เมื่อเผชิญหน้ากับน้ำตาของซินเยวี่ยหลินเต๋อหัวก็ทำอะไรไม่ถูก “เยวี่ยเยวี่ยนั่นมันก็แค่ความฝัน ทำไมเธอต้องเอามาใส่ใจด้วยล่ะ ถึงแม้ว่าพี่จะหาเมียไม่ได้พี่ก็จะอยู่เป็โสดไปตลอดชีวิต พี่ไม่มีวันเอาเธอไปแลกเมียแน่นอนพี่เกลียดพวกที่ไม่มีความสามารถในการหาเมียได้เองแล้วเอาพี่สาวหรือน้องสาวไปแลกการแต่งงานมากที่สุดเลย”
ในชาติที่แล้วหลังจากที่หลินเต๋อหัวประสบอุบัติเหตุจนขาพิการ เขาก็กลายเป็คนซึมเศร้าเป็พิเศษเอาแต่เศร้าหมองอยู่ทั้งวัน แม้แต่ตัวเองเขาก็ยังดูแลไม่ไหวแล้วเขาจะไปสนใจเื่ของซินเยวี่ยได้อย่างไรดังนั้นเมื่อการแต่งงานของเขากับจางชุ่ยหลานถูกกำหนดมา เขาก็รู้ว่าการที่ตัวเองสามารถหาภรรยาได้นั้นเป็เพราะการเสียสละความสุขของน้องสาว น้องสาวแต่งงานกับจางเฉียงที่เป็อดีตนักโทษเขา้าที่จะยกเลิกการแต่งงาน แต่เขาทำไม่ได้เขาทำได้เพียงแค่มองน้องสาวของตัวเองะโลงไปในกองไฟส่วนการแต่งงานของเขากับจางชุ่ยหลานก็เต็มไปด้วยาแจางชุ่ยหลานไม่เคยเห็นหัวเขาเลย
หลินเต๋อหัวต้องทนทุกข์ทรมานและความอัดอั้นใจมาเกือบทั้งชีวิตทำได้เพียงแค่ดื่มเหล้าเพื่อดับทุกข์ ทำให้ร่างกายทรุดโทรมอย่างรวดเร็ว
เื่ราวในอดีตที่แสนเ็ปเ่าั้ทำให้ซินเยวี่ยสั่นสะท้านทุกครั้งที่นึกถึง
เธอเช็ดน้ำตาออกแล้วกลับเข้าไปในห้องของตัวเอง
ถึงแม้ว่าจะขอลายปักผ้ามาจากหวังไฉ่เหลียนได้แต่ซินเยวี่ยก็ไม่มีอารมณ์ที่จะปัก
ซินเยวี่ยกำลังคิดว่าในเมื่อตัวเองได้ช่วยให้พี่ชายกับหวังไฉ่เหลียนสมหวังกันแล้วแล้วเื่การแต่งงานของตัวเองล่ะ?
ซินเยวี่ยหยิบจดหมายที่หานิหย่วนเขียนมาให้ออกมาจากลิ้นชักอีกครั้งในจดหมายฉบับหนึ่งมีเบอร์โทรศัพท์ ซึ่งเป็เบอร์โทรศัพท์ของหานิหย่วนในกองทัพ
ซินเยวี่ยเขียนเบอร์โทรศัพท์ลงบนกระดาษแผ่นหนึ่งการเขียนจดหมายมันช้าเกินไป เธอควรจะโทรศัพท์ไปหาหานิหย่วนเธอต้องให้เขารู้ว่าฉันอยากจะคบกับเขาอย่างจริงจัง
ในหมู่บ้านยังไม่มีไฟฟ้าใช้นับประสาอะไรกับโทรศัพท์
ซินเยวี่ยตัดสินใจที่จะไปที่บ้านของซูลั่วอิง
ซูลั่วอิงเป็เพื่อนสนิทที่สุดของซินเยวี่ยในชาติที่แล้วพวกเธอร่วมเดินทางไปด้วยกัน ไม่ทอดทิ้งกัน
พ่อแม่ของซูลั่วอิงเป็ข้าราชการฐานะทางบ้านของเธอร่ำรวยมาก ใน่สิบปีก่อนที่บ้านของเธอก็มีโทรศัพท์ใช้แล้ว
เสื้อผ้าสวยๆและหนังสือจำนวนมากของซินเยวี่ยก็มาจากซูลั่วอิง
หลังจากกินอาหารกลางวันเสร็จซินเยวี่ยก็บอกกับพ่อแม่ว่าจะไปเล่นที่บ้านของลั่วอิงสักสองสามวัน
พ่อแม่หลินรู้ฐานะทางบ้านของซูลั่วอิงพวกเขาจึงไม่คัดค้านที่ซินเยวี่ยจะไปมาหาสู่กับคุณหนูจากในเมืองคนนี้
ตระกูลหลินของพวกเขาเป็ชาวนาที่ต้องทำงานหนักอยู่กับดินมาตลอดไม่มีญาติหรือเพื่อนที่มีฐานะร่ำรวยดังนั้นพ่อแม่หลินจึงหวังว่าซินเยวี่ยจะสนิทสนมกับซูลั่วอิงคุณหนูจากในเมืองคนนี้ให้มากขึ้น
ซินเยวี่ยขี่จักรยานแล้วออกจากบ้านระหว่างทางเธอเจอกับเหม่ยอ้าย
“พี่ซินเยวี่ยจะไปไหนเหรอ” เหม่ยอ้ายะโทักทายซินเยวี่ยจากระยะไกล
เธออิจฉาซินเยวี่ยมาตลอด อิจฉาความสวยของเธอและงานที่ดูดีมีหน้ามีตาของเธอ ในขณะเดียวกันเธอก็อยากที่จะสนิทสนมกับซินเยวี่ยให้มากขึ้นแต่ไม่รู้ว่าทำไมอีกฝ่ายถึงเ็ากับเธอเสมอ
“ฉันจะไปในเมือง” ซินเยวี่ยตอบเหม่ยอ้ายอย่างเ็า
เมื่อได้ยินว่าซินเยวี่ยจะไปในเมืองเหม่ยอ้ายก็เข้ามาพัวพันอย่างหน้าด้านๆ “พี่ซินเยวี่ยช่วยพาฉันไปในเมืองด้วยได้ไหม ฉันมีแรงเยอะกว่าพี่ ถ้าพี่ซื้ออะไรมาฉันจะได้ช่วยถือให้”
ซินเยวี่ยเหลือบมองเหม่ยอ้ายที่เข้ามาใกล้เธอมากขึ้นเรื่อยๆมุมปากของเธอยกขึ้นเล็กน้อย “ฉันจะไปพักที่บ้านเพื่อนสักสองสามวันไม่ได้ไปซื้อของ”
หลังจากพูดจบ ซินเยวี่ยก็กดกริ่งบนจักรยานแล้วขี่รถจากไปอย่างรวดเร็ว
ซินเยวี่ยรวบผมยาวถึงเอวของเธอแล้วมัดเป็หางม้าสูง สายลมพัดเส้นผมที่นุ่มสลวยของเธอขึ้นเบาๆทำให้ทั้งตัวเธอดูสง่างามมาก
เมื่อมองดูซินเยวี่ยที่สง่างามราวกับสายลมและค่อยๆห่างจากเธอไป เหม่ยอ้ายก็กระทืบเท้าอย่างแรงแล้วถ่มน้ำลายไปในทิศทางที่ซินเยวี่ยไป “เชอะเธอจะหยิ่งอะไรนักหนา รู้จักเพื่อนที่อยู่ในเมืองแล้วมันดีตรงไหนมีความสามารถก็แต่งงานเข้าไปอยู่ในเมืองสิ”
หมู่บ้านที่ซินเยวี่ยอยู่ห่างจากในเมืองหลายสิบหลี่ เธอขี่จักรยานประมาณสามสี่ชั่วโมงถึงจะถึง
ออกจากบ้านหลังจากกินอาหารกลางวันเสร็จเกือบจะถึงเวลาที่พระอาทิตย์ตกดินแล้ว ซินเยวี่ยถึงจะมาถึงบ้านของซูลั่วอิงได้ในขณะนี้เธอเหนื่อยจนแทบจะเป็ลมแล้ว
พ่อของซูลั่วอิงเป็เ้าหน้าที่ของรัฐบาลประจำมณฑลส่วนแม่เป็ครูสอนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายของโรงเรียนมัธยมหมายเลขหนึ่ง
บ้านที่ซูลั่วอิงอยู่เป็บ้านที่รัฐบาลจัดสรรให้ถือว่าเป็บ้านที่ดีที่สุดในมณฑล
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ซินเยวี่ยมาบ้านของตระกูลซูเธอคุ้นเคยกับเส้นทางเป็อย่างดี ในไม่ช้าซินเยวี่ยก็มาถึงหน้าบ้านตระกูลซูเธอยื่นมือไปกดกริ่งประตู ในไม่ช้าประตูก็เปิดออก
คนที่เปิดประตูให้ซินเยวี่ยก็คือซูลั่วอิง
เมื่อเห็นเพื่อนสนิทที่ปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหันทำให้ซูลั่วอิงดีใจมาก เธอรีบจับมือของซินเยวี่ยแล้วดึงเข้าไปในบ้าน“ซินเยวี่ย เธอเป็คนไม่มีหัวใจ เพิ่งจะนึกมาหาฉัน โชคดีที่เธอมาถ้าเธอไม่มา ฉันจะตัดขาดจากเธอแล้ว”
ซูลั่วอิงและซินเยวี่ยเป็เพื่อนร่วมชั้นเรียนปีที่แล้วผลการสอบของเธอก็ดีเช่นกัน เรียนอยู่ที่วิทยาลัยครูในเมืองหลวงของมณฑลเธอและซินเยวี่ยจะได้พบกันแค่ใน่วันหยุดเท่านั้น
นับั้แ่เจอกัน่ตรุษจีนเมื่อครั้งก่อนก็ยังไม่ได้พบกันอีกเลย แต่ตลอดเวลานั้นก็มีจดหมายติดต่อถึงกันเสมอ
สำหรับซูลั่วอิงแล้วเธอและซินเยวี่ยแค่ไม่ได้เจอกันมาหลายเดือนเท่านั้น แต่สำหรับซินเยวี่ยแล้วเธอและลั่วอิงได้จากกันไปชั่วชีวิต