“คงต้องแยกทางกันตรงนี้แล้วสิ่นะ ไว้พบกันใหม่เมื่อโอกาสหน้าได้มาถึง”
“อืม หากโชคชะตานำพา เราคงมีโอกาสได้พบกันอีก”
กูเอ๋อได้แยกทางกับเทียนจุนหลังจากที่ได้เดินทางร่วมกันมาราวๆสองวันเห็นจะได้ ก่อนที่กูเอ๋อจะเดินจากไปเขาก็ได้บอกลาเทียนจุนและภรรยาของเขาด้วยสีหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มและเดินจากไปพร้อมกับเสียงของเทียนจุนที่ดังไล่หลังมา เขาจึงชูมือขวาขึ้นเหนือหัวพร้อมกับเดินต่อไปไม่ได้หันหลังกลับมามอง
ส่วนพวกโจรที่พวกเขาเอามาด้วย ทหารที่รักษาการณ์ที่กำแพงเมืองก็พาตัวพวกมันไปแล้ว ถึงแม้กูเอ๋อจะไม่ได้ค่าหัวของพวกมัน แต่หัวหน้าทีมรักษาการณ์ก็ให้รางวัลนำจับมา500เหรียญทอง สำหรับกูเอ๋อแล้วมันก็ไม่ได้มากอะไร แต่ก็ไม่ได้น้อยจนเกินไป เพราะยังไงซะพวกมัน5คนก็เป็เพียงระดับเริ่มต้นเพียงเท่านั้น
“คงต้องไปโรงประมูลก่อนเป็อันดับแรกล่ะนะ”
เขาตัดสินใจั้แ่เริ่มเดินทางออกมาอยู่แล้วว่าต้องมาที่โรงประมูลในเมืองการค้าแห่งนี้ หากเขา้าเข้าสถาบันลู่เหว่ยต้าเงินทุนเพียงไม่กี่ร้อยเหรียญทองมันไม่เพียงพออย่างแน่นอน ถึงแม้ว่าในตัวเขาจะไม่ได้มีทรัพย์สินที่มีค่ามากพอจะเอามาประมูล แต่สิ่งที่เขาเก็บมาด้วยนั้นก็มากเพียงพอที่จะเป็ทุนให้เขาเข้าสถาบันลู่เหว่ยต้าได้
“หยุดอยู่ตรงนั้นเลยนะไอ้เ้ายาจก”
เมื่อเดินมาจนถึงหน้าโรงประมูลจันทราสีเทา กูเอ๋อก็ถูกยามที่เฝ้าหน้าประตูทางเข้าหยุดเอาไว้ คนพวกนี้มีตาหามีแวว ขนาดความรอบคอบยังไม่มีเลย หากพวกเขาตรวจสอบลูกค้าก่อนสักนิดมันอาจจะเป็ผลดีต่อตัวของพวกเขามากกว่านี้แท้ๆ
“แต่ข้ามาที่นี่เพราะ้านำสิ่งของมาประมูลนะ ข้าไม่ได้มาประมูลสิ่งของเสียหน่อย ใยข้าต้องหยุดอยู่ที่หน้าทางเข้าเยี่ยงนี้ด้วย”
กููเอ๋อแสดงสีหน้าไม่พอใจออกมาเพราะถูกชายสองคนนนี้หยุดเอาไว้ หากพวกเขามีระดับแค่พื้นฐานตอนปลายมันก็ยังพอได้อยู่หรอก แต่นี่เป็ถึงนักรบขั้นตั้น มันเกินมือของเขาไปไกลแล้ว
“เหอะ! คนอย่างแกน่ะเรอะที่จะนำของที่มีค่าคู่ควรกับสถานที่แห่งนี้มาประมูลได้น่ะ หากเป็จริงข้ายอมเรียกเ้าว่าปู่เลยก็ย่อมได้”
ยามคนหนึ่งยังคงดูแคลนกูเอ๋อต่อไป
“เอะอะโวยวายอะไรกันน่ะพวกเ้า”
ก่อนที่ความขัดแย้งระหว่างกูเอ๋อกับยามคนนั้นจะเริ่มใหญ่ขึ้น ชายหน้าตาวัยกลางคนแต่งตัวดูมีภูมิฐานได้เดินเข้ามาทางพวกเขาพร้อมกับคนคุ้มกันสามคน
“คาราวะท่านผู้นำตระกูลฮง พอดีว่าพวกเราเจอไอ้เด็กขอทานนี่มาก่อนกวนขอรับ”
ยามทั้งสองคนโค้งคำนับชายผู้นั้นทันทีเมื่อเห็นเขาเดินเข้ามาใกล้พร้อมพูดให้กูเอ๋อเสียหายในทันที ซึ่งชายผู้นี้คือฮงฉวน ผู้นำตระกูลฮงคนปัจจุบันและยังเป็เ้าของโรงประมูลจันทราสีเทาแห่งนี้อีกด้วย
“ฮืม~ พวกเ้านี่นะทำไมถึงชอบด่วนตัดสินใจแทนข้าอย่างนี้ตลอดเลยนะ ไล่ออกเลยซะดีมั้ยเนี่ย แล้วเ้าจะเอาอะไรมาเข้าร่วมการประมูลล่ะเ้าหนู แสดงมันให้ข้าเห็นตอนนี้เลยได้หรือไม่”
ฮงฉวนทำเสียงไม่พอใจออกมาเมื่อรู้ว่ายามเฝ้าประตูทางเข้ามันจะสร้างชื่อเสียให้โรงประมูลของเขาอีกแล้ว ก่อนจะหันไปถามกูเอ๋อที่แสดงสีหน้าตึงเครียดออกมาั้แ่เมื่อครู่แล้ว
“ข้าขอเวลาหามันสักครู่ อยู่ในกระเป๋าสัมภาระของข้านี่แหละ…. นี่ไง”
กูเอ๋อกล่าวออกมาพร้อมกับนำกระเป๋าที่สะพายมาวางอยู่ข้างหน้าแล้วค้นหาของบางอย่างที่อยู่ภายในนั้น และเมื่อเขานำมันออกมาก็ทำให้ฮงฉวนเห็นกล่องไม้ขนาดเล็กธรรมดาๆไม่ได้ดูมีอะไรพิเศษเลยแม้แต่น้อย แต่พอกูเอ๋อเปิดกล่องออกมาฮงฉวงกับคนคุ้มกันก็ถึงกับตาลุกวาว เพราะมันคือสมุนไพริญญา ดอกหญ้าเหมันต์ขาว ซึ่งคุณสมบัติของมันคือการกระตุ้นและยกระดับปราณเหมันต์ภายในร่าง แต่หากไปอยู่ในมือของนักปรุงยาที่มีพร์มันก็จะยกระดับประสิทธิภาพของมันขึ้นได้เป็เท่าตัว และความหายากของมันที่เรียกได้ว่า10ปีเอามือสองข้างมานับก็ไม่น่าจะเกิน ทำให้ราคาของมันสูงอย่างคาดไม่ถึง
“เข้ามาพร้อมข้าเลยเ้าหนู”
ฮงฉวนได้เก็บอาการตื่นเต้นไว้ในใจก่อนจะเดินนำกูเอ๋อเข้าไปภายภายโรงประมูล
“อย่าลืมเรียกข้าว่าท่านปู่ด้วยล่ะ”
ระหว่างที่กูเอ๋อเดินผ่านยามคนนั้นเขาก็พูดออกมาพร้อมแสดงสีหน้าที่ดูชอบใจ
.
.
.
ภายในห้องทำงานของฮงฉวน เขาได้อยู่ภายในห้องกับกูเอ๋อเพียงสองคนเท่านั้น
“นามของข้าเ้าคงรู้ดีอยู่แล้ว แล้วตัวเ้าล่ะมีนามว่าอะไร”
เขาได้ถามชื่อของกูเอ๋อเพื่อความสะดวกในการเจรจาการค้านี้
“ส่วนใหญ่คนเรียกข้าว่ากูเอ๋อน่ะขอรับ”
เขาได้พูดออกมาพร้อมแสดงสีหน้าประมาณว่า ก็มันช่วยไม่ได้นี่นา ออกมาให้ฮงฉวนได้เห็น
“เป็เด็กกำพร้าสิ่นะ… ไม่เป็ไรช่างมัน เรามาเข้าประเด็นหลักกันเลยดีกว่า ข้า้าให้เ้าขายดอกหญ้าเหมันต์ขาวให้กับข้าโดยตรง หากตกลงเ้าก็ว่าราคาของมันมาได้เลย”
ฮงฉวนได้เข้าประเด็นทันที เขาได้ถามซื้อจากกูเอ๋อโดยตรงเพราะเขา้ามัน เหตุผลก็เพราะลูกสาวของเขามีคุณสมบัติของปราณเหมันต์ เขาจึง้าให้มันกับนางเพื่อทำให้นายแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น
“20000เหรียญทอง ข้า้าแค่นั้น”
เมื่อกูเอ๋อเสนอราคาออกมา ฮงฉวนก็แสดงสีหน้าประหลาดใจออกมาทันที
“เ้ารู้รึไม่กูเอ๋อ ว่าราคาแท้จริงของมันคือเท่าใด”
ฮงฉวยถามออกมาด้วยความสงสัย เพราะเด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าของเขานั้นมันให้ความรู้สึกที่ว่าไม่สามารถคาดเดาความคิดของเขาได้
“ข้าก็พอรู้ว่ามูลค่าของมันมีเท่าไหร่ หากมันสามารถแลกเป็การผูกมิตรกับท่านได้ข้าว่ามันคุ้มกับทั้งข้าและท่าน”
มีหรือที่กูเอ๋อจะไม่รู้มูลค่าที่แท้จริงของมัน แต่สำหรับเขาในตอนนี้การผูกมิตรกับชายที่อยู่ตรงหน้าของเขานั้นสำคัญยิ่งกว่าไม่กี่หมื่นเหรียญทองที่เสียไป
“ฮ่าๆๆ ข้าชักจะรู้สึกชอบเ้าขึ้นมาซะแล้วสิ่ เ้าคงจะพึ่งมาที่เมืองแห่งนี้ได้ไม่นานสิ่นะ หากเ้ายังไม่มีที่พักล่ะก็ ข้าจะให้คนรับใช้จัดเตรียมห้องรับแขกให้เ้าเลย”
ฮงฉวนหัวเราะชอบใจออกมาเพราะคำพูดของกูเอ๋อ มันทำให้เขารู้สึกชอบใจเป็อย่างมากกับทัศนคติของเขา หากเป็เด็กวัย18ปีคนอื่นคงร้องเรียกเป็เงินเต็มจำนวนแล้วก็จบๆกันไป แต่เขากลับยอ
มเสียมันมากกว่าครึ่งเพื่อผลประโยชน์ในอนาคตที่ไม่รู้ว่าจะมีค่าเทียบเท่ากันหรือเปล่า