เช้าวันต่อมา
ภาวินกำลังวิ่งออกกำลังกายตอนเช้า เขาเห็นพิมพิชาเดินออกมาที่หน้าคอนโดเพื่อรอใครบางคน
ร่างกายเขาเหมือนถูกสั่งอัตโนมัติให้ริมฝีปากฉีกยิ้มกว้างออก อีกทั้งสองขาของเขาก็วิ่งไปทิศทางที่หญิงสาวยืนรอ
“สวัสดีตอนเช้าครับพิม”
ภาวินเอ่ยทักทายเธอด้วยน้ำเสียงดูสดใสและตื่นเต้นราวกับเด็กชายวัยอนุบาลที่เห็นคุณแม่มารับ หลังเลิกเรียนยังไงยังงั้น
“สวัสดีค่ะ คุณภาวิน”
“นี่พิมยังเรียกผมแบบทางการอยู่เหรอครับ เรียกผมว่า ‘วิน’ ก็พอครับ ไหนลองเรียกดูซิครับ?”
“ค่ะ...คุณวิน”
ไม่นานรถยนต์สปอร์ตสีขาวเปิดประทุน ก็มาจอดที่หน้าคอนโด ชายหนุ่มบนรถสปอตมีใบหน้าขาวตาตี่เรียวเล็ก ผมสีน้ำตาลสว่างปอยผมยุ่งเล็กน้อย คล้ายพระเอกซีรี่ย์จีนที่หน้าตาออกไปทางหวานแต่ก็แอบคมเล็กน้อย พ่อหนุ่มรถสปอร์ตรีบทักทายหญิงสาวตรงหน้า
“น้องพิม”
“พี่คณิณท์ มาไวจังค่ะ คิดว่ารถจะติดซะอีกค่ะ”
“วันนี้พี่ขับเลี่ยงทางหลัก แล้วมาอีกทางเลยมารับน้องไวไง เราไปกันเถอะ”
“ค่ะพี่”
ภาวินผู้อยู่ในเหตุการณ์ แต่เสมือนว่าไร้ตัวตน เขาสังเกตท่าทีของทั้งสองคนนี้
‘ดูไปแล้วเหมือนเป็คนที่รู้กันมานาน ทั้งยังสนิทสนมกันมากอีก หรือผู้ชายคนนี้จะเป็แฟนเธอ? คบคนนอกวงการนี่เองสินะ’
สมองที่กำลังไตร่ตรองและสงสัยถึงความสัมพันธ์ของเธอ ทำให้สีหน้าบึ้งตึงของเขาเผลอแสดงออกมาโดยไม่รู้ตัว
“พิมขอตัวก่อนนะคะ”
เมื่อได้ยินเสียงของพิมพิชา ที่หันมาสนทนากับเขาก็รีบดึงสีหน้ากลับมาตอบรับและยิ้มให้เธออย่างปกติ
“ออ ๆ ครับ”
รถแล่นออกมาได้ระยะหนึ่ง คณิณท์ก็อดไม่ได้ได้ที่จะถามด้วยความสงสัย เมื่อมีชายหนุ่มแปลกหน้ามายืนคุยกับพิมพิชา
“ผู้ชายที่อยู่ข้างน้อง นั่นใคร? แฟนพิมเหรอ?”
“ฟง..แฟน อะไรกันคะ!! นั่นเพื่อนร่วมงานพิมเองค่ะ”
“เหรออออ~ มองไกลคิดว่าคู่รักยืนคุยกันซะอีก”
“บ้าน่า! พี่คณิณท์”
เธอแอบอมยิ้มแต่ปากก็ยังปฏิเสธ ด้วยสีหน้าแดงก่ำเหมือนกับลูกตำลึงสุก
รถมาจอดที่บ้านหลังใหญ่ ในย่านชานเมือง พิมพิชากับคณิณท์ เดินเข้าประตูไม้บานใหญ่ ไปที่ห้องนั่งเล่นกว้าง ในห้องนี้มีชายหญิง เด็กหนุ่มสาวและวัยชรามารวมกันกว่าสิบคน รวมถึงพ่อแม่ของเธอ
“สวัสดีค่ะ คุณย่า คุณป้า คุณอาทุกคนเลยค่ะ”
“กว่าฉันจะได้เจอหลานสาวนี่ไม่ง่ายเลยนะ เป็ดาราดังไปแล้ว แม้แต่ครอบครัวยังต้องต่อคิวเลย”
หญิงวัยกลางคนอายุราวห้าสิบปลายผู้เป็แม่ของคณิณท์ และยังเป็ป้าสะใภ้ของพิมพิชาเอ่ยถึงหลานสาว
“นี่ก็เลยต้องฝากเ้าคณิณท์ไปรับ ถึงจะมาได้ มาๆ ให้พ่อกับแม่กอดหน่อย”
พิมพิชาที่ไม่ได้เจอผู้เป็พ่อและแม่เป็เวลานาน ก็รีบเดินเข้าไปโอบกอดพ่อกับแม่ของเธอ
“คิดถึงจังเลยค่ะ ่นี้หนูมีเื่วุ่นวายนิดหน่อย เลยไม่ว่างกลับมาหาคุณพ่อคุณแม่เลยค่ะ”
“พ่อรู้ว่าลูกรักอาชีพนักแสดงมาก แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ลูกไม่ไหว พ่อคนนี้จะเลี้ยงดูลูกเอง”
“ไหวสิคะคุณพ่อ พิมซะอย่าง”
ทุกครั้งที่เธอกลับมาบ้านหลังนี้ทีไหร่ มักมีความอบอุ่นเหมือนเคย ความสุขและความอบอุ่นที่เธอได้รับมันล้นเกินจะมีความรักในรูปแบบอื่น
แต่ไม่รู้ทำไม ่นี้กลับมีคนที่ไม่คาดคิดมาคอยทำให้เธอวุ่นวายอยู่เรื่อย ทั้งยังต้องมาเห็นหน้ากันเกือบทุกวันอีก!
ถึงเวลารับประทานอาหารป้าสะใภ้ใหญ่ก็เรียกทุกคนมาพร้อมกันที่โต๊ะ วันนี้เป็วันรวมญาติของครอบครัว บรรดาพี่น้องทั้งหมดต่างมากันพร้อมหน้าพร้อมตา
“โต๊ะอาหารจัดเสร็จแล้วค่ะคุณแม่ เราไปทานอาหารกันดีกว่าค่ะ”
“ไปหลาน ๆ ไปที่โต๊ะอาหารได้แล้ว”
ทุกคนในบ้านประจำที่เก้าอี้ตัวเอง โต๊ะรับประทานอาหารของบ้านหลังนี้ยาวจนเหมือนห้องอาหารในภัตตาคารหรู มีคุณย่าผู้าุโสุดนั่งที่ตำแหน่งหัวโต๊ะและลูกหลานเองก็ไล่ลำดับาุโเช่นกัน
พิมพิชาเธอนั่งข้างคณิณท์และคณัช ญาติผู้พี่ทั้งสองที่โตมาด้วยกัน พี่ชายทั้งสองของเธอเป็นักธุรกิจและเป็ทายาทลำดับที่สาม ที่กำลังสานต่อธุรกิจนำเข้าส่งออกสินค้าของครอบครัว
ส่วนเธอเองเป็ลูกสาวเพียงคนเดียวจากลูกชายคนรอง ทำให้เธอได้รับความรักจากพี่ชายและครอบครัวทุกคนเป็อย่างดี
“วันนั้นย่าเป็ดูข่าวบันเทิง เรากลับมาคบกับแฟนเก่าเราแล้วเหรอ พระเอกคนนั้นน่ะ”
“เอออออ...หนูแค่มาเล่นละครด้วยกันค่ะคุณย่า ไม่ได้เป็แฟนกันค่ะ” เธอประหลาดใจและอ้ำอึ้งกับคำถามของผู้เป็ย่า
‘ยัยพิมนะ ยัยพิม ทำไงได้ข่าวออกขนาดนั้นว่าเคยคบกัน ให้ปฏิเสธก็คงไม่ได้ ไหลไปตามสถานการณ์ก่อนละกัน’
“อ๋อ…พี่ก็ว่าหน้าคุ้นมากเลย เป็แฟนเก่าน้องเองเหรอ?”
“น้องบอกพี่แล้วไงคะ ว่าเพื่อนร่วมงานค่ะ”
“นี่เราก็เข้าสามสิบแล้ว ย่าว่าน่าจะแต่งไปเลยนะ ย่าว่าดูเหมาะสมกันดี”
“คุณย่าคะ หนูไม่ได้เป็อะไรกันค่ะ!!”
“เดี๋ยวย่าจะรอดูละครนะ ถ้าย่าอิน เดี๋ยวอนุมัติให้แต่งได้เลย!!”
‘ฮ่าๆๆๆ’ เสียงหัวเราะของครอบครัวนี้ดังขึ้นพร้อมกัน ทุกคนต่างมองมาที่พิมพิชาแล้วยิ้มคล้อยตามผู้าุโของบ้าน
พิมพิชาเห็นว่าก่อนที่เื่จะไปนี้จะไปไกลกว่านี้ เธอรีบกระซิบบอกกับคณัชพี่ชายคนโตของบ้านให้ช่วยเธอห้ามผู้เป็ย่า
“พี่คณัชห้ามคุณย่าทีค่ะ”
“อืม ๆ”
ผู้เป็พี่ก็ตอบรับน้องสาว แต่ก็ยังแอบแกล้งให้เธอหงุดหงิดใจเล็กน้อย
“คุณย่าครับ ผมว่าปล่อยให้น้องเขาค่อยเป็ค่อยไปดีกว่า เรารับประทานอาหารต่อกันดีว่าครับ”
‘ไหงเป็งั้นล่ะ’
พิมพิชาที่ได้ยินพี่ชายเธอบอกกับย่าเธอ สีหน้าเหวอด้วยความประหลาดใจ ‘ไม่คิดว่าพี่คณัชก็เป็ไปกับเขาด้วย’
“แฮะๆ ค่ะคุณย่า ค่อยเป็ค่อยไปดีกว่าค่ะ”
‘ครึด ครึด’ เสียงโทรศัพท์สั่น
“สวัสดีครับแม่”
“ลูกชาย วันนี้ว่างไหมลูก? มาทานข้าวเย็นที่บ้านกันนะลูก”
“วันนี้มีอะไรสำคัญรึเปล่าครับ?”
“ก็น้องสาวเราอ่ะ ปิดเทอมแล้ว วันนี้น้องกลับมาที่บ้าน เรากลับมากินพร้อมหน้ากันหน่อยนะ เราเองไม่ได้เจอน้องเลยนะ ั้แ่น้องไปเรียนที่นู่น”
ภาวินเองก็ไม่ได้เจอน้องสาวที่คลานตามกันมานานหลายปี ถึงแม้จะคุยกันผ่านโทรศัพท์กันเกือบทุกวันและเขาเองก็ไม่อยากบกพร่องการทำหน้าที่พี่ชาย
“ครับ ๆ แม่ เอาเป็ว่าผมจะไปรับน้องเองครับ งั้นเดี๋ยวเราเจอกันที่บ้านนะครับ”
สนามบินสุวรรณภูมิ หญิงสาววัยพึ่งยี่สิบต้นลากกระเป๋าเดินทางมายังที่จอดรถของผู้โดยสารขาเข้า
ภาวินที่ขับรถมาจอดตรงหน้าวาววา ก็เลื่อนกระจกลงแล้วยักคิ้วข้างซ้ายทักทายน้องสาว วาววาเธอรีบยิ้มกว้างเมื่อเห็นพี่ชายที่ไม่พบกันเลยั้แ่เริ่มเรียนมหาวิทยาลัยจนเข้าปีที่สี่
“สวัสดีพี่ชาย วันนี้นึกยังไงมารับน้องคะ?”
“รีบขึ้นรถมาก่อน เร็ว ๆ”
วาววาที่เข้ามานั่งในรถได้ ก็โผลเข้ากอดผู้เป็พี่ชาย เธอไม่ได้เจอเขานานหลายปี ด้วยเวลาทำงานของภาวินและมหาวิทยาลัยที่อยู่ไกลถึงต่างประเทศ ทำให้เธอมีความคิดถึงเขาไม่น้อยเลย
“ว่างครับน้องสาว รอเปิดกล้องเื่ใหม่อยู่”
“เล่นกับใครคะ เื่นี้?”
“คุณพิม”
“ว้าว!! ใช่คุณพิมที่เคยเป็ข่าวกับพี่ใช่มั้ย”
“อืม...นั่นแหละ”
วาววารู้สึกใที่เป็พิมพิชาและแอบห่วงเื่เมื่อหลายปีก่อนที่พี่ชายเธอเคยทำกับนางเอกสาวไว้
“ั้แ่จบเื่นั้นไป...พี่ได้ขอโทษพี่เขาไปยังคะ”
“พึ่งได้คุยกันเมื่อวานแหละ แล้วก็ขอโทษไปละ”
“คุณพิมเขาว่ายังไงบ้างคะ น่าจะมีเคืองอยู่บ้างแหละ”
“ก็คงมีแหละ แต่คุณพิมเขาก็ให้อภัยเื่ที่เกิดขึ้น เราสองคนทำความเข้าใจกันแล้ว”
เมื่อเห็นว่าความสัมพันธ์ของพี่ชายและนางเอกสาวกลับมาดีขึ้น เธอเองก็อยากเชียร์ให้พี่ชายของเธอจีบพิมพิชา เพราะเธอรู้ว่าพี่ชายเองก็เคยแอบปลื้มนางเอกสาวมาก่อนหน้านี้
“งั้นมีโอกาสจีบมั้ยคะ คุณพิมเขาสวยแล้วดูนิสัยดีมากเลยนะ อีกอย่างพี่เคยปลื้มเขาก่อนพี่คบกับพี่ปรางซะอีก”
“เื่นั้นนานมาแล้ว คุณพิมเขาจำไม่ได้หรอก อีกอย่างเขาน่าจะมีแฟนแล้วแหละ เมื่อเช้าพี่ยังเห็นเขามารับที่หน้าคอนโดอยู่เลย”
“ว้าแย่จัง...พี่วินอกหักอีกแล้วเหรอเนี่ย”
บ้านภานุทิเวช
“แม่คะ พ่อคะ คิดถึงจังเลย” วาววารีบวิ่งโผลเข้ากอดผู้เป็แม่และพ่อ
“สวัสดีครับพ่อ สวัสดีครับแม่”
ภาวินเห็นผู้เป็น้องโผลเข้ากอด ตัวเขาเองก็อดไม่ได้ที่จะแสดงความรักนั้นเช่นกัน เขารีบเอาตัวเองแทรกไปทันทีระหว่างพ่อแม่ของเขา
“ทำไมไม่กลับมาหาบ้าง พ่อกับแม่คิดถึงหนูนะ...เราก็ด้วยนะวิน งานเยอะจนลืมพ่อกับแม่แล้วมั้งเนี่ย”
“โอ๋ๆ หนูกำลังทำโปรเจ็คจบค่ะ หนูไม่มีเวลาจริงๆ ค่ะ”
“ไปเก็บของก่อนทั้งพี่ทั้งน้อง แล้วลงมากินข้าวกัน”
“ครับ/ค่ะ”
ทั้งสองพี่น้องต่างเข้าห้องส่วนตัว ผ่านไปไม่นานวาววาเธอนึกขึ้นได้ว่ามีเื่ที่เธออาจต้องบอกพี่ชายของเธอ
‘ก๊อก ก๊อก’
“วาเองค่ะ เข้าไปได้ไหมคะ”
“เข้ามาได้เลย ไม่ได้ล็อกไว้”
วาววามีอาการลังเลเล็กน้อยที่ต้องบอกเื่นี้ให้พี่ชายเธอรับรู้แม้ไม่อยากให้เื่นี้มากวนใจเขาก็เหอะ
“เอ่อ...คือ...ไม่กี่วันก่อน พี่ปรางเขาโทรหาน้องด้วยนะคะ”
“เขาโทรมาทำไม?”
ภาวินเองเกิดความสงสัยกับอดีตคนรักเก่า ที่ตัดความสัมพันธ์ทุกทางไปแล้วหลายปี จะติดต่อมาทำไม ถึงแม้เธอเคยสนิทสนมกับครอบครัวเขาก็ไม่น่ามีเหตุผลที่ต้องติดต่อกับครอบครัวเขาอีกต่อไปแล้ว
“เขาถามว่าพี่เป็ยังไงบ้าง สบายดีมั้ย แล้วนี่พี่ยังติดต่อกับเขาอยู่อีกเหรอ”
“เปล่านะ จบไปแล้วพี่จะติดต่อทำไม ถ้าโทรมาอีกก็ไม่ต้องรับสายนะ”
“ได้ค่ะ”
แม้ว่าวาววาเองก็สงสัยเื่ที่ปรางคนรักเก่าของพี่ชายเธอติดต่อกลับมา แต่ตัวเธอเองก็ไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดให้เสียเวลา เมื่อพี่ชายเธอเป็คนยืนยันและบอกให้ปฏิเสธปรางได้เลยหากเขาติดต่อมาอีก
ภาวิน วาววา และพ่อแม่ของเขาทานข้าวเย็นพร้อมหน้า วาววาเริ่มสนทนาบนโต๊ะอาหาร เกี่ยวกับพี่ชายของเธอเล่นละครเื่ใหม่กับนางเอกดังที่เคยเป็ข่าวด้วย
“แม่คะ พ่อคะ พี่วินเขากำลังจะเล่นละเื่ใหม่กับคุณพิมด้วยนะคะ”
“เหมือนพ่อเห็นข่าวแกอยู่นะ”
“คนที่เคยเป็แฟนเก่าวินรึเปล่าลูก”
ผู้เป็แม่ถามก็อยากรู้ให้แน่ใจว่าใช่นางเอกสาวที่เคยข้องเกี่ยวกับลูกชายเธอไหม
“แล้วเขาสะดวกใจร่วมงานเหรอลูก แม่เห็นว่าตอนนั้นเราก็ทำให้เขาเสียหายอยู่”
“ผมพึ่งมีโอกาสได้คุยกันครับ เลยขอโทษเธอไปแล้วครับ แล้วก็ยอมรับคำขอโทษของผม”
“เออ...ถ้าเป็ไปได้ แม่อยากให้วินชวนหนูพิมมาทานข้าวที่บ้านเรา แม่รู้สึกไม่สบายใจ ที่เราเคยทำให้เขาลำบาก”
ด้วยอุปนิสัยของแม่เขา ที่เป็คนคิดมากกับเื่ทุกเื่ของลูกชาย จึงรู้สึกไม่สบายที่ดูแลลูกชายไม่ดีจนทำให้บุคคลที่สามมาลำบากไปด้วย
ผู้เป็แม่เองจึงอยากขอโทษนางเอกสาวและอาศัยโอกาสนี้ทำความรู้จักไปด้วยเลย ด้วยหวังว่าลูกชายจะสมหวังเื่รักกับเขาบ้าง
“นั่นสิพี่วิน น้องว่าลองชวนคุณพิมนะ”
“แต่คุณพิม...เขาจะมาเหรอครับ”
“ยังไม่ลองชวนเลยลูกชาย อย่าคิดมากไปก่อน”
“ครับ...ครับ”
ภาวินเองก็ไม่มั่นใจว่าเหตุผลนี้จะชวนพิมพิชามาทานข้าวที่บ้านได้รึเปล่า แม้มันจะไม่เมคเซ้นส์และดูเปิดเผยว่าเขา...
‘คงต้องลองชวนดูสักหน่อยแล้วแหละ’