พื้นที่โล่งกลางหมู่บ้านถูกขึงด้วยผ้าหยาบ ๆ เพื่อเป็เพิงพักชั่วคราว กลุ่มคนจำนวนมากรวมตัวกันรอบบ่อน้ำเพื่อรอการแบ่งปันน้ำดื่มที่น่าจะไม่เพียงพอกับความ้า
เสียงร้องไห้ของเด็กเล็กปะปนกับเสียงไอของชายชรารวมถึงเสียงสั่งการของทหาร ทว่าทุกเสียงนั้นกลับประสานกันเป็ภาพชีวิตที่เต็มไปด้วยความลำบากและความสิ้นหวัง
เมื่อเดินลึกเข้าไปในหมู่บ้าน ทุกสายตาก็หันมามองราวกับนางเป็เหยื่อรายใหม่ในหมู่คนหิวโหย นางรีบลดสายตา และเดินอย่างเงียบเชียบไปทางตรอกเล็กๆ เพื่อหามุมหลบพัก
“แม่นางน้อย มาคนเดียวรึ? ้าที่พักหรือเปล่า?” เสียงชายวัยกลางคนกล่าวด้วยรอยยิ้ม แต่สายตาเขากลับลามเลียไปทั่วร่างของนางอย่างน่ารังเกียจ
“ไม่ต้อง ขอบคุณ” นางตอบอย่างสุภาพ พยายามไม่แสดงท่าทีใ ก่อนจะหันหลังเดินหนีอย่างเร่งรีบ
“เฮ้ ๆ อย่าเพิ่งไปสิ ข้าแค่ชวนคุยน่า!” ชายคนนั้นเอื้อมมือมาพยายามคว้าแขนของหญิงสาว
นางเบี่ยงตัวหลบแล้ววิ่งหนีไปโดยไม่หันหลังกลับ เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังตามหลังมาจนนางหลุดพ้นแนวเรือนพักเข้าไปในชายป่าใกล้ๆ
ที่นั่นเอง นางก็ได้ยินเสียงเอะอะอีกครั้ง แต่คราวนี้ต่างจากเมื่อครู่
“ปล่อยข้านะ! ช่วยด้วย!”
เสียงสตรีผู้หนึ่งะโดังจากแนวกระโจมชั่วคราวไม่ไกล อู่หลิงเยว่รีบตรงไปทันที นางเห็นชายสามคนกำลังลากหญิงสาวคนหนึ่งเข้าไปในพุ่มไม้
“หยุดเดี๋ยวนี้!” อู่หลิงเยว่ะโลั่น “ช่วยด้วยๆ มีคนถูกทำร้ายทางนี้”
นางะโขอความช่วยเหลืออย่างสิ้นหวัง เสียงของนางดังพอที่จะไปถึงแนวเรือนพักของผู้คน และมีกลุ่มคนที่หันมามองแต่พวกเขากลับก้มหน้าและเมินเฉยไม่ให้ความช่วยเหลือใดๆ
แต้ม! ช่วยคน! ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวของนางโดยอัตโนมัติ นางตัดสินใจวิ่งเข้าไปในป่าใกล้ๆ แล้วรีบหมุนแหวน
ครั้งนี้ระบบห้างสรรพสินค้าทำให้นางต้องใไปอีกครั้ง เพราะนางกำลังคิดถึงสเปรย์พริกไทย หน้าต่างสินค้าก็แสดงมันขึ้นมาเป็อันดับแรกโดยที่นางไม่ต้องเสียเวลากดเลือกแผนก!
รวดเร็วดังใจคิดสเปรย์พริกไทยสองขวดก็ตกมาอยู่ในมือของนางพร้อมกับข้อความแจ้งหักแต้มที่นางไม่มีเวลาใส่ใจดู
นางวิ่งตามคนกลุ่มนั้นเข้าไปในป่า บุรุษสองคนหันมามองนางแล้วส่งยิ้มให้กันคล้ายว่าได้พบเจอเหยื่อรายใหม่
บุรุษร่างผอมฟันเหลืองสองคนตรงเข้ามาหานางทันที ส่วนอีกคนก็ผลักสตรีเคราะห์ร้ายผู้นั้นให้ล้มลงไปนอนกับพื้นแล้วเหยียบแผ่นหลังนางไว้ไม่ให้หลบหนี
อู่หลิงเยว่กลัวจนแทบจะหยุดหายใจ แต่นางต้องสู้!
“อ๊าก! อะไรของเ้านี่!?” ชายวัยกลางคนร่างผอมทั้งสองกรีดร้องพร้อมกับยกมือขึ้นปิดบังใบหน้า
อีกคนที่จับตัวหญิงสาวผู้นั้นอยู่เห็นความผิดปกติของสหาย เขารีบผละจากร่างบางบนพื้น แล้วตรงเข้ามาหาอู่หลิงเยว่หมายจะทุบตีนางที่บังอาจเข้ามาขัดจังหวะ
“อ๊าก!!” ควันบางอย่างที่แสบร้อนอย่างรุนแรงพุ่งเข้าไปในตา โพรงจมูกและปากของคนร้ายจนเขาร้องลั่นล้มลงไปอีกคน ส่วนหญิงสาวผู้นั้นก็รีบลุกขึ้นแล้ววิ่งมาหานาง
ขณะที่นางกับสตรีแปลกหน้ายังใกับเหตุการณ์ไม่หาย บุรุษทั้งสามที่ล้มกลิ้งอยู่กับพื้นก็ลุกขึ้นมาเหวี่ยงหมัดไปทั่วทั้งที่ยังลืมตาไม่ขึ้น
อู่หลิงเยว่กำขวดสเปรย์พริกไทยเอาไว้แน่น สายตามองหาจังหวะจะเข้าไปโจมตีอีกครั้ง แต่แล้วเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมาจากด้านหลังพร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนกลุ่มหนึ่ง
เมื่อเห็นว่าผู้ที่เข้ามาใหม่เป็ทหารแคว้นเหยียนนางก็โล่งใจ รีบโยนขวดสเปรย์พริกไทยลงไปในถังขยะของห้าง
ตายล่ะ!! นางลืมปิดสวิตช์ตัดระบบ! มันยังฉายภาพเป็เงาสามมิติจางๆ ขนาดใหญ่อยู่เลย
“พวกเ้ากำลังทำอะไร!?” ทหารแคว้นเหยียนสี่นายวิ่งเข้ามา
มองจากสภาพและสีหน้าของกลุ่มชาวบ้านที่ส่งเสียงโวยวายกันอยู่เมื่อครู่ ซูหลางหนึ่งในนายทหารกลุ่มนั้นก็พอจะคาดเดาได้ว่าก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้น
"บ้านเมืองก็วุ่นวายมากพออยู่แล้ว พวกเ้ายังเอาแต่สร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่นไม่เลิก!! จับพวกมันไปขัง รอให้ท่านแม่ทัพมาตัดสิน”
อู่หลิงเยว่แอบะโโลดเต้นอยู่ในใจเพียงลำพัง
นางมั่นใจว่าจอภาพขนาดใหญ่ที่เปิดค้างอยู่มันสว่างพอที่จะทำให้คนทั้งหมู่บ้านหันมาสนใจด้วยซ้ำ แต่กลับกลายเป็ว่ามีนางเพียงคนเดียวที่เห็นมันได้!
หนึ่งในอันธพาลพยายามลืมตาที่แดงก่ำจากพิษประหลาดอย่างยากเย็นตรงเข้าไปกอดขาซูหลางเอาไว้
“นายกองซู!! ข้าได้ยินว่าท่านแม่ทัพหายตัวไปมิใช่หรือขอรับ หากเขาไม่กลับมาเราไม่ต้องถูกคุมขังไปตลอดชีวิตเลยหรือไร!”
“ใช่ๆ พวกเราสำนึกผิดแล้วอย่าขังพวกเราเลยนะขอรับ” อีกคนรีบคุกเข่าลง ซ้ำยังหันไปขอโทษอู่หลิงเยว่กับสตรีอีกคนอีกหลายประโยค
ซูหลางส่ายหน้าโดยไม่พูด ทหารอีกสามนายที่เหลือก็ยิ้มเยาะคนกลุ่มนั้น
อันธพาลกลุ่มนี้ก่อเื่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่หยุด แต่ที่ผ่านมาพวกเขาไม่เคยจับได้คาหนังคาเขา พวกมันจึงฉวยโอกาสข่มขู่ผู้เดือดร้อนไม่ให้เอาผิดแล้วรอดตัวไปได้ทุกครั้ง
วันนี้เป็โอกาสดีจริงๆ ที่จะได้ขจัดปัญหาวุ่นวายในหมู่บ้านไปได้อีกหนึ่งเื่!
ซูหลางหันไปมองสตรีสองคนด้วยความแปลกใจ ด้วยกำลังของสตรีเพียงสองคนหรือจะสู้แรงของบุรุษร่างใหญ่ถึงสามคนได้ในคราวเดียว?
แต่เขาก็ทำได้เพียงแค่สงสัย ก่อนที่จะเดินตามสหายคุมตัวอันธพาลทั้งสามกลับไปยังค่ายทหารชั่วคราวบริเวณปากทางเข้าหมู่บ้าน
“ขอบใจน้องสาวที่เข้ามาช่วย ข้าไป๋เยี่ยนหรู" สตรีอายุราวยี่สิบต้นๆ ที่ยืนอยู่ข้างอู่หลิงเยว่ เอ่ยคำขอบคุณด้วยริมฝีปากที่ยังสั่นไหวอยู่เล็กน้อย
“ข้าอู่หลิงเยว่เ้าค่ะ เดินทางมาจากทางใต้ พี่สาวที่นี่อันตรายมากเลยใช่หรือไม่เ้าคะ”
ไป๋เยี่ยนหรูถอนหายใจหนักหน่วง “ข้าก็ไม่รู้ว่าสถานที่แบบใดจึงจะเรียกว่าปลอดภัยในยามนี้เช่นกัน" นางหยุดไปชั่วครู่ก่อนจะกล่าวต่อ
"หากไม่มีอันธพาลพวกนั้น..จะว่าที่นี่ปลอดภัยก็ได้นะ เว้นเพียงแต่เราขาดเสบียงอาหาร”
“แล้วพวกเขาจัดการเื่ที่พักและอาหารกันอย่างไร?” อู่หลิงเยว่ถามเสียงแ่ ขณะเดินตามหญิงสาวไปยังร่มเงาใต้ต้นไม้ใหญ่
หญิงสาวอธิบายด้วยน้ำเสียงเศร้า ๆ “คนในหมู่บ้านดั้งเดิมได้รับสิทธิก่อน ส่วนคนแปลกหน้าอย่างพวกเรา ก็ต้องอาศัยโชควาสนา ใครแข็งแรงก็ได้ต่อแถวก่อน ใครเจ็บป่วยก็ต้องอดทนเพราะยาและหมอมีไม่เพียงพอ บางวันพวกเราก็ได้รับเพียงข้าวต้มใส ๆ ที่แทบไม่มีข้าวสักเม็ดไว้ประทังชีวิต”
อู่หลิงเยว่เงียบงัน ดวงตากวาดมองไปรอบหมู่บ้านอีกครั้ง นางเห็นชาวบ้านบางคนใช้แผ่นไม้เก่า ๆ ปูพื้นทำเป็ที่นอน บ้างก็นั่งกินข้าวจากถ้วยไม้เก่าสกปรก สมบัติติดกายก็มีเพียงห่อผ้าผืนเดียวไม่ต่างจากนางในเวลานี้
“ข้าได้ยินว่าทหารแคว้นเหยียนดูแลที่นี่อยู่ ราชสำนักไม่ได้จัดส่งเสบียงอาหารมาเพิ่มให้ทหารหรือเ้าคะ”
ไป๋เยี่ยนหรูน้ำตาคลอขึ้นมาทันที “ข่าวว่าแคว้นเหยียนล่มสลายไปแล้ว วังหลวงถูกเผา ผู้คนกระจัดกระจายไปตั้งกลุ่มเพื่อปกป้องตนเอง ไม่มีกองกำลังหรือเสบียงอาหารส่งมาหรอกเพราะข้าศึกยังคงลาดตระเวนกวาดล้างผู้ที่ต่อต้านอยู่”
อู่หลิงเยว่อยากจะกลั้นใจตายไปเสียเดี๋ยวนั้น นางมีอาหารในห้างไว้กิน แต่นางก็ยังมีโอกาสตายเพราะา!!
“ที่นี่คือที่พักของข้า" ไป๋เยี่ยนหรูพานางเดินมาถึงกระโจมที่สร้างขึ้นจากกิ่งไม้เล็กๆ ที่นำมาขัดกันแล้วคลุมด้วยผ้าสีหม่นไว้รอบ ซึ่งหลายคนก็มีที่พักแบบเดียวกันนี้
“ที่ตรงนั้นเพิ่งจะว่างเมื่อเช้านี่เอง..หากเ้าไม่คิดมากก็ไปพักที่นั่นเถิด” หญิงสาวชี้มือไปยังอีกกระโจมหนึ่งที่ไม่ห่างกันเท่าใดนัก และโดยไม่ต้องเอ่ยปากอู่หลิงเยว่ก็รู้ทันทีว่าเ้าของเดิมที่อยู่มาก่อนน่าจะจากโลกนี้ไปแล้ว
อู่หลิงเยว่พยักหน้าและเดินไปนั่งหน้าที่พักใหม่ของนางอย่างอ่อนล้า ดวงตาเหม่อมองท้องฟ้าผ่านช่องว่างของใบไม้ พลางถอนใจยาว
นางเหลือบมองตามหลังไป๋เยี่ยนหรูที่กลับไปซ่อนตัวอยู่ในกระโจมของนางเงียบๆ ก่อนจะหลุบตาลง