นาคีน้อยนามว่านาคทิพย์ยังไม่หายโกรธอลินตาฟาดงวงฟาดงาอยู่ในแม่น้ำแม่คุณเล่นว่ายน้ำท่าผสมต่างๆ นาๆ ก่อนจะสะบัดปลายหางไปมาอย่างสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั้งคุ้งน้ำ นาคทิพย์ว่ายน้ำเป็นการระบายความแค้น ก่อนจะตะโกน
“นังอลินตา...แก... แกเจอดีแน่....” นาคทิพย์ตะโกนด้วยความเกรี้ยวกราดสุดเสียงแต่ที่เหล่าน้องสัตว์น้ำได้ยินนั่นคือ
“ฟ่ออออออ....ฟู่ววววววว.... ฟื้ดดดดด...” ออออ... ที่แท้แล้วคำว่าอลินตาในภาษาพญานาคสะกดแบบนี้ใช่ไหมแม่คุณ.. และด้วยความที่นาคทิพย์ไม่ทันได้ระวังตัวเธอก็เผลอหลุดจนได้ เพราะขณะที่นาคทิพย์กำลังระบายอารมณ์ไปกับสายน้ำนั้นแม่นาคีสาวก็โดนแอบถ่ายคลิปจากมนุษย์ ทำเอาฮือฮาขึ้นเทรนทวิตเตอร์พญานาคเล่นน้ำคลายร้อน และก็เป็นประเด็นจนลุกเป็นไฟ บ้างก็ว่าของจริงบ้างก็ว่าตัดต่อ บ้างก็ว่า ปลาไหล.!? ต๊าย.. ปลาไหลบนหลังคาบ้านเธอน่ะสิ มีหงอน มีครีบสีแดงแป๊ดขนาดนั้น
ขณะที่นาคทิพย์กำลังระบายความโกรธอยู่ในแม่น้ำภายในรถของเนตรนภาก็เงียบกริบ แต่ทว่ามหาศาลไปด้วยความครุ่นคิดเป๋ากับหมิงนั่งสบตากันเป็นเชิงรู้กันว่าภายในรถนั้นเงียบกริบเป็นรองแค่ป่าช้าเท่านั้นแหละเพราะสองพี่น้องตระกูลปราบผีคงจะมัวแต่นั่งคิดไขปริศนากันอยู่เป็นแน่เป๋ามองกระจกหลัง ก่อนจะจีบปากสอบถาม
“เอ่อ.. ขอโทษนะคะเป๋าขอพูดอะไรนิดนึงคือวันนี้เนี่ยคุณอลินทำเป๋าอึ้งเหมือนโดนตบเลยนะคะ” อลินตาที่กำลังหมกมุ่นครุ่นคิดอยู่กับปริศนาคำทายไหนจะคิดเรื่องวิญญาณเจ้านางละอองทองอยู่ ก็เงยหน้าไปทางลูกน้องที่สวมบทคนขับรถของตน
“อึ้งอะไรเหรอเป๋าตุง?”เป๋ายิ้มกริ่ม ขับรถไปพลางก็พูดไปด้วย
“ก็คุณอลินเล่นปฏิเสธเงินตั้งสิบล้านที่คุณนาคทิพย์เสนอน่ะสิคะทั้งที่งานก็ง่ายๆ ไม่คณามือคุณอลินเท่าไหร่” อลินตาได้ยินลูกน้องสาวสองของตัวเองไถ่ถามด้วยน้ำเสียงเต็มไปด้วยจริตจะกร้านก็ยิ้มผ่อนคลายสมองลงนิดๆ ก่อนจะเก็บกำไลกลับเข้าห่อในผ้าขาวแล้วหย่อนลงกระเป๋าตัวเองเพราะเนตรนภาให้แล้วไม่คิดจะเอาคืนอย่างแน่นอนของแบบนั้นให้อลินตาเก็บไว้จะเหมาะกว่า เผื่อวันดีคืนเฮี้ยนเจ้าของกำไรอยากจะชวนไปนั่งเสลี่ยงชมเมืองเหนือเล่นคงได้ช็อกตาตั้งตายตั้งแต่ยังไม่ทันหมดลมหายใจกันพอดี ส่วนเป๋าก็พูดเจื้อยแจ้วต่อตามประสาคนช่างพูดช่างเจรจา
“มันแสดงให้เห็นว่าเงินซื้อคุณอลินเจ้านายของพวกผมไม่ได้ใช่ไหมครับ?”หมิงพูดเสริมคำเป๋าขึ้นบ้างอลินตากอดอกพร้อมกับเคาะนิ้วไปที่บริเวณข้อศอกของตัวเองความตึงเครียดค่อยๆ หายไปถึงแม้ว่าเป๋าและหมิงจะเป็นแค่ลูกน้อง แต่เธอก็รู้สึกว่าทั้งสองรู้ใจว่าตอนไหนควรหนัก ตอนไหนควรเบานี่สิที่เรียกว่าเจ้านายและลูกน้องควรรู้จักรู้ใจกันจึงจะทำงานแทนกันและกันได้เป็นอย่างดีอลินตายิ้มอ่อนก่อนตอบ
“ใช่.. เงินของนาคทิพย์ซื้อฉันไม่ได้หรอก..”เงียบ... เกือบจะปริ่มใจอยู่ละ แต่ประโยคถัดมาของเจ้าตัวนี่สิทำเอาทั้งรถหงายผึ่ง
“เพราะมันยังไม่มากพอ..!”เมื่อทุกคนได้ยินประโยคหลังก็พากันถอนหายใจไม่ใช่ว่าถอนหายใจเพราะความงกเข้าเส้นเลือดหรอกนะแต่ที่ถอนหายใจก็เพราะนี่แหละอลินตาตัวจริงเสียงจริงว่าแล้วอลินตาก็อดที่จะบ่นไม่ได้
“ยัยนาคทิพย์ก็ไม่รู้จักอดทนซะบ้างนี่ถ้าเสนอฉันเพิ่มอีกสัก สี่ซ้าห้าล้านฉันอาจจะพิจารณาใหม่ มัวทำงกอยู่ได้”พูดไปก็เบะปากไปเพราะอลินตารู้ดีว่าเงินแค่นั้นขนหน้าแข้งแม่นาคีสาวน้อยไม่ร่วงแน่เนื่องจากสมบัติพญานาคมีมากมายกองเป็นภูเขาเลากาที่อลินตารู้เพราะเคยไปเห็นกับตามาแล้วเมื่อครั้งไปกราบปู่นาคถึงถิ่นถ้ำบาดาลแต่อลินตาก็ถอนหายใจอย่างตัดใจได้ก่อนจะบ่นพึมพำ
“แต่ฉันว่าการที่ปฏิเสธไปแบบนั้นน่ะดีละ”คราวนี้ทุกคนเงียบอีกครั้ง เพราะอยากจะรู้ว่าอลินตาคิดอะไรอยู่ มีแต่เนตรนภาเท่านั้นที่หันมาถามผู้เป็นพี่สาวของตัวเอง
“ทำไมล่ะคะ?” อลินตารีบหันมาตอบเนตรนภาญาติผู้น้องเสียงสูงปรี๊ด
“เอ๊า ก็มาคราวหน้าพี่จะได้เก็งกำไรให้มากกว่าที่เคยเรียกไงเพราะดูจากอาการของยัยนาคทิพย์แล้ว เหมือนแค่อยากจะรู้ว่าพี่มีฝีมือจริงหรือเปล่าดูก็รู้ว่าโอเวอร์แอคติ้งคนแบบนี้ถ้าเล่นตัวนิดๆ แสร้งยื้อหน่อยๆ รับรองทุ่มสุดตัวเอาเป็นว่าหลังจากรับมรดกเรียบร้อยแล้ว จะพิจารณางานของยัยนาคทิพย์ก่อนลูกค้ารายอื่นก็แล้วกันโอเค๊..” เมื่ออลินตาพูดจบคราวนี้คนที่เบ้หน้าเห็นจะเป็นเป๋ากับหมิงนั่นแหละ ความงกยังคงมาตรฐานเดิมร้อยเปอร์เซ็นต์เต็มเป๋าอดจะกระแนะกระแหนเจ้านายตัวเองไม่ได้
“นี่ถ้าคุณอลินไม่ติดว่างกเงินจนเข้าเส้นเป๋าว่าคุณอลินบรรลุธรรมเข้าสู่พระนิพพานไปนานแล้วนะคะ” เมื่อเป๋าพูดจบประโยคทั้งรถก็หัวเราะครืนกันขึ้นมาด้วยความพร้อมเพรียง นั่นจึงทำให้บรรยากาศภายในรถผ่อนคลายแต่ทว่าภายในหัวของอลินตานั้นหรือ กลับคิดไปถึงปริศนาคำใบ้ต่อไปเสียแล้ว
‘ไนยะคำสุดท้ายของบรรทัดแรก มันแปลว่าอะไร? และที่สำคัญเนตรนภาต้องเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้แน่ๆไม่อย่างนั้นคำเหล่านั้นมันจะใบ้ญาติผู้น้องของเธอทำไม!’
ณ คฤหาสน์โหราตระกูลอันโอ่อ่าถึงแม้ว่าปลายนภาจะทำเป็นไม่ยี่หระและไม่แสดงอาการใดๆ ออกมาก็ตามแต่ใครจะรู้บ้างล่ะว่าเส้นเอ็นสันหลังของปลายนภาร้อนวูบวาบราวกับว่ากำลังจะเจอเรื่องตื่นเต้นอะไรสักอย่างขณะที่ปลายนภากำลังนั่งอยู่ที่โถงห้องรับแขกขนาดใหญ่ แม่บ้านมุกนวลก็เดินเข้ามาพร้อมกับชาร้อนและซาลาเปาหลากไส้ในจานกระเบื้องเซลามิคสุดหรู
“กังวลเรื่องอะไรอยู่หรือเปล่าคะคุณ?”เสียงของแม่บ้านมุกนวลสอบถามผู้เป็นนายด้วยความเป็นห่วง และเช่นเคยปลายนภาหยิบถ้วยชาร้อนขึ้นมาจิบแต่มิได้หยิบซาลาเปาในจานขึ้นมาด้วย กินอะไรไม่ลงหรอกเพราะว่ากำลังจะได้พบหน้าหลานสาวอันไม่เป็นที่รักเร็วๆนี้นั่นเอง..
“คงเลี่ยงไม่ได้แล้วสินะที่ฉันจะต้องเผชิญหน้ากับมัน” แม่บ้านมุกนวลถือถาดแนบกับลำตัวก่อนจะพูดน้ำเสียงนิ่งๆ จนบางครั้งฟังเหมือนทื่อไร้ชีวิตชีวา
“กลัวที่จะเผชิญหน้าหรือว่ากลัวที่จะถูกมันกำจัดกันแน่คะ?” ไม่มีเสียงตอบ นอกจากมือขาวซีดของปลายนภาที่ตอนนี้เล็บผุดมาจากไหนไม่รู้ยาวเฟื้อยเหมือนนางรำแผนกฟ้อนเล็บคว้าหมับเข้าให้ที่ลำคอของแม่บ้านมุกนวลอย่างรวดเร็วนี่ถ้าเด็กในบ้านมาเห็นคงจะวิ่งป่าราบแน่ๆ ก็ประมุขของบ้านเล่นตาแดงราวกับถ่านเพลิงไหนจะเล็บดำๆ นั่นที่แหลมงอกยาวยังกับผีปอบกระชากไส้ แต่แทนที่แม่บ้านมุกนวลจะกลัวลนลานเธอกลับส่งเสียงเตือนเหมือนจะเป็นห่วง
“ทำอะไรอย่าประเจิดประเจ้อสินายท่าน! อย่าลืมว่านายท่านต้องอาศัยอยู่ในร่างนี้ไปอีกสักระยะนะคะ..!” แต่แม้ว่าแม่บ้านมุกนวลจะเอ่ยเตือนแบบนั้น แต่ปลายนภาก็ไม่ได้ปล่อยมือออกจากลำคอแม่บ้านของตัวเองกลับค่อยๆ รั้งคอของแม่บ้านมุกนวลเข้ามาหาตน แล้วพูดด้วยน้ำเสียงดุดันจัดเต็ม
“ข้าไม่เคยกลัวพวกมันตระกูลนี้ข้าไม่เคยกลัว ข้าแค่ยังไม่อยากเผชิญหน้ากับมันในช่วงที่ข้ากำลังฟื้นตัว!!”คุณพระ...! คุณเจ้า...! ปลายนภาผู้มีเลือดเนื้อเชื้อไขจากกำเนิดตระกูลหมอผีไหงกลายเป็นผีไปเองเสียอย่างนั้นเล่า ผีห่าซาตานตนใดเข้าสิงหรือนี่!?
“อย่าเกินเลยในหน้าที่ให้มากนักนังมุกนวลตอนนี้ข้ากังวล... ใช่ข้ายอมรับว่าข้ากังวล เพราะหลายปีแล้วที่ข้าไม่เคยเจอมันเลยฝีมือมันก้าวหน้าข้าสัมผัสได้ แล้วแกจะให้ข้านั่งสบายใจได้เช่นไร ทีหลังอย่าสู่รู้แกมันก็แค่วิญญาณรับใช้เท่านั้น!” น้ำเสียงที่พูดดุดันแหบพร่าพูดพร้อมเสียงลมหายใจที่ฟืดฟาดๆ ราวกับควายกำลังจะถูกเชือดแต่แล้วขณะที่แม่บ้านมุกนวลกำลังโดนเล่นงานอยู่นั้นเสียงอันสุดแสนจะเคร่งเครียดของใครบางคนในร่างปลายนภาก็หายไป พร้อมกับร่างของแม่บ้านมุกนวลที่ถูกปล่อยกระแทกสู่พื้นเบื้องล่างอย่างแรง...!