สวีหว่านหนิงคาดไม่ถึงเลยว่าแม่กู้จะพุ่งเข้ามากอดขาทั้งสองข้างของเธอ
“ฉันยังพูดไม่จบเธอจะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น!”
ขณะที่สวีหว่านหนิงกำลังลังเลว่าจะยกเท้าเตะผู้หญิงคนนี้ออกไปดีหรือไม่จู่ๆ ก็มีคนกระชากตัวเธอให้ออกจากการเกาะกุมของแม่กู้
“เม่าหนิง!” สายตาของสวีหว่านหนิงเต็มไปด้วยความประหลาดใจ“ได้เจอนายที่นี่ช่างดีจริงๆ!”
สวีเม่าหนิงขมวดคิ้วมุ่น“ผู้หญิงคนนี้เป็นใคร”
“ฉันไม่รู้จัก”สวีหว่านหนิงส่ายหน้า “แต่เธอบอกว่าเป็นแม่ของกู้จวิ้น ฉันสงสัยว่าเธอจงใจมาดักรอฉันที่หน้าบ้านพักทหารฉันไม่อยากคุยด้วย เธอก็เลยเตรียมหาเรื่องฉัน”
แม่ของกู้จวิ้น?
สวีเม่าหนิงมองแม่กู้ที่ล้มคะมำอยู่บนพื้น
เธอในตอนนี้ใบหน้าเปรอะไปด้วยฝุ่นสภาพแทบดูไม่ได้ ไม่เหลือท่าทางบีบคั้นคนเหมือนเมื่อครู่อีกแล้ว
สวีเม่าหนิงถอนสายตากลับมาก่อนจะจูงมือสวีหว่านหนิงเดินไปที่ป้อมยาม
นิ้วเรียวยาวของเขาชี้ไปยังคนบนพื้น“ต่อไปถ้าเจอผู้หญิงคนนี้อีกให้ไล่ออกไปทันที”
พูดจบเขาก็ลากสวีหว่านหนิงเดินเข้าประตูใหญ่
“เม่าหนิงพี่พบว่าไม่ได้เจอกันแค่ไม่กี่ปี เด็กน้อยอย่างนายเหมือนจะโตขึ้นมากนะก่อนหน้านี้ตอนอยู่โรงพยาบาล พี่เข้าใจนายผิดไป” สวีหว่านหนิงตบไหล่สวีเม่าหนิงวางมาดเหมือนพวกผู้อาวุโสในบ้าน
สวีเม่าหนิงปัดมือเธอออกพลางพูดเสียงหงุดหงิด “ทำไมยังพัวพันอยู่กับกู้จวิ้นอีก”
แม้หลินอันจะธรรมดาไม่ตรงกับพี่เขยในอุดมคติของเขา แต่เทียบกับกู้จวิ้นแล้วหลินอันดีกว่าราวฟ้ากับเหว
อีกอย่างหลินอันคือพ่อของต้าชุนกับเยาเม่ย แค่จุดนี้สวีเม่าหนิงก็ย่อมเข้าข้างหลินอันแล้ว
นอกจากนี้ เห็นได้ชัดว่าพี่สาวของเขารักหลินอันมากเพื่อดูแลหลินอันถึงกับยอมนอนขดตัวบนโซฟาเดี่ยวของโรงพยาบาลอยู่หลายวันเมื่อก่อนพี่สาวของเขาเคยทนลำบากแบบนี้ที่ไหน
สวีหว่านหนิงยกมือกอดอกพลางทำสีหน้าเคร่งขรึมแล้วแก้คำพูดของน้องชาย “ฉันขอพูดให้ชัดก่อนเลยว่ากู้จวิ้นเป็นศัตรูของฉัน ฉันอยากจะขีดเส้นแบ่งกับเขาจะตายแล้วจะพัวพันกับเขาได้ยังไง ผู้หญิงคนเมื่อกี้ก็เหมือนกันเธอเป็นฝ่ายพุ่งมาเกาะแกะฉันเองนะ”
“อย่าเอาฉันไปเกี่ยวโยงกับกู้จวิ้นคิดแล้วจะคลื่นไส้”
สวีหว่านหนิงรู้สึกว่าอีกเดี๋ยวตนคงกินข้าวน้อยลงเป็นแน่
สวีเม่าหนิงเห็นท่าทีของพี่สาวแล้วมุมปากฉีกยิ้มแทบถึงติ่งหู
“เธอพูดเองนะ”
“ก็ใช่น่ะสิ”
น้องชายคนนี้เปลี่ยนอารมณ์ง่ายจริงๆนับวันยิ่งไม่น่ารัก
“ฉันรู้ว่าคนเมื่อกี้มาหาเธอเพราะอะไร”
สวีหว่านหนิงรีบใช้สายตาอยากรู้อยากเห็นมองเขา“ทำไม แม่ของกู้จวิ้นตกงานหรือว่าพ่อของกู้จวิ้นตกงานล่ะ”
สวีเม่าหนิงทำหน้าตกใจ“เธอรู้ได้ยังไง ใครบอกเธอ”
“ฉันเดาเอา”สวีหว่านหนิงหัวเราะ
เพราะร่างเดิมคอยเกาะแกะกู้จวิ้นไม่ห่างทำให้คนตระกูลกู้ดูแคลนเธอเสมอมา โดยเฉพาะแม่กู้ที่ชอบวางมาดสูงส่งทำเหมือนร่างเดิมเป็นสาวใช้ ส่วนตัวเองนั้นคือคุณนายของครอบครัวชนชั้นสูง
เมื่อครู่นี้ถือว่าแม่กู้พยายามประจบเอาใจสวีหว่านหนิงแล้วแม้ตอนหลังจะหลุดเผยโฉมหน้าที่แท้จริงออกมาก็ตามแต่ตอนเริ่มบทสนทนาก็นับว่ายอมลดทิฐิลงแล้ว
เพราะฉะนั้นสวีหว่านหนิงจึงคาดเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น
สวีเม่าหนิงรับรู้ได้ถึงความสะใจในน้ำเสียงของพี่สาวจึงยิ้มแล้วกล่าวว่า“เธอเดาถูกเกือบหมด พ่อแม่ของกู้จวิ้นตกงานแล้วทั้งคู่”
“มีเรื่องดีๆแบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย”
หรือว่าคนตระกูลสวีแอบจัดการอยู่เบื้องหลัง?
ความจริงนั้นเหมือนกับที่สวีหว่านหนิงคาดเดาไว้ตอนอยู่ที่มณฑลเฮย สวีเม่าถิงได้ยินข่าวลือเรื่องน้องสาวของเขาถูกกู้จวิ้นกับหลี่เชี่ยนเชี่ยนรังแกทั้งยังมีคนบอกอีกว่าน้องสาวของเขาถูกกู้จวิ้นเกลี้ยกล่อมให้เอาต้าชุนกับเยาเม่ยไปขาย
ตอนนั้นสวีเม่าถิงไม่ระเบิดอารมณ์แต่จดจำเรื่องนี้ไว้ขึ้นใจ หลังกลับมาสะสางงานสำคัญที่ปักกิ่งเรียบร้อยแล้วเขาจึงเริ่มสืบประวัติพ่อแม่ของกู้จวิ้นและหลี่เชี่ยนเชี่ยน
พ่อของกู้จวิ้นแม้จะเป็นแค่พนักงานเผาถ่าน แต่ก็แอบเอาถ่านกลับบ้านไปไม่น้อยนี่ถือเป็นการยักยอกผลประโยชน์ของหน่วยงาน หลังถูกจับได้เขาจึงถูกไล่ออก
ส่วนแม่กู้นั้นได้เป็นพนักงานเสิร์ฟอาหารในโรงงานของหน่วยงานแม้งานจะหนัก เงินเดือนก็ไม่สูงมาก แต่สามารถโอ้อวดคนอื่นได้
เพียงแต่งานนี้ไม่ได้มีสัญญาจ้างเป็นทางการสามารถหาคนมาแทนที่ได้ทุกเมื่อ
หลังพ่อกู้ถูกจับได้แม่กู้ย่อมตกงานด้วยอีกคน
ส่วนวันนี้ที่แม่กู้ตั้งใจมาดักรอสวีหว่านหนิงคงเพราะอยากให้สวีหว่านหนิงช่วยขอร้องตระกูลสวีให้หางานให้กับพวกเขาสองสามีภรรยา
แต่เธอยังไม่ทันร้องขอก็ถูกสองพี่น้องตระกูลสวีตัดโอกาสเสียก่อน
สวีหว่านหนิงแววตาเริ่มฉายความลังเล“แสดงว่าพ่อแม่ของหลี่เชี่ยนเชี่ยนก็ตกงานด้วยเหมือนกันน่ะสิพวกเขาคงไม่มาดักรอฉันอีกคนหรอกนะ?”
ครั้งนี้คนที่มีสีหน้าสนุกสนานกลับเป็นสวีเม่าหนิง“ใช่ พวกเขาตกงานกันหมดแล้ว เธอน่าจะเดาถูก พวกเขาคงจะหาโอกาสมาขอร้องเธอแน่”
ใครใช้ให้ร่างเดิมสนิทสนมกับหลี่เชี่ยนเชี่ยนเล่า
สวีหว่านหนิงหยิบลูกอมรสนมออกจากกระเป๋าสะพายแล้วแกะเปลือกออกก่อนจะยัดมันใส่ปากสวีเม่าหนิง
“ลูกอมหวานไหม”
สวีเม่าหนิงเคี้ยวลูกอม“ก็พอใช้ได้”
“ว่ากันว่ากินของของใครแล้วต้องตอบแทนนายกินลูกอมของฉันไปแล้วก็ต้องช่วยฉันจริงไหม”
นี่คือกับดักชัดๆ!
สวีเม่าหนิงกำลังจะคายลูกอมออกมาแต่สวีหว่านหนิงตาไวจึงใช้มือปิดปากเขาไว้
“น้องชายลืมไปแล้วหรือว่า พ่อกับแม่อบรมสั่งสอนพวกเราตั้งแต่เด็กว่าพี่น้องต้องรักกันตอนนี้พี่สาวของนายกำลังลำบาก ในฐานะน้องชายเพียงคนเดียวของฉันนายก็ควรยืดอกปกป้อง และช่วยแก้ไขปัญหาให้พี่สาวหรือเปล่า”
สวีเม่าหนิงเคี้ยวลูกอมพลางกล่าวว่า“ว่ามาสิ จะให้ฉันทำอะไร”
“อย่าปล่อยให้พ่อแม่ของหลี่เชี่ยนเชี่ยนหาฉันเจอเม่าหนิง นายก็คงไม่อยากให้พี่สาวกลับมาแล้วถูกคนที่น่ารังเกียจพวกนั้นตามรังควานจนอารมณ์เสียหรอกจริงไหม”
สวีหว่านหนิงถอนหายใจ“ไม่รู้ว่าฉันจะได้กลับมาที่ปักกิ่งอีกเมื่อไร”
“เลิกพูดได้แล้วฉันจะช่วยเธอเอง พอใจหรือยัง!”
“สมกับเป็นน้องชายที่แสนดีของพี่”
สวีหว่านหนิงได้รับคำตอบที่น่าพอใจแล้วก็ก้าวเท้าเดินต่ออย่างอารมณ์ดี
สองพี่น้องเพิ่งเข้ามาในบ้านสวีก็เจอกับสวีเม่าถิง
“พี่รอง!”สวีหว่านหนิงทักทายเขาอย่างดีใจ “เรื่องพ่อแม่ของกู้จวิ้นกับหลี่เชี่ยนเชี่ยนเม่าหนิงเล่าให้ฉันฟังแล้วค่ะ ขอบคุณนะคะที่ช่วยฉัน”
สวีเม่าถิงยกมือขึ้นลูบศีรษะของสวีหว่านหนิงอย่างเป็นธรรมชาติ“พวกเราเป็นพี่น้องกัน ไม่ต้องเกรงใจกันขนาดนี้”
อีกอย่างเขาก็ไม่ได้ทำอะไร
ที่พ่อแม่ของกู้จวิ้นกับหลี่เชี่ยนเชี่ยนถูกไล่ออกจากงานเป็นเพราะพวกเขาทำผิดกฎระเบียบและข้อบังคับของโรงงานเอง เขาก็แค่ช่วยชี้ตำแหน่งเนื้อร้ายให้ทางโรงงานกำจัดออกไปก็เท่านั้น
“เดี๋ยวนะ!”สวีเม่าหนิงไม่พอใจ “สวีหว่านหนิง ทำไมเธอสองมาตรฐานแบบนี้! ฉันก็ช่วยเธอเหมือนกันทำไมถึงปฏิบัติตัวกับฉันต่างจากที่ปฏิบัติกับพี่รองเยอะขนาดนี้? ฉันยังเป็นน้องชายของเธออยู่หรือเปล่า!”