บทที่ 2
โสม 5 ต้นแลกขวดแก้ว? (รีไรท์)
"นี่เรียกว่าข้าวเช้าเหรอ ? โจ๊กนี้ไม่มีแม้แต่เศษเนื้อเลย ขืนกินลงไปคงไม่มีเรี่ยวแรงทำงานหรอก" หยางเหล่าซานตบโต๊ะอย่างไม่พอใจและร้องโวยวาย พร้อมมองหน้าหลิวไช่อิงพลางขอคำอธิบาย
“เลิกบ่นเสียที... ที่บ้านเราแทบไม่มีข้าวสารกรอกหม้อเลย แล้วดูสิ วัน ๆ คุณก็ไม่มีความสามารถในการหาเงิน เอาแต่นอนกลิ้งไปมาอยู่ที่บ้านอยู่ได้ มีให้กินแค่นี้ก็ดีเท่าไรแล้ว !” หลิวไช่อิงเท้าสะเอวและจ้องมองตาถลึงไปที่หยางเหล่าซาน
ทำให้หยางเหล่าซานผู้เกรี้ยวกราดยิ่งโมโหเข้าไปใหญ่ กับการดุด่าของภรรยา เขาร้องขึ้นอย่างไม่พอใจว่า “ฉันจะไปที่สถานีขนส่งกลางเมือง เพื่อดึงลูกค้ามากินดื่มที่บ้านเรา ...”
หมู่บ้านหลิวหยาง เป็หมู่บ้านสำหรับการท่องเที่ยวและในทุกครัวเรือนล้วนทำการเกษตร พวกเขาส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร และมักจะได้เงินมาจากการที่มีลูกค้ามาท่องเที่ยวกินดื่มที่หมู่บ้านแห่งนี้
่กลางเดือนสิงหาคม เป็ฤดูท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุด แต่ถึงอย่างนั้นบ้านของ ตระกูลหยางกลับทรุดโทรมจนไม่สามารถดึงดูดลูกค้าได้ ทำให้ธุรกิจของพวกเขาแย่ลงเรื่อย ๆ พวกเขาไม่มีเงินซื้ออาหารและอุปกรณ์ และแทบไม่มีเงินเหลือพอใช้ในแต่ละวัน
หาก้าเปลี่ยนสถานะที่แร้นแค้นที่เป็อยู่ จะต้องมีเงินก้อนจำนวนหนึ่ง! เพื่อตกแต่งซ่อมแซมบ้านเก่า และซื้อวัตถุดิบมาทำอาหาร เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว ในทุกวัน มันไม่ใช่รายจ่ายน้อย ๆ เลย
หยางเซียวเล่อที่นั่งฟังพ่อและแม่บ่นอุบแต่เช้า เขาดื่มโจ๊กอย่างเงียบ ๆ และวางแผนในใจอย่างเงียบ ๆ
“จะไปหรือไม่ไปดี” หยางเซียวเล่อลังเลภายในใจ แต่เมื่อมองเห็นผมสีขาวของพ่อแม่ของตน ทำให้หยางเซียวเล่อกัดฟันและในที่สุดก็ตัดสินใจขั้นสุดท้ายในใจ
เขาต้องทำเพื่อพ่อแม่ !
หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จเรียบร้อย พ่อของเขาได้นำไม้ไผ่กลับมา เพื่อสานตะกร้าไม้ไผ่ จากนั้นก็ขับรถสามล้อคันเก่าไปที่สถานีขนส่งในเมือง เพื่อขายงานฝีมือ ในขณะเดียวกันเขาก็เริ่มชักชวนให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาที่บ้านของเขา ส่วนหลิวไช่อิงนั้นออกไปที่ไร่ เพื่อเก็บผักกลับมาที่บ้าน
ทางด้านหยางเซียวเล่อกัดฟันหยิบมีดผ่าฟืนมา เพื่อใช้ในการป้องกันตัว ก่อนเดินเข้าไปในสวนหลังบ้าน และเคลื่อนไหวจิตใจเพื่อเดินทางเข้าไปในดินแดนซิ่วเจิน
จู่ ๆ ร่างของหยางเซียวเล่อก็หายวับไปกับตา เมื่อลืมตาดูอีกครั้ง เขาพบว่าตนเองนั้นยืนอยู่ในชายป่าละเมาะเล็ก ๆ จากนั้นหยางเซียวเล่อเคลื่อนไหวจิตใจอีกครั้ง กลับไปที่สวนหลังบ้านของตนเองทันที
เมื่อเขาแน่ใจว่า ตนเองสามารถไปและกลับมาที่บ้านได้ในความคิดเดียว เขาจึงรู้สึกวางใจและตรวจสอบเวลาบนโทรศัพท์มือถือ เพื่อให้แน่ใจว่าระยะเวลานั้นแตกต่างกันเท่าไร
เขาพบว่ามีความแตกต่างประมาณ 30 วินาที จากนั้น หยางเซียวเล่อกลับเข้าสู่โลกแห่งการฝึกฝนอีกครั้ง
หยางเซียวเล่อลองะโเข้าออกช่องทางมิติไปมาอีกครั้ง เขาะโชนต้นไม้ ราวกับคนโง่ และพบว่าร่างกายของเขาดูแข็งแรงขึ้นมากจริง ๆ!
เขากล้าที่จะใช้มีดผ่าฟืนที่นำติดตัวมาด้วย เพื่อกรีดไปที่แขนของเขา และพบว่าไร้รอยขีดข่วนใด ๆ บนแขนของตน ! ร่างกายฉันแข็งแกร่งจริงหรือ ! ?
หยางเซียวเล่อรู้สึกปลาบปลื้มใจกับตนเองอยู่นาน กว่าเขาจะตั้งสติได้ จากนั้นเขามองไปรอบ ๆ และตื่นตระหนกทันที
"โอ้..์!" หยางเซียวเล่อใกับฉากข้างหลังเขาอย่างมาก เขาพบศพ 2 ร่าง ปรากฏขึ้นในพุ่มไม้ โดยมีร่องรอยเืไหลนองที่คอของพวกเขา ทั้งสองศพเป็ชายทั้งสองคน
คนหนึ่งสวมชุดจีนโบราณ และอีกคนสวมชุดผ้าลินินโปร่ง ทั้งสองคนนอนนิ่งอยู่กับพื้น อีกทั้งยังมีร่องรอยกีบม้าอยู่ รอบ ๆ ศพของพวกเขา
ดูเหมือนว่าเขาถูกฟันเข้าที่คอ และไม่แน่ใจว่าเป็การแก้แค้นหรือถูกปล้นทรัพย์สินจากโจรป่า หยางเซียวเล่อกระชับมีดผ่าฟืนในมือ อย่างระมัดระวัง
หลังจากผ่านไปครึ่งนาที ก็ไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ ยกเว้นเสียงร้องของนกและแมลง เขาใจกล้ามากขึ้นและเดินเข้าใกล้ศพตรงหน้าอย่างระมัดระวัง
หลังจากการค้นศพ เขาพบเหรียญทองแดงจำนวนหนึ่งโหล และเหรียญเงินหลายเหรียญ จากคนรับใช้ที่สวมผ้าลินินหยาบ ๆ ส่วนชายหนุ่ม ในชุดจีนโบราณไม่มีอะไรติดตัวเลย
หยางเซียวเล่อพยายามถอดเสื้อคลุมของชายหนุ่มในชุดจีนโบราณที่ค่อนข้างสะอาดตาออก และใช้เวลานานในการเปลี่ยนชุดให้ดูกลมกลืนกับโลกนี้
หลังจากแต่งตัวเสร็จแล้ว เขาดูราวกับเป็คนพื้นเมืองในที่แห่งนี้ไม่มีผิด ในตอนนี้พระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า เมื่อเห็นว่าเริ่มมืดแล้ว หยางเซียวเล่อไม่กล้ารีรอใด ๆ
เขาเร่งฝีเท้าเพื่อหาที่พัก และพบกับเส้นทางทอดยาวไปสู่เมืองเล็ก ๆ ลับตา เขาค่อนข้างลังเลใจ แต่ทว่ากลับเดินไปตามเส้นทางจนสุดเมือง
หยางเซียวเล่อรีบเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น ในไม่ช้า เขาก็มาถึงเมืองเล็ก ๆ ก่อนค่ำ หลังจากมอบเหรียญทองแดงให้คนเฝ้าประตูเมือง และเดินทางเข้าเมืองอย่างราบรื่น
เมื่อเข้าสู่เมืองแห่งนี้ เขาเดินไปหยุดอยู่ที่รอบ ๆ พุ่มไม้ และแอบยินดีในใจที่ตนเองโชคดีเดินทางมาถึงดินแดนตะวันตก ซึ่งผู้ปกครองคือเหล่านักบวชที่ปลอดภัยมากที่สุด ดินแดนหนึ่ง
หลังจากเดินเข้าไปในโรงเตี๊ยม เสี่ยวเอ้อก็รีบเดินเข้ามาทักทายเขาทันที
“นายน้อย ้าที่จะดูละครหรือกินอาหารดีขอรับ ที่นี่มีบะหมี่ที่ขึ้นชื่อมาก หรือท่านอยากจะดื่มชาดี ?”
“……” หยางเซียวเล่อพ่นลมหายใจและตอบคำถามของเสี่ยวเอ้ออย่างราบรื่น เขาแปลกใจที่พบว่า ตนเองสามารถใช้ภาษาเดียวกับคนพื้นเมืองที่นี่ได้อย่างคล่องแคล่ว หรือว่า อาจจะเป็เพราะเขาเป็ผู้สืบทอดของดินแดนซิ่วเจิน
ทำให้ไม่มีอุปสรรคทางภาษาใด ๆ! ? หลังจากนั้นไม่นาน หยางเซียวเล่อพบว่า ผู้คนในโลกนี้ช่างดุดันเหลือเกิน
“ไอ้ตัวเหม็นไสหัวไป อย่ามายุ่ง นี่คือแขกของข้า” ผู้จัดการร้านที่มีเคราดกดำหัวเราะ และดุด่าให้เสี่ยวเอ้อตัวน้อยหลบไปให้พ้นทาง จากนั้นชายคนนี้รีบยิ้มแย้ม และรีบทักทาย หยางเซียวเล่ออย่างจริงจัง
หลังจากที่เขาเข้าไปในร้านแล้ว เขาอยากรู้เกี่ยวกับอาหารแปลกใหม่ และสั่งอาหารจานเด่นของที่นี่มาลองชิมหลายรายการ รสชาติอร่อยมาก และยังอิ่มท้อง ทำให้ลืมความทุกข์ยากในการทำไร่ไปจนหมด
“นี่คือรสชาติของพลังปราณที่ร่างกายกำลังรับรู้ใช่ไหม” หยางเซียวเล่อพึมพำสับสนในใจ บนโต๊ะของเขาเต็มไปด้วยเหล้าและอาหารเลิศรส
"เสี่ยวเอ้อ คิดเงิน" หยางเซียวเล่อร้องบอกอย่างเรียบ ๆ
“ได้เลยนายน้อย ทั้งหมดสิบเอ็ดเหลียงขอรับ” หยางเซียวเล่อยกเสื้อคลุมขึ้นอย่างสงบ ภายใต้สายตาแปลก ๆ ของผู้คน เขาหยิบเหรียญเงินจำนวนหนึ่ง ออกมาจากกระเป๋ากางเกงของเขา
และโบกมืออย่างภาคภูมิใจ "ไม่ต้องทอน"
"เอ่อ นายน้อย ล้อเล่นแล้ว นี่มันขาดไปอยู่นะขอรับ"
“……” หัวใจของหยางเซียวเล่อสั่นไหวหยดเหงื่อเย็น ๆ หยดลงบนหน้าผากของเขา แย่แล้ว เขาประเมินกำลังซื้อในมือของตนเองผิดไป !
จากนั้นภายในโรงเตี๊ยมก็มีเสียงหัวเราะดังขึ้นยกใหญ่ หยางเซียวเล่อรีบหยิบเงินทองแดงทั้งหมดออกมา
กรุ๊งกริ๊ง ๆ เสียงกังวลของเหรียญในกระเป๋า ทำให้ผู้คนหันมามอง
ใบหน้าของเสี่ยวเอ้อเริ่มระแวงขึ้นเรื่อย ๆ จากนั้นเขาก็อ้าปาก และคร่ำครวญ "เ้าของร้าน ! มีคนกำลังจะชักดาบ !"
จากนั้นมีเสียงร้องโวยวายดังลั่น ชายฉกรรจ์สามคนถือมีดผ่าฟืน พุ่งออกมาจากห้องครัว
ใบหน้าที่หวาดกลัวของหยางเซียวเล่อ เปลี่ยนเป็สีขาว เขาเริ่มเสียใจเล็ก ๆ กับการเดินทางมาที่นี่!
ภายในใจเขาเตรียมพร้อมเสมอที่จะกลับไปที่สวนหลังบ้านของตนเองอย่างมีสติ แต่ทว่าหากเขาหายตัวไปในเวลานี้
เขาจะสามารถปรากฏตัวได้ยากขึ้น ท้ายที่สุดแล้ว คนคนหนึ่ง อยู่ ๆ ก็หายวับไปจากอากาศ มันจะสร้างข่าวลือมากมาย และจะมีคนออกตามล่าเขา
หยางเซียวเล่อถูกผลักล้มลงกับพื้นโดยชายฉกรรจ์ ทำให้ขวดน้ำเชื่อมขวดหนึ่ง กลิ้งออกมาจากกระเป๋ากางเกงของเขา
ขวดแก้วใสกลิ้งออกมา และส่งเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง และกลิ้งไปบนแผ่นกระเบื้องของพื้นโรงเตี๊ยม บรรยากาศแขกที่นั่งอยู่ในโรงเตี๊ยมพลันเงียบกริบ
ภายในโรงเตี๊ยม บนโต๊ะห่างออกไปไม่กี่เมตร มีชายชราคนหนึ่งกำลังดื่มเหล้า และมองดูเื่ตลกของหยางเซียวเล่อ แต่ทันทีที่ขวดแก้วปรากฏขึ้น ดวงตาของเขาเป็ประกาย !
เขาเป็นักกลั่นโอสถ ดังนั้นเขาจึงตามหาขวดหยกที่เหมาะสม เพื่อช่วยรักษายาอายุวัฒนะ เพื่อหลีกเลี่ยงการรั่วไหลของประสิทธิภาพของยา!
“ช้าก่อน ! ข้าจะจ่ายค่าอาหารแทนเขา !” ชายชราะโเสียงดัง และเดินเข้ามาอย่างเร่งรีบ เขาหยิบขวดแก้วบนพื้นขึ้นมาและพูดว่า "น้องชายช่วยขายขวดสุ่ยหยูชิ้นนี้ ให้ข้าหน่อยได้ไหม"
"อา ?" หยางเซียวเล่อตกตะลึงมาก มันคืออะไร ? ขวดสุ่ยหยู ? มันเป็แค่ขวดแก้วเท่านั้น ?
ไม่กี่วันก่อนเขาอ่อนแอและมีภาวะน้ำตาลในเืต่ำ แม่ของเขาซื้อน้ำเชื่อมหลายขวดให้เขาดื่ม จากศูนย์สุขภาพในเมือง
ซู๊ด— ผู้คนในโรงเตี๊ยมอ้าปากค้าง และเ้าของร้านก็หยุดการกระทำที่หยาบคายของเขาอย่างรวดเร็ว "หยุด อย่าทำให้นายน้อยขุ่นเคือง ! ข้าขออภัย ข้าไม่รู้ว่า ท่านมีสมบัติแบบนี้ และเข้าใจผิดว่า ท่านจะชักดาบมากินฟรี"
คนอื่น ๆ ในบริเวณใกล้เคียงก็ตกตะลึงเช่นกัน การอยู่ท่ามกลางฝูงชน บังเกิดความโลภ แวบเข้ามาในดวงตาของพวกเขา
"เ้า... ้าซื้อขวดของข้าหรือ" หยางเซียวเล่อเดาะปากของเขาในใจ รู้สึกราวกับว่า เขาได้พบโอกาสในการทำเงินแล้ว
“ใช่ สี่ต้น ไม่ใช่สิ โสมห้าต้น อายุ 50 ปี พอจะได้หรือไม่” ชายชราครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แม้ว่าขวดสุ่ยหยูนี้จะโปร่งใส
และมีประสิทธิภาพการปิดผนึกที่ยอดเยี่ยม แต่ก็ไม่มี ออร่าพลังพิเศษใด ๆ มันเหมาะสำหรับแพทย์โอสถที่จะเก็บรักษายา แต่ราคาอาจจะแพงเกินไปเล็กน้อย
"ได้ !" หยางเซียวเล่อรีบรับปากในทันที ของดีแบบนี้ เกินคาดจริง ๆ!
“เอ๊ะ ?” ชายชราตะลึงกับความตรงไปตรงมาของชายหนุ่มแล้วหัวเราะ “ขอบคุณสำหรับการรับข้อเสนอของข้า หากเ้าว่าง เ้าตามข้าไปที่บ้านข้าเดี๋ยวนี้เลย เพื่อรับสมุนไพร”
เมื่อคิดอย่างละเอียด ชายชราก็ร้องบอกหยางเซียวเล่ออีกประโยค
“มันอยู่ในบ้านของดินแดนแพทย์โอสถ ไม่ต้องกังวลกับอันตรายใด ๆ” บ้านพักของแพทย์โอสถ ซึ่งตั้งอยู่ในใจกลางเมือง เป็ที่พำนักของแพทย์โอสถทุกคน
และเป็ส่วนหนึ่งของที่พำนักของพวกนักบวช เมื่อได้ยินคำกล่าวของชายชรา ก็เกิดความโกลาหลเล็กน้อยภายในโรงเตี๊ยม
“ผู้เฒ่าผู้นี้.... ไม่สิ... ชายชราผู้นี้เป็นักบวชจริง ๆ!”
"แพทย์โอสถ...เด็กคนนี้ จริงๆ แล้วเขาเป็ญาติกับผู้คนจากดินแดนแพทย์โอสถ"
……
คนหนุ่มสาวหลายคนที่มีความโลภในสายตา ได้ถอนหายใจอย่างอ่อนแรง และไม่กล้ามองหยางเซียวเล่อไปมากกว่านี้ หลังจากนั้น เขาติดตามชายชราไปที่บ้านพักของแพทย์โอสถ
ทั้งสองคนเรียนรู้ชื่อของกันและกันในระหว่างทางที่เดินไปยังบ้านพักของแพทย์โอสถ
ณ บ้านพักของแพทย์โอสถ
หยางเซียวเล่อที่กำลังพูดยังไม่ทันจบประโยคดี จู่ ๆ เขาก็ได้กลิ่นของต้นโสมห้าต้น ที่มีกลิ่นยาอ่อน ๆ ที่ปลายจมูก
“คุณชายหยาง มีอะไรก็พูดมาตรง ๆ ได้” ผู้เฒ่าหยางยิ้ม และถอนหายใจเบา ๆ
“เอ่อ...ข้าอยากจะถามว่า ยัง้าขวดแก้วอีกไหม...ขวดสุ่ยหยู ?”
“อะไรนะ เ้ายังมีอยู่อีกหรือ”
“ใช่ ข้ามีค่อนข้างมาก หากผู้เฒ่าหยางสนใจ บางทีท่านอาจจะสอบถามจากแพทย์โอสถคนอื่น หากพวกเขา้า ข้าสามารถจัดหาให้ได้” หยางเซียวเล่อชั่งน้ำหนักคำพูดของเขาและเอ่ยปากพูดกับชายชราหยาง
ทันทีที่คำพูดของเขาจบลง ดวงตาของาุโหยางเป็ประกาย ทันใดนั้นเขาก็นึกถึงข้อดี ยาอายุวัฒนะทั้งหมด ที่ต้องใช้ขวดสุ่ยหยูในการเก็บรักษา
“ขวดสุ่ยหยูนี้มีต้นทุนต่ำ ปิดผนึกได้ดีกว่า โปร่งใสกว่า และเป็ที่นิยมอย่างมาก” ภายในใจของผู้เฒ่าหยางดีดลูกคิดอย่างรวดเร็ว
“การแลกเปลี่ยนสินค้านี้ ไม่เพียงแต่สามารถแลกเปลี่ยนสมุนไพรที่้าเท่านั้น แต่ยังได้รับความชื่นชอบจากคนที่นี่อีกด้วย” สำหรับหยางเซียวเล่อที่ไม่คุ้นเคยกับที่นี่ และเขาไม่ได้มีฐานการฝึกฝนใด ๆ เขา้าสร้างสัมพันธ์อันดี พร้อมทั้งทำธุรกิจที่นี่
ภายในใจเขาคิดว่า หากเขาไปติดต่อเพื่อทำการค้าทีละคน หากจับพลัดจับผลูไปพบกับโจรร้าย เกรงว่าเขาจะถูกฆ่าก่อนที่จะได้รับสิ่งตอบแทน
สุนัขจิ้งจอกทั้งสองตัว ตัวหนึ่งเล็กและตัวหนึ่งใหญ่ต่างมองหน้ากันและอมยิ้ม พวกเขาเริ่มขบคิดวางแผนในใจของแต่ละคน และตกลงทำการค้ากันอย่างรวดเร็ว
"เอาล่ะ เ้าสามารถนำยานี้เพื่อปรับปรุงร่างกายของเ้าได้" ก่อนจากไป ผู้เฒ่าหยางได้ส่งยาเม็ดสีเข้มอีกเม็ด พร้อมเงินเล็กน้อยให้หยางเซียวเล่อ