เหตุการณ์ครั้งนั้นยังคงฝังลึกในใจท่านหมอเฉียน ยากจะลืมเลือน เมื่อหวนรำลึกก็พบว่าเวลาผ่านไปเกือบสิบปีแล้ว เป็นเช่นคำกล่าวที่ว่า เวลาผ่านไปเร็วราวสายน้ำ
ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเขามิอาจลืมเลือนเรื่องราวในครั้งนั้นได้โดยเฉพาะเมื่อต้องเผชิญหน้าทายาทของสหายรัก ความรู้สึกผิดก็ยิ่งประดังประเดเข้ามา
ในอดีตเขาเคยคิดเสมอว่า หากในกาลนั้นตนเองสามารถช่วยชีวิตผู้นั้นไว้ได้ปัจจุบันทุกสิ่งคงมิเป็นเช่นนี้กระมัง?
ไม่ว่าจะเป็นเคราะห์กรรมของอ๋องอันหรือสถานการณ์ขององค์ฮ่องเต้ในปัจจุบัน…
เขามักจะแบกรับความรับผิดชอบไว้แต่เพียงผู้เดียวกระทั่งซูอี้หว่านเอ่ยประโยคหนึ่งออกมาโดยมิได้ตั้งใจท่านหมอเฉียนจึงพลันตระหนักได้ว่าบางสิ่งบางอย่างอาจมิใช่สิ่งที่แรงกายสามารถควบคุมได้บางทีทุกสิ่งอาจเป็นลิขิตแห่งสวรรค์ก็เป็นได้…
ซูอี้หว่านมิได้ตระหนักเลยว่าเพียงคำพูดไม่กี่คำของนาง จะส่งผลต่อจิตใจของท่านหมอเฉียนถึงเพียงนั้นครั้นเห็นท่านหมอเฉียนเปลี่ยนท่าทีเป็นอ่อนโยน นางก็ได้แต่ทำสีหน้างุนงงสงสัย
ท่านหมอเฉียนมิกล่าวอันใดเพียงลูบเคราแล้วแย้มยิ้ม จากนั้นก็ก้มหน้าลงอ่านตำราแพทย์บนโต๊ะต่อไป
เมื่อเห็นเช่นนั้นซูอี้หว่านก็มิได้เอ่ยปากรบกวน มองไปยังผู้ช่วยที่แม้จะถูกตนเองเรียกกลับมาแล้วแต่ก็ยังคงมีท่าทีร้อนรนกระวนกระวายอยู่ นางก็อดมิได้ที่จะส่ายหน้าพลางหัวเราะเบาๆ
แท้จริงแล้วซูอี้หว่านมิได้คาดหวังว่าเมื่อเปิดสถานพยาบาลแล้วจะมีผู้คนมากมายเข้ามาใช้บริการเพราะสถานพยาบาลมิได้เหมือนร้านผ้า หรือร้านเครื่องประทินโฉมที่ผู้คนมักจะแวะเวียนเข้ามาชมเล่น
คนทั่วไปยามมิได้เจ็บป่วยจะมาสถานพยาบาลทำไมกัน?
และสามัญชนคนธรรมดาหากเจ็บป่วยเล็กน้อย ก็มักจะเลือกที่จะเพิกเฉย เพราะเสียดายเงินทองหากมิใช่ว่าทนต่อไปมิได้แล้ว ก็จะไม่มาสถานพยาบาลโดยง่าย
ยิ่งไปกว่านั้นสถานพยาบาลแห่งนี้เพิ่งจะเปิดทำการเป็นวันแรก ชื่อเสียงยังมิได้เลื่องลือการที่ไม่มีผู้ใดมาเยือนจึงเป็นเรื่องปกติ
ภายในสถานพยาบาลค่อยๆเงียบสงบลง ซูอี้หว่านและท่านหมอเฉียนต่างก็ตั้งใจอ่านตำราแพทย์อยู่ในมือผู้ช่วยทั้งสองกลับมีท่าทีเฉื่อยชา เอนกายลงบนโต๊ะกุ้ยไถจ้องมองไปยังประตูด้วยสายตาที่รอคอย
บนถนนมิไกลนักบุรุษผู้หนึ่งกำลังกุมหน้าอกวิ่งโซเซมาทางนี้ ระหว่างวิ่งเขาก็หันขวับไปมองข้างหลังเป็นพักๆ ท่าทางเช่นนั้นบ่งบอกว่าเขากำลังถูกใครบางคนสะกดรอย
ชายคนนี้สวมเสื้อผ้าเนื้อหยาบสีดำรูปลักษณ์ภายนอกก็มิได้โดดเด่นสะดุดตาเป็นบุคคลที่หากหายเข้าไปในฝูงชนแล้วยากที่จะมีผู้ใดสังเกตเห็นเป็นคนธรรมดาที่ไม่สะดุดตาเลยแม้แต่น้อย
เมื่อมองกลับไปเบื้องหลังไม่พบความผิดปกติใดๆ ดูเหมือนเขาจะสลัดหลุดจากพวกมันได้แล้ว จึงค่อยวางใจผ่อนลมหายใจออกมาอย่างแผ่วเบา
ทว่าบุรุษผู้นี้กลับฝืนทนมานานเกินไปครั้นผ่อนลมหายใจออกมาแล้ว ก็รู้สึกว่าร่างกายยิ่งอ่อนแรงลง เปลือกตายิ่งหนักอึ้งสิ่งที่อยู่ตรงหน้าค่อยๆ เลือนราง
ด้วยความมุ่งมั่นสุดท้ายเขาขบกรามกัดฟันเดินต่อไปข้างหน้า แต่ก็มิรู้ว่าตนเองกำลังจะไปที่ใด
ฝีเท้าของบุรุษผู้นี้ยิ่งมายิ่งแผ่วเบาเมื่อสายตาที่พร่ามัวของเขาเห็นคำว่า ‘สถานพยาบาล’รางๆ ในที่สุดก็วางใจโดยสิ้นเชิง จากนั้นก็ล้มลง ‘โครม…'
ผู้ช่วยที่ชื่อจางหลินเฝ้าสังเกตอยู่ที่ประตูตลอดเวลาย่อมไม่มีทางพลาดเสียงดังสนั่นนี้ไปได้
เมื่อชะงักงันไปครู่หนึ่งเขาก็เหลือบมองไปยังซูอี้หว่าน จากนั้นก็รีบลุกขึ้นวิ่งไปยังหน้าประตู
"คุณหนู มีบุรุษผู้หนึ่งหมดสติอยู่หน้าประตูของพวกเราขอรับ!" ครู่หนึ่งต่อมา เขาก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา สะดุดธรณีประตูเสียงดัง"บุรุษผู้นั้นทั่วทั้งตัวเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด…"
สีหน้าของจางหลินเต็มไปด้วยความหวาดผวาถึงขีดสุด"เขา… เขาตายแล้วหรือขอรับ…"
เขาพยายามยกมือขึ้นยันขอบประตูแต่แล้วก็ต้องตกใจเมื่อพบว่ามือที่เพิ่งแตะต้องบุรุษผู้นั้นกลับเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดความตกใจทำให้ใบหน้าของเขาซีดเผือดในฉับพลัน ริมฝีปากสั่นระริกอยู่นานกว่าจะเค้นคำพูดออกมาได้
เมื่อเห็นเช่นนั้นซูอี้หว่านก็รีบเดินเข้าไป ท่านหมอเฉียนก็รีบลุกขึ้นตามไปติดๆ
เป็นจริงดังคาดมีบุรุษผู้หนึ่งนอนอยู่หน้าประตู บริเวณอกของเขามีร่องรอยเปียกชุ่มเป็นดวงใหญ่พอพินิจพิเคราะห์อย่างละเอียดจึงกระจ่าง รอยเปียกชุ่มนั้นคือคราบเลือด
ซูอี้หว่านคาดคะเนด้วยสายตาปริมาณเลือดที่เสียไปของบุรุษผู้นี้อย่างน้อยต้องมีแปดเก้าร้อยซีซีขึ้นไปนับว่าอันตรายยิ่งนัก
ยามนี้ใบหน้าของชายผู้นั้นไร้ซึ่งสีโลหิตสองแก้มขาวซีดจนน่าสะพรึง ดูราวกับว่ากำลังจะขาดใจตาย
คิ้วของซูอี้หว่านขมวดมุ่นรีบย่อตัวลงตรวจสอบอาการของบุรุษผู้นี้โดยละเอียดโชคดีที่ชีพจรแม้จะแผ่วเบาอยู่บ้าง แต่ก็ยังไม่มีอันตรายถึงชีวิต
แน่นอนว่าบาดแผลของบุรุษผู้นี้ยังคงมีเลือดไหลออกมาหากมิรีบทำการรักษาบาดแผลและห้ามเลือด ปล่อยให้เลือดไหลเช่นนี้ต่อไปสถานการณ์คงมิสู้ดีนัก
สุภาษิตว่าช่วยชีวิตคนหนึ่งประเสริฐกว่าสร้างเจดีย์เจ็ดชั้นซูอี้หว่านในฐานะของผู้ทำการรักษาย่อมมิอาจปล่อยให้ผู้อื่นต้องเสียชีวิตต่อหน้าต่อตา
"พวกเจ้าทั้งสอง ช่วยกันพยุงเขาเข้าไปข้างใน ระวังด้วย" ซูอี้หว่านหันไปสั่งการให้ผู้ช่วยทั้งสองพยุงบุรุษผู้นี้ขึ้นมาจากนั้นก็หันหลังกลับไปเตรียมยาห้ามเลือด และผ้าพันแผล
รอจนกระทั่งบุรุษผู้นั้นถูกนำไปวางลงบนเตียงในห้องด้านในซูอี้หว่านจึงถือกรรไกรเดินเข้ามาเล็มเสื้อผ้าบริเวณบาดแผลของบุรุษผู้นั้นอย่างระมัดระวัง
“เฮือก...”
พอบาดแผลเปิดออกซูอี้หว่านก็เผลอสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตกใจ บาดแผลนั้นดูน่าสยดสยองเกินบรรยาย
ร่องรอยบาดแผลบนร่างชายผู้นี้บ่งบอกชัดเจนว่าเกิดจากอาวุธจำพวกลูกศรและที่สำคัญ ปลายลูกศรนั้นมีเงี่ยงแหลมคม ใครเล่าจะรู้ว่าชายผู้นี้กำลังคิดอะไรถึงกับกล้าลงมือดึงลูกศรออกมาด้วยตัวเอง
ไม่ต้องพูดถึงว่าการกระทำเช่นนี้จะทำให้เนื้อเยื่ออ่อนบอบช้ำเพียงใดเพียงแค่ความเจ็บปวดแสนสาหัสนี้ ก็เกินกว่าที่คนทั่วไปจะทานทนได้
และบุรุษผู้นี้กลับประคองร่างกายเช่นนี้มิรู้ว่าเดินมาจากที่ใดมาจนถึงหน้าสถานพยาบาลของพวกนางได้ ความมุ่งมั่นเช่นนี้มิใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะมีได้
เพียงเพราะความทรหดอดทนนี้ซูอี้หว่านก็อดมิได้ที่จะรู้สึกชื่นชมบุรุษผู้นี้
สิ่งที่ต้องทำในตอนนี้คือรีบจัดการบาดแผลให้เรียบร้อย ในเวลานี้ผู้ช่วยได้ตักน้ำมาให้เรียบร้อยแล้วซูอี้หว่านมิได้ลังเลอีกต่อไป รีบรวบแขนเสื้อขึ้นลงมือทำความสะอาดบาดแผลให้บุรุษผู้นี้ด้วยตนเอง
รอจนกระทั่งทำความสะอาดบาดแผลได้เกือบหมดแล้วนางก็เดินไปยังตู้ที่อยู่ด้านหน้า หันหลังให้กับทุกคนก้มตัวลงเสมือนกำลังค้นหาสิ่งของอยู่ในตู้
ทว่ามือขวาของนางกลับแอบลูบแหวนไม้ที่นิ้วหัวแม่มือซ้ายแล้วหมุนเบาๆพึมพำร่ายคาถาในใจ จากนั้นแผงควบคุมขนาดเท่ากระดาษ A4 ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าของนางทันที
บนแผงควบคุมปรากฏข้อมูลมหาศาลจนน่าทึ่งซูอี้หว่านรวบรวมสมาธิ ใช้กระแสความคิดสำรวจในที่สุดก็เจอแอลกอฮอล์สำหรับฆ่าเชื้อโรคตามบาดแผลพร้อมกันนั้นก็หยิบยาปฏิชีวนะติดมือมาด้วย
บาดแผลของบุรุษผู้นี้ยุ่งยากเกินไปหากรักษาไม่ดี อาจเกิดการติดเชื้อ ยิ่งในยุคสมัยนี้ ที่เต็มไปด้วยข้อจำกัดนางจึงไม่อาจวางใจว่าการรักษาความสะอาดจะสมบูรณ์แบบ
ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมียาปฏิชีวนะมิเช่นนั้นหากบาดแผลอักเสบติดเชื้อ คงเป็นเรื่องใหญ่แน่
เมื่อคิดถึงบาดแผลที่น่าสยดสยองของบุรุษผู้นั้นซูอี้หว่านลังเลอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นก็หยิบเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการผ่าตัดออกมาด้วย
หากมีผู้ใดมาพบเห็นก็ช่างเถิด คงต้องหาข้ออ้างสักหน่อยพอให้ผ่านๆ ไป ส่วนหมอหลวงเฉียนจะเชื่อหรือไม่ก็สุดแล้วแต่ อย่างไรเสียนางก็มีเครื่องมือผ่าตัดมากกว่าหนึ่งชุดการมอบให้เขาชุดหนึ่งก็มิได้เสียหายอันใด