บทที่ 18 : หุบเขาเพลิงอัสนีและเปลวไฟที่มอดดับ
หลังจากเผชิญหน้ากับไคริส ผู้ส่งสารแห่งความว่างเปล่ามาได้ คณะผู้ถือโฉลกแห่งดวงดาวก็เดินทางต่อไปด้วยความมุ่งมั่นที่เพิ่มขึ้น พวกเขาเข้าใจแล้วว่าศัตรูไม่ได้มีเพียงกำลังกาย แต่ยังสามารถเล่นงานจิตใจและบิดเบือนความรู้สึกได้อย่างชาญฉลาด
เป้าหมายต่อไปคือ 'หุบเขาเพลิงอัสนี' บ้านเกิดของอัคคี ที่ซึ่งผู้พิทักษ์แห่งราศีเมษอาจจะซ่อนตัวอยู่ และที่สำคัญคือเขารู้สึกกังวลเกี่ยวกับบิดา 'ราชันย์สุริยะ' ที่ยังคงป่วยหนักจากพิษของเงามืด
การเดินทางสู่หุบเขาเพลิงอัสนีนั้นยาวนานและเต็มไปด้วยความท้าทาย สภาพอากาศเริ่มแปรปรวนมากขึ้นเรื่อยๆ แสงแดดที่เคยส่องสว่างเจิดจ้ากลับถูกปกคลุมด้วยกลุ่มเมฆสีดำทะมึน และกลิ่นไหม้ควันคละคลุ้งไปทั่วอากาศ
"ข้าััได้ถึงพลังงานมืดที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ" เมษาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด ออร่าสีฟ้าครามของเธอกะพริบถี่ขึ้น "พลังของเงามืดที่นี่หนาแน่นมาก ราวกับมันกำลังรวมตัวกันเพื่อบางสิ่ง"
อัคคีพยักหน้า เขารู้สึกได้ถึงความปั่นป่วนในใจที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเข้าใกล้บ้านเกิด ออร่าสีแดงเพลิงของเขาดูหม่นหมองลงเล็กน้อยเมื่อััได้ถึงความมืดมิดที่เข้าครอบงำอาณาจักรของเขา
"ท่านพ่อ..." อัคคีพึมพำกับตัวเอง
ลูคัสเองก็เตรียมพร้อม เขาััได้ถึงความตึงเครียดในอากาศ และความมุ่งมั่นที่จะต่อสู้ก็ลุกโชนขึ้นในตัวเขา เอลิน่าใช้พลังราศีพฤษภของเธอคอยรักษาพลังงานของทุกคนให้คงที่ มาเรียใช้พลังราศีกรกฎของเธอค้นหาเบาะแสจากความทรงจำที่หลงเหลืออยู่ในบริเวณนั้น และบาลานซ์ใช้พลังราศีตุลย์ของเขาคอยปรับสมดุลของพลังงานที่ปั่นป่วนรอบตัว
เมื่อพวกเขาเดินทางมาถึงเขตแดนของหุบเขาเพลิงอัสนี ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้ทุกคนต้องตกตะลึง ปราสาทสุริยะอัสนีที่เคยยิ่งใหญ่และเปล่งประกายดุจดวงอาทิตย์ บัดนี้กลับถูกปกคลุมด้วยเงามืดที่หนาแน่นกว่าที่เคยเห็นมา เปลวไฟที่เคยลุกโชนตลอดเวลากลับมอดดับลง เหลือเพียงควันดำทะมึนที่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า
"ไม่จริง!" อัคคีคำรามด้วยความเ็ป เขาพุ่งทะยานเข้าสู่ปราสาททันที โดยไม่รอให้ใครห้ามปราม
"ท่านอัคคี! รอเดี๋ยวค่ะ!" เมษาะโ แต่ก็ไม่ทัน อัคคีพุ่งเข้าไปในความมืดมิดของปราสาทอย่างไร้ความลังเล
ภายในปราสาทสุริยะอัสนีนั้นมืดมิดและเงียบสงัดกว่าที่เคยเป็ อัคคีพยายามเรียกพลังราศีสิงห์ของเขาเพื่อสร้างแสงสว่าง แต่เปลวเพลิงของเขากลับดูหรี่ลงและไม่สามารถแผดเผาความมืดมิดที่กัดกินปราสาทได้
"นี่มันอะไรกัน!" อัคคีพึมพำ
ทันใดนั้น เสียงกรีดร้องขององครักษ์ผู้ซื่อสัตย์ก็ดังขึ้นจากด้านในสุดของปราสาท อัคคีไม่รอช้า เขารีบวิ่งตรงไปยังต้นเสียง โดยมีเมษาและคนอื่นๆ ตามมาอย่างรวดเร็ว
เมื่อมาถึงห้องโถงหลัก ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำให้อัคคีหัวใจแทบหยุดเต้น
ราชันย์สุริยะ บิดาของอัคคี นอนแน่นิ่งอยู่บนแท่นบรรทม ร่างของท่านซีดเซียว ออร่าสีแดงอมส้มของท่านถูกกลืนกินจนหมดสิ้น เหลือเพียงความมืดมิดที่เข้าครอบงำ และรอบกายของท่าน มีองครักษ์จำนวนมากที่พยายามจะต่อสู้กับสิ่งมีชีวิตแห่งเงามืดที่ปรากฏตัวขึ้นไม่หยุดหย่อน แต่พวกเขาก็ดูอ่อนแรงและถูกพลังงานมืดบดขยี้จนแทบจะหมดสิ้นแล้ว
"ท่านพ่อ!" อัคคีคำรามด้วยความโกรธแค้น เขาพุ่งเข้าใส่สิ่งมีชีวิตแห่งเงามืดด้วยพลังราศีสิงห์ระดับ 2 ที่รุนแรงที่สุด เปลวเพลิงสีแดงเพลิงที่บริสุทธิ์ของเขาแผดเผาพวกมันจนสลายไปในทันที
เมษา เอลิน่า ลูคัส บาลานซ์ และมาเรีย ต่างก็ร่วมต่อสู้ พวกเขาใช้พลังลูกแก้วราศีระดับ 2 ของตนเองเพื่อขับไล่เงามืด ปกป้ององครักษ์ที่อ่อนแอ และพยายามเข้าใกล้ราชันย์สุริยะ
แต่แล้ว เสียงหัวเราะเยือกเย็นก็ดังก้องไปทั่วห้องโถง ร่างของ เนโครัส ผู้ส่งสารแห่งความมืด (ราศีเมถุนที่ถูกบิดเบือน) ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งกลางห้องโถงใหญ่ ดวงตาของเขาเรืองแสงสีม่วงเข้ม และมีรอยยิ้มที่ชั่วร้ายบนใบหน้า
"ยินดีต้อนรับกลับบ้าน... ราชันย์เพลิง" เนโครัสกล่าว "ดูเหมือนว่าเ้าจะมาทันเห็นการสิ้นสุดของอาณาจักรของเ้าพอดีเลยนะ"
"เ้าทำอะไรกับท่านพ่อของข้า!" อัคคีคำรามด้วยความโกรธแค้นสูงสุด เปลวเพลิงในกายของเขาลุกโชนขึ้นอย่างบ้าคลั่ง ออร่าสีแดงของเขากะพริบอย่างรวดเร็ว และเริ่มมีริ้วสีดำปรากฏขึ้นอีกครั้ง
"ข้าแค่ช่วยให้เขาได้พักผ่อนอย่างสงบ" เนโครัสตอบ "พลังของเขา... ถูกกลืนกินไปจนหมดแล้ว"
คำพูดของเนโครัสทำให้ความโกรธของอัคคีพุ่งถึงขีดสุด เขาสูญเสียการควบคุมตนเอง พลังราศีสิงห์ที่บ้าคลั่งปะทุออกมาอีกครั้ง เปลวเพลิงที่รุนแรงและไร้ทิศทางแผดเผาทุกสิ่งรอบตัว ราวกับจะทำลายทุกอย่างให้มอดไหม้ไป
"ท่านอัคคี! จงควบคุมตัวเอง!" เมษาะโ เธอกำลังใช้พลังลูกแก้วราศีกุมภ์ระดับ 2 ของเธอเพื่อ 'บิดเบือน' กระแสพลังงานที่บ้าคลั่งของอัคคี และพยายามดึงสติเขา
เนโครัสยิ้มเยาะ "ความโกรธของเ้า... ช่างหอมหวานนัก! มันคือช่องทางที่เงามืดจะเข้าครอบงำ!"
เขาเตรียมจะใช้พลังแห่งการบิดเบือนของเขาเพื่อเร่งการครอบงำของเงามืดในตัวอัคคี
ในวินาทีที่วิกฤตที่สุดนั้น ทันใดนั้น... แสงสว่างจ้าสีแดงเพลิงก็ปะทุขึ้นจากกลางห้องโถง แสงนั้นบริสุทธิ์และรุนแรงยิ่งกว่าเปลวเพลิงใดๆ มันพุ่งเข้าใส่เนโครัสอย่างรวดเร็ว บังคับให้เขาต้องถอยร่นไปหลายก้าว และพลังแห่งการบิดเบือนที่เขากำลังจะปล่อยออกมาก็สลายหายไป
"พลังนั้น!" อัคคีอุทาน ดวงตาของเขาเบิกกว้างเมื่อเห็นแสงสว่างนั้น
ปรากฏร่างของหญิงสาวผู้หนึ่ง เธอยืนตระหง่านอยู่กลางเปลวเพลิงที่ลุกโชน ผมสีแดงเพลิงของเธอพลิ้วไหวราวกับเปลวไฟที่เต้นระบำ ดวงตาสีแดงสดใสของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความกล้าหาญ ออร่าสีแดงเพลิงที่เปล่งประกายจากกายของเธอนั้นบริสุทธิ์และรุนแรงกว่าพลังราศีสิงห์ใดๆ ที่เคยเห็นมา บ่งบอกถึงพลังราศีเมษที่แข็งแกร่ง และนิสัยที่กล้าหาญ ตรงไปตรงมา ตามสีประจำวันเกิดวันอาทิตย์ของเธอ
นั่นคือ อรีส ผู้พิทักษ์แห่งเพลิงอัสนี ผู้ใช้พลังราศีเมษ และเป็ความหวังสุดท้ายของอาณาจักรสิงห์
"ข้าไม่ยอมให้เ้าทำร้ายราชันย์เพลิง!" อรีสคำราม เสียงของเธอดุดันและก้องกังวาน "และข้าไม่ยอมให้เ้าทำลายอาณาจักรของข้า!"
อรีส (อายุประมาณ 24-26 ปี) มีพลังลูกแก้วราศีเมษระดับ 2 เช่นเดียวกับอัคคีและเมษา แต่พลังของเธอนั้นร้อนแรงและรุนแรงกว่าที่ใครจะคาดคิด พลังราศีเมษของเธอคือ 'พลังแห่งการเริ่มต้น' การโจมตีที่รวดเร็วและรุนแรงราวกับสายฟ้า และยังสามารถ 'จุดประกาย' ความกล้าหาญในจิตใจของผู้คนได้
อรีสพุ่งเข้าใส่เนโครัสด้วยความเร็วสูง เปลวเพลิงสีแดงเพลิงของเธอปะทะเข้ากับพลังแห่งการบิดเบือนของเนโครัสอย่างดุเดือด แสงสว่างจ้าปะทุขึ้นกลางห้องโถง
อัคคีมองอรีสด้วยความประหลาดใจ เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีผู้ใช้พลังราศีเมษที่แข็งแกร่งเช่นนี้ในอาณาจักรของเขามาก่อน
เมษา เอลิน่า ลูคัส บาลานซ์ และมาเรีย ต่างก็ร่วมต่อสู้กับอรีส พวกเขาใช้พลังลูกแก้วราศีระดับ 2 ของตนเอง เพื่อโจมตีและป้องกันเนโครัส
เนโครัสรับรู้ได้ถึงพลังที่แข็งแกร่งของอรีส และพลังของคณะผู้ถือโฉลกแห่งดวงดาวที่ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ เขาหัวเราะเบาๆ
"ช่างน่าสนุกจริงๆ! ดูเหมือนว่าพวกเ้าจะแข็งแกร่งขึ้นกว่าที่ข้าคิดไว้" เนโครัสกล่าว ก่อนที่ร่างของเขาจะสลายหายไปในเงามืดอย่างรวดเร็ว เขายังคงไม่ต่อสู้จนถึงที่สุด แต่เขา้าจะทดสอบพลังของพวกเขา
เงามืดที่เคยปกคลุมปราสาทสุริยะอัสนีเริ่มจางหายไปเล็กน้อย เมื่อเนโครัสถอยหนีไป อรีสหันมามองอัคคี
"ท่านคือใครกัน!" อัคคีถาม
"ข้าคืออรีส ผู้พิทักษ์แห่งเพลิงอัสนี" อรีสตอบ "ข้าถูกส่งมาที่นี่เพื่อปกป้องราชันย์สุริยะ และคอยระวังภัยจากเงามืด" เธอมองไปที่ราชันย์สุริยะที่ยังคงนอนแน่นิ่ง "แต่ข้าก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย"
อัคคีเดินเข้าไปหาราชันย์สุริยะ เขาแตะมือลงบนร่างของบิดา ออร่าสีแดงเพลิงของเขาพยายามจะส่งพลังไปช่วย แต่ก็ไร้ผล
"ท่านพ่อ..." อัคคีพึมพำ
"พิษของเงามืดได้กัดกินพลังชีวิตของท่านราชันย์ไปมากแล้ว" มาเรียกล่าว "เราต้องรีบกอบกู้ดวงแก้วปฐมธาตุให้ได้ก่อนที่ทุกสิ่งจะสายเกินไป"
อรีสจ้องมองอัคคีและคณะเดินทางของเขา ดวงตาสีแดงสดใสของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น "ข้าจะร่วมเดินทางไปกับพวกท่าน" อรีสกล่าว "ข้าจะใช้พลังราศีเมษของข้า เพื่อนำแสงสว่างกลับคืนสู่โลกนี้ และปกป้องราชันย์เพลิงองค์ต่อไป!"
การเดินทางเพื่อรวบรวมผู้ใช้พลังราศีได้ก้าวเข้าสู่บทสรุปที่สำคัญยิ่งขึ้นแล้ว เหลือเพียงผู้ใช้พลังราศีกันย์เท่านั้น ที่จะต้องตามหา เพื่อให้พลังของทั้งสิบสองราศีได้รวมตัวกันอย่างสมบูรณ์