วันนี้ ผมก็ต้องอยู่บ้านกับไอ้เ้าบ่าวสองคนอีกแล้ว กว่าพวกไอ้อั้มจะมาถึง น่าจะเย็นๆโน้น ออกเดินทางกันกี่โมงไม่รู้ เจอรถติดกันอีก ผมไลน์บอกให้พวกมันซื้อกับข้าวมากันเลย
ตอนนี้ก็เลยต้องนอนโง่ๆอยู่ในเปลใต้ถุนบ้าน
Azzzzzzzzzzzzzzzzzzz!!!
เสียงมือถือดังขึ้นจากเครื่องผม เป็สายจากพ่อผมเอง
“ครับพ่อ”
[อยู่ไหนกัน อยู่บ้านกันหรือป่าว]
“ใช่ครับ”
[เอาข้าวที่บ้านมาให้พ่อหน่อย]
“อ้าว ไม่มากินที่บ้านหรอครับ”
[ไม่แล้ว กินที่นี่ จะได้ทำงานต่อเลย]
“ครับ ได้ครับ”
ผมเลยตักข้าวใส่ถุง รวมถึงกับข้าวที่แม่ทำไว้ตอนเช้าไปให้พ่อ สวนที่พ่อทำงานอยู่ไกลจากบ้านผมไปอีกเกือบสิบกิโลเมตร ผมกับไอ้เ้าบ่าวเลือกขับรถมอเตอร์ไซค์ไปกัน
พอถึงสวน ผมก็ส่งข้าวให้พ่อ แล้วก็กลับเลย จะว่าถูกเลี้ยงมาให้รักสบายก็ใช่ เพราะผมไม่เคยช่วยงานในสวนพ่อเลย
ระหว่างขับรถกลับ ผมนั่งซ้อนมอเตอร์ไซค์ ทางก่อนข้างเงียบ สองข้างทางเต็มไปด้วยสวนกล้วยของคนแถวๆนี้ แต่มันไม่น่ากลัวเหมือนตอนกลางคือนหรอกครับ ไอ้เ้าบ่าวจับมือผมไปเกาะเอวมันไว้ แล้วชำเลืองสายตามามองผม ผ่านกระจกของรถมอเตอร์ไซค์
“ปืนมึงไปไหนวะ” ผมสงสัย เพราะปืนไม่ได้เหน็บที่เอว ปกติมันจะเอาไว้ติดตัว เหมือนอวัยวะส่วนหนึ่งของมัน
“อยู่บ้าน มาเที่ยวกับมึง ทำไมกูต้องใช้ปืนด้วยวะ”
“ไม่กลัวหายหรอ”
“เอาไว้ในรถมึงอะ ใต้เบาะคนขับ ค่อยนข้างปลอดภัย”
“เอาไปไว้ตอนไหน ไวจริงมึงเนี่ย”
มันยิ้มมุมปาก มองมาที่ผมอีกแล้ว
และแล้ว สิ่งที่ไม่อยากให้เกิด ก็เกิดขึ้นอีกแล้ว แก้วแฟนน้องกิ๊บ ขับรถตามมาด้านหลัง ครั้งนี้มันมาหกคน ขับรถมอเตอร์ไซค์มาสามคัน
“สองคนทางขวา มึงไหวไหมวะ ที่เหลือกูจัดการเอง” ไอ้เ้าบ่าวกะซิบบอกผม พร้อมเหลือบตาไปด้านขวา เป็สองคนที่ตัวเล็กสุด และท่าทางอ่อนแอที่สุด
“ได้” ผมตอบกลับไป นาทีนี้ต้องเชื่อไอ้ตำรวจแล้วล่ะ
พวกนั้นขับรถปาดหน้ารถของผม ไอ้เ้าบ่าวจึงหยุดรถ และลงไปคุยกับพวกมัน ไอ้หกคนก็ลงมาจากรถเหมือนกัน เดินมาท่าทางจะหาเื่เต็มที่
“มึงจะเอาไงกับกูสองคนวะ เมื่อคืนพวกมึงก็ไล่ตามกูสองคนใช่ไหมวะ” ไอ้เ้าบ่าวเริ่มบทสนทนาก่อน
“มึงอย่าเสือก ก็จะคิดบัญชีกับไอ้ตูมตาม แมร่งกวนตีน ยุ่งกับหญิงกู” แฟนน้องกิ๊บพูดขึ้นมา
“ไม่ยุ่งไม่ได้วะ เพื่อนกูเอง”
“งั้นมึงได้ยุ่งสมใจแน่”
ไม่รอช้า ไอ้เ้าบ่าวพุ่งไปจัดการกับตองแฟนน้องกิ๊บ และเป็อย่างที่ผมคิดไว้ กำลังจะเข้าไปรุมไอ้เ้าบ่าว ผมเลยะโถีบหนึ่งในหกของพวกมันเพื่อเบียงเบนความสนใจ มันสองคนที่ไอ้เ้าบ่าวมอบหมายให้ผมจัดการจึงหันกลับมาสนใจที่ผม
บั๊ก!! ผมโดนพวกมันหนึ่งคนซัดหน้าลงไปนอนกลับฟื้น นั่นแหละที่ผม้า ผมลุกขึ้นเดินถอยหลังเพื่อแยกไอ้สองคนนี้ออกมา ไอ้สองคนก็เดินตามผมมา พอได้ระยะผมยิ้มมุมปากพร้อมวิ่งเข้าไปซัดไอ้คนที่ซัดผมล้มลงไปเมื่อกี้ ครั้งนี้ตาผมแล้ว ผมกระชากคอเสื้อซัดไปหลายหมัด มันก็พยายามจะสู้ แต่ด้วยตัวที่เล็กกว่าผม ผมเลยจับแขนของมันสองข้างรวบเข้าด้วยกันด้วยมือข้างขวา ส่วนมือข้างซ้าย ถึงจะไม่ถนัดแต่ก็ซัดมันต่อ ส่วนอีกคน มันเห็นท่าไม่ดี เลยหยิบท่อนไม้มาจากไหนไม่รู้มาเพื่อจะฟาดผม ดีนะผมเห็นทัน ก่อนที่มันจะฟาด ผมเลยหมุนตัวเพื่อนมันไปรับไม้แทนผม ท่อนไม้โดนเพื่อนมันเต็มๆ มันอึ้งสิครับ ผมเลยผลักเพื่อนมันลงไปนอนกับพื้นถนน ผมะโเตะไปที่้มือของมัน ไม้ที่อยู่ในมือมันจึงล่วงลงกับพื้น
“มึงจะทำเหี้ยอะไรกับกู” ผมรับครับว่าโกรธมาก ผมกระชากเสื้อมันขึ้นมา แขนมันที่ได้รับาเ็จากการที่ผมถีบมันไป ทำให้ใช้งานไม่ได้ไปอีกหนึ่งข้าง นี่แหละจุดอ่อนของมัน ผมเลยจับแขนข้างที่าเ็ของมันบิด มันเจ็บถึงกับร้องออกมา มืออีกข้างนึงพยายามแกะมือผมออก แต่ไม่ได้ผลหรอกครับ ผมรัวหมัดใส่หน้ามันอย่างเต็มกำลัง ไปหลายหมัด พร้ะโกนพร่ำบอกซ้ำๆว่า “พวกมึงจะทำเหี้ยอะไรกับกู” และสุดท้าย ผมก็ผลักมันไปรวมกับเพื่อนมัน ที่นอนอยู่บนถนน ไม่พอครับ ผมเดินไปเก็บท่อนไม้ที่พวกมันทำตกไว้ แล้วเดินไปที่พวกมันสองคน ผมกระหน่ำเตะ กระหน่ำฟาด จนสาแก่ใจ
ส่วนไอ้เ้าบ่าว สี่ต่อหนึ่ง ก็ไม่มีผลอะไรต่อมันเลย สกิลการเป็ตำรวจของมันใช้ได้ดีมากในสถานการณ์แบบนี้ อาจจะเป็เพราะไอ้เด็กพวกนี้ไม่ได้ถูกฝึกมาให้ต่อสู้เหมือนกับมัน ถึงแม้จำนวนจะเยอะกว่า แต่ไม่สามารถทำอะไรมันได้เลย หลังจากที่ผมแยกไอ้สองคนนี้ออกมาได้แล้ว ไอ้เ้าบ่าวก็ถูกมันสองคนหิ้วปีก ไอ้ตองกำลังจะเข้ามาต่อยไอ้เ้าบ่าว แต่ไม่ได้ผลครับ ไอ้เ้าบ่าวถูกล็อกแขน แต่ไม่ได้ถูกล็อกขา ไอ้เ้าบ่าวก็ะโถึบไปที่ยอดอก และกลับมาเหยียบเท้าไอ้สองคนที่หิ้วปีกอย่างแรง ทำให้ไอ้สองคนต้องปล่อยมือไป ส่วนอีกคนก็ไม่รอช้า รีบพุ่งเข้ามากะว่าจะต่อยหน้าไอ้เ้าบ่าว แล้วมันก็ทำได้จริงๆ แต่กลับโดนไอ้เ้าบ่าวสวนกลับไปหนึ่งหมัดใหญ่ๆ แบบเต็มแรง ไอ้คนนี้ลงไปกองกับพื้นก่อนเลย คนแรก น่าจะน็อคไปเลยแหละ ส่วนอีกคนที่โดนเหยียบเท้าไปเมื่อกี้ไม่เข็ด กลับมาทางด้านหลังไอ้เ้าบ่าว ไอ้เ้าบ่าวเลยเหยีบไปที่เท้าของมันที่เดิมจุดเดิม เพิ่มเติมคือขยี้ๆๆ ร้องจ๊ากเลยครับ ไอ้เ้าบ่าวเลยใช้ข้อสอกกระทุ้งไปที่ท้องของมัน หันหลังกลับมา ใช้หมัดของมันซัดไปที่ท้องอีกหนึ่งครั้ง ล่วงไปอีกหนึ่ง เหลืออีกสอง ไอ้สองคนนี้ได้แต่ยืนมองไปที่ไอ้เ้าบ่าว เป็จังหวะที่ผมจัดการกับอีกสองตัวสำเร็จพอดี ไอ้เ้าบ่าวเริ่มเดินไปยังไอ้ตอง ไอ้ตองค่อยๆถอยหลังหนี แค่นี้ก็รู้ผลแล้ว ไอ้เ้าบ่าวชี้ไปยังหน้าไอ้ตอง
“พวกมึงจำไว้เลยนะ ว่าอย่ามายุ่งกับเพื่อนกูอีก วันนี้แค่สั่งสอน ครั้งหน้าถ้าเจออีก กูจะเอาพวกมึงเข้าคุกให้หมด” พวกมันที่เหลือ เลยรวมตัวกัน พยุงเพื่อนที่าเ็ ขึ้นรถกลับ ไอ้ตองก็ทำท่าทางเหมือนไม่อยากกลับ จะสู้ต่อ แต่ก็ต้องโดนเพื่อนมันดึงกลับไปอยู่ดี หลังจากที่พวกนั้นกลับหมด ผมกับไอ้เ้าบ่าวก็ขับรถกลับมาบ้านเช่นกัน
ถึงจะซัดพวกนั้น จนพวกมันล้มไปหลายคน แต่ผมกับไอ้เ้าบ่าวก็บอบช้ำไม่แพ้กัน โดยเฉพาะผมเนี้ยหน้าบวมหลายจุดเลย โถ่ สงสารหน้าหล่อๆของผมต้องมาเจออะไรแบบนี้ ปวดไปหมดทั้งตัวแล้วเนี่ย ส่วนไอ้เ้าบ่าว มีช้ำบ้างเป็จ้ำๆ แต่ไม่เยอะเหมือนผม กลับมาถึงบ้าน ผมรีบพาตัวเองขึ้นไปบนห้องนอน ถอดเสื้อผ้าที่เปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นดินออก แล้วทิ้งตัวลงบนที่นอน ไอ้เ้าบ่าวก็ทำเช่นเดียวกับผม ต่างจากผมแค่นิดหน่อย ตรงที่มันหยิบเสื้อผ้ามาเปลี่ยน เพราะกลัวเลอะเทอะ แต่ตัวผมเหลือแค่กางเกงในแค่ตัวเดียว
“มึงเป็ไงบ้างวะ” ไอ้เ้าบ่าวถาม พร้อมหันมามองผมด้วยสายตาที่เห็นอกเห็นใจ
“เจ็บไปทั้งตัวเลยวะ”
“มีอุปกรณ์ทำแผลไหม เดี๋ยวกูช่วยทำแผลให้”
“มี กระเป๋ายาอยู่แถวๆโต๊ะเขียนหนังสือกูเนี้ย
เ้าบ่าวเดินไปหยิบกระเป๋ายา แล้วเดินมาเตรียมจะทำแผลให้ผม
“มึงไม่เจ็บบ้างหรอวะ” ผมถามไอ้เ้าบ่าว สังเกตว่ามันไม่มีท่าทีอะไรเลย
“ไม่อะ แค่นี้สำหรับกู กูว่ายังเบาๆวะ”
“แหม พ่อคนแข็งแรง ความอดทนสูงนะมึง”
“กูว่ามึงเองหรือป่าว ที่อ่อนแออะ”
“ก็กูไม่เคยโดนอะไรแบบนี้นี่หว่า”
เ้าบ่าวพยายามทำแผลให้ผมอย่างบรรจง สังเกตว่า มันพยายามไม่ให้ผมเจ็บแม่แต่นิดเดียว พยายามถามผมตลอดว่า “แบบนี้เจ็บไหม” “มึงอนทนหน่อยนะ” “ถ้ามึงเจ็บบอกกูได้นะ” ผมนี่ซึ้งใจเลย ตอนที่มีความสุขและตอนที่มีความทุกข์มีคนที่คอยอยู่ข้างๆแบบนี้ รู้สึกดีชะมัด
“กูดีใจนะ ที่กูได้ดูแลมึงแบบนี้ ไม่ว่ามึงตกอยู่ในสถานการณ์ไหนๆ กูก็ยินดีจะอยู่กับมึงนะ” เ้าบ่าวโน้มตัวลงมาที่ผม หน้ามันกับหน้าผมตอนนี้ใกล้ ฮืออออออ นี่ผมกำลังจะโดนผู้ชายจูบอีกแล้วหรอ ทั้งๆที่อยากผลักมันออกไปให้ห่างจากตัวผมใจจะขาด แต่เหมือนกับว่าหัวใจของผมมันไม่ทำตามที่สมองผมคิด ใกล้เข้ามาแล้ว โถ่ ไอ้เ้าบ่าว มึงก็ฉวยโอกาศเก่งจัง ไอ้เหี้ย!!
ปี๊ดดดดดดดดดดดดดด... !!! ปี๊ดดดดดดดดดดดดดด... !!!
เสียงแตรรถดังออกมาจากหน้าบ้าน ไอ้เ้าบ่าวสะดุ้ง ผมใจหายว๊าบ เสียงแตรรถเหมือนเสียง์ ทำให้ผมหลุดพ้นจากแรงกฎดันตรงนี้สักที
“อะไรวะ” ผมถามด้วยท่าทางเลิ่กลั่ก
“เดี๋ยวกูออกไปดูหน้าบ้าน มึงก็ใส่เสื้อผ้าได้แล้ว” ไอ้เ้าบ่าวพูดพร้อมหยิบเสื้อผ้าชุดใหม่มาวางให้ผม
…
สักพักไอ้เ้าบ่าวเดินเข้ามาพร้อมแก๊งเพื่อนๆผม ไอ้อั้ม ไอ้บอล ไอ้วิทย์ และไอ้เท่ห์
“อ้าว เพื่อนรัก เละเป็หมาเลยนะมึง ตำรวจจับมึงแรงไปหน่อยหรอ” สัด สกิลการกวนตีนของไอ้วิทย์ยังแรงไม่ตก
“ยังไม่ได้จับ พวกมึงมาแม่งขัดจังหวะกู” ผมได้ยินไอ้เ้าบ่าวบ่นพึมพำ
“ยังไงครับ เพื่อนบ่าว มึงกำลังจะทำอะไรกัน” ไอ้บอลลูกคู่ไอ้วิทย์เสริมทัพ
“สัด กูโดนแฟนน้องกิ๊บยกพวกมาตีเนี้ย” ผมตวาดใส่พวกมันสองคน
“เป็ไงบ้างละมึง” ไอ้อั้มถามขึ้นมา
“ก็เจ็บทั้งสองฝ่ายแหละ แต่กูค่อนข้างได้เปรียบหน่อย ต้องขอบคุณไอ้เ้าบ่าวแหละ ช่วยกู ครั้งที่สองแล้ว” ผมใช้อีกเสียงตอบไอ้อั้มไป
“เป็ไงบ้างล่ะมึง ไอ้เ้าบ่าว” ไอ้อั้มหันไปถามไอ้ตำรวจ
“กูไม่เป็ไร กูยินดีช่วยมึง ไอ้ตูมตาม” ไอ้เ้าบ่าวตอบหน้านิ่งๆ
“เพื่อนกูเก่ง ดูแลมึงได้เลยแหละไอ้ตาม” เงียบมานาน ได้เวลาพูดบ้างนะไอ้เท่ห์
“เออ งั้นก็ให้ไอ้ตูมตามมันพัก พวกเราออกไปตั้งวงกันดีกว่าป่ะ” ไอ้บอลพูดขึ้น พร้อมเดินออกไปนอกห้องผม
พวกเพื่อนๆผมนั่งดื่มกันชิวๆ ข้างๆบ้านผมมีเพลิงไม้ที่พอทำไว้สำหรับกิจกรรมพวกนี้ พ่อผมก็ร่วมวงกับเพื่อนๆผมด้วย สนุกเฮฮากันจริง ส่วนผมก็ต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ในห้อง เศร้ามาก ไม่ได้ดื่มเหล้าที่ตัวเองชอบ แต่พวกนั้นก็ดื่มไม่ดึกหรอกครับ ประมาณ 22.00 น. ก็เริ่มแยกย้ายพักผ่อน ส่วนใหญ่ก็มานอนอัดๆในห้องผมนี่แหละ อาจจะเป็เพราะเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง และพรุ่งนี้เช้า เรามีแผนเที่ยวกันต่อ