บทที่ 24 เหนือความคาดหมาย (รีไรต์)
เจิ้งหยวนมาพร้อมกับผู้มีพลังพิเศษอีกสี่คน บนร่างกายของพวกเขาเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเื ดูเหมือนว่าเพิ่งเสร็จภารกิจ
เจียงอี้อิ่นนึกถึงคำพูดเมื่อเช้าของกู้ไฮว่ถิง เจิ้งหยวนมีพลังธาตุดิน
บางทีอาจจะเป็เพราะเธอมีอคติกับฐานชางซิ่ง เมื่อเห็นคนผู้นี้ปรากฏตัวเธอจึงรู้สึกหวาดระแวงขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
กู้ไฮว่ถิงจ้องมองเจิ้งหยวนด้วยความรู้สึกคลือบแคลงสงสัยในตัวคนคนนี้
แต่เหมือนเจิ้งหยวนจะไม่รู้ตัว ใบหน้ายิ้มแย้มกวาดสายตามองรอบด้านพร้อมกับถอนหายใจ “ยอดเยี่ยมจริง ๆ กลางป่ากลางเขาแบบนี้มีร้านค้าด้วยเหรอเนี่ย เมื่อวานตอนที่ได้ยินยังคิดว่าล้อเล่นอยู่เลย”
ขณะที่พูดก็มองไปยังโต๊ะและเห็นไก่น้ำลายสอถูกกินไปเกือบหมด แต่กลิ่นหอมของน้ำซอสปรุงรสยังตลบอบอวลอยู่ เจิ้งหยวนลอบกลืนน้ำลายเงียบ ๆ
อาสยงไม่เคยรู้จักมารยาทมาั้แ่ไหนแต่ไร เขาไม่แม้แต่จะสนใจคนกลุ่มใหม่ที่ปรากฏตัวขึ้นสักนิด ะโบอกเธอเสียงดัง “เถ้าแก่ ขอบะหมี่ให้ผมอีกชามหนึ่งครับ!”
เขาเรียนรู้วิธีการกินแบบใหม่ด้วยตัวเอง เขาเทน้ำซอสที่เหลือจากไก่น้ำลายสอลงในบะหมี่แล้วคลุกเคล้าเข้าด้วยกัน จากนั้นก็สูดเส้นเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย กินจนเกลี้ยงจานไม่เหลือแม้แต่เศษขิงกระเทียมสักชิ้น
เจิ้งหยวนสังเกตดูร้านค้าทั้งสองร้านแล้ว สุดท้ายก็สั่งอาหารทั้งหมดมาอย่างละหนึ่งที่
เจียงอี้อิ่นข่มความไม่พอใจ แล้วทำอาหารให้กับกลุ่มของเจิ้งหยวน พร้อมทั้งแถมซุปไก่และขนมให้คนละหนึ่งชุด จากนั้นก็หันไปยุ่งกับงานของตัวเอง
เธอจึงไม่ได้สังเกตเห็นดวงตาเปล่งประกายด้วยความประทับใจและครุ่นคิดของเจิ้งหยวนหลังจากที่เขาได้ลองชิมซุปไก่
แต่กู้ไฮว่ถิงกลับคอยสังเกตเจิ้งหยวนอย่างเงียบ ๆ ตลอดเวลา เมื่อเห็นสีหน้าผิดปกติของอีกฝ่าย เขาก็หรี่ตาลงเล็กน้อย
จู่ ๆ เจียงอี้อิ่นก็ได้รับภารกิจจากระบบ [ขัดขวางการร่วมมือที่จะเกิดขึ้นระหว่างฐานอู๋ถงและฐานชางซิ่ง หากทำสำเร็จจะได้รับ บลูไดมอนด์สิบห้าก้อน กล่องสุ่มหนึ่งกล่อง หากล้มเหลวจะถูกลงโทษ : ยึดบลูไดมอนด์ทั้งหมดที่มีอยู่ในปัจจุบัน]
เธอใจนอดไม่ได้ที่จะถามเสียงเบา “เื่นี้มันเกี่ยวอะไรกับเมืองอาหารด้วย”
ระบบไม่ตอบ แต่กลับมีตัวอักษรของภารกิจกะพริบขึ้นมาสองสามครั้ง ราวกับ้าเน้นย้ำการมีอยู่ของมัน
นี่เป็ครั้งแรกที่ภารกิจมีบทลงโทษหากทำภารกิจล้มเหลว และบทลงโทษก็ไม่ใช่เบา ๆ เสียด้วย เธอจะทำอย่างไรดีล่ะ
เธอถอนหายใจลึก ๆ แล้วแอบมองไปยังพื้นที่โล่ง
กู้ไฮว่ถิงและเจิ้งหยวนแต่ละทีมต่างโต๊ะคนละตัว ดูเหมือนทั้งสองจะไม่สนใจกันและกัน แต่เมื่อเธอสังเกตอย่างละเอียดแล้วก็พบว่า จริง ๆ แล้วท่าทีของทั้งสองฝ่ายเต็มไปด้วยความหวาดระแวง
จากมุมมองของเธอ ดูเหมือนพวกเขาสองทีมจะไม่ค่อยเป็มิตรกันนัก แล้วอย่างนี้พวกเขาจะร่วมมือกันได้ยังไง
เธอคิดแล้วคิดอีกแต่ก็หาคำตอบไม่ได้ เธอค่อนข้างสับสนว่าจะทำภารกิจให้สำเร็จได้อย่างไร หลังคิดอยู่นานสองนาน เธอก็รู้สึกว่านอกจากการเข้าประเด็นตรง ๆ แล้ว ก็ไม่มีวิธีอื่นที่ดีกว่านี้แล้ว
แต่เธอไม่สามารถทำเื่นี้ต่อหน้าเจิ้งหยวนได้ จึงเดินไปหาโต๊ะของกู้ไฮว่ถิงและถามเสียงเบา
“กัปตันกู้ ่บ่ายคุณมีแผนอะไรไหมคะ”
กู้ไฮว่ถิงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย แต่ก็ตอบโดยไม่ปิดบัง “ยังมีภารกิจตามหาสัตว์กลายพันธุ์อีกสามภารกิจ”
“งั้น...พวกคุณจะกลับมากินข้าวเย็นที่นี่ไหมคะ”
เขามองด้วยสายตาสงสัยใคร่รู้ แต่ก็เห็นเจียงอี้อิ่นยิ้มอย่างไร้เดียงสา
“อืม มาครับ”
เธอถอนหายใจอย่างโล่งอก ยิ้มกว้างอย่างสดใส “ดีเลยค่ะ ฉันจะรอพวกคุณนะคะ”
กู้ไฮว่ถิงเบนสายตาไปทางอื่นและตอบรับอีกครั้งว่า “อืม”
เจิ้งหยวนโพล่งขึ้นกลางบทสนทนาโดยไม่มีใครเชิญ “เถ้าแก่กับกัปตันกู้สนิทกันจังเลยนะ น่าอิจฉาจริง ๆ กัปตันกู้โชคดีจังที่เจอร้านแบบนี้ในที่ห่างไกลความเจริญ”
กู้ไฮว่ถิงยิ้มบางไม่คิดจะตอบโต้คำพูดประชดประชันของเจิ้งหยวน
แต่กลับเป็เจียงอี้อิ่นที่รู้สึกไม่อยากยอมแพ้ พูดสวนขึ้นมาทันทีว่า “ไม่ใช่แค่เื่โชคช่วยหรอก กัปตันกู้น่ะแข็งแกร่งมาก ถึงได้เข้ามาในพื้นที่อันตรายระดับ C ได้อย่างปลอดภัย ไม่อย่างนั้นต่อให้โชคดีแค่ไหนก็ไม่มีทางมาเจอกับฉันได้หรอก”
เจิ้งหยวนหัวเราะลั่น “แน่นอน ๆๆ ความแข็งแกร่งของกัปตันกู้เป็ที่ประจักษ์แก่สายตาทุกคน”
เธอหันหลังให้เจิ้งหยวน แล้วเบะปากอย่างหมั่นไส้
พูดจาประชดประชันแถมเสแสร้งแกล้งเป็ว่าเล่น สมแล้วที่เป็คนของฐานชางซิ่ง น่ารังเกียจจริง ๆ
เวลาประมาณบ่ายสองโมงกว่า ๆ ร้านอาหารก็ต้อนรับลูกค้ากลุ่มใหญ่อีกครั้ง
เริ่นิยังคงทำหน้าที่เป็ไกด์นำทาง เมื่อเดินมาถึงลานกว้างเขาก็ยังพูดอยู่ว่า “ถึงแล้วครับ เชิญทุกคนดูเมนูที่เคาน์เตอร์ได้เลย มีราคาบอกไว้อย่างชัดเจน ผมเอาหัวเป็ประกันเลยครับว่าอร่อยทุกจาน ราคาก็ไม่แพง แถมวันนี้ยังมีโปรโมชั่นซื้ออาหารแถมซุปไก่กับขนมด้วยนะครับ พลาดโอกาสนี้ไปคงเสียดายแย่เลย”
เธอถึงกับตะลึงเมื่อเห็นผู้คนหลั่งไหลกันมาแบบมืดฟ้ามัวดิน
เริ่นิเป็นักขายมือทองชัด ๆ กลับไปไม่นานก็ลากลูกค้ามามากมายขนาดนี้ได้
คนมากหมายถึงโอกาสที่จะได้รับคำชมมีมากขึ้น เธอรู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาทันที … คนมากมายขนาดนี้เป็งานหนักทีเดียว
เมื่อเธอยุ่งก็ไม่มีเวลาสนใจเื่อื่น แม้แต่ตอนที่กู้ไฮว่ถิงและเจิ้งหยวนสองทีมออกไปตอนไหนเธอก็ยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำ
พอถึงเวลาประมาณสี่โมงกว่า เจิ้งฮุ่ยเจวียนก็พาคนมาด้วยสามคน เธอฉวยจังหวะที่เจียงอี้อิ่นว่างทักทายด้วยรอยยิ้ม “เถ้าแก่ไม่ยุติธรรมเลยนะ จัดกิจกรรมแต่ไม่บอกพวกเรา ถ้าไม่ใช่เพราะตอนเที่ยงเจอเพื่อนจากฐานอู๋ถง พวกเราก็คงพลาดซุปไก่ของเถ้าแก่แล้ว”
เธอยิ้มอย่างขอโทษ “ขอโทษจริง ๆ ค่ะ กิจกรรมนี้จัดขึ้นอย่างกะทันหัน ฉันไม่มีเวลาว่างจริง ๆ”
พอเห็นว่าอีกฝ่ายไม่สะดวกจริง ๆ เจิ้งฮุ่ยเจวียนก็รีบพูดว่า “ล้อเล่นน่ะ ตอนนี้การติดต่อกันก็ลำบากอยู่แล้ว คุณยังไม่เคยไปฐานมู่หลานเลย จะแจ้งพวกเราได้ยังไง”
เจียงอี้อิ่นแสดงท่าทีเห็นอกเห็นใจ เธอยิ้มอย่างขอบคุณแล้วพูดเบา ๆ “เป็ความผิดของฉันเองที่ไม่รอบคอบ พี่เจิ้งอยากสั่งอะไรสั่งได้เลยนะ มื้อนี้ฉันเลี้ยงเอง”
“แบบนี้จะดีเหรอ” เจิ้งฮุ่ยเจวียนรีบปฏิเสธ
“ไม่ต้องเกรงใจกันหรอกค่ะ พวกเราเป็เพื่อนกันแล้วไม่ใช่เหรอคะ” เธอรีบพูด “ตอนนี้ฉันยุ่งมาก ฉันคงไม่มีเวลาคุยกับพวกคุณแล้ว พวกคุณคิดแล้วค่อยบอกฉันนะ”
ครั้นเห็นหญิงสาวยุ่งตัวเป็เกลียว เจิ้งฮุ่ยเจวียนก็ไม่อยากรบกวนเวลาเธอมากนัก ได้แต่ปรึกษากับเพื่อน ๆ เื่สั่งอาหาร
สุดท้ายพวกเขาสั่งแค่เจียนปิ่งไข่ไก่ไม่กี่ชิ้น เจียงอี้อิ่นมองปราดเดียวก็รู้ว่าพวกเธอไม่กล้าสั่งมาก
เจียงอี้อิ่นนึกถึงปริมาณอาหารที่พวกเธอกินกันคราวก่อน จึงตัดสินใจเปลี่ยนจากเจียนปิ่งไข่ธรรมดาเป็ เจียนปิ่งเนื้อวัวดับเบิ้ลไข่ให้คนละสองชิ้น น้ำเต้าหู้คนละแก้ว ส่วนเจิ้งฮุ่ยเจวียนชอบถั่วเขียวต้มน้ำตาล จึงเปลี่ยนเป็อย่างนั้นให้เธอ
บะหมี่หยางชุนคนละชาม เนื้อแพะเสียบไม้ย่างคนละสามไม้ เสริมด้วยซุปไก่คนละถ้วย และขนมโก๋ถั่วเขียวคนละกล่อง เท่านี้ก็น่าจะอิ่มได้สักเจ็ดแปดส่วน
เห็นอาหารมากมายขนาดนี้ พวกเจิ้งฮุ่ยเจวียนต่างร้อนใจ แต่ก็หาจังหวะพูดกับเธอไม่ได้ แม้พวกเธออยากจะจ่ายเงิน แต่เจียนปิ่งก็ปฏิเสธไม่รับเงินตามคำสั่งของเจียงอี้อิ่น
เด็กสาวสามคนที่เจิ้งฮุ่ยเจวียนพามามองเจียงอี้อิ่นอย่างลังเล แม้ว่าจะหิวจนน้ำลายแตก แต่ก็ยังยืนกรานที่จะไม่แตะต้องอาหาร จนกระทั่งเจียงอี้อิ่นเอ่ยปากว่า “กินเถอะ” พวกเธอจึงลงมือสวาปามอาหารตรงหน้าอย่างเอร็ดอร่อย
เจียงอี้อิ่นสังเกตเห็นรายละเอียดนี้ก็แอบชื่นชมในใจ ดูเหมือนว่าแม้ฐานมู่หลานจะอ่อนแอที่สุดในบรรดาฐานใหญ่ทั้งสาม แต่ระเบียบวินัยและวุฒิภาวะกลับดีที่สุด
จนกระทั่งแสงอาทิตย์ลาลับขอบฟ้า เธอจึงได้มีโอกาสพัก
เจิ้งฮุ่ยเจวียนรีบกล่าวขอบคุณและแจ้งข่าวกับเธอ “พวกเราตัดสินใจร่วมมือทำธุรกิจกับกู้ไฮว่ถิง หลังจากนี้รบกวนด้วยนะคะเถ้าแก่เจียง”
เจียงอี้อิ่นรู้สึกยินดีกับเื่นี้เช่นกัน เพราะนั่นหมายถึงชื่อเสียงของเมืองอาหารจะแพร่กระจายไปไกลกว่านี้
เมื่อเขตพื้นที่ปลอดภัยกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง เธอก็ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้และตรวจสอบความคืบหน้าของภารกิจ
ยังเหลือเวลาอีกหนึ่งชั่วโมงกว่าจะถึงสองทุ่ม เธอได้รับคำชมจากลูกค้าแล้วหนึ่งร้อยเก้าคน ถือว่าทำภารกิจสำเร็จลุล่วงเกินเป้า
แม้จะยังไม่ถึงกำหนดเวลา เธอก็ตัดใจสินกดสิ้นสุดภารกิจ ทันใดนั้นแสงสีทองสว่างจ้าก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า