หลังจากทานอาหารกันง่ายๆ ก็พากันเดินออกมาจากร้าน หาโรงเตี๊ยมพักใกล้ๆ นี้ ไม่นานก็เจอโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง หลินเทียนเดินนำเข้าไป ก่อนจะจัดการเลือกห้องว่างแล้วจ่ายเงิน
“พวกเ้า 2 คนไปอยู่ห้องเดียวกันนะ เดี๋ยวข้าจะอยู่อีกห้อง”
หลินเทียนหันไปบอกศิษย์ทั้ง 2 ก่อนจะเดินนำขึ้นไปที่ชั้นบน
ห้องพักก็ไม่ได้หรูหรานัก แต่ก็ไม่ได้ทรุดโทรมจนไม่น่าอยู่ อย่างน้อยก็ยังสะอาดและเงียบสงบ
“พวกเ้าไปพักห้องนั้นนะ”
หลินเทียนชี้ไปที่ห้องหนึ่งข้างๆ
“ถ้ามีอะไรก็เรียกข้า ห้องของข้าก็อยู่ข้างๆ พวกเ้านี่แหละ… ส่วนนี่คือเงิน เอาไว้ใช้จ่ายในเมือง”
เขาพูดก่อนจะยื่นถุงเงินให้คนละถุงจำนวนหนึ่ง แล้วจึงเข้าไปในห้องของตนเอง
“เงินที่ได้มาจากเ้าพวกโจรน้อยนั้นก็มีประโยชน์เหมือนกันแฮะ… ฝึกสักหน่อยดีกว่า กว่าจะมืดค่ำก็อีกพักใหญ่ ข้าเองก็ไม่อยากเดินไปมาในที่คนเยอะแบบนั้นด้วย”
พูดจบ หลินเทียนก็นั่งขัดสมาธิ ก่อนจะเริ่มฝึกอย่างเงียบๆ
รุ่งสาง…
แสงแดดอ่อนค่อยๆ ส่องผ่านหน้าต่างที่แง้มไว้เล็กน้อย
หลินเทียนค่อยๆ ลืมตาขึ้น ก่อนจะกวาดสายตามองสำรวจตัวเอง
“พอไม่มีเขตแดดฝึกตน 10 เท่าเหมือนตอนอยู่สำนัก… พลังก็เพิ่มขึ้นช้าแฮะ…”
เขาพึมพำ ก่อนจะเหมือนนึกอะไรขึ้นได้
“เสี่ยวเอ๋อ ถ้าข้าใช้สัพสิ่งผันแปร สร้างเขตแดดฝึกตน 10 เท่ารอบตัวให้เหมือนอยู่ในเขตแดนตลอดเวลา ทำได้มั้ย?”
“...มันก็ได้นะนายท่าน แต่ท่านจะถามทำไมหรือคะ (´⊙ω⊙`)”
หลินเทียนยิ้มเ้าเล่ห์เล็กน้อย
“แบบนี้มันก็โกงนะสิ แม้ข้าไม่ได้อยู่ในเขตแดนของสำนัก แต่ก็สามารถใช้เขตแดนที่ปกคลุมตัว และเคลื่อนที่ตามข้าไปทุกที่ได้ตลอดเวลา ฮ่าๆๆๆ!”
“ว้าว~ นายท่านสุดยอดมากเลยค่ะ! ข้านึกไม่ถึงเลยว่านายท่านของข้าที่วันๆ เอาแต่คิดเื่ไร้สาระ จะฉลาดและหลักแหลมแบบนี้ (◕ᴗ◕✿)”
“แฮะๆ… ข้าจะคิดว่ามันเป็คำชมแล้วกัน…”
หลินเทียนหัวเราะแห้งๆ
“ข้าชมท่านอยู่นะคะ (◕ᴗ◕✿)”
“...หรือถ้านายท่านไม่มั่นใจ ข้าสามารถเปิดโหมด ‘ชมจริงไม่อ้อมค้อม’ ให้ได้นะคะ รับรองว่าหูท่านร้อนแน่ค่ะ”
หลินเทียนเลือกที่จะ… ทำเป็ไม่ได้ยิน
เขาปัดมือเบาๆ ใช้ “สัพสิ่งผันแปร” สร้างเขตแดนขึ้น
ตู้ม…
เหมือนมีฟองสบู่บางเบาปกคลุมทั่วร่างของเขา เรืองแสงสีทองอ่อน ก่อนจะค่อยๆ จางหายไป ราวกับไม่เคยมีอะไรอยู่ตรงนั้น
แต่ความจริงแล้ว…
พลังปราณรอบตัวของหลินเทียนกลับหนาแน่นขึ้นอย่างชัดเจน
หนาแน่นจนแทบจะควบแน่นเป็ไอหมอก
และมีเพียงเขาเท่านั้น… ที่ััมันได้
“สุดยอดไปเลยแฮะ… แบบนี้ใช้เวลาไม่นาน ข้าคงทะลวงได้ไม่ยาก”
“ติ๊ง! ระบบขอแสดงความยินดีล่วงหน้าค่ะ ✧(≖ ◡ ≖✿)”
“ปล. ถ้าทะลวงไม่สำเร็จ ข้าจะลบข้อความเมื่อกี้ทิ้งทันทีนะคะ”
“...เ้ามันระบบประเภทไหนกันแน่เนี่ย”
หลินเทียนส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นและเดินออกจากห้อง
“ทั้งสองคนตื่นหรือยัง”
หลินเทียนเคาะประตูเบาๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้น
ไม่นาน จินซีก็เปิดประตูออกมา พร้อมกับไป๋ซีที่ยืนอยู่ข้างหลัง
“ไปหาอะไรกินกันเถอะ ข้ามีอะไรจะคุยด้วย”
เขาพูด ก่อนจะเดินนำลงไปด้านล่าง และออกไปยังร้านอาหารเดิมจากเมื่อวาน
หลังจากทั้งสามนั่งลงรออาหาร
หลินเทียนก็เอ่ยขึ้นเรียบๆ
“พวกเ้าสนใจเข้าร่วมการประลองมั้ย”
จินซีมองหน้าไป๋ซีแวบหนึ่ง ก่อนที่นางจะพยักหน้า
จากนั้นจินซีก็หันมาตอบ
“พวกเราว่าจะเข้าร่วมอยู่แล้วขอรับ พวกเราได้ยินผู้ฝึกตนคุยกันเมื่อวานที่โต๊ะข้างๆ ข้าคุยกับไป๋ซีแล้ว… ว่าจะขอท่านอาจารเข้าร่วมเพื่อทดสอบฝีมือ”
“อืม… งั้นรึ”
“ถ้าทานอาหารกันเสร็จแล้ว เดี๋ยวข้าพาไปดูที่ลานประลองแล้วกัน”
“ขอรับ”—“ค่ะ”
ทั้งสองรับคำอย่างตื่นเต้น
ไม่นาน อาหารเช้าก็หมดลง
หลินเทียนเดินนำออกไป เดินอย่างไม่รีบร้อน มองร้านค้าและผู้คนที่สัญจรไปมา
ใช้เวลาไม่นาน… ก็เดินมาถึงลานประลองขนาดใหญ่
ผู้คนมากมายจากหลายที่มารวมตัวกัน
บางคนมาสมัครลงแข่ง
บางคนมาดูการประลอง
เสียงพูดคุย เสียงหัวเราะ และกลิ่นอายของพลังปราณปะปนกันไปทั่วบริเวณ
หลินเทียนมองไปรอบๆ ก่อนจะเดินเข้าไปถามชายชราคนหนึ่ง
“เอ่อ ท่านตา ข้าขอถามหน่อยได้หรือไม่… ของรางวัลการประลองมีอะไรบ้างหรือ?”
ชายชราหันมามอง ก่อนจะยิ้มเล็กน้อย
“อ้าว เ้าไม่รู้งั้นรึ สงสัยมาจากที่อื่นสินะ งั้นข้าจะบอกให้”
“อันดับ 1 จะได้ ‘กระบี่เหมันต์’ และได้สิทธิ์เข้าร่วมกับสำนักใหญ่”
“อันดับ 2 ได้ยาระดับ 2 หนึ่งเม็ด”
“อันดับ 3 ได้เงินรางวัล 5 เหรียญทอง”
“ส่วนอันดับ 4 ถึง 10 จะได้คนละ 1 เหรียญทอง เป็รางวัลปลอบใจ”
“กระบี่เหมันต์งั้นหรือ ท่านตา?”
“ใช่แล้วพ่อหนุ่ม ข้าได้ยินมาว่าเป็อาวุธระดับ 7 จากคลังของเ้าเมืองเลยล่ะ”
“งั้นหรือ… ขอบคุณท่านตา”
หลินเทียนคำนับเล็กน้อย ก่อนจะเดินออกมา
“พวกเ้าแน่ใจหรือว่าจะลงแข่ง”
“การาเ็เป็เื่ปกติ… บางครั้งอาจถึงแก่ชีวิตเลยก็เป็ได้”
จินซีมองหน้าไป๋ซีอีกครั้ง
คราวนี้ไม่มีความลังเล
ทั้งสองพยักหน้าให้กัน ก่อนจะตอบพร้อมกัน
“พวกเราจะลงแข่งขอรับ”—“ค่ะ”
หลินเทียนยิ้มมุมปากเล็กน้อย
“งั้นพวกเ้าไปต่อแถวสมัครเถอะ”
เขาพูด ก่อนจะเดินไปนั่งที่เก้าอี้แถวหนึ่งอย่างสบายๆ
“ติ๊ง! ระบบขอเดิมพันเล็กๆ ค่ะ (≖‿≖✿)”
“ถ้าศิษย์ของนายท่านเข้ารอบลึก ข้าจะชมท่านแบบจัดเต็ม 10 ประโยค”
“แต่ถ้าตกรอบเร็ว… ข้าจะบันทึกไว้ใน ‘แฟ้มความอับอายของนายท่าน’ ค่ะ”
หลินเทียน: “...ข้าควรไล่เ้าออกจากระบบดีมั้ยนะ”
“ไม่ได้นะคะ นายท่านเป็หนี้ค่าความน่ารักของข้าอยู่ (◕ᴗ◕✿)”
“ไม่ได้นะคะ นายท่านเป็หนี้ค่าความน่ารักของข้าอยู่ (◕ᴗ◕✿)”
“จิ้ จิ้ อย่างแกนี่รึน่ารัก…”
หลินเทียนพูดประชดเบาๆ พลางกลอกตาเล็กน้อย
จากนั้นเขาก็เหมือนนึกอะไรขึ้นได้ ก่อนจะหันไปถามชายที่นั่งอยู่ข้างๆ
“เอ่อ พี่ชาย การประลองจะเริ่มขึ้นตอนไหนงั้นรึ?”
ชายคนนั้นหันมาตอบอย่างไม่รีบร้อน
“อีก 7 วันน่ะ วันนี้เป็วันเปิดรับสมัครผู้เข้าแข่งขันวันสุดท้าย คนเลยเยอะหน่อย”
“งั้นรึ ขอบคุณมากพี่ชาย”
หลินเทียนกล่าว ก่อนจะลุกขึ้นและเดินออกไปด้านนอกลานประลอง
“อีก 7 วันงั้นรึ…”
เขาพึมพำเบาๆ ขณะเดินไปตามทาง
“ไป๋ซีนางยังไม่มีอาวุธเลย ข้าคงต้องไปหาอาวุธให้นางก่อน… ตอนฝึกที่สำนักนางใช้แค่กระบี่ไม้”
“...นายท่านดูใส่ใจพวกเขาจังนะคะ (◕ᴗ◕✿)”
หลินเทียนเงียบไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังเรียบเรียงความคิดของตัวเอง ก่อนจะตอบเรียบๆ
“ก็ข้าเป็คนรับพวกเขาเข้ามา ข้าก็ต้องดูแลพวกเขาเป็ธรรมดา เ้าเด็กพวกนั้นยังอ่อนหัดต่อโลกของผู้ฝึกตนนัก”
“อืมม~ โหมด ‘อาจารย์ผู้แสนอบอุ่น’ เปิดใช้งานแล้วสินะคะ ✧(≖ ◡ ≖✿)”
“ระบบบันทึกไว้เรียบร้อยค่ะ เผื่อเอาไปล้อทีหลัง”
“...เ้าจะบันทึกไปทำไมกัน”
“แล้วข้าจะไปหาอาวุธให้นางที่ไหนล่ะเนี่ย…”
“เดินมาตั้งนานแล้วก็ไม่เจอร้านขายอาวุธสักที หรือจะต้องไปให้แม่นางซือเหยาช่วย…”
หลินเทียนพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะเปลี่ยนทิศทาง เดินมุ่งหน้าไปยังสมาคมการค้า
ไม่นาน… เขาก็มาถึงหน้าสมาคม
“หือ… คนพวกนั้นมาทำอะไรกันล่ะนั่น…”
ภาพตรงหน้าคือผู้คนจำนวนมากยืนล้อมกันแน่น ราวกับกำลังมุงดูอะไรบางอย่าง
เสียงพูดคุยดังระงม ปะปนกันอย่างวุ่นวาย
หลินเทียนเห็นเช่นนั้น ก็แทรกตัวเข้าไปในฝูงชน
ก่อนที่ภาพเบื้องหน้าจะปรากฏชัด…
แม่นางซือเหยา… กำลังยืนถือกระบี่ เผชิญหน้ากับชายชราหัวโล้นคนหนึ่ง
“เอ่อ พี่ชาย เกิดอะไรขึ้นงั้นรึ ทำไมพวกเขาถึงมีเื่กันแบบนั้น?”
หลินเทียนเอ่ยถามชายที่ยืนอยู่ข้างๆ ซึ่งดูเหมือนจะอยู่ในเหตุการณ์ั้แ่ต้น
ชายคนนั้นหันมาตอบอย่างตื่นเต้น
“เ้ามาใหม่งั้นรึ งั้นข้าจะบอกให้… ชายชราคนนั้นน่ะ อยู่ๆ ก็โผล่มาจากไหนไม่รู้เมื่อเดือนก่อน แสร้งทำเป็เอาของมาขาย แต่จริงๆ แล้วอยากเจอท่านผู้จัดการ เพื่อพยายามตามจีบนาง”
“่หลังๆ ท่านผู้จัดการรู้เข้า เลยไม่ยอมลงมาพบ เขาก็เลยก่อความวุ่นวายในสมาคมไปทั่ว จนบีบให้นางต้องออกมาเจอ”
“ข้าล่ะสงสารนางจริงๆ…”
“อ้าว แล้วคนคุ้มกันของตระกูลนางไปไหนหมด ทำไมไม่มีใครมาช่วยงั้นรึ?”
หลินเทียนถามต่อด้วยความสงสัย
“อ้อ ข้าได้ยินมาว่า คนของตระกูลนางส่วนมากไปคุ้มกันขบวนสินค้าที่ไปรับมาจากเมืองอื่น ใช้เวลาหลายวันกว่าจะกลับมา”
“แถมคนในที่นี้ก็ไม่มีใครกล้าไปช่วยนางด้วย ถึงจะเห็นแบบนั้น แต่ชายชราคนนั้นอยู่ระดับก่อกำเนิดขั้นที่ 6 เลยนะ”
“ส่วนพวกเราน่ะ… มากสุดก็แค่กำเนิดขั้น 4 เข้าไปก็เหมือนหาเื่ใส่ตัวชัดๆ”
“งั้นรึ…”
“แต่นางก็เป็ผู้ฝึกตนระดับกำเนิดขั้น 3 คงรับได้ไม่ถึง 2 กระบวนท่า…”
หลินเทียนพูดเบาๆ สายตาจับจ้องไปยังทั้งสองที่ยืนเผชิญหน้ากันอยู่กลางวง
“เลิกเล่นตัวเถอะ ซือเหยา…”
“ถ้าเ้ามาแต่งงานอยู่กับข้า รับรองข้าจะปรนนิบัติเ้าเป็อย่างดีแน่นอน!”
เสียงแหบพร่าของชายชราดังขึ้น
“ฝันไปเถอะ ตาแก่ตัณหากลับ!”
“ข้าจะให้โอกาสเ้าอีกครั้ง จะตามข้าไป… หรือจะเจ็บตัวแล้วค่อยกลายเป็เมียข้า!”
“ต่อให้ข้าต้องตาย ข้าก็ไม่ไปกับเ้าเด็ดขาด!”
“ดี… ดี…”
“ข้าให้โอกาสเ้าแล้ว แต่เ้าไม่รับมันไว้ งั้นอย่าหาว่าข้ารุนแรงก็แล้วกัน!”
ทันใดนั้น… พลังปราณของทั้งสองก็แผ่ออกมา
บรรยากาศรอบด้านตึงเครียดขึ้นในพริบตา
เหมือนสายลมก่อนพายุจะซัดเข้าใส่
แต่แล้ว—
“หยุดก่อนๆ”
เสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นมากระทันหัน
“หลินเทียน! ท่านมาได้อย่างไร!”
ซือเหยาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ก่อนจะรีบวิ่งมาหาเขา
ชายชราที่เห็นภาพนั้น ก็ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนที่สีหน้าจะแปรเปลี่ยนเป็บิดเบี้ยว
“หึ! ที่เ้าไม่ยอมรับรักข้า… คงเป็เพราะไอ้หนุ่มหน้าขาวคนนี้สินะ!”
“งั้นก็ดี! วันนี้ข้าจะสังหารมันก่อน แล้วค่อยพาเ้าไป!”
“พวกแก ไปจัดการมัน!”
ชายชราะโเสียงดัง
ทันใดนั้น ชายสามคนก็เดินออกมาจากฝูงชน
“ให้พวกเราจัดการใครรึ พี่ใหญ่?”
ชายทั้งสามถามขึ้น
ชายชราชี้นิ้วไปทางหลินเทียนอย่างไม่ใส่ใจ
เพราะเขาไม่ัักลิ่นอายของผู้ฝึกตนจากร่างของหลินเทียนเลย คิดว่าเป็เพียงคนธรรมดา
แต่ทันทีที่ทั้งสามมองตามนิ้วไป—
พวกเขาก็ชะงักงัน
“พะ… พี่ใหญ่! เ้าหมอนี่แหละ!”
“คนที่ข้าเล่าให้ท่านฟังตอนเข้าไปหาสมบัติในสำนักร้าง!”
“มันนี่แหละที่ปล้นพวกเรา แล้วอ้างว่าตนเองเป็เ้าสำนักร้างแห่งนั้น!”
ชายทั้งสามพูดขึ้นด้วยความใ
ขณะที่หลินเทียน… ยืนยิ้มบางๆ อย่างไม่ทุกข์ร้อน
“พวกเ้าว่าไงนะ… งั้นเป็แกเองสินะที่เล่นงานคนของข้า”
ชายชราพูดเสียงเย็น ก่อนจะก้าวออกมา
“พวกเ้าไม่ต้องลงมือแล้ว… ข้าจะจัดการมันเอง”
“ซือเหยา เ้าหลบไปข้างหลังข้าก่อน”
หลินเทียนเอ่ยขึ้นเบาๆ ก่อนจะก้าวออกไปยืนตรงหน้า
“กล้าหาญดีนี่… ที่กล้ายืนเผชิญหน้ากับข้า”
ชายชราพูดพลางหัวเราะในลำคอ
“มั่นใจตัวเองไปแล้วมั้ง ตาแก่”
หลินเทียนตอบกลับ พร้อมทำท่าล้วงกระเป๋า ยืนสบายๆ ราวกับกำลังคุยเล่น
สายลมพัดผ่าน…
ฝุ่นบางๆ ลอยขึ้นจากพื้น
สองสายตาประสานกันกลางลาน
“ติ๊ง! ระบบตรวจพบ ‘ลุงคลั่งรักระดับอันตราย’ ค่ะ (◕ᴗ◕✿)”
“แนะนำให้นายท่านจัดการอย่างสุภาพ… หรือถ้าไม่สะดวกปิดโหมดสุภาพบุรุษก็ได้นะคะ(◕ᴗ◕✿)”
“นายท่านหาเื่คนแก่แล้วค่ะ (◕ᴗ◕✿)”
หลินเทียนยิ้มมุมปากเล็กน้อย
“ก็ถ้าคนแก่คนนั้นมันน่าหาเื่… จะให้ข้าทำยังไงล่ะ”
บรรยากาศรอบด้านเงียบลง
ก่อนที่พายุจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ