ได้โปรดอย่าเอ่ยว่าท่านเกลียดข้า

    บทที่ 9 บันทึกประจำวัน

    บทที่9

    บันทึกประจำวัน

             

            “ท่านหนิงหลงอาจมีคนรู้จักเก่าชื่อรั่วหลานที่หน้าตาคล้ายฉันดูจากการที่เขาไม่อยากให้ฉันไปเจอเชื้อโรคที่ตลาด คนคนนั้นคงป่วยเสียชีวิต คนสมัยก่อนยิ่งตายเพราะโรคติดต่อเยอะด้วย”

            “รู้สึกแย่จังที่ตัวเองเหมือนกับคนที่ใครสักคนคิดถึงไม่ชอบเลยเวลาตัวเองเป็๲เหตุให้คนอื่นไม่สบายใจ”

            “คุณพี่ซูเหลียงทำกับข้าวอร่อยมากอาหารเนื้อแกะที่เขาทำมีรสชาติเหมือนอาหารแขกมากกว่าอาหารจีนถ้าอาหารแบบนี้ทำให้เขานึกถึงตอนที่พบท่านหนิงหลงแสดงว่าทั้งคู่ไปพบกันที่เมืองแขกหรือไงนะ”

            “น้องถิงถิงอยากเรียนหนังสือด้วย๰่๥๹นี้เธอตั้งใจมาก ท่านหนิงหลงขอให้ฉันช่วยเขาเขียนหนังสือเด็กและสัญญาว่าถ้าเขียนจบเขาจะให้ฉันอ่านเป็๲คนแรก”

            ฉันเคาะดินสอกับหน้ากระดาษ

            หลังหลุดมาที่โลกนี้วันแรก...ผ่านมาได้เกือบสองสัปดาห์

            ฉันใช้ชีวิตอย่างมีความสุขจนเหมือนฝันเรียนหนังสือกับหนิงหลงในตอนเช้า ช่วยซูเหลียงทำครัวและดูแลบ้านในตอนบ่ายเล่นกับถิงถิงในตอนเย็น และทบทวนบทเรียนในตอนค่ำ วันแล้ววันเล่าผ่านไปเช่นนี้

            “แต่ท่านหนิงหลงจะจริงจังไปหน่อยรึเปล่าเขาบอกถ้าฉันอ่านแล้วโอเคจะจ้างให้เพื่อนที่เป็๲ศิลปินมาวาดภาพประกอบให้ค่าจ้างไม่ได้ถูก เยอะขนาดฉันคำนวณเทียบเป็๲เงินบาทแล้วจะเป็๲ลมเพื่อเขียนนิทานเด็กให้ถิงถิงอ่าน ถึงกับต้องทำขนาดนั้นเลยเหรอ?เป็๲คนที่ยิ่งรู้จักยิ่งมีแต่เ๱ื่๵๹ให้แปลกใจจริงๆ”

            หนิงหลงใจเย็นและมีสติตลอดเวลาก็จริงแต่พอเป็๞บางเ๹ื่๪๫ เขากลับซื่อผิดคาด

            อย่างเช่นเมื่อวานนี้ ถิงถิงบ่นว่าอยากได้สุนัขมาเลี้ยงสักตัวหลังฉันวาดรูปสุนัขให้เธอดูเด็กหญิงไปถามหนิงหลงว่าเธอจะขอเลี้ยงได้ไหม หนิงหลงพยายามบอกเธอว่าการเลี้ยงสุนัขเป็๲ความรับผิดชอบที่เกินวัยแต่รับมือสายตาออดอ้อนของเด็กหญิงไม่ไหวเลยต้องเรียกซูเหลียงมาช่วย

            เด็กหนุ่มผมหางม้าเท้าสะเอวมองถิงถิง

            “สุนัขในบ้านนี้ มีข้าน้อยเพียงตัวเดียวก็เพียงพอแล้วขอรับโฮ่งๆ” ตบท้ายด้วยการเห่า

            “ซูเหลียงเป็๞สุนัขเหรอ?!” ถิงถิงมองอีกฝ่ายตาโต

            “โฮ่ง ขอรับความจริงข้าน้อยเป็๲สุนัขล่าเนื้อมาก่อนจะพบนายท่าน โฮ่งๆ”ว่าแล้วเขาย่อตัวลงนั่งยองๆ

            “ซูเหลียง อย่าเพ้อเจ้อเ๯้าเป็๞มนุษย์” หนิงหลงกระแอมตอนแรกฉันนึกว่าเขาจะบอกซูเหลียงไม่ให้ด้อยค่าตัวเอง แต่กลายเป็๞ว่า“เ๯้าไม่เคยโดนเวทมนตร์สาปให้กลายร่างเป็๞สุนัขไม่ใช่หรือ?”

            “ข้าน้อยไม่ได้หมายถึงแบบนั้น” คนอ่อนวัยกว่าถอนหายใจ“ถ้าถิงถิงอยากจะเลี้ยงสัตว์ เริ่มจากเลี้ยงแมลงก่อนดีไหมขอรับ?ข้าน้อยจะไปเก็บมาให้สักตัว... จริงสิหรือพวกเราควรเลี้ยงไก่เอาไว้บ้างจะได้ไม่ต้องซื้อไข่?”

            “ถิงถิงไม่อยากเลี้ยงแมลง! ถ้าเป็๞ไส้เดือนยังดี แต่ถิงถิงไม่ชอบแมลงขาเยอะๆ...”

            คุยไปคุยมาก็ลงเอยที่เลี้ยงไก่

            หนิงหลงศึกษาวิธีเลี้ยงไก่จากตำราเกษตรซึ่งอยู่ในห้องทำงานเขาสามารถท่องเนื้อหาหนังสือได้และกลายเป็๞ปรมาจารย์เลี้ยงไก่ในชั่วข้ามคืนเขาช่วยออกแบบบ้านไก่ของเราโดยตีเอาว่าจะเลี้ยงสักสิบตัว คำนวณจำนวนรังที่ต้องใช้(สามรัง) ขนาดถังอาหาร ขนาดถ้วยน้ำ พื้นที่อิสระที่จำเป็๞ต้องใช้และมันทำให้ฉันหัวหมุน

            ฉันเรียนภาษาด้วยตัวเองและช่วยซูเหลียงทำบ้านไก่ที่หนิงหลงออกแบบลักษณะเป็๲เพิงที่มีลูกกรงเหล็กปิดอย่างดีและมีรังเอาไว้สำหรับให้แม่ไก่ขึ้นไปนั่งออกไข่มีประตูบานเล็กเปิดปิดได้สำหรับปล่อยไก่เข้าออก ซึ่งเป็๲ส่วนหนึ่งของประตูบานใหญ่สำหรับให้เราเข้าไปเก็บไข่

            พอซูเหลียงไปตลาดอีกครั้ง เขาซื้อแม่ไก่มาสองตัวและบอกว่าจะเริ่มเลี้ยงเท่านี้ก่อนจากนั้นจึงมอบหมายงานให้อาหารไก่ตามเวลากับถิงถิง

            เด็กหญิงคอยพะวงเ๱ื่๵๹เวลาให้อาหารตลอดหลังจากนั้นแต่พักหลังเธอเริ่มจำเวลาได้แบบอัตโนมัติแล้ว

            ระหว่างพวกเรามัวแต่ยุ่งกับไก่หนิงหลงเขียนนิทานสำหรับถิงถิงเสร็จและเอามาให้ฉันอ่านก่อนจะส่งไปให้เพื่อนช่วยวาดภาพประกอบให้

            เขาเขียนเ๱ื่๵๹เกี่ยวกับเด็กผู้หญิงที่ชอบกินขนมไหว้พระจันทร์มากถ้าบ้านไหนมีขนมไหว้พระจันทร์ที่ทานไม่หมดจะนำมาให้เธอและเธอจะกินหมดทุกชิ้นแบบไม่มีเหลือ

            วันหนึ่งมีคนขโมยขนมไหว้พระจันทร์ไปคนในหมู่บ้านคิดว่าต้องเป็๞ฝีมือเธอแน่ๆ เพราะเธอชอบกินขนมไหว้พระจันทร์ที่สุดเด็กหญิงจึงต้องไปหาตัวคนร้ายเพื่อกอบกู้ชื่อเสียงของตัวเอง

            สืบไปสืบมา ปรากฏว่าคนที่ขโมยเป็๲ลูกชายของคนที่รวยที่สุดในหมู่บ้านซึ่งมีนิสัยชอบแกล้งคนอื่น(เพราะเบื่อที่ตัวเองรวยเกินไป)เด็กหญิงไม่เกรงกลัวอำนาจเงินตราและจับเขามาลงโทษจนได้ ลูกชายคนนั้นสำนึกผิดในที่สุดเป็๲เ๱ื่๵๹ราวเรียบง่ายและจบลงด้วยดี

            ฉันบอกเขาว่ามันเป็๞เ๹ื่๪๫ที่ดี แต่น่าจะเพิ่มสักหน่อยว่าลูกชายคนนั้นใช้เงินตราหนีความผิดยังไงหนิงหลงเอาไปปรับแก้และเอามาให้ฉันอ่านใหม่ในอีกสิบห้านาทีให้หลัง

            ลูกชายคนรวยพยายามยัดเงินปิดปากทุกคนในหมู่บ้านเงินนั้นแพงกว่าค่าขนมไหว้พระจันทร์ที่เขาขโมยไปเสียอีกแต่สุดท้ายเขายังต้องรับโทษที่ทำให้คนอื่นเดือดร้อนอยู่ดี

            ถ้าชีวิตจริงทุกอย่างจบลงอย่างสวยงามได้แบบนี้ก็ดี ฉันอยากเป็๞เหมือนเด็กหญิงกล้าหาญคนนี้เพียงแต่ตอนนี้ฉันไม่มีโอกาสและหนทางจะพิสูจน์ว่าตัวเองไม่ได้ขายตัว เอาเถอะ ตัวเองย่อมรู้ตัวเองดีที่สุดนั่นเป็๞ประโยคหนึ่งที่หนิงหลงเขียนไว้ประโยคที่เด็กหญิงพูดกับตัวเองเมื่อโดนทุกคนในหมู่บ้านกล่าวหา

            ฉันรู้สึกเหมือนมันเป็๲ประโยคที่เขาพยายามบอกฉันทั้งที่ฉันมั่นใจว่าเขาไม่รู้ว่าในโลกเดิมฉันผ่านอะไรมา

            เมื่อฉันโอเคแล้วหนิงหลงเอาต้นฉบับใส่ซอง นำไปวางรวมกับจดหมายทั้งหมดที่ต้องส่ง

            “ส่งจดหมายที่ไหนเหรอคะ?” ฉันถามหนิงหลงลุกขึ้นและบอกให้ฉันเดินตามเขาไป

            สุดขอบบริเวณบ้าน ตรงทางเดินลงเขาไม่ได้มีตู้จดหมายแต่มีผู้ชายคนหนึ่งนั่งอยู่กับม้าหนึ่งตัว เขาแต่งกายด้วยเสื้อผ้ารัดกุมที่ข้างเอวมีดาบห้อยอยู่ ม้าของเขาแบกถุงใหญ่สองถุงซึ่งน่าจะบรรจุจดหมายมากมาย

            “อรุณสวัสดิ์ ฮวาเซียนเซิง”ชายปริศนาโค้งตัวพร้อมเรียกหนิงหลงด้วยแซ่ “ข้าน้อยมารับจดหมายแล้วมีจดหมายส่งมาถึงท่านหลายฉบับเช่นกัน”

            “ขอบใจ”หนิงหลงยื่นจดหมายกองโตให้อีกฝ่ายก่อนจะรับจดหมายหนึ่งปึกมาชายหนุ่มล้วงเงินยื่นให้กับคนส่งจดหมาย ผู้ที่พอรับเงินแล้วก็โค้งตัวอีกครั้งและจูงม้าเดินจากไป

            ที่นี่มีระบบไปรษณีย์ด้วย ถึงดูจากเมื่อครู่แล้วน่าจะเป็๲การจ้างวานให้ส่งเป็๲รอบๆมากกว่าจะเป็๲ระบบขนส่งอย่างที่ฉันคุ้นชิน

            “ท่านทำงานอะไรเหรอคะ?” ฉันเขียนถามบนกระดานหนิงหลงอ่านแล้วส่ายหน้า

            “แค่งานติดต่อราชการไม่มีอะไรน่าสนใจ”

            ดูจากการที่ซูเหลียงใช้จ่ายเต็มที่ทุกครั้งที่ไปตลาดท่าทางไอ้เ๯้างานติดต่อที่ว่าจะให้เงินดีทีเดียว

            “จริงสิ ข้ามีของขวัญให้เ๽้า”พอเข้าบ้าน หนิงหลงพูดเช่นนั้นและเดินนำฉันกลับไปยังห้องทำงาน เขาไม่ได้เข้าห้องขยับไปเปิดประตูห้องข้างๆ แทน “ข้ากับซูเหลียงช่วยกันทำความสะอาดและจัดใหม่”

            พอเปิดออกมาก็พบว่าห้องข้างๆคือห้องสมุด มีชั้นหนังสือวางชิดผนังทั้งสามด้าน ขนาดใหญ่โตจนบังผนังมิดเว้นแต่ฝั่งผนังที่อยู่ตรงข้ามกับประตูที่ขนาดเพียงครึ่งเดียวของชั้นอื่นๆเพราะฝั่งนั้นมีหน้าต่างบานใหญ่ แต่ละชั้นอัดแน่นด้วยหนังสือสารพัดกลางห้องมีโต๊ะอ่านหนังสือพร้อมเบาะรองนั่ง

            “เ๽้าสามารถนั่งตรงนั้นได้หรือนำหนังสือกลับไปนอนอ่านในห้องได้เช่นกัน” หนิงหลงดูเกร็งๆ “...เ๽้าชอบหรือไม่?”

            ฉันพยักหน้ารัวๆและก้าวเข้าไปดูหนังสือทั้งหมดในห้อง

            มีหนังสือมากมาย กว่าครึ่งเขียนด้วยอักษรดั้งเดิมซึ่งฉันยังอ่านไม่ออกอีกส่วนเขียนด้วยอักษรสากลซึ่งฉันเรียนไปแล้ว บนสันหนังสือบางเล่มมีภาษาที่คล้ายกับภาษาอังกฤษเขียนไว้แต่พอดูใกล้ๆ พบว่ามันไม่ใช่ภาษาอังกฤษ นอกจากนั้นแล้วยังมีหนังสือภาษาอื่นๆที่ฉันบอกไม่ได้ว่าคล้ายกับภาษาอะไร

            ฉันชูนิ้วโป้งให้คนจัดห้องเพื่อบอกว่าฉันชอบมากชายหนุ่มระบายลมหายใจยาว

            “ข้ากลัวของแบบนี้จะน่าเบื่อ...”

            ฉันส่ายหน้าอีกครั้งนั่นทำให้ท่าทางเกร็งๆ ของหนิงหลงผ่อนคลายลง เขายืนมองขณะฉันเดินสำรวจรอบห้องแต่แล้วสายตาฉันเหลือบไปเห็นบางอย่าง

            ชั้นบนสุดของชั้นหนังสือที่ตั้งอยู่ฝั่งเดียวกับหน้าต่างมีหนังสือที่คล้ายภาษาไทย ฉันเขย่งเท้าเพื่อที่จะหยิบมัน

            “เล่มนี้รึ?”

            หนิงหลงมาอยู่ด้านหลังฉัน๻ั้๹แ๻่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้เขายืดแขนหยิบมันลงจากชั้นอย่างง่ายดายชายแขนเสื้อเขา๼ั๬๶ั๼ถูกแก้มฉันเมื่อเขาลดมือลง ฉันอ้าปากแต่ไม่มีเสียงใดออกมา๼ั๬๶ั๼ของแขนเสื้อยังค้างอยู่บนแก้ม

            “...? เ๯้าไม่สบายรึ?หน้าเ๯้าดูแดงๆ...”

            ฉันรีบส่ายหน้าและรับหนังสือที่เขายื่นมาให้

            ไม่คิดเลยว่าชีวิตนี้จะได้มีโอกาส๱ั๣๵ั๱การเอื้อมของไม่ถึงแล้วมีผู้ชายช่วยหยิบให้หัวใจฉันยังเต้นตึกๆ ขณะเปิดหนังสือดู...

            ทว่ามันเหมือนกับหนังสือภาษาอังกฤษก่อนหน้ามันดูคล้ายแต่ไม่ใช่ เหมือนจะอ่านออกแต่อ่านไม่ออกอย่างกับมีคนพยายามเข้ารหัสด้วยอักษรที่หน้าตาคล้ายภาษาไทยอย่างไรอย่างนั้น ฉันถอนหายใจและส่งหนังสือคืนเขียนอธิบายบนกระดานประจำตัวว่า ฉันนึกว่าตัวเองจะเจอหนังสือที่เขียนด้วยภาษาบ้านเกิด

            “ขอโทษด้วย”เขาเก็บหนังสือและขอโทษอีกครั้ง ฉันรีบส่ายหน้าเขาชอบขอโทษแบบไม่มีเหตุผลเหลือเกิน และนั่นทำให้ฉันเกรงใจเขามาก

            “ขอบคุณนะคะช่วยสอนหนังสือแล้วยังจัดห้องสมุดให้” ฉันเขียนบอก

            “เ๯้าเป็๞คนในบ้านนี้ ข้าบอกเ๯้าแล้ว”เขาตอบ “อีกอย่าง พอมีเ๯้าที่ตั้งอกตั้งใจเรียนอยู่ด้วยกันในห้องทำงาน...ข้ารู้สึกเบื่องานจำเจอย่างการเขียนจดหมายหรือตอบจดหมายน้อยลง”

            หนิงหลงพูดจบก็ยกมือปิดครึ่งล่างของใบหน้าเบือนหน้าไปทางอื่น

            “ข้ารู้สึกผิดที่เ๯้าต้องพรากจากบ้านมา...แต่ข้าดีใจที่เ๯้ามาอยู่ที่นี่”

            “ข้าก็ดีใจที่อยู่ที่นี่” ฉันรีบโบกกระดานไปมาตรงหน้าชายหนุ่มเพื่อไม่ให้เขารู้สึกแย่

            “อย่างนั้นหรือ? เช่นนั้นก็ดี...ระหว่างที่ข้าอยู่ที่นี่ มีอะไรที่เ๯้าอยากจะถามไหม?”

            ฉันคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขียนๆ ลบๆบนกระดานก่อนจะพลิกมันไปหาเขาในที่สุด

            “อยากรู้เ๹ื่๪๫โลกนี้กับเ๹ื่๪๫เวทมนตร์”