บทที่ 44 คนร้ายตัวจริงที่อยู่เบื้องหลัง
“ไม่จริงน่า???” เซี่ยอวิ้นหนิงถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ
จางฉือลดเสียงต่ำ “เมื่อกี้ฉันเจอกู้เจียวเจียวที่โรงอาหาร นายลองเดาดูสิว่าเธอซื้ออะไร? เธอซื้อหมั่นโถวห้าลูกกับซาลาเปาอีกห้าลูก ผู้หญิงคนเดียวจะกินเยอะขนาดนั้นเหรอ?”
“เธออาจจะซื้อไปให้ผู้อำนวยการกู้ก็ได้”
จางฉือส่ายหน้า “ไม่มีทาง! ฉันเห็นกับตาเลยว่าเธอกลับหอพักของตัวเอง และที่สำคัญก็คือท่าทางการเดินของเธอไม่เหมือนกับตอนปกติ พวกเราลางานช่วงเช้าแล้วสะกดรอยตามกู้เจียวเจียวกันเถอะ ถ้าหากเธอซ่อนตัวผู้หลบหนีไว้จริงๆ ล่ะ?”
“เอาแบบนั้นก็ได้”
หลังจากมื้อเช้า ลู่จิ่วอันก็บอกเซี่ยอวิ้นหนิงถึงวิธีในการตุ๋นขาหมู
แต่ว่า… พอนึกได้ว่าตนเองต้องไปทำงาน และลู่จิ่วอันก็ต้องนอนพักบนเตียง ทั้งคู่จึงเห็นพ้องต้องกันว่าจะเก็บขาหมูไว้ทำในตอนกลางคืนแทน
ไม่อย่างนั้นแล้วหากไม่มีคนเฝ้าเตาไฟ แล้วเกิดไฟไหม้ขึ้นมาจะเป็นเรื่องใหญ่
“จิ่วอัน คุณเก็บมีดทำครัวเอาไว้ป้องกันตัวเองนะ เวลาจำเป็นจะได้ทำให้อีกฝ่ายตกใจ”
เซี่ยอวิ้นหนิงเป็นห่วงว่าลู่จิ่วหยางจะบุกมาหาภรรยาตอนที่ตนเองไม่อยู่บ้าน จึงวางมีดทำครัวไว้ข้างหมอนของเธอเพื่อเอาไว้ป้องกันตัว
“เข้าใจแล้วค่ะ”
ลู่จิ่วอันอดหัวเราะไม่ได้ แต่ก็วางมีดทำครัวไว้ใต้หมอนตามที่เขาบอก
“ถ้ามีคนมาเรียกให้ออกไปข้างนอก คุณห้ามออกไปเด็ดขาดนะ อาจารย์สั่งไว้ว่าคุณต้องพักผ่อน”
“เข้าใจแล้ว ๆ”
ช่วงเวลาที่ลู่จิ่วอันต้องนอนพักอยู่แต่บนเตียง กิจวัตรอย่างการล้างหน้าแปรงฟันล้วนมีเซี่ยอวิ้นหนิงเป็นคนดูแล
ทำให้เธอค้นพบข้อดีอีกอย่างของสามี
เซี่ยอวิ้นหนิงกำชับอีกว่า “ผมวางน้ำต้มกับอาหารไว้ตรงนี้ คุณหิวเมื่อไรก็กินเลยนะไม่ต้องเสียดาย ถ้าหมดแล้วผมจะซื้อให้ใหม่”
“รู้แล้วล่ะน่า คุณรีบไปทำงานได้แล้ว เดี๋ยวก็ไปสายหรอก”
เซี่ยอวิ้นหนิงครุ่นคิดอีกครั้ง เมื่อแน่ใจว่ากำชับครบถ้วนแล้วก็กางร่มกันฝนออกไปทำงาน
กู้เจียวเจียวยืนอยู่ที่ทางแยกไม่ไกลจากบ้านของลู่จิ่วอัน เมื่อเห็นเซี่ยอวิ้นหนิงกับจางฉือเดินไปไกลแล้ว เธอก็เดินกางร่มไปที่บ้านลู่จิ่วอันด้วยใบหน้าชั่วร้าย
“ลู่จิ่วอัน”
เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่ที่ลานบ้าน เธอก็ตรงไปที่ห้องนอนของสองสามีภรรยาทันที
ลู่จิ่วอันเงยหน้าจากตำราแพทย์ที่กำลังอ่านและเห็นคุณครูสาวที่มาโดยไม่ได้รับเชิญก็ถามด้วยน้ำเสียงประชดประชัน “มีธุระอะไร?”
กู้เจียวเจียวมองไปรอบห้องนอนอันซอมซ่อและเห็นลู่จิ่วอันกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนเตียง
บนโต๊ะด้านข้างมีน้ำดื่มและของว่างวางเอาไว้ ไม่รู้ทำไมในใจกลับรู้สึกขมขื่นด้วยความอิจฉา
“ผู้หญิงคนไหนก็ท้องกันทั้งนั้น ดูเธอทำเข้าสิ ใครที่ไม่รู้คงคิดว่าเธอท้องกับเจ้าชาย!”
ลู่จิ่วอันปิดหนังสือและพูดขึ้นอย่างเย็นชา “ถ้าเธอมาเพื่อพูดเรื่องพวกนี้ก็ไสหัวกลับไปซะ!”
“ลู่จิ่วอัน เธอไม่อยากรู้ข่าวเกี่ยวกับของพ่อแม่แท้ ๆ ของเธองั้นเหรอ?”
กู้เจียวเจียวคว้าถั่วลิสงหนึ่งกำมือบนโต๊ะโดยไม่เกรงใจ จากนั้นก็ปอกเปลือกถั่วอย่างเอื่อยเฉื่อย
“กู้เจียวเจียว เธอคงไม่ได้โง่ถึงขั้นร่วมมือกับลู่จิ่วหยางเพื่อจัดการฉันหรอกนะ?”
ลู่จิ่วอันเดาความคิดของอีกฝ่ายออกในทันที เธอมองกู้เจียวเจียวหัวจรดเท้าก่อนจะไปหยุดที่รอยกลีบกุหลาบบนต้นคอ
“ฉันขอเตือนเธอในฐานะผู้หญิงด้วยกันว่าลู่จิ่วหยางน่ะเป็นไอ้จอมข่มขืน! มันไม่อยากติดคุกถึงได้วิ่งแจ้นมาหาฉันถึงที่ศูนย์อนุรักษ์ ถ้าเธอมีสมองสักหน่อยก็ควรทำหน้าที่ในฐานะพลเมืองส่งตัวหมอนั่นให้ตำรวจซะ”
กู้เจียวเจียวคิดไม่ถึงว่าลู่จิ่วอันจะฉลาดถึงเพียงนี้ เธอแสร้งทำเป็นใจเย็นพร้อมกับพูดว่า “ลู่จิ่วอัน ฉันจะถามเธออีกครั้ง เธออยากรู้ข่าวของพ่อแม่แท้ ๆ หรือเปล่า?”
“ไม่อยาก”
ลู่จิ่วอันปฏิเสธทันที ซึ่งเป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมายของกู้เจียวเจียวอย่างยิ่ง
“ทำไมล่ะ?” กู้เจียวเจียวตะลึงจนพูดไม่ออก เพราะนึกว่าลู่จิ่วอันจะต้องกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจเมื่อได้ยินข่าวพ่อแม่แท้ ๆ ของตน “เธอไม่อยากรู้เหรอว่าผู้หญิงที่ขโมยชีวิตของเธอใช้ชีวิตเป็นยังไง?”
“ไม่อยาก”
มือของลู่จิ่วอันสัมผัสหน้าท้องโดยไม่รู้ตัว
มีเรื่องอื่นสำคัญกว่านั้น
ในใจของเธอมีเพียงต้องการให้ลูกปลอดภัย
“ลู่จิ่วหยางให้ฉันมาบอกว่าถ้าเธออยากรู้เรื่องพ่อแม่แท้ ๆ ให้ไปหาเขาที่โรงเรียนประถมสองทุ่มคืนนี้”
กู้เจียวเจียวทิ้งท้ายไว้แบบนั้นก่อนจะกลับออกไป
ลู่จิ่วอันมองแผ่นหลังของร่างระหงที่กำลังจากไป พลางอดสงสัยไม่ได้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่ในหัวกันแน่?
จ้องเล่นงานเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพียงเพราะผู้ชายคนเดียวว่าแย่แล้ว
ตอนนี้ยังร่วมมือกับคนสารเลวอย่างลู่จิ่วหยางเพื่อเล่นงานเธออีก?
หล่อนมีแผนอะไรกันแน่?
คิดยังไงก็คิดไม่ออก!
…
เซี่ยอวิ้นหนิงและจางฉือไม่ได้ไปทำงานแต่มุ่งหน้าไปยังหอพักของกู้เจียวเจียว
ประตูหอพักของกู้เจียวเจียวไม่ได้ล็อก จางฉือเงี่ยหูฟังและได้ยินเพียงเสียงเครื่องเล่นวิทยุ
“เหล่าเซี่ย พวกเราบุกเข้าไปกันเถอะ!”
เซี่ยอวิ้นหนิงเอ่ยถาม “ถ้าลู่จิ่วหยางไม่ได้อยู่ที่นี่ล่ะ?”
“เหล่าเซี่ย เชื่อสัญชาตญาณของฉันเถอะ ฉันมั่นใจประมาณเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์เลยว่าเขาต้องอยู่ข้างใน”
พูดจบ จางฉือก็ถีบประตูหอพัก ลู่จิ่วหยางที่กำลังกินซาลาเปาพลางฟังวิทยุอย่างสบายใจเฉิบก็กระโดดตัวลอยด้วยความตกใจ
“แกอยู่ที่นี่จริง ๆ ด้วย!”
ลู่จิ่วหยางคิดจะหนี แต่ในหอพักมีประตูให้หนีแค่ทางเดียว
เซี่ยอวิ้นหนิงขวางประตูเอาไว้ จากนั้นจางฉือก็ผลักลู่จิ่วหยางลงกับพื้น
“เหล่าเซี่ย ไปตามคนมา!”
เซี่ยอวิ้นหนิงไปที่ระเบียงและตะโกนอย่างสุดเสียงว่า “จับตัวผู้หลบหนีได้แล้ว!”
หอพักของศูนย์อนุรักษ์มีแต่ผู้พักอาศัยที่เป็นหนุ่มสาวโสด เมื่อได้ยินเซี่ยอวิ้นหนิงตะโกนว่าจับตัวผู้หลบหนีได้ คนที่ยังไม่ไปทำงานก็รีบกรูกันออกมาช่วยสองเพื่อนซี้จับตัวลู่จิ่วหยาง
“พวกแกปล่อยฉันนะ! ฉันเป็นคู่หมั้นของกู้เจียวเจียวนะเว้ย!”
ทุกคนในศูนย์อนุรักษ์ต่างตกตะลึง “…”
ลู่จิ่วหยางคิดว่าที่นี่คือศูนย์อนุรักษ์ และกู้เจียวเจียวก็เป็นถึงหลานสาวของผู้อำนวยการ ตราบใดที่เขาทำให้เป็นเรื่องใหญ่ ผู้อำนวยการย่อมไม่ปล่อยให้ชื่อเสียงของหลานสาวต้องเสียหาย ต่อให้ผู้อำนวยการจะไม่ยินยอม แต่ก็ต้องกลั้นใจรับเขาเป็นคู่หมั้นเพราะเห็นแก่ชื่อเสียงของกู้เจียวเจียว
เขาไม่มีทางยอมติดคุกอย่างเด็ดขาด!
“แกน่ะเหรอเป็นคู่หมั้นของกู้เจียวเจียว?” จางฉือมองลู่จิ่วหยางที่มีสภาพไม่ต่างจากนักเลงหัวจรดเท้าก่อนจะพูดด้วยความเหยียดหยาม “หล่อนไม่ได้ตาบอดสักหน่อย ทำไมถึงมาสนใจแกได้กัน?”
ลู่จิ่วหยางพูดอย่างไม่เกรงกลัวว่า “พี่ชาย พวกนายไม่เข้าใจหรอก ผู้ชายน่ะหน้าตาดีไม่สู้เอวดีหรอกนะ…”
เพื่อไม่ให้ลู่จิ่วหยางพูดไร้สาระไปมากกว่านี้ เซี่ยอวิ้นหนิงจึงตบไหล่จากฉือพร้อมกับพูดว่า “จางฉือ ส่งตัวเขาไปที่สถานีตำรวจเถอะ”
กู้เจียวเจียวตรงไปทำงานหลังกลับจากบ้านของลู่จิ่วอัน
แต่เมื่อเธอได้ยินเซี่ยอวิ้นหนิงตะโกนว่าจับตัว ‘ผู้หลบหนี’ ได้แล้ว ใบหน้าสะสวยก็ซีดเผือดและแข็งทื่อไปทั้งร่าง
เธอไม่สนใจการสอนหนังสือและรีบวิ่งไปหากู้เจี้ยนเช่อที่บ้านพร้อมกับร้องห่มร้องไห้ท่ามกลางสายฝน “คุณลุง คุณป้าช่วยหนูด้วย!”
กู้เจี้ยนเช่อถามด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “มีเรื่องอะไรอีกล่ะ?”
“หนู…หนูถูกคนร้ายข่มขืนนั่น…”
กู้เจียวเจียวพูดไม่ทันจบ ภรรยาผู้อำนวยการก็กระหืดกระหอบด้วยความโกรธ “ไอ้สารเลวนั่นมันกล้าดียังไง…”
“มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?” กู้เจี้ยนเช่อถามขึ้น
กู้เจียวเจียวเล่าเรื่องทุกอย่างโดยไม่ปิดบัง
แน่นอนว่ากู้เจียวเจียวไม่กล้าบอกเรื่องที่ตนร่วมมือวางแผนร้ายกับลู่จิ่วหยางและโยนความผิดทั้งหมดไปให้เด็กหนุ่ม
ขณะเดียวกันนั้น ลู่จิ่วหยางก็ถูกจับตัวไปที่สถานีตำรวจ นอกจากไม่ขัดขืนแล้วยังเปิดเผยเรื่องที่ตนติดตามกู้เจียวเจียว รวมถึงเล่าแผนการสมคบคิดกับเธอออกมาอย่างหมดเปลือก
เมื่อเซี่ยอวิ้นหนิงและคนอื่น ๆ ได้ยินคำพูดของลู่จิ่วหยางก็คิดได้เพียงแค่อย่างเดียว คนหนึ่งโฉด คนหนึ่งชั่วไม่ต่างจากผีเน่ากับโรงผุ
เซี่ยอวิ้นหนิงถามขึ้น “ลู่จิ่วหยาง นายหารถของศูนย์อนุรักษ์เจอได้ยังไง?”
ลู่จิ่วหยางที่ถูกใส่กุญแจมือพูดด้วยท่าทางหยาบคาย “มีผู้หญิงคนหนึ่งโทรมาหาฉันและบอกว่าทำยังไงก็ได้ให้ลู่จิ่วอันเดือดร้อน ถ้าฉันทำได้ดี หล่อนจะหางานที่ศูนย์อนุรักษ์ให้ฉันทำ ฉันไม่มีที่ไปพอดี ก็เลยมาหาเรื่องลู่จิ่วอันนี่แหละ!”