การดวล
1 : 1
พักเที่ยง ณ โรงอาหาร
ผ่านฟ้าถือจานข้าว มองหาที่นั่ง เห็นเกริกหล้านั่งกินอยู่คนเดียว
"นั่งด้วยคนสิ ก๋วยเตี๋ยวไก่อร่อยไหม" ทักทายเสียงระรื่น อีกฝ่ายทำหน้าระแวง
"เฮ้ ฉันไม่ว่างอยู่คุยด้วยหรอกนะ รีบกินรีบไป"
"จะรีบไปไหนเล่า เพิ่งพักเที่ยงเอง ว่าแต่คาบบ่ายเรียนอะไรเหรอ"
"นายอยู่ชมรมไหน ก็ไปที่นั่นสิ ฉันกับลายเมฆต้องซ้อมทีม" บอกอย่างรำคาญนิดหน่อย
"ปัญหาคือ ฉันยังไม่มีชมรมไง งั้นไปดูพวกนายซ้อมฟุตซอลละกัน ฮะ ฮะ อ๊ะ แล้วลายเมฆล่ะ"
"กินเสร็จ ไปแล้ว รับโทษอยู่" บอกห้วนๆ ก่อนยกชามซดน้ำ
"รับโทษ?" ผ่านฟ้าพึมพำฉงน
ณ โรงยิม
"...เอ้า เร็วเข้า อย่าให้สปีดลดลงเชียวนะ วันนี้ นายวิ่งช้ากว่าใครเพื่อนจนทีมแพ้ รับผิดชอบผลงานตัวเองหน่อย..."
กัปตันแดนไตรนั่งพาดขาบนเก้าอี้ กินขนบขบเคี้ยว ปากก็เร่งมา สั่งรุ่นน้องวิ่งไปวิ่งมาจากจุดซ้ายไปจุดขวา ขวางสนามฟุตซอล
"...แฮ่ก...แฮ่ก...ครับผม" ลายเมฆเพิ่งกินข้าวอิ่ม จู่ๆ มาวิ่งหนักจนรู้สึกจุก เจ็บซี่โครง แต่บทลงโทษห้ามมีข้ออ้าง เขาจึงฝืนวิ่ง ข้อเท้าขวาซึ่งพลิกเมื่อวานเริ่มระบม
"เฮ้ย ให้วิ่งนะไม่ได้ให้จับกบ เป็อะไรของนายฟะเนี่ย วิ่งตะครุบพื้นกี่ทีแล้ว แย่จริงๆ ถึงนายจะเป็ทีมแชมป์ ก็ไม่ได้หมายความว่า จะการันตีตัวจริงนะ ฟอร์มนายเมื่อเช้าทุเรศมาก เล่นไม่ไว้หน้าถ้วยรางวัลเล๊ย ขืนเป็แบบนี้ล่ะก็... เอ๋?"
แดนไตรหยุดพล่าม มองลายเมฆฟุบลง ก้มหน้า หายใจหอบ อย่างแปลกใจ ไม่ทันสังเกตข้อเท้าข้างหนึ่งที่สั่นระริก
"ไปพักเถอะ ลายเมฆ ก่อนที่นายจะไม่มีเท้าข้างนั้นให้เล่น!"
ร่างหนึ่งก้าวเข้ามา พร้อมเสียงเรียบ เรียกลายเมฆเงยหน้า เกริกหล้าเข้ามาประคองเพื่อน ถามอย่างเป็ห่วง
"พาไปห้องพยาบาลเถอะ ฉันว่า...ข้อเท้าเขาอักเสบแล้ว" ผ่านฟ้าว่า
"เฮ้ย นายเป็ใครฟะ มาสั่งโน่นสั่งนี่ในชมรมฉัน ฉันเป็กัปตันทีม กำลังลงโทษลูกทีม คนนอกไม่เกี่ยว อย่ายุ่ง" แดนไตรลุกขึ้นมาตวัดนิ้วไล่
"ถ้าคุณยังอยากมีเขาร่วมทีม ก่อนอื่น สั่งเขาหยุดวิ่ง แล้วให้ทีมแพทย์ชมรมมาดูอาการที่เท้าของเขา" ผ่านฟ้าพูดเสียงจริงจัง
"ว่าไงนะ เดี๋ยวก่อน นี่นาย..." แดนไตรอ้าปาก
"เป็ถึงกัปตันทีม แต่อ่านลักษณะท่าทางลูกทีมไม่ออก ผมว่า คุณเป็ผู้นำที่ตาถั่วพอสมควรเลยนะ" ผ่านฟ้าส่ายหน้าปลงๆ
"หนอย นี่แก!" แดนไตรกำหมัด สีหน้าเดือด
"ผ...ผมผิดเองครับ ที่ไม่ได้บอกว่าขาแพลง การแข่งใกล้เข้ามาแล้ว เลยไม่อยากเป็ตัวถ่วง" ลายเมฆบอกอย่างเสียใจ
"เ้าบ้าเอ๊ย!" กัปตันก้าวฉับมายืนตรงหน้า ว่าเสียงดัง
"คิดว่าทำแบบนี้แล้วเท่นักรึไง ถ้าเจ็บถาวร หรือเป็หนักขึ้นมา จะไม่ยิ่งกว่าถ่วงเหรอ ถึงนายเป็คนสำคัญ ก็ต้องคำนึงถึงประโยชน์ของทีมมาก่อนสิเฟ้ย แบบนี้ไม่ใช่ฮีโร่ เขาเรียกว่าเห็นแก่ตัวต่างหาก ถ้าทีมแพ้ นายนั่นแหละตัวต้นเหตุเลย"
"นี่คุณ พูดแรงไปนะ..." ผ่านฟ้าขัด กัปตันโพล่ง "หุบปากไปเลย"
ก่อนหันมาจับไหล่สองข้างของลายเมฆ พูดจริงจัง "รู้ใช่ไหม ว่านายสำคัญต่อทีมแค่ไหน ยิ่งสำคัญ ยิ่งต้องนึกถึงทีมให้มาก นายเจ็บ นายถอนตัว ไม่มีใครตำหนิหรอก แต่ถ้านายดื้อแพ่งจะลงสนามในสภาพไม่พร้อม แล้วเกิดอะไรขึ้นมา ไม่เพียงแต่ตัวนายที่สูญเสีย ความหวังของทีมก็มลายไปด้วย พักฟื้นซะ เหลือเวลาอีกสองอาทิตย์ กลับมาทันวันแข่งให้ได้"
"ข...ขอบคุณครับ กัปตัน" ลายเมฆซาบซึ้ง โค้งหัวคำนับ เกริกหล้าพยุงเพื่อน พาเดินไปห้องพยาบาล
"ไม่เลวนี่ ถึงจะเถื่อนๆ ไม่ไพเราะเท่าไหร่ ก็ถือเป็คำปลอบใจที่ดี"
ผ่านฟ้ารู้สึกว่ารุ่นพี่คนนี้ ...ก็ไม่ได้หยาบกระด้าง ไร้เหตุผลซะทีเดียว
"เอาล่ะ ทีนี้ก็ตานาย..." แดนไตรพึมพำ ก่อนหันมา ยกมือช้าๆ ชี้หน้าเขา "มาทำห่าอะไรที่นี่มิทราบ!"
คำถามห้วนๆ แถมภาษาหยาบคายซะไม่มี ทำผ่านฟ้าสตั๊นไปอีก เอ๊ะ...รึว่าเราคิดผิด
"นี่มันโรงยิมของวิทยาลัย เปิดกว้างสำหรับทุกคนไม่ใช่เหรอ"
"ผิดแล้ว โรงยิมที่นี่ เป็ของชมรมฟุตซอลเท่านั้น ถ้าไม่ได้รับอนุญาตจากฉัน หรือโค้ชทิพวรรณ คนอื่นไม่มีสิทธิ์ใช้"
"แม้แต่คาบอื่น ที่ไม่ใช่ของชมรม ก็ห้ามใช้เหรอ"
"เยสเซ่อร์ ดูด้วยตาก็น่าจะรู้นี่ ที่นี่เป็โรงยิม ใช้เตะฟุตซอลเฉพาะ" แดนไตรแบะปาก เท้าสะเอว ทำหน้ากวนๆ ผ่านฟ้ามองไปรอบๆ
"อ๋อ เข้าใจล่ะ ดูท่าชมรมของคุณนี่ใหญ่โตใช่เล่นนะ"
"ให้เกียรติแชมป์ฟุตซอลระดับประเทศด้วย ทีมวิทยาลัยของเรา คว้าโล่พระราชทานสองปีซ้อนเชียวนะ ไม่อยากจะอวดหรอก แต่สนามแห่งนี้ ใช้ปราบเซียนมาเยอะแล้ว ถือเป็สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของทีมก็ว่าได้ จึงไม่อาจให้คนอื่นมาปู้ยี่ปู้ยำ ทำสกปรกเละเทะเด็ดขาด ถ้านายอยากจะใช้โรงยิมล่ะก็ ฉันคงต้องไล่ เอ้ย ขอบอก ให้ไปใช้สนามกีฬาของจังหวัดซะ เข้าใจยัง อ้าว เฮ้ย!"
แดนไตรพูดไม่ทันจบ ผ่านฟ้าก็เดินไปใช้เท้าสะกิดลูกบอลบนพื้นขึ้นมาเดาะเล่น หันมาขยิบตา ถามยิ้มๆ
"แล้วถ้า... ผมจะใช้ให้ได้ล่ะ"
...ไอ้หมอนี่...ทักษะมันแปลกๆ ั้แ่เจอครั้งแรกแล้ว หรือว่า...
"อ๋อ ได้เลย บอกแล้วไงว่าจะใช้ต้องขออนุญาตฉัน สำหรับฉันมีกฏอยู่ว่า ถ้าแย่งลูกจากเท้าฉันไปยิงประตูได้ 5 ครั้ง ฉันจะให้มันใช้โรงยิม เวลาไหนก็ได้ไม่มีจำกัด ยกเว้นคาบชมรมฟุตซอล"
ผ่านฟ้ากะพริบตาปริบๆ "กฎนี้เพิ่งตั้ง หรือว่ามีนานแล้ว?"
"ชิชะ คิดว่าฉันเพิ่งตั้ง เพื่อสกัดนายเหรอ ไปถามดูได้ สองปีมานี้ มีไม่ต่ำกว่าสามสิบคนที่แพ้เกมฉัน"
"โอเค มาแข่งกันเลย" ผ่านฟ้าบอกง่ายๆ เสียงระรื่น เตะบอลลอยโด่งขึ้นฟ้าก่อนดูดลงพื้นอย่างนุ่มนวล แดนไตรก้มมองลูกบอลใต้ฝ่าเท้าเขา "อ๊ะ โทษที ผมต้องแย่งสินะ" ผ่านฟ้าลืม จึงแตะบอลไหลคืนให้ กัปตันยกเท้าซ้ายเหยียบไว้
"เฮะ ถนัดซ้ายเหรอ เจ๋งนี่" ยิ้มแป้น แววตาตื่นเต้นเหมือนเด็ก
"หึ เดี๋ยวก็รู้... กติกา นายต้องยิง 5 ครั้งถึงชนะ แต่ถ้าฉันยิงได้ลูกเดียว นายแพ้ทันที"
"รุกและรับสินะ ได้เลย"
"เริ่ม!" แดนไตรร้องเปิดเกม ขยับเท้าขึ้นหน้า ผ่านฟ้าเข้าขวาง ยื่นเท้าเขี่ย เท้าซ้ายกัปตันคลึงบอลหลบไปด้านหลังแล้วเตะลอดดาก หมุนตัวอ้อมหนี หมายจะพาบอลไปต่อ มิคาด เท้าขวาผ่านฟ้าถลำไปข้างหน้า เท้าซ้ายกลับไขว้มาสกัดในชั่วพริบตา พลิกตัวหนีไปอีกข้าง กลายเป็สลัดหลุดอย่างสิ้นเชิง แดนไตรถลำไปข้างหน้าแล้ว หันกลับมาอีกที บอลก็พุ่งเข้าประตูด้วยด้วยการปั่นขวาเต็มข้อ
"เย้ 1 ลูกล่ะนะ" หันมาชี้นิ้ว ยิ้มแย้มเริงร่า
...ม...หมอนี่ มันจับจังหวะบอลเราได้ไงฟะ บ้าน่า... แค่ฟลุคเท่านั้นแหละ
"อย่าได้ใจไปเลย ฮึ่ม" กลับมาเริ่มกึ่งกลางสนามใหม่ แดนไตรเตะบอลขึ้นฟ้า ะโลอยตัวถีบเพื่อส่งแรงเหวี่ยง ผ่านฟ้าวิ่งถอยหลังขณะเขาทะยานพุ่ง บอลจากหัวพุ่งมาเกินระดับความสูง แดนไตรรู้ว่าคู่ต่อสู้ต้องโดดโหม่งกลับมา จึงตั้งท่า เพื่อรอสวน มิคาด ผ่านฟ้าต่างจากคนอื่น เขาไม่โดดสูงเพื่อโหม่ง เพราะรู้ว่าแดนไตรดักเก็บ กะจังหวะหันหลังโดด พลิกตีลังกา บอลพุ่งจากเท้า แรงกว่าลูกโหม่ง ผ่านไหล่แดนไตรเข้าประตูไป
"วิ้วว เสียบสามเหลี่ยม เพอร์เฟกต์" ผ่านฟ้ายกกำปั้นสะใจ
...อ...อะไรกัน ทั้งการอ่านเกม และจังหวะตอบโต้นั่น... มันรู้ว่าฉันจะเล่นยังไง แถมยังกะจังหวะบอลได้แม่นยำเป๊ะๆ ตีลังกายิงในกีฬาฟุตซอล มันไม่ใช่เื่กล้วยๆ นะเฟ้ย แรงกดบอลต้องต่ำ น้ำหนักทิศทางต้องได้ หมอนี่...จำตำแหน่งยืนของฉันแต่แรก!
"เฮะ เฮะ แววตาเอาจริงแล้วซี" เริ่มใหม่ที่จุดสตาร์ท ผ่านฟ้าหยอกหน้าทะเล้น
...ลองลูกโด่งอีกครั้งดีไหมนะ มันตีลังกาไม่ได้ทุกครั้งหรอกน่า...
"อ้าว เฮ้ย!" แดนไตรคลึงบอลเล่น คิดเพลินไปหน่อย ผ่านฟ้าแหย่เท้าจิ้ม แล้วสปีดหนีตัวไปเตะบอลตุงตาข่าย "เหม่ออย่างนี้...ก็ถูกกินสิคร้าบบ"
"ฉ...ฉวยโอกาสนี่หว่า" กัปตันแก้อาย แต่ในใจกลับสะดุ้ง ...ไอ้ความเร็วเมื่อกี้นี้มันอะไรกัน...
"3 ลูกแล้วน๊า มีไม้เด็ดแค่นี้เหรอ" ประจันหน้ากันใหม่ ผ่านฟ้ายังหยอกอย่างซุกซน
...ยังหรอกน่า เดี๋ยวจะให้แกรู้พิษสง...
"อ๊ะ เหม่ออีกแล้ว" ผ่านฟ้านึกว่าได้ส้มหล่นอีก แดนไตรไม่พลาดเป็ครั้งที่สอง ใช้ตัวและหัวไหล่บังคู่ต่อสู้ไว้ ค่อยๆ ขยับพาบอลไปข้างหน้า แต่ทางซ้ายทางขวา ก็ถูกพัวพันดักทางไว้หมด ทั้งที่หมอนั่นตัวเล็กกว่าเขา กลับแข็งแกร่ง แถมสมดุลร่างกายดีมาก ถูกเบียดก็ไม่ล้ม ถูกกระแทกก็ไม่เสียหลัก แดนไตรไม่เคยเจอแรงกดดันเท่านี้มาก่อน
...หนอย ตื๊อจริงนะ... ถึงจะหงุดหงิด แต่ประสบการณ์การถูกประกบในเกมแข่งขันจริง ทำให้รู้ตัวอย่างรวดเร็ว ...หมอนี่ กำลังบีบให้เขาเลี้ยงบอลไปทางขวา...
"โธ่เว้ย... อ๊ะ!" เพราะบอลถูกคุมโดยเท้าข้างไม่ถนัด ความพลาดจึงบังเกิด บอลหลุดจากเท้าแดนไตร กลิ้งหลุนๆ ไปข้างหน้า ทั้งสองออกวิ่งพร้อมกัน ผ่านฟ้าถึงบอลก่อน แต่แดนไตรยื่นขายาวมาสกัด ผ่านฟ้าโดดข้ามขา สปีดไปหาบอล บอลกำลังจะเด้งออกนอกเส้น เขาสไลด์ตัวกับพื้น ยื่นเท้าเกี่ยวกลับเข้ามาในเสี้ยวมิล๚
"อะฮ่า เสร็จฉันล่ะ!" แดนไตรรอเก็บอยู่แล้ว คู่ต่อสู้กำลังเสียหลัก ทางว่างโล่ง...
"ไปเลย ลูกยิงมหากาฬ!" กัปตันแดนไตรยืนเท้าสะเอวหัวเราะร่า มองลูกบอลพุ่งไปหาตาข่าย ...สำเร็จ...ฉันชนะ ฉันชนะ... ฮะ ฮะ
"แว๊กกกกกกกก อะไรวะเนี่ย!!" แต่แล้วต้องร้องลั่น ตาโตเป็ไข่ห่าน ยกมือทึ้งหัวตัวเอง บอลกำลังจะเข้าประตูอยู่รอมร่อ ร่างหนึ่งโถมพุ่งมาทั้งตัว แทบจะระนาบกับพื้น โหม่งบอลออกนอกสนามไปได้อย่างหวุดหวิด
ร่างสาวน้อยวัยสิบเจ็ดที่หน้าประตู ยืนอ้าปากค้างกับภาพที่เห็น
...ใช่เขาจริงๆ ด้วย ฟุตเวิรค์แบบนี้มีแค่คนเดียวเท่านั้น!
"นายทำลูกออก ฟาวล์ ฟาวล์ แพ้ แพ้ ปรับแพ้เดี๋ยวนี้เลย" แดนไตรโวยวายลั่นยิม กลบเกลื่อนความรู้สึกใของตัวเอง
...หมอนั่นวิ่งมาจากข้างหลัง แต่สปีดทันลูกยิงของเขาได้ มันใช่คนแน่เหรอ...
"เดี๋ยวก่อนสิ เมื่อกี้ คุณก็ทำลูกออกนะ ถ้าผมไม่เกี่ยวไว้ คุณแพ้ั้แ่ตอนนั้นแล้ว ลูกนี้ ตามกติกาถือว่าเจ๊ากันไป เพราะไม่มีใครยิงเข้า"
"โน โน โน ฉันไม่เล่นกับนายแล้ว โกงสารพัดเลยนี่หว่า ยกเลิก ยกเลิก เกมนี้โมฆะ"
"ฮ้า พูดมาได้ยังไงว่าโกง ผมยิงเข้าตามกติกาทั้งสามลูกนะ สู้ไม่ได้บอกโมฆะ แพ้แล้วพาลนี่นา"
...ใกล้ถึงคาบแล้ว ขืนเล่นต่อ ฉันก็เสียหน้าสิฟะ... แดนไตรคิดในใจ
"โธ่เอ๊ย นึกว่าแน่ ที่แท้ก็ไร้สัจจะ ชนะมาได้สามสิบกว่าคนขี้โม้ทั้งเพ ไม่น่าเสียเวลาด้วยเลย" ผ่านฟ้าโบกมือ ทำหน้าเอือมระอา เชิดหน้าออกจากโรงยิมไป สวนกับนักฟุตซอลที่เริ่มทยอยเข้ามา