ตอนที่ยี่สิบสี่ Alchemist 4
หากนี่เป็แค่การเล่นเกมส์ที่ผมสามารถเริ่มเล่นใหม่กี่ครั้งก็ได้ผมคงดำเนินการฝึกฝนทักษะต่างๆด้วยปรัชญา
Most efficiency
ประสิทธิภาพสูงสุด
แต่เนื่องจากนี่คือชีวิตจริงที่เราเริ่มเล่นใหม่ไม่ได้หากเราเจอมอนสเตอร์ฆ่าเราในดันเจี้ยนมิติเงา
แน่นอนว่าในเกมส์มีการอ้างว่าช่วยชีวิตเราเอาไว้จากมิติที่มีแบล้กโฮล์กลืนกินทุกสิ่งมีชีวิตและสถานีอวกาศได้ด้วยบทลงโทษเพียงแค่เงินลดลงไปประมาณหนึ่งและไอเท็มสูญหายกับค่าสถานะลดลง
ซึ่งผมคงยอมสูญเสียทุกอย่างทั้งไอเท็มค่าทักษะ หรือเงินตรานั่นล่ะ หากมันทำให้ผมรอดชีวิตไปได้
แต่ในโลกที่สิ่งต่างๆเหล่านี้เป็ความจริงผมไม่คิดจะเสี่ยงกับการที่รถไฟสายกาแลคติคจะสามารถช่วยชีวิตผมเอาไว้ได้
ดังนั้นการฝึกฝนเก็บทักษะของผมจึงเน้นไปในทาง
Survivability
การเอาชีวิตรอด
ไม่จำเป็ต้องมีพลังโจมตีที่รุนแรงที่สุดการเก็บทักษะหรือระดับที่เร็วที่สุดหรือแม้แต่คุ้มค่าเงินตรามากที่สุด
ให้อัตราการรอดชีวิตของเราสูงสุดก็พอแล้ว
อื่นๆเป็เงื่อนไขที่สำคัญรองลงไปอย่างมากๆสำหรับผม
ดังนั้นหากมองในแง่หนึ่งสายทักษะที่ผมเลือกน่าจะเรียกว่า
Utility
อรรถประโยชน์
สารพัดประโยชน์หรือออกแนวทางจับฉ่ายมากกว่าที่จะเน้นไปในทางโจมตีหรือป้องกัน
หากมันทำให้เราใช้ประโยชน์สารพัดไม่ว่าจะเจอเื่ราวใดใดเท่ากับว่าสายวิชาที่เราเลือกมาจะมีประโยชน์เสมอ
ไม่จำเป็ต้องเสียใจจากการที่ทักษะสายอื่นนั้นจะด้อยกว่าบ้าง...เพราะเราจะกลบความแตกต่างด้วยจำนวน
Golden Ball บอลสีทอง ที่เป็ไอเท็มที่ผมไดมาจากการสุ่มกาชา
Healing Ball ฮีลลิ่งบอล บอลที่มีรูปเครื่องหมายบวกที่เป็ความหมายของฮีลบอลที่สามารถทำการรักษาได้และ
Mechanic Ball เมคคานิคบอลหรือที่ผู้เล่นเรียกกันว่าบอลช่าง บอลที่มีรูปเครื่องหมายประแจที่เป็เครื่องหมายของการซ่อมแซมอุปกรณ์ต่างๆรวมไปถึงแม้แต่เปิดประตูอัตโนมัติและ
General Ball บอลทั่วไป หรือบอลสำรองกิ๊กก๊อกที่มีหน้าที่ล่อเป้านั้นเริ่มรอยไปมาจากการที่ผมเริ่มอัพเกรด
นี่คือสิ่งที่เราได้มาจากการที่เราอัพเกรดความสามารถทางสมองของเราที่เพิ่มสูงขึ้นและอุปกรณ์ที่แผงควบคุมที่ทำให้เราสามารถเพิ่มบอลที่เราสามารถควบคุมได้มากกว่าเดิม
นี่คือความแตกต่างระหว่างคนที่เล่นเกมส์นี้แบบเล่นฟรีกับคนที่เติมเงิน
คนที่ไม่ตเมเงินจะเล่นไปแบบธรรมดาแต่คนที่เติมเงินจะมีอุปกรณ์หลายอย่างมากกว่าหลายเท่า