(วันที่ 3)
รุ่งอรุณยังไม่ทันโผล่พ้นขอบฟ้า ไป๋เยว่หลิงมาปลุกเด็กขอทานให้ตื่น เขาพูดครั้งเดียวด้วยเสียงเย็นชาว่า
"2 วันนี้ ถ้าเจ้าพลาด ข้าจะฆ่าเจ้า"
เด็กชายมองแววตานั้นแล้วรู้สึกกลัวมาก เขาจึงยอมแต่โดยดี
เรื่องน่าแปลกคือเยว่หลิงให้เลี่ยหยางกลับเข้าไปในเมืองก่อน ส่วนตัวเขาจะอยู่กับเด็กขอทานเพียง 2 คน ซึ่งตอนแรกเลี่ยหยางก็งอแงง แต่เยว่หลิงแววตาจริงจังมาก เลี่ยหยางเลยไม่อยากขัดใจ และขึ้นม้ากลับเข้ามานอนโรงแรมในเมืองแต่โดยดี
คืนนั้นเลี่ยหยางถือสุราไฟเล็กขึ้นไปบนหลังคาของหอคอยสูงมองดูไปทางป่าที่มีเยว่หลิงอยู่ด้วยแววตาคิดถึง แสงจันทร์สะท้อนลงพื้นผิวต่างๆยิ่งทำให้รู้สึกว้าเหว่และโดดเดี่ยว คืนนี้เลี่ยหยางเลยดื่มเยอะจนมีอาการเมามายเล็กน้อย ก่อนที่จะกลับเข้าห้องพักและนอนไปทั้งๆที่กลิ่นสุราคลุ้งไปหมด
และแล้วก็มาถึงวันแข่งขัน ที่สนามประลองคึกคักไปด้วยผู้คนมากมายแห่แหนกันมาดู มีทั้งชาวบ้าน เศรษฐี เหล่าจอมยุทธ และขุนนางราชสำนัก ที่น่าสนใจคือมีแม่ทัพทหารบางนายมาชมการต่อสู้นี้ด้วย
ณ จุดรับสมัคร เลี่ยหยางยืนเก้ๆกังๆอยู่ตรงนั้นจนเจ้าหน้าที่สงสัยและรำคาญ
"นี่เจ้าน่ะ!"
"ข้าเหรอ?"
"ใช่ๆ จะสมัครหรือไม่? ถ้าไม่ก็ไสหัวไปไกลๆ"
"แหะๆ พี่ชาย อย่าเพิ่งรำคาญเลย ข้ารอสหายอยู่น่ะขอรับ"
"จะยืนรอตรงนี้ก็ควรมีน้ำใจ" เจ้าหน้าที่พูดบ่นเบาๆ แต่เลี่ยหยางได้ยิน เขารู้งานรีบเดินเข้าไปเอาถุงเงินเล็กๆใส่มือเจ้าหน้าที่ในมุมอับใต้โต๊ะ
เจ้าหน้าที่ใบหน้าบึ้งตึงแต่ในใจแอบยิ้มดีใจ มองไซ้ายมองขวารีบเอาเงินซุกไว้ใต้แขนเสื้อ
"เห็นแก่ที่เจ้ารู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ และข้าเองก็มีน้ำใจกว้างขวาง ข้าอนุญาตให้เจ้ายืนตรงนี้อักสักพักล่ะกัน"
เลี่ยหยางโค้งศรีษะ แดงความขอบคุณ "ขอบพระคุณนายท่านขอรับ" เจ้าหน้าที่พยักหน้าและส่ายมือปัดให้ไปห่างๆ เลี่ยหยางจึงเดินออกมา
สายตะวันโด่งใกล้หมดเวลาแล้ว เลี่ยหยางมองไปไม่เห็นมีวี่แววคุณชายชุดขาวเลย เใบหน้าเริ่มแสดงความวิตกกังวล
"นายท่านโปรดรออีกสักนิดเถอะ สหายข้ากำลังรีบมา"
เจ้าหน้าที่มองหน้า มือแบขอเงินอีกแล้ว
เลี่ยหยางรีบนำถุงเงินถุงใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิมไปใส่มือ เจ้าหน้าที่เลยนั่งจืบชารออีกสักพัก
แต่จนแล้วจนรอดไป๋เยว่หลิงก็ไม่กลับมา เจ้าหน้าที่เริ่มหมดึวามอดทน เขาจึงลุกขึ้นและจะปิดการรับสมัคร
เลี่ยหยางรีบไปจับแขนไว้ "นายท่าน อีกแปบนะ นะ นะ นะ"
เจ้าหน้าที่สะบัดแขน "ข้าให้โอกาสแล้ว พอแล้ว"
ทันใดนั้นก็มีเสียงผู้คนร้องอื้ออึง พวกเขาแหงนหน้ามองบนฟ้า
นั่นเทพเซียนอยู่อย่างไร ราวกับเขาเหาะมาก็ไม่ปาน แถมเขาใช้เชือดมัดเด็กคนนึงลอยมาด้วย
ตุ๊บ!
ไป๋เยว่หลิงร่อนลงพื้น ส่วรเด็กขอทานหน้าทิ่มเล็กน้อยเพราะขาลงยังไม่มั่น
เจ้าหน้าที่มองคุณชายชุดขาวแล้วทึ่งในฝีมือและหน้าตา เขาใช่เซียนหรือเปล่านี่?
แล้วเจ้าหน้าที่ก็ยอมกลับมานั่งโต๊ะ และแบมือ เพื่อขอรับส่วนอีกแล้ว ซึ่งเลี่ยหยางก็กำลังจะหยิบถุงเงินใส่
อ๊าก!
เข็มเล่มใหญ่แทงฝ่ามือนั่งจนทะลุติดโต๊ะ
"ทำ....ทำร้ายเจ้าหน้าที่ ทหาร!"
พวกทหาร 4 - 5 นายกรูกันเข้ามาหาไป๋เยว่หลิง แต่ทันใดนั้นก็มีเสียงดังขึ้นมาจนสะดุ้ง
"หยุด!"
ไม่ใช่ใครที่ไหน ท่านแม่ทัพ ยืนอยู่กับชายแก่สวมชุดขุนนางคนเดิมกับที่เยว่หลิงเจอตอนถล่มจวมเจ้าเมืองกว่างโจว
พวกทหารก้มศรีษะเคารพและแยกย้ายไปทันที
เยว่หลิงโค้งศรีษะแสดงความขับคุณ แม่ทัพและขุนนางฒ่ามองสักครู่แล้วเดินจากไป
เจ้าหน้าที่เห็นไม่มีใครช่วยก็ได้แต่ใบหน้าหวาดกลัวเหงื่อออกและฉี่รดกางเกง
เยว่หลิงถอนเข็มใหญ่นั้นออกและใช้เลือดที่ติดเข็มนั้นเขียนชื่อ
"เจ้ามีชื่อไหม?"
"ไม่มี แต่ใครๆก็เรียกข้าว่าเจ้าขยะ"
"งั้นชื่อ ชี่เฟิง (คมดาบที่ถูกทอดทิ้ง) "
หลังเขียนชื่อเสร็จ เจ้าหน้าที่รีบหยิบกระดาษรับสมครและวิ่งหนีไปด้วยความกลัว
เลี่ยหยางดีใจเข้ามาจับมือเยว่หลิงด้วยความคิดถึง
"2 วันนี้เจ้าไปทำอะไรมา?"
เด็กขอทาน โค้งศรีาะคาราวะเลี่ยหยาง และพูดว่า
"ท่านอาจารย์ ฝึกวิชาลับให้ข้าขอรับ"
"วิชาลับ?"
เยว่หลิงยิ้มบางๆ พอเห็นเลี่ยหยางแอบเห็น เขาก็อายแล้วรีบเดินหนี เลี่ยหยางก็วิ่งตามไปถามใหญ่เลย
.....ณ สนามแข่งขัน ผู้ชมหลายพันหลายหมื่นคนนั่งส่งเสียงเชียร์กันอึกทึก การประลองดาบ นี้ได้รับความสนใจมากจริงๆ
สนามประลองใหญ่แห่งกว่างโจวตื่นขึ้นพร้อมเสียงคลื่นมนุษย์ อัฒจันทร์หินซ้อนทับกันราวภูผาล้อมฟ้า ผู้ชมเรือนหมื่นหลั่งไหลจนลานดินกลางสนามมองไม่เห็นขอบ
แสงแดดกว่างโจวแรงจัด แต่ความร้อนของผู้คนแรงยิ่งกว่า เสียงตะโกนเรียกชื่อจอมยุทธดังเป็นระลอก คล้ายคลื่นทะเลใต้
สายตานับหมื่นจ้องมอง บางคู่หวังเห็นตำนานถือกำเนิด บางคู่รอเห็นศพถูกหามออก
"เจ้าเคยชนะการแข่งจริงๆหรือ?"
"ใช่ ตอนอายุ 15" แววตาช่างเย็นชาสมกับเป็นคุณชายเย็นชา
แต่เด็กน้อยฟังแล้วก็ได้แต่ทึ่ง ข้าวาสนาดีมากได้ท่านผู้นี้เป็นอาจารย์
แล้วก็มีทหารคนหนึ่งวิ่งเอากระบี่โบราณอันหนึ่งมาให้เยว่หลิง แล้วรีบจากไป
เยว่หลิงยื่นมันให้ชี่เฟิง
"กระบี่นี้ข้าให้เจ้า"
"มันคือกระบี่พระชราชทานจากองค์จักรพรรดิ์ เป็นรางวัลที่ข้าชนะเลิศในปีนั้น"
เลี่ยหยางรีบมาแย่งกระบี่เด็กร้อยดู โห มันส่วยงามเหลือเกิน เหล็กก็ยอดเยี่ยม ของแพงมากๆ กระบี่นี้เล่มเดียวใช้ชีวิตอยู่กินในกว่างโจวได้สบายเป็นปี เลี่ยหยางดูนานเกิน(เพราะกำลังตีค่าเป็นเงินอยุ่) จนเยว่หลิงมาจับกระบี่ออกคืนให้เด็กน้อย
และแล้วก็ถึงคิวของเด็กชายขอทานซี่เฟิงไปลานประลอง
กรรมการยืนกลางสนาม เสียงตีฆ้องดัง “ตึง” กังวานไปทั่ว
กรรมการหยิบชื่อมาประกาศ
"หลี่ต้วนอิง ขึ้นเวที!"
"ประลองกับ...?"
กรรมการยิ่นหน้ามองกระดาษราบยชื่อใกล้ๆ
"ชี่....เฟิง...??"
ผู้ชมหลายคนรู้สึกสนใจในชื่อของเด็กขอทาน
ก่อนเด็กขอทานชี่เฟิงจะลงเวที เข้าถือกระบี่และโค้งคำนับเยว่หลิง
ไป๋เยว่หลิงพูดเพียงสั้นๆว่า
"ฆ่ามัน"