เราออกลูกกลางๆ เพื่อรักษาความหวังและเป้าหมายของสองสาว
และรักษาตัวรอดจากการประคารมด้วย
เสียงสองคนเฮกันอย่างสนุกสนาน แล้วเราก็กลับถึงบ้านจนได้
พอกลับถึงบ้าน สาวๆขนของลงรถเสร็จ ปลดตะขอเสื้อชั้นใน
พวกเธอก็นอนกันเอกเขนกในชุดนักเรียนนั้น
แบบว่าเมื่อยมาทั้งวัน ดูๆก็น่ารักดี
ส่วนเราก็เอาของที่ขนมาจากบ้านเก่าขึ้นห้องจัดเข้าที่
ถือโอกาสอาบน้ำชำระร่างกาย
พรมโคโลญจน์นิดหน่อยเพื่อกระตุ้นความรู้สึก ใส่เสื้อยืด
กางเกงขาสั้นๆสบายๆ เพราะสัญชาติญาณบอกว่าจะต้องพบกับอะไร
พอลงมาอีกทีก็เห็นเธอนอนเกลือกกลิ้งคุยกันอยู่สองคน
เรามองไปก็ได้ตลึงอีก เธอนอนเปิดหวอกันเป็ปรกติ
แต่เที่ยวนี้น้องมาย ไม่มีกางเกงชั้นในอีกแล้ว
เธอปลุกอารมณ์เราได้ดีจริงๆ
เราแวะดื่มน้ำที่ตู้เย็น ทานผลไม้ไปสองชิ้น
เสร็จจึงเดินเข้าห้องรับแขก พอสองสาวเห็นเราก็ร้องไชโย
ปานว่าเจอโชคใหญ่ กรูกันเข้ามายื้อยุดฉุดให้นั่งลงที่โซฟายาว
พร้อมกับถามเราว่า
"เราจะทำอะไรกันดีอา ดูหนังที่เช่ามาไหมค่ะ หรือต่อจิกซอ
เล่นเกมเศรษฐีฯกันดีค่ะ"
"ยังไม่อาบน้ำกันหรือ อายังไม่อยากดู ไม่อยากเล่น มันเครียดๆ
ไม่ได้ไปทำงานมาหลายวัน อยากฟังเพลงเบาๆ แล้วนั่งตัดเล็บมากกว่า"
"เดี๋ยวหยกตัดเล็บให้อาเอง ไปเอาเครื่องมือก่อนนะค่ะ"
วันนี้สองสาวเหมือนม้าลำพอง คึกกันเป็พิเศษ
ใจคงจะจดจ่ออยู่ว่าจะให้น้องมายเริ่มต้นกับเราอย่างไรดี
กอดหน้ากอดหลังปานว่าเด็กน้อย
นี่เองหนออานุภาพแห่งความปรารถนา มันช่างยิ่งใหญ่เหลือเกิน
ข่มเสียซึ่งเื่ทั้งปวงได้อย่างราบคาบ เรามันคนที่อยู่รอยต่อระหว่างยุค
เราจึงปรับใจลำบาก สมัยเราเพิ่งเริ่มจะมีการโชว์ขาอ่อน
เพียงเท่านั้นเราก็คิดฟันไปได้ตั้งไกล
แต่สมัยนี้มันเกินความคาดหมายจริงๆ
จึงแกล้งบอกพวกเธอไปว่าเครียดคิดถึงงาน
น้องหยกไปเอากรรไกรตัดเล็บ
ส่วนน้องมายไปเปิดเพลงโปรดของพวกเธอเบาๆ
แล้วมานั่งอยู่ใกล้ๆแบบไม่ระวังตัว พลิกตัวไปมาอิสระ เสรี
เผยของรักให้เห็นเป็ระยะๆ พอน้องหยกได้กรรไกรตัดเล็บ
ก็มานั่งอยู่ข้างๆแล้วดึงมืออา เอาเล็บไปตัด
แต่ยังตัดได้ไม่เสร็จสักนิ้วเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
"คุณพ่อโทรมาแน่เลย"
หยกเดินไปรับโทรศัพท์ แล้วเดินเลยออกประตูไปนอกบ้าน
คงจะหามุมสงบคุยโทรศัพท์ ส่วนน้องมายเห็นดังนั้น
ก็อาสาตัดเล็บให้ต่อให้เรา
"เดี๋ยวมายตัดให้อาเอง"
พร้อมที่เธอพูดก็เดินมานั่งห้อยขาข้างข้างหนึ่ง ขัดสะมาดข้างหนึ่ง
อยู่ด้านข้างตัวเรา ลงมือตัดเล็บต่อจากน้องหยก
เรามองดูเธอด้วยความปรารถนาอยากจะ ฟัดเธอเหลือเกิน
สาวลูกครึ่งฝรั่งเศส สวยบาดใจ ผิวพรรณขาวละเอียดไม่
เหมือนฝรั่งเต็มตัว เธอน่ารักน่าใคร่ไปหมด
"มายนั่งดีๆ ดอกไม้ออกมาชูช่อดูโลกแล้วนะจ๊ะตอนนี้"
เราแหย่น้องมาย หวังปลุกเร้าอารมณ์ ทั้งที่รู้ว่าเธอจะตอบลักษณะใด
เพราะพฤติกรรมของเธอที่ฟ้องมาั้แ่เช้าจนถึงบัดนี้ แล้วก็จริงอย่างว่า
เธอก้มหน้าดูแต่เล็บที่ตัด พูดสวนกลับมาแบบไม่ต้องตีความกันอีกต่อไป
"อาดูของมายมาทั้งวันยังยังไม่เบื่ออีกเหรอค่ะ
ตอนนี้ไม่ได้ใส่ชั้นในด้วย เดี๋ยวตาเป็กุ้งยิงนะค่ะ ฮิ ฮิ ฮิ
มายสมัครอยู่ชมรมเพศศึกษาของอาผ่านหยกแล้ว
หยกบอกอาหรือยังค่ะ มายเครียดเื่นี้มาั้แ่เช้า
หลังจากเห็นอาปลุกหยก หวังจะได้เรียนรู้บ้างในเื่นี้
เครียดขนาดเสื้อชั้นในที่เคยใส่พอดี วันนี้มันตึงจนเจ็บไปหมด
อาลองดูนี่สิค่ะ เป็เส้นแดงเลย ถึงบ้านเลยต้องรีบปลดตะขอออก"
มายพูดพร้อมทำท่าให้ดู
เปิดเสื้อนักเรียนพร้อมเสื้อชั้นในที่ปลดตะขอแล้ว
เลิกขึ้นให้เราดูล่องลอยการรัดของเสื้อ แบบจงใจยั่วให้เราน้ำลายหก
พฤติกรรมคล้ายน้องหยกเลย เธอชูมือข้างหนึ่ง
มืออีกข้างมาจับฐานนมยกสูงขึ้น
โดยไม่ปิดปลายหัวนมเม็ดสีชมพูเล็กๆน่ารัก
เป็ภาพที่งามบาดตาบาดใจยิ่งนัก พร้อมกับความอึ้งเล็กๆของเรา
จึงเอื้อมมือไปัันมสาวลูกครึ่ง ลูบส่วนโค้งอย่างแ่เบา
มองเห็นไรขนที่แขนเธอลุกตั้งจากัันั้นชัดเจน
"น้องมายหน้าอกสวยมากเลยนะ"
แล้วเธอก็ทำเป็ตอบปนอายเล็กน้อย
"อุ๊ย....อาค่ะ....มายให้ดูตรงนี้ ไม่ใช่ััตรงนั้น มายจั้กจี้นะค่ะ ฮิ ฮิ ฮิ"
"อาขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ อารมณ์มันพาไปนะ
ก็มายทั้งขาวทั้งสวย ผิวพรรณไร้ล่องลอย
อาสะกดใจไว้ไม่อยู่จริงๆ ไหนๆ ให้อาดูตรงไหน"
"ไม่ให้ดูแล้วค่ะ หมดเวลา ตัดเล็บต่อดีกว่า เอามือมาค่ะ"
เธอพูดในขณะหน้าแดงแจ๋ เรานึกไม่ถึงว่าเธอกล้ามาทั้งวัน
พอถึงเวลาเรารุกบ้าง อาการคนมียางอายก็ออกมาให้เราเห็น
เราจึงเอื้อมมือไปโอบเอวเธอพร้อมออกแรงดึงนิดๆ
เป็สัญญาณให้เธอมานั่งค่อมที่ขาเราทั้งคู่
เพื่อจะได้ตัดเล็บให้ถนัด ด้วยมืออีกข้าง
แล้วเธอก็มานั่งจริงๆเหมือนถูกมนต์แบบเรา
ปลายก้นเธออยู่ที่หัวเข่าเราทั้งสองข้างที่ตั้งฉากกับพื้น
กลายเป็ขาโซฟาที่เพิ่มขึ้น หันหน้าเข่าหากัน
กระโปงนักเรียนเป็สุ่มครอบขาเราไว้ แล้วเธอก็ทำหน้าที่ตัดเล็บต่อ
ในขณะที่เราเอาใจทั้งหมดไปรับััก้นเธอ ที่ไม่ได้ใส่ชั้นใน
ทันที่ที่มีการเคลื่อนตัว ปลายขนอ่อนๆของน้องจิ๋มก็ัั
ปลายประสาทที่หน้าต้นขาเรา ช่างให้รสชาติที่วิเศษจริงๆ
และเราก็รู้ว่าเธอก็ได้รสนั้นเหมือนกัน เราจึงเอามืออีกข้างที่ว่างอยู่
ไปแตะที่ต้นขาอ่อนแล้วเลื่อนไปหาน้องจิ๋มเธอ แบบถูกมนต์สะกด
มันเยิ้มด้วยน้ำรักแล้วตอนนี้ เธอสดุ้งแทบตกจากตัวเรา หน้าแดงแจ๋
ตัวร้อนผ่าว ก้มหน้าก้มตาอายอย่างเดียว จะยิ้มก็ไม่ยิ้ม
จะพูดจะห้ามก็ไม่ทำ ซ้ำทำน่าบิดๆเบี้ยวๆ ปล่อยให้เราลูบไล้เพลิดเพลิน
จนขนแขนอ่อนๆตั้งเด่ ตัวเธอสั่นสะท้านเป็คราวๆ
เมื่อเราแตะถูกเม็ดทับทิมเธอ
และคล้ายมีลมร้อนๆออกมาต้านฝ่ามือเราตรงล่องกลีบกุหลาบ
"รู้สึกสบายรึยัง อาชดเชยที่ไม่ได้ปลุกน้องมายตอนเช้าเหมือนน้องหยกนะ
แล้วนึกอย่างไรถึงสมัครเข้าชมรมอานะ"
"ก็หยกเค้าเป็เพื่อนสนิทที่สุดของมายนี่ค่ะ
เค้ามีสิ่งดีๆเขาก็จะแบ่งให้มายค่ะ เราสองคนตกยุคมานานแล้วค่ะ
เพื่อนคนอื่นๆเค้าไปคาวอังคารกันหมด
เหลือแค่เราสองคนที่ยังเป็เต่าคลานต้วมเตี้ยม
แล้วอาจะรับมายไว้สอนสั่งหรือไม่ค่ะ"
"เวลานี้ ยังถามอีกว่า รับเข้าชมรมหรือยัง แล้วมายน้องไม่กลัวหรือจ๊ะ"
"จริงๆก็กลัวอยู่มาก มายถึงได้ตกยุค แต่พอรู้ว่าไม่มีการปักธง
มายเลยกลัวตกยุคมากกว่า แต่ตอนนี้ อาทำมายเสียวมากนะค่ะ"
ในขณะที่พูดคุยกันอยู่ เราชำเรืองไปเห็นน้องหยก
ถือโทรศัพท์คุยอยู่หน้าประตูบ้าน แต่ตาของเธอจ้องมองมาที่เรา
ทะลุช่องกระจกประตูหน้าแบบไม่กระพริบ
ด้วยหน้าเปื้อนรอยยิ้มเบิกบาน โดยที่น้องมายไม่รู้ตัวเลย
ด้วยหันหลังให้ประตู แต่เราซิรู้สึกระทึกใจเป็อย่างมาก
ด้วยััตาต่อตาที่มองกับน้องหยก
รสชาติระทึกปนไออุ่นของความปรารถนา
มันสร้างความตื้นเต้นอย่างบอกไม่ถูก
พร้อมกับรีบถอนมือออกจากจิ๋มน้องมาย แม้กระโปงนักเรียนจะครอบอยู่
และหยกก็ไม่มีทางเห็นการลูบไล้นั้น
"อาขอโทษ อารมณ์พาไปอีกแล้วอ่ะ"
แล้วน้องหยกก็เดินถือโทรศัพท์เข้ามา
เมื่อน้องมายเห็นหยกจึงรีบลงจากตัวเรา
ทำทีไปนั่งขัดสะมาดตัดนิ้วเท้าต่อ
แต่ที่น่าทึ่งคือน้องหยกสาวน้อยผู้ชาญฉลาด
ฉวยโอกาสมานอนที่โซฟาที่เรานั่ง
เอาหัวมาหนุนตักทับตัวัที่มันแข็งอยู่ ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มบอกเราว่า
"พ่อกับแม่มีความสุขดีค่ะอา ยังไม่มีกำหนดกลับบ้าน
เดี๋ยวหยกจะตะไบเล็บให้"
แล้วหยกก็ขอตะไบจากมาย เงยหน้ามองสบตาเรา
ด้วยอาการทั้งรักทั้งใคร่ในตัวอา
พร้อมกับดึงมือเอาเล็บไปตะไบเหนือเนินอก
พอรู้สึกเมื่อยก็กุมมือเราแนบกับอกเธอ
ส่วนน้องมายมองอาการอาหลานด้วยรอยยิ้มแบบคนถึงเป้าหมายชีวิต
พร้อมตัดเล็บเท้าเราที่วางอยู่บนตักเธอ
ชายกระโปงเปิดให้เห็นเรียวขาอ่อน ว็อบๆ แวมๆจนถึงแก้มก้นขาว
ระทึกใจยิ่งนัก และไม่รู้เป็เพราะอะไร บรรยากาศกับเงียบสนิท
ทุกคนดื่มด่ำกับความสุขที่อยู่ในใจอย่างละเอียด อยู่ลึกๆ
แบบไม่ต้องพูดคุยกันก็รู้ดี เราเองถึงจะมีอายุมากกว่าหลานถึงสิบปี
แต่เื่นี้เรากับไม่ประสาอะไรเลย ดีไม่ดีหลานสองคนอาจรู้ดีกว่า
จึงต้องปล่อยตัวตามสภาพแวดล้อมให้พาไปข้างหน้า