พระเอกต้องถูกทุบตีทุกครั้งเพื่อที่จะแข็งแกรงขึ้น แต่เข้าก็ไร้ทางเลือกเพราะอีกไม่นานงานประลองประจำปีของเมืองหยกครามกำลังจะถูกจัดขึ้นในอีกไม่ถึงครึ่งปี และเหตุผลที่ว่าทำไม เฉินหวู่ ถึงได้สนใจนั้นเนืองมาจากการประลองของปีนี้จะมีตัวแทนของสำนักัเหมันต์มาเพื่อคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ไปเขาสำนัก และไม่จำเป็ต้องเป็ที่หนึงขอแค่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพก็สามารถเข้าร่วมได้ ซึ้งสำนักัเหมันต์เป็สำนักที่ไหญ่ที่สุดในตอนเหนือของทวีป ในทุกๆ3ปีจะเปิดรับศิษย์นั้นหมายถึงหาก เฉินหวู่ พลาดในการประลองครั้งนี้เขาจำเป็ต้องรอไปอีกถึงสามปี
"ข้าต้องรีบแล้ว " ว่าแล้ว เฉินหวู่ ก็รีบมุ่งหน้าไปยังที่พำนักของบิดาเพือขอไปยังหอคอยการต่อสู้ที่อยู่ในเมืองซึ้ง เฉินฟาง ก็คิดไว้แล้วว่าบุตรของตนต้องมาขออะไรแบบนี้เพราะเข้าก็รู้ดีว่าวิชา ใต้์ไร้เทียมทาน นั้น้าสถานที่บมเพาะเป็พิเศษซึ่งหอคอยต่อสู้ก็เป็ที่ที่ดีที่สุดแล้วในการบ่มเพาะวิชานี้ แต่เขาก็อดใเนื่องจากความเร็วในการทำความเข้าใจของบุตรคนนี้เสียไม่ได้ ต้องเข้าใจก่อนว่าการทำความเข้าใจวิชาแต่ละวิชานั้นไม่มีท่างที่จะเข้าใจได้ในวันเดียว สัปดาห์เดียวก็ถือว่าเก่งมากแล้วแต่นี่พึ่งผ่านไปเพียง3ชม.เท่านั้นเอง เฉินหวู่ ก็สมารถตีความและทำความเข้าใจวิชานี้ได้แล้ว นั้นก็เป็เพราะในโลกก่อน กร ต้องทำงานกับสิ่งที่มีลายละเอียดเล็กน้อยเยอะมากและยังต้องคิดค้นสิ่งไหม่ๆตลอดมันจึงหมือนเป็การขัดเกลาสมองของเขาอย่างที่คนในโลกใบนี้ไม่อาจเทียบใด้
"ไปเถอะ อย่าหักโหมมากนักละ" เฉินฟาง เอยอย่างเป็ห่วง
"ขอรับท่านพ่อ " ว่าแล้วเขาก็รีบเดินทางไปยังหอคอยต่อสู้ทันทีแต่เพียงออกจากอณาเขตุของตะกูลเฉินได้ไม่นานเขาก็ถูกกลุ่มคนราวๆ5-6คนขวางทางเอาไว้
"ดูสิว่าเราเจอใคร นี้ไม่ไช้นายน้อยขยะของตระกูลเฉินงันรึ เราได้เจอกันอีกแล้วนะ " ชายที่ดูเหมือนเป็ผู้นำได้เอยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ติดดูถูกมันคือ ต้าอี้ บุตรคนเล็กของผู้นำตระกูลต้าที่เป็ตะกูลระดับ3 ซึ่งเป็รองตระกลูเฉินของ เฉินหวู่ ที่เป็ตระกูลระดับ2 ของเมืองหยกคราม สองตระกูลนี้จึงไม่ถูกกันอย่างมาก นอกจากการฆ่ากันซึ้งเป็กฎที่ไม่ถูกเขียนใว้แล้วสองตระกูลนี้ก็มักจะหาเื่โจมตีอีกฝ่ายเสมอการที่รุ่นเยาว์วิวาทกันก็คือหนึ่งในนั้น และวันนี้เห็นที่ เฉินหวู่ จะดวงซวยเอามากๆ เพราะถึงแม้พวกนั้นจะอยู่เพียงระดับรวมลมปราณขันที่หนึ่งทั้งหมดแต่ เฉินหวู่นั้นยังไม่ได้เริ่มบ่เพาะเลย ไม่ต้องพูดถึงว่าอีกฝั่งมีถึง 6คน
"พวกเ้า้าอะไร ข้ารีบไม่มีเวลามาเล่นกับพวกเ้าหลอกนะ" ถึงแม้คำพูดของ เฉินหวู่ จะดูอวดดีแต่แท้จริงแล้วเขานั้นกำลังหาทางหนี้ตัวเขานั้นเคยเจอพวกมันมาแล้ว2-3ครั้งและแต่ละครั้งก็จบไม่สวยเท่าไหร่ และเพราะนี้เป็เรืองของรุ้นเยาว์บิดาเขาจึงช่วยอะไรไม่ได้
"ฮ่าๆๆ ข้ารู้หลอกน่าว่าเ้ากำลังหาทางหนีอย่าหวังเลย" ว่าแล้ว ต้าอี้ ก็สั่งคนของตนไห้ล้อม เฉินหวู่ ใว้และด้วยความเร็วของผู้ฝึกตนระดับรวมปราณขั้น1นั้นก็สามารถปิดล้อม เฉินหวู่ ได้ในทันที
"บัตชบ ต้าอี้ วันนี้บิดาผู้นี้จะไม่ยอมเ้าอีกต่อไป หากอยากเจ็บตัวก็เข้ามา บิดาผู้นี้มั่นใจว่าจะสามารถทุบตีพวกลูกหมาอย่างพวกเ้าได้300รอบ" ว่าแล้ว เฉินหวู่ ก็ะโเข้าใส่หนึ่งในคนของ ต้าอี้ ทันทีในเมือหนีไม่ได้ก็ไช้พวกนี้บ่มเพาะวิชา ใต้์ ไร้เทียมทาน เสียเลย
"รนหาที่ตาย " ผู้ที่โดน เฉินหวู่ ะโใส่ได้ตระโกนออกมาด้วยความเดือดดานพร้อมกับปลอยหมัดเล็งไปยังใบหน้าของ เฉินหวู่ โชคยังดี่ที่ เฉินหวู่ นั้นยกมือขึ้นมากันได้ทันพร้อมกับโคจรลมปราณที่มีในเส้นลมปราณตามวิชา ใต้์ ไร้เทียมทาน ทันทีที่หมัดและแขนเข้าประทะกันมันก็ส่ง เฉินหวู่ ปลิวไปไกลกว่า 3ม.
"ฮาๆๆๆ เนียน่ะรึที่บอกว่าจะทุบตีพวกข้าอย่าพูดไห้ขำดีกว่า" ต้าอี้ กับพวกของมันต่างพากันหัวเราะอย่างสะใจโดยไม่ได้สังเกตุถึงรอยยิมแสยะบนใบหน้าของ เฉินหวู่ เลยแม้แต่น้อย ตอนนี้ในตัวของ เฉินหวู่ มีคลื่นความร้อนแผ่ไปทั่วทั้งตัวมันคือผลของวิชาที่ เฉินหวู่ โคจรไว้มันทำไห้เขารู้สึกได้ถึงความทนทานของร่างกายที่เพิ่มขึ้นแม้จะน้อยนิดแต่ก็เป็จุดเริมต้นที่น่าพอใจ
"นี้เ้าเรียกว่าต่อยงั้นรึ ทารกยังต่อยเจ็บกว่าเ้าเสียอีกนี้เ้าคงไม่ได้กินข้าวมาสินะ" เฉินหวู่ เอยพร้อมกับค่อยๆรุกขึ้นก่อนจะปัดฝุ่นราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วส่งรอยยิ้มท้าทายไปไห้อีกฝ่าย
"เห็นทีไอ้ตัวบัดซบนี้จะสะกดคำว่าตายไม่เป็ เดี๋ยวท่าน ต้าหลู้ ผู้นี้จะสั่งสองเ้าเอง" ชายคนเดิมก็พุ่งเข้าใส่พร้อมกับปล่อยหมัดที่ดูรุนแรงกว่าครั้งที่แล้วออกมา เฉินหวู่ ก็ป้องกันใว้ได้ก่อนจะปลิวไปอีกครั้งแต่ถึงแม้การโจมตีครั้งนี้จะรุนแรงกว่าครั้งก่อนแต่ เฉินหวู่ กับสามารถทรงตัวก่อนจะหยุดตัวเองไม่ไห้ปลิวไปต่อได้ นั้นทำไห้พวกของ ต้าอี้ ถึงกับตกตะลึงผู้ที่ยังสร้างตันเถียนไม่ได้สามารถรับการโจมตีของผู้ที่อยู่ขั้นรวมลมปราณขั้นที่1ได้ ต้องบอกก่อนว่าถึงแม้จะสร้างตันเถียนได้แล้วก็ไช้ว่าจะเข้าสู่รวมลมปราณขั้นที่1ได้เลยมันจำเป็รวบรวมลมปราณเพื่อขยายตันเทียนจนถึงจุดๆนึงก่อน ถ้าจะไห้เทียบเป็ขั้นแล้วนั้น เฉินหวู่ อยู่ห่างจากพวกของ ต้าอี้ ถึงสองชั้นนี้ก็เห็นแล้วว่าวิชา ใต้์ ไร้เทียมทาน ที่บิดาของเขาให้มานั้นเเข็งแกรงเพียงใด
"หึ มังคงบ่มเพาะกายยาเป็แน่อย่าไปกลัวถึงแม้วิชานั้นจะแข็งแกรงเพียงใดแต่ขยะที่ยังสร้างตันเถียนไม่ได้จะทนได้นานเพียงใดกัน พวกเราโจมตีพร้อมกันข้าจะดูสิว่าเข้าจะร้องเหมือนสุนัขเช่นไร" ว่าแล้วพวกมันก็พุ่งเข้าหา เฉินหวู่ ทันทีในใจของ เฉินหวู่ นั้นได้แต่สบถออกมา ตามจริงเขา้าที่จะค่อยๆรับการโจมตีไปจนถึงจุดที่สามารถเปิดใช้งานวิชากายยาจักรกลได้แต่เห็นที์จะเล่นตลกกับเขาเขาจึงทำได้เพียงโคจรวิชา ใต้์ ไร้เทียมทาน สุดกำลังโดยใช้ลมปราณที่เหลือทั้งหมดในเส้นลมปราณและหวังว่าการรับการโจมตีครั้งนี้จะมากพอไห้ร่างกายของเขาทนทานขึ้นจนสามารถใช้วิชากายยาจักรกลได้
"รับความตายของแกสะ " ต้าอี้ะโออกมาอย่างหยิ่งผยองก่อนจะโจมตีใส่ เฉินหวู่ อย่างพร้อมเพียงกันส่งผลให้ เฉินหวู่ นั้นกระอักเืออกมาคำโต ก่อนจะทรุดนั้งลงอย่างเ็ปไปทั่งทั้งร่างแต่สิ่งที่ตามมากับความเ็ปนั่นคือคลื่นความร้อนอันมหาศาลจนทำไห้ความเ็ปนั้นกลายเป็ความสบายในทันที
"เหอะ เป็เพียงแค่ขยะบังอาจกล้าท้าทายนายน้อยผู้นี้เ้าก็สมควรโดนแล้ว" ต้าอี้ เอยขึ้นก่อนจะยกเท้าเพือที่จะเตะไห้ เฉินหวู่ นั้นล้มนอนลงไปแต่เมือเท้าของ ต้าอี้ อยู่ห่างจากหลังของ เฉินหวู่ ไม่กี่ฟุตจู่ เฉินหวู่ ก็หายไปจากที่ๆเคยอยู่พร้อมกับเสียงอันแผวเบาว่า
"สวิทช์ออน " ในที่สุดเสือก็หลุดออกจากกรง การที่มีพลังแต่ไม่อาจปล่อยออกได้มันช่างอดอัดเป็ที่สุด แต่ตอนนี้ในที่สุดเขาก็ถูกปลดปล่อยจากพันธนาการนั่นเสียที
"มัน หายไปไหนกัน" กลุ่มของ ต้าอี้ เริ่มมองหา เฉินหวู่ ไปรอบๆแต่กับไม่มีผู้ใดหาเจอ จนกระทั้งมีเห็นเงาแปลกๆ สถานที่ที่พวกเข้าสู้กันอยู่นั่นเป็ตรอกเล็กๆที่จะมีกำแพงสูง2ม.อยู่ทั้ง2ฝั่งและ เฉินหวู่ ก็นั้งอยู่บนกำแพงปั๋งหนึ่ง
"เมื่อกี้มันทำอะไรกัน ทำไมมันถึงไปอยู่บนนั้นได้"หนึ่งในคนที่ทำร้าย เฉินหวู่ เอยออกมาอย่างตื่นตระหนก แน่นอนว่าการที่จะะโสูง2ม.นั้นสำหลับพวกเขาแล้วใช้ว่าจะเป็ไปไม่ได้แต่ เฉินหวู่ ที่ไม่แม้แต่จะสร้างตันเถียนไดกับทำมันได้อย่างไร
"มัวแต่มองอะไรกัน ไปลากมันลงมาไห้ข้า" ถึงแม้ ต้าอี้ จะใไม่น้อยแต่เข้าก็ไม่ได้คิดอะไรมาก แต่ทันทีที่เขาพูดจบกับพบว่า เฉินหวู่ ได้หายไปอีกแล้ว ก่อนที่ ต้าอี้ จะได้ยินเสียงที่ราวกับเสียงของถูตผีจากทางด้านหลัง
"มองหาข้าอยู่หรอ " ว่าแล้ว เฉินหวู่ ก็ไม่รอให้อีกฝ่ายได้หันมาดีเขาก็ปล่อยหมัดอันน่าหวาดกลัวตรงไปที่หน้าของ ต้าอี้ จนมันปลิงไปไกลกว่า5ม. พร้อมกับฟันและเืที่ถูกพ่นออกจากปาก จากนั้นเขาก็หายไปจากจุดที่เคยอยู่อีกครั้งแต่ครั้งนี้เข้าไม่ได้เลือกโจมตีผู้ใดแต่เลือกที่จะหนี ถึงแม้ตอนนี้เขาจะถือครองความเร็วที่เหนือกว่าพวกของ ต้าอี้ ทุกคนแต่เขารู้ดีว่าเขาจะคงสภาพนี้ได้ไม่นานเพราะร่างกายของเขาพึ่งพัฒนาและเขายังบาตเจ็บที่เกิบจะเรียกได้ว่าสาหัส