....วันนี้คือรอบชิง ศิษย์เยว่หลิงผ่านเข้ามาได้ทุกรอบ แม้ร่างกายเขาจะเต็มไปด้วยบาดแผลและรอยฟกช้ำ แต่ก็ไม่ได้หนักหนาหรือแผลลึกอะไร
กับเด็กขอทานที่ทั้งถูกซ้อม ทนแดดทนฝน นอนวัดร้าง ดื่มน้ำฝัน เจ็บแค่นี้มันแทบไม่กระทบอะไรกับเขาเลย
คู่ต่อสู้เป็นศิษย์เอกสำนักดาบเลื่องชื่ออันดับ 1 ของกว่างโจว ไม่ใช่แค่หน้าตาดีพอประมาณแต่เป็นสุภาพบุรุษ ทุกครั้งที่เขาลงแข่งมักจบด้วยเสียงปรบมือและชื่นชมจากผู้ชมเสมอ
วันนี้คุณชายไป๋มองหน้าศิษย์โดยไม่พูดอะไร สายตาพวกเขาส่องสะท้อนถึงกันได้อย่างลงตัว พวกเขาเขจ้าใจกันโดยไม่ต้องใช้คำพูด
คู่แข่งขึ้นลานประลองด้วยเสียงเชียร์ดังกระหึ่ม ในขณะที่เด็กขอทานขึ้นมาด้วยความเงียบ ไม่มีเสียงด่า แววตาผู้ชมมองเขาด้วยความหวาดกลัว จากวีรกรรมที่เขาทำมาในรอบก่อนๆนั่นเอง
และแล้วทหารองครักษ์มากมายก็เข้ามา ทุกคนคุกเข่าลง (เหยว่หลิงไม่คุกเข่าแถมเงยหน้าจ้องมองด้วย แม้ว่าเลี่ยงหยางจะพยายามดึงแล้วก็ตาม)
และแล้วผู้แทนพระองค์ก็เข้ามา เป็นองค์ชายอายุประมาณ 17 ปี ผิวขาวมาก สูงโปร่ง แก้มขาวอมชมพู ผุ้หญิงบางคนแอบเงยหน้ามองถึงกับเขิน ทำไมองค์ชายหล่อน่ารักขนาดนี้ ใบหน้านั่นสะกดทุกสายตาได้จริงๆ
เมื่ออค์ชายนั่งที่ประทับแล้วองครักษืจึงบอกให้ทุกคนลุกขึ้นได้ นั่นทำให้เลี่ยหยางเห็นหน้าองค์ชายแล้วเขาก็ตกใจ
"หลิงหลิง...เขาเป็นอะไรกับเจ้า ทำไมหน้าคล้ายกันอย่างนี้?"
คุณชายไป๋มองด้วยแววตาไม่ปกติ ปกติว่าเย็นแล้ว แต่แววตาตอนนี้มันเย็นราวกับภูเขาน้ำแข็ง
"ให้ตอบจริงๆ หรือโกหกล่ะ?"
"จริงสิ ระหว่างเราต้องโกหกอะไรอีก!"
"น้องชายข้าเอง แต่คนละแม่"
"เป็นลูกพ่อข้ากับกุ้ย..."
เลี่ยหยางรีบปิดปากคุณชายไป๋ทันทีแล้วรีบดึงไปที่ลับตาคน
"เจ้าบ้าหลิงหลิง เจ้าอยากคอขาดรึไง"
"ก็เจ้าบอกอยากรู้ความจริงหนิ"
"ความจริงแบบนี้ข้าไม่กล้าฟังแล้ว ข้าไม่อยากรู้แล้ว"
"พ่อข้ากับฮ่องเต้เป็นคู่รักกัน ฮ่องเต้มีองค์รัชทายาทได้เพราะถูกวางยาปลุกอารมณ์"
"ไม่ๆๆๆ ข้าไม่ฟัง"
"ทำให้เขามีลูกแค่คนเดียวจนเหล่าขุนนางไม่พอใจ"
"เขาเลยแต่งตั้งกุ้ยเฟย แล้วให้พ่อข้าเข้าห้องหอแทน"
"ม่ายยยย ไม่ๆ ข้าไม่ฟัง ข้าไม่รู้อะไรทั้งนั้น"
แล้วเลี่ยหยางก็รีบวิ่งกลับไปที่นั่งด้านหน้า ทิ้งเยว่หลิงพุดประโยคต่อไปคนเดียว
"สุดท้ายพ่อข้าจึงถูกฆ่าปิดปาก..."
ไป๋เยว่หลิงค่อยๆเดินไปที่นั่งคู่กับเลี่ยหยาง เขาปลอบใจด้วยกันซื้อขนมเอามาให้นั่งกินไปชมไป และก็ได้ผลเลี่ยหยางหายกลัวและมองไปทางลานประลองแทน
เสียงเชียร์ดังลั่น แม้เด็กขอทานจะเสียเปรียบเพราะเวลาฝึกฝนมาน้อย จะไปเทียบได้่อย่างไรก็ยอดกระบี่ที่ฝึกวิชามาตั้งแต่เด็ก
แต่วิชาดาบที่เขาใช้ รวมถึงความมุ่งมั่นของเขา ก็ไม่ใช่ว่าใครจะประมาทเขาได้ อย่าลืมว่าเขาฟันฝ่ามาจนถงึรอบชิงชนะเลิศได้เลยทีเดียว
ทันใดนั้นคุณชายไป๋ก็ตาเบิกโพลงจ้องไปที่องค์ชาย เพราะมีชายชราเดินมา ชุดของเขาเป็นชุดสีขาวก็จริงแต่ทำจากผ้าเปอร์เซียและปลายขอบมีลวดลายสีทองงดงามราคาแพงมาก
"ท่านไป๋"
องค์ชายทักทาย ก่อนที่ชายชราจะยิ้มบางๆ โค้งศรีษะทำความเคารพ
ใช่แล้วเขาคือผู้นำตระกูลไป๋ และยังเป็นคุณปู่ของไป๋เยว่หลิงด้วย ชายชรามองไปข้างหน้าก็จริง แต่เขาแอบเห็นเยว่หลิงแล้ว ก็หน้าตาแบบเยว่หลิงเด่นกว่าคนทั่วไปมากนี่นา
"ศิษย์ข้า ฆ่ามัน!"
คุณชายไป๋ตะโกนลงไปด้วยวิชาราชสีห์คำราม ทำเอาคนที่นั่งด้านหน้าปลิวตกเก้าปี้ พื้นสนามสั่นสะเทือน
ทีนี้สายตาทุกคู่ก็หันมา องคชายกำลังจะหันไปดู ชายชราแซ่ไป๋รีบมายืนบัง
"แค่คนบ้าพะย่ะค่ะองค์ชาย"
องค์ชายมีเหงื่อออก ลึุกๆเขาหวาดกลัวชายชราแซ่ไป๋นี้มาก ไม่ใช่แค่เพราะเขาคือจิ้งจอกเฒ่า แต่วรยุทธเข้านั้นว่ากันว่าลึกล้ำที่สุดในวังหลวง แม้แต่หัวหน้าขันทีที่เก่งที่สุดในวังยังเป็นศิษย์เขา
"ด่ะ...ได้"
องค์ชายหันหน้าไปที่ลานประลอง ผู้เฒ่าพยักหน้าให้องครักษ์ไปจัดการไล่ไป๋เยว่หลิงออกไป
องครักษ์หลายคนกรูกันเข้ามา คุณชายไป๋กำกระบี่เทพไว้แน่น ไอสังหารแผ่ออกมา จนเลี่ยหยางต้องรีบดึงมือเขาเดินออกไปจากสนาม
"เจ้าบ้า ใจย็นๆสิ"
เลี่ยหยางพยายามพูดเรียกสติ แต่เขาพบว่าเยว่หลิงมองไปข้างหน้าด้วยแววตาที่มีรังสีอำมหิตมากกว่าเดิม
เมื่อเลี่ยหยางหันหลังตาไป นั่นคือผู้เฒ่าไป๋ยืนอยู่ไกลนิดๆ ในมือเขาเองถือกระบี่ไว้เช่นกัน
ฝ่ายนั้นก็ไอสังหารเข้มข้นมาก
"ไง หลานปู่ ไม่สิ ท่านราชบุตรเขย เส้นทางที่เข้าผ่านมีเลือดเปรอะติดตระกูลข้ามาตลอดทางเลยนะ"
"ข้างในนั่นเด็กๆประลองกันน่าเบื่อจะตายชัก"
"สู้เราสองคนลองกระบี่กันสักตั้งจะสนุกกว่า"
เยว่หลิงพรวดเข้าไป ฟาดกระบี่ใส่ผู้เฒ่าๆหมุนควงฝักกระบี่ (ยังไม่ชัดกระบี่ออกจากฝัก) แรงหมุนนั้นมีพลังปราณด้วย
"อรหันต์มังกร แย่แล้ว!"
เยว่หลิงกระเด็นปลิวตามแรงลมถอยออกมา เลี่ยวหยางกระโจนเข้าไปรับ
"ไม่ได้เรื่อง ทำอะไรก็ล้มเหลว นิสัยก็วิปริต ใบหน้ายังกับผีดิบเดินได้ จืดชืดไร้อารมณ์"
"หยุดเดี๋ยวนี้นะตาเฒ่า!"
เลี่ยงหยางตะคอกเสียงดัง ส่วนเยว่หลิงที่ซบอกเลี่ยวหยางอยากแววตาเขาลนลานสับสน เหงื่อโชก นี่คือบาดแผลที่บาดลึกในใจเขามาตั้งแต่จำความได้
ผู้เฒ่ากางแขนออก
"มาสิ ทำให้ข้าชักกระบี่ให้ได้ เจ้าเด็กไม่ได้เรื่อง"
เยว่หลินตัวสั่น แล้วก็มีน้ำตาไหล มือจับเวื้อเลี่ยหยางแน่นมาก เลี่ยหยางไม่เชื่อสายตา
"หึ! ลูกนังตัวอัปมงคล..."
แล้วผู้เฒ่าก็หันหลังเดินกลับเข้าสนามไป ส่วนเลี่ยหยางอุ้มเยว่หลิงวิ่งไปนั่งพักที่เงียบๆ เอาน้ำล้างหน้าให้
เยว่หลิงยั่งแววตาหวาดกลัว ร้องไห้ ตัวสั่นไม่เลิก เลี่ยหยางกอดเขาแน่น
"ไม่เป็นไรนะ หลิงหลิง ตอนนี้เจ้ามีข้าแล้ว พวกเราจะไม่ทิ้งกัน!"
.
(คืนนั้น)
ณ วัดร้าง ไป๋เยว่หลิงอาการดีขึ้น เลี่ยหยางยังกอดเขาอยุ่ แล้วก็สังเกตุเห็นเด็กขอทานเดินกลับมา
"แพ้ครับ"
เลี่ยหยางให้เขามาใกล้ๆแล้วลูบศรีษะแรงๆ
"ฝึกแค่ไม่กี่วัน ไปถึงรอบชิงชนะเลิศได้ เจ้านี่โคตรเก่ง! โคตรมีพรสวรรค์! ยิ้มเข้าไว้!"
เด็กชายยิ้มบางๆไปกับรอยยิ้มของเลี่ยหยาง แล้วก็ก็มองที่อาจารย์เขาคุณชายชุดขาว
เด็กไม่ถาม แต่เข้าไปจับมืออาจารย์
"ท่านอย่าหนี นั่นคือเรื่องจริง ท่านต้องกล้ายอมรับมัน"
"ข้าไม่รู้ว่าพ่อแม่เป็นใคร พวกเขาอาจจะยังอยู่ แต่ข้าไม่เคยคิดจะตามหาเขา เพราะพวกเขาทอดทิ้งข้าแล้ว"
"สายเลือดมันเป็นแค่สิ่งปลอมเปลือก กตัญญูมันก็แค่โซ่ล่ามใจ"
เด็กชายแววตาลึกซึ้งมองที่ดวงตาอาจารย์
"ดีกับคนที่ดีด้วย แค่นี้พอ ไม่ต้องสนใจอย่างอื่น"
เยว่หลิงแววตาดีขึ้น เขามองเด็กชายแล้วดึงมากอดแน่นและร้องไห้เสียงดัง
เลี่ยหยางมองด้วยแววตาเป็นห่วง แต่แล้วเขาก็สังเกตุอะไรบางอย่างด้านนอก จึงเดินออกไป
หญิงชุดดำคนหนึ่งยืนอยู่ในมุมมืด
"เงา"
"คำสั่งประมุข เรียกรวมพล"
แล้วเธอก็กระโดดข้ามกำแพงหายไป
"หึ! ประมุข สองคำก็ประมุข ไม่เคยเรียกตัวเองว่าพ่อเลย ทั้งๆที่ข้าคือลูกในไส้เขาแท้ๆ"
เลี่ยหยางเดินกลับเข้าไป บอกเด็กชายขอทานและไป๋เยว่หลิง
"พวกเจ้า...ออกจากกว่างโจวคืนนี้เลย"
"ที่นี่กำลังจะเกิดเรื่องใหญ่!"