ชายาของข้าเป็นนางมารอันดับหนึ่ง

    บทที่ 55 แผนการของผู้อยู่เบื้องหลัง

            บทที่ 55

            แผนการของผู้อยู่เบื้องหลัง

            ส่วนผู้ที่ตกเป็นหัวข้อสนทนาไปทั่วนครหลวงในยามนี้กลับยังคงนั่งอยู่ภายในเรือนเมฆาขาวอย่างสงบนิ่ง

            ไป๋ซือเหนียงเอนกายอยู่บนเก้าอี้ไม้ไผ่ยกถ้วยน้ำชาขึ้นจิบช้า ๆ กลิ่นหอมอ่อนของชาชั้นดีลอยคลุ้ง กลืนลงคออย่างแผ่วเบานัยน์ตาของนางทอดมองไปยังภาพเบื้องหน้า ราวกับไม่ยินดียินร้ายกับข่าวลือที่กำลังแพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวงนางนิ่งเงียบ… ราวคลื่นใต้น้ำที่สงบงาม แต่แฝงด้วยความลึกล้ำที่ยากคาดเดา

            เสียงเจื้อยแจ้วของเด็กหญิงตัวน้อยดังแทรกเข้ามาเป็นจังหวะเดียวกับเสียงลมที่พัดผ่านม่านผ้าสีขาวบางเบา

            “...ภูเขา...ต้นไม้...ทะ...เล...”

            เป็นเสียงของเถาเถาเด็กหญิงน้อยนั่งคุกเข่าอยู่บนพรมผืนเล็กข้างโต๊ะ น้ำเสียงของนางยังคงไม่มั่นคงนักอ่านท่องตะกุกตะกักจากตำราเล่มบางในมือ แม้บางคำจะข้าม บางคำจะพูดไม่ชัดแต่สีหน้าของนางกลับเต็มไปด้วยความตั้งใจจริง

            ไป๋ซือเหนียงละสายตาจากถ้วยชาหันมามองบุตรสาวของตนเองอย่างเงียบงัน ดวงตาของนางแฝงแววอ่อนโยนจาง ๆปรากฏรอยยิ้มบางที่มุมปาก แม้จะไม่ได้เอ่ยชมใด ๆ แต่เพียงแค่นั่งฟังอยู่เช่นนี้ความภาคภูมิใจในฐานะแม่ก็เอ่อล้นอยู่ในดวงใจ

            เถาเถาในตอนนี้มีอายุครบห้าปีแล้วนางเริ่มรู้ความ เข้าใจความหมายของคำว่า "พยายาม"

            และแม้ใคร ๆจะมองว่าเด็กเล็กในวัยนี้ควรวิ่งเล่นอย่างสนุกสนานไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยทว่าไป๋ซือเหนียงกลับเลือกให้บุตรสาวของตนเองได้สัมผัสกับโลกอีกด้านหนึ่งที่ต่างออกไป

            เพราะเช่นนั้นนางจึงจัดสรรเวลาเพียงเล็กน้อยในแต่ละวัน ค่อย ๆ สอนอักษรพื้นฐานให้นางได้ฝึกฝนไม่เร่งรัด ไม่คาดหวังเกินวัย แต่ปลูกฝังไว้เสมอ

            เดิมทีในจวนของเหยียนหลงอ๋องย่อมมีอาจารย์ผู้มีความรู้ความสามารถที่สามารถสอนเด็กได้อย่างมืออาชีพหากแต่ไป๋ซือเหนียงกลับยืนยันแน่วแน่ว่าตัวนางจะเป็นผู้สอนเถาเถาด้วยตนเอง

            “เพราะนี่คือสิ่งแรกที่แม่ควรมอบให้กับลูก”

            เป็นคำที่นางเคยเอ่ยกับตนเองเบา ๆในใจ

            ไป๋ซือเหนียงไม่ใช่ผู้ที่มีพื้นฐานสูงส่งแต่กำเนิด  ในอดีตของฉือเยียนเด็กหญิงที่เติบโตมาท่ามกลางกองขยะ ยามที่นางไม่รู้แม้แต่ตัวอักษรเพียงหนึ่งเดียวนางก็เคยเรียนรู้ด้วยการลอบจำ ลอกเลียน และฝึกฝนด้วยตนเองอย่างอดทน จนกระทั่งอ่านออกเขียนได้

            เพราะเช่นนั้นตัวอักษรพื้นฐานเหล่านี้ย่อมไม่อาจทำให้นางรู้สึกยากเย็นเกินไปในการสอน

            นางยกถ้วยชาขึ้นจิบอีกครั้งพร้อมกับฟังเสียงท่องหนังสือที่ยังคงเจื้อยแจ้ว แม้จะตะกุกตะกักทว่าก็ชัดเจนในเจตนา

            เสียงท่องหนังสือของเถาเถายังคงดังอย่างสม่ำเสมอเจื้อยแจ้วแม้จะไม่ชัดถ้อยชัดคำ แต่เต็มเปี่ยมด้วยความพยายามไป๋ซือเหนียงนั่งสงบนิ่งอยู่ข้างโต๊ะชามือเรียวบางประคองถ้วยชาขึ้นแตะริมฝีปากอย่างแผ่วเบาสายตาของนางทอดมองไปยังเด็กหญิงน้อยตรงหน้า แต่ภายในจิตใจกลับไม่อยู่กับภาพตรงหน้าเสียทีเดียว

            ภายใต้ใบหน้านิ่งสงบนั้นความคิดพลันไหลเวียนราวกับสายน้ำเชี่ยว

            ในตอนนี้...ข่าวลือเกี่ยวกับนางกำลังแพร่กระจายไปทั่วเมืองหลวง

            ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกอันใดเลย  กลับกัน นางคิดไว้อยู่แล้วว่าเรื่องนี้จะต้องเกิดขึ้น

            สิ่งที่น่าขันคือ…คนที่อยู่เบื้องหลังข่าวลือเหล่านั้นอาจจะเป็นคนกลุ่มเดียวกันกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการล่มสลายของตระกูลไป๋เมื่อสิบปีก่อนก็เป็นได้

            มันไม่ใช่เรื่องซับซ้อนนางเดาเจตนาได้อย่างง่ายดาย พวกนั้นต้องการให้ตัวตนของนางถูกเปิดเผยในที่แจ้งให้เหล่าผู้ที่เกี่ยวพันกับเหตุการณ์ในอดีตรวมตัวกันอีกครั้ง อาจเพื่อจับตาดูอาจเพื่อเตรียมกำจัด

            ...หรือบางทีอาจถึงขั้นร่วมมือกันขจัดนางให้สิ้นไปจากโลกนี้

            แต่หากเป็นเช่นนั้นจริงทำไมพวกมันไม่ลงมือทันทีที่นางเหยียบย่างเข้ามาในเมืองหลวง?

            คำตอบนั้นก็ชัดเจนไม่แพ้กัน…

            เพราะนางกลับมาในฐานะใด

            ในฐานะของสตรีธรรมดาคนหนึ่งหรือ?

            ไม่ใช่นางกลับมาในฐานะของมารดาแห่งบุตรของเหยียนไป๋เฉิน ทายาทของเหยียนหลงอ๋อง

            หากพวกมันกล้าลงมือโดยไม่ไตร่ตรองให้ดีนั่นย่อมไม่ต่างจากการยื่นมีดไปแทงกลางอกของราชวงศ์เหยียน

            และเพราะความเกี่ยวพันนั้น...สตรีนามว่าไป๋ซือเหนียงจึงยังมีชีวิตอยู่ในตอนนี้

            นางไม่ได้โง่พอจะคิดว่าความปลอดภัยในยามนี้จะคงอยู่ตลอดไปตรงกันข้าม ยิ่งเห็นพวกมันยังไม่ลงมือ นั่นแปลว่า... พวกมันกำลัง “รอ”

            รอจังหวะ รอโอกาสรอสิ่งที่จะทำให้การลงมือของพวกมัน “สมเหตุสมผล” ที่สุดในสายตาผู้คน

            ไป๋ซือเหนียงจิบชาอีกครั้งรอยยิ้มบางผุดขึ้นที่มุมปาก 

            เพราะเหตุนี้เองผู้ที่อยู่เบื้องหลังเงามืดจึงไม่อาจลงมือได้โดยง่ายการกระทำโดยตรงอาจกระตุ้นความสนใจจากราชสำนักหรือแม้กระทั่งองค์ฮ่องเต้ดังนั้นพวกมันจึงเลือกใช้วิธีที่ดูแยบยลกว่า การปล่อยข่าวลือออกมา

            แผนการง่ายดาย หากแต่ว่าได้ผลยิ่งนัก

            เมื่อข่าวลือแพร่กระจายผู้คนก็จะเริ่มเพ่งเล็ง เป้าสายตาจะชี้มาที่นาง และนั่นจะกลายเป็น “โอกาส” ที่พวกมันสามารถแทรกซึมเข้ามาเคลื่อนไหวได้ง่ายขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องออกแรงให้เสียเปล่า

            แต่หากถามว่าไป๋ซือเหนียงหวาดหวั่นหรือไม่...ย่อมไม่เลยแม้แต่น้อย

            เพราะศัตรูยังคงเข้าใจว่านางคือ “ไป๋ซือเหนียง”บุตรสาวของตระกูลพ่อค้าในอดีต หญิงสาวผู้อ่อนแอ ไร้เบื้องหลังไร้ผู้ปกป้อง

            ทว่าพวกมันหาได้ล่วงรู้ไม่...ว่าวิญญาณภายในร่างนี้คือ “ฉือเยียน” จอมมารผู้เคยก้าวยืนอยู่จุดสูงสุดของยุทธภพผู้เป็นถึงหนึ่งในสี่ปราชญ์สวรรค์ แห่งยุคอันเกรียงไกร

            ในการเผชิญหน้าศัตรูที่ไม่รู้จักตัวตนของเรา แต่เรารู้จักพวกมันดีย่อมเสียเปรียบอย่างไม่ต้องสงสัย

            ขณะสายลมยามเช้าอ่อนแรงพัดผ่านม่านหน้าต่างไป๋ซือเหนียงจิบชาเงียบ ๆ พลางแย้มรอยยิ้มจางนัยน์ตาคมละมุนที่ทอดมองเถาเถายังเต็มไปด้วยไออุ่นแห่งความเป็นมารดา

            ในตอนนี้...หมากสองตัวที่นางปล่อยออกไป 

            เสี่ยวหนิง และเสี่ยวฮวาสองสาวใช้ที่กลายเป็นร่างภาชนะของ “หนอนปรสิตคุมวิญญาณ” ได้แอบออกจากจวนเหยียนหลงอ๋องในยามรุ่งสางตัวตนของพวกนางถูกลบเลือนอย่างแนบเนียนราวกับเป็นเพียงสาวใช้นามธรรมดาที่ออกไปซื้อของแล้วไม่หวนกลับ ไม่มีผู้ใดเอะใจ

            ก่อนที่พวกนางจะออกไปไป๋ซือเหนียงได้ลองซักถามบางสิ่ง และเป็นไปตามที่นางคาดไว้ทุกประการ

            เสี่ยวหนิงและเสี่ยวฮวา...ต่างถูกฝึกมาในฐานะ “เงา” ไม่มีอดีต ไม่มีตัวตน และที่สำคัญที่สุดพวกนางไม่รู้แม้กระทั่งว่าใครคือผู้ที่ส่งคำสั่งให้พวกนางทำงาน 

            คำสั่งทุกฉบับถูกส่งผ่านจดหมายลับเปลี่ยนมือผ่านพ่อค้าบ้าง นักแสดงเร่บ้าง ไม่เคยปรากฏตัวบุคคลจริงที่เป็นผู้สั่งการ

            เป็นระบบที่รัดกุม...และคุ้นเคยอย่างน่าขัน

            เพราะนั่นคือวิธีการเดียวกับที่ “พรรคมาร” ของนางเคยใช้

            แต่ไม่เป็นไรไป๋ซือเหนียงหาได้ใส่ใจไม่

            นางไม่จำเป็นต้องรู้ว่า “ผู้ใด” อยู่เบื้องหลัง

            เพราะเมื่อพวกมันเริ่มลงมือ... หางของพวกมันจะเผยออกมาเองทีละนิด

    สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่านั้นก็คือในตอนนี้ นางมีหมากที่สามารถเคลื่อนไหวภายนอกจวนได้แล้ว และหมากเหล่านั้น...จะเริ่มดำเนินตามแผนที่นางวางไว้

    คล้ายกับเรื่องชายาของข้าเป็นนางมารอันดับหนึ่ง ที่คุณอ่าน

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390