จ้าวเป่าฉินมองเถากลืนจิตที่เผ่นได้ไวยิ่งนักทิ้งเธอให้ต้องเผชิญหน้ากับอาจารย์ตามลำพัง เธอค่อยๆ ถามให้แน่ใจ “ข้าต้องไปตำหนักเก้าชั้นฟ้ากับท่านหรือเ้าคะ?”
“อืม”จางอี้ปินพยักหน้าแล้วสั่งว่า “เ้าไปเตรียมตัวเถอะ อีกครึ่งชั่วโมงออกเดินทาง”
“เ้าค่ะ”จ้าวเป่าฉินพยักหน้ารับคำสั่งแล้วถอยออกไป
จางอี้ปินมองตามแล้วลุกกลับเรือนไปเปลี่ยนอาภรณ์ใหม่ให้ภูมิฐาน
เมื่อเปลี่ยนอาภรณ์เสร็จแล้วเขาก็เดินไปรอจ้าวเป่าฉินที่ศาลาเล็ก
จ้าวเป่าฉินเปลี่ยนอาภรณ์ใหม่ให้ดูดีสมกับที่เป็ศิษย์ของจางอี้ปินเรียบร้อยแล้วก็เดินไปหาอาจารย์เธอเห็นอาจารย์รออยู่ที่ศาลาจึงเข้าไปหา “อาจารย์”
จางอี้ปินมองศิษย์คนเดียวของเขาแล้วลุกขึ้นเดินออกจากศาลาเขาใช้พลังดึงตัวจ้าวเป่าฉินให้ลอยขึ้นไปพร้อมกับเขา แล้วเขาก็ฉีกช่องว่างออก
ท้องฟ้าฉีกออกเป็ช่องดำมืดจ้าวเป่าฉินมองฉากอันน่าตื่นตะลึงนี้อย่างตื่นเต้นเธอก็เพิ่งจะเคยเห็นการฉีกช่องว่างเป็ครั้งแรกนี่แหละ
เธออยู่กับอาจารย์มา2 ปีแล้ว นี่เป็ครั้งแรกที่เธอได้ออกไปข้างนอกกับอาจารย์ ซึ่งตลอดระยะเวลา 2ปีที่ผ่านมาเธอก็ไม่เคยเห็นอาจารย์ออกไปไหนเลยนอกจากไปจับสัตว์มาทำอาหารกับนั่งตกปลาที่ทะเลสาบ วันๆ หนึ่งของเขาเรียกได้ว่าเป็‘ชีวิตสโลว์ไลฟ์’ จริงๆ
เธอลอยเข้าไปในช่องดำมืดช่องนั้นพร้อมกับอาจารย์เธอหันซ้ายหันขวามองไปรอบๆ ตัวอย่างตื่นเต้น
จางอี้ปินมีท่าทางสุขุมนิ่งสงบอย่างไรเขาก็ยังคงมีท่าทางสุขุมนิ่งสงบอย่างนั้นไม่เปลี่ยนแปลง
จนกระทั่งออกจากช่องว่างที่ฉีกออกแล้วจ้าวเป่าฉินจึงเห็นว่าตัวเองลอยอยู่กลางท้องฟ้า เธอเห็นด้านหนึ่งมีอาคารอยู่กลางหมู่เมฆดูราวกับสรวง์อย่างไรอย่างนั้น
จางอี้ปินเหินลอยไปตรงหน้าประตูใหญ่พร้อมกับจ้าวเป่าฉิน
ทหารที่เฝ้ายามอยู่ที่หน้าประตูมองหนึ่งบุรุษหนึ่งสตรีอ้วนแล้วถามว่า“ผู้มาคือใคร?”
จางอี้ปินหยิบเทียบเชิญออกมาแล้วใช้พลังส่งเทียบเชิญไปให้ทหารที่เฝ้ายาม
ทหารรับเทียบเชิญมาดูแล้วเปิดทางให้ทันที
เทียบเชิญก็ลอยกลับไปสู่มือจางอี้ปินเขาเก็บเทียบเชิญไปแล้วเดินผ่านทหารไป
จ้าวเป่าฉินรีบก้าวตามอาจารย์ไปทันที
เมื่อคล้อยหลังหนึ่งบุรุษผมขาวและสตรีอ้วนแล้วทหารที่เฝ้ายามก็ขยับไปกระซิบคุยกันว่า “นั่นใครรึ?”
“ข้าก็ไม่รู้แต่เขามีเทียบเชิญของเทียนจวิน”
“อ่อ”ทหารส่งเสียงรับรู้แล้วพูดว่า “บุรุษผมขาวผู้นั้นรูปงามนักแต่เหตุใดบ่าวของเขาจึงได้รูปลักษณ์น่าเกลียดยิ่ง ข้าไม่เคยเห็นเทพคนไหนอัปลักษณ์เท่านางเลย”
“นินทาสตรีมากๆระวังเถอะเ้าจะได้ฮูหยินอัปลักษณ์เช่นที่เ้านินทา” ทหารอีกคนพูดหยอกเย้า
“เพ้ยๆๆๆหากข้าต้องแต่งสตรีอัปลักษณ์เข้าเรือน ข้าขออยู่คนเดียวดีกว่า”ทหารคนนั้นสถบอย่างไม่ชอบใจ
“ฮ่าๆๆๆ”เหล่าทหารหัวเราะขำขันแล้วก็ขยับตัวไปยืนเฝ้ายามอย่างแข็งขัน
จ้าวเป่าฉินได้ยินเสียงซุบซิบนินทาทำให้เธอหันไปมองทหารพวกนั้นอย่างจดจำพวกเขาเ่าั้เอาไว้เธออ้วนแล้วมันหนักหัวพวกนั้นตรงไหนฟร่ะ! ชิ!
จางอี้ปินย่อมได้ยินคำนินทาเ่าั้เต็มสองหูแต่เขาคร้านจะสนใจ เป๋าเป้ยอ้วนแล้วอย่างไร ถึงนางอ้วนแต่ก็หาได้อัปลักษณ์จนดูไม่ได้เสียหน่อยนางนั้นมีความน่ารักในหลายๆ ด้าน กริยามารยาทก็ดีงามราวกับคุณหนูตระกูลใหญ่ที่ได้รับการอบรมสั่งสอนมาั้แ่เล็กๆทั้งมีน้ำใจเอื้อเฟื้อต่อผู้อื่น ขยันหมั่นเพียรฝึกฝนตำราของเขาทุกม้วนนางล้วนอ่านจนหมดสิ้นแล้ว
เขาเดินไปเรื่อยๆอย่างไม่สนใจผู้ใด
จ้าวเป่าฉินเดินตามอาจารย์ไปเธอมองไปรอบๆ อย่างตื่นตาตื่นใจ
ท่าทางของสตรีอ้วนทำให้เหล่าเทพที่เห็นต่างพากันซุบซิบนินทา
“บ่าวนางนั้นคงไม่เคยออกจากเรือนเลยกระมัง”
“นั่นซิช่างเป็สตรีรูปลักษณ์อัปลักษณ์ยิ่ง”
“เหตุใดจึงอ้วนถึงเพียงนั้น?คงจะตะกละตะกลามกินไม่บันยะบันยังเลยกระมัง”
“ท่าทางนางช่างเหมือนเทพใหม่ที่ไม่เคยเห็นโลกเบื้องบน”
ฯลฯ
คำนินทาต่างๆล้วนเข้าหูจ้าวเป่าฉินไม่น้อย เธอจึงหยุดมองไปมองมาแล้วเชิดหน้ามองตรงแหน๊ว!แต่สายตาคอยเหล่มองไปตามที่ต่างๆ แทนการหันหน้ามองไปมองมา
วิชาบุคลิกภาพเธอก็เคยเรียนมานะดังนั้นตอนนี้เธอจึงงัดเอามาใช้อย่างเต็มที่แบบจัดเต็มไปเลย ท่วงท่าเดินเหินอกผายไหล่ผึ่งหน้าเชิดเหมือนนางแบบบนแคทวอล์คทุกกระเบียดนิ้วแล้ว
จางอี้ปินเดินไปถึงท้องพระโรงนางกำนัลที่คอยดูแลจึงก้าวไปต้อนรับ “เชิญเ้าค่ะ”
“อืม”จางอี้ปินส่งเสียงคำหนึ่งแล้วเดินไปนั่งรอที่เก้าอี้
จ้าวเป่าฉินเดินไปนั่งข้างอาจารย์
นางกำนัลก็ยกเหล้าน้ำชา ขนม ผลไม้มารับแขกแล้วถอยไปอย่างรู้งาน
จางอี้ปินยกจอกเหล้าขึ้นจิบอึกหนึ่งแล้วหยิบผลไม้กินชิ้นหนึ่ง
จ้าวเป่าฉินก็ยกเหล้าขึ้นจิบเพียงคำแรกเธอก็อยากจะถ่มทิ้งแล้ว เหล้านี้รสร้อนแรงจนเหมือนดื่มแอลกอฮอล์ 95%เข้าไปยังไงอย่างงั้น เธอฝืนกลืนลงไป เธอหน้าแดงน้ำตาแทบเล็ดจนต้องรีบยกน้ำชาขึ้นดื่มอึกๆตาม
จางอี้ปินไม่ทันเตือนนางเหล้าแดนเทพย่อมรุนแรงจนครึ่งเทพอย่างนางไม่อาจทนไหว เขาเห็นนางยกชาดื่มอึกๆจึงมองอย่างเป็ห่วง
จ้าวเป่าฉินดื่มชาจนหมดถ้วยอย่างไม่รักษากริยาแล้วเธอวางถ้วยชาแล้วหยิบผลไม้กินชิ้นหนึ่งเมื่อกินผลไม้ลงไปทำให้หลอดอาหารไม่รู้สึกแสบร้อนแล้ว เธอจึงกินผลไม้จนหมดจานเธอเหลือบมองกาเหล้าอย่างเข็ดขยาด เธอไม่กล้าดื่มเหล้าแล้วล่ะ
“อาจารย์ข้าออกไปเดินเล่นแถวนี้นะเ้าคะ” เธอหันไปขออนุญาต
“อืม ไปเถอะ”จางอี้ปินพยักหน้า เพราะถึงอย่างไรตอนที่เขาคุยกับเทียนจวินนางก็ไม่อาจอยู่ด้วยได้อยู่แล้ว
นางจะไปเดินเล่นตอนนี้หรือรอจนเทียนจวินมาแล้วก็ไม่แตกต่างกันสักนิด
จ้าวเป่าฉินจึงลุกขึ้นเดินออกไปเธอเดินอย่างอกผายไหล่ผึ่ง หน้าเชิด
นางกำนัลมองแล้วแอบเบะปากดูแคลน
จ้าวเป่าฉินเดินเล่นไปเรื่อยๆสถานที่สวยงามทำให้เธอเดินเล่นได้อย่างไม่รู้เบื่อ อีกทั้งสถานที่นี้เธอก็เพิ่งเคยมาเป็ครั้งแรกจึงน่าตื่นตาตื่นใจมากเธอเดินไปทางไหนก็ถูกคนซุบซิบนินทาจนเธอี้เีจะฟังจึงก้าวเท้าไปตามเส้นทางที่ไร้ผู้คน
เธอเดินไปเรื่อยๆชมสวนชมอาคารไปเรื่อยเปื่อย จนกระทั่งได้ยินเสียงน้ำดังจ๋อมๆ
ข้างหน้ามีน้ำเหรอ?เธอคิดๆ แล้วก้าวเท้าต่อไป จนกระทั่งเห็นธารน้ำร้อน ธารน้ำร้อนเธอเคยเห็นมาตั้งเยอะแยะแล้วรอบๆ เรือนของเธอก็มีธารน้ำร้อนหลายแห่ง เธอชอบไปแช่น้ำร้อนเป็ประจำแต่ที่ทำให้เธอตกตะลึงจนเบิกตาโตก็คือผู้ชายคนหนึ่งที่เปลือยกายอยู่ในธารน้ำร้อนต่างหากโอ---
เส้นผมยาวสลวยสีดำขลับเป็เงางามยิ่งกว่าเส้นผมของนางแบบในโฆษณาแชมพูทำให้วงหน้าขาวๆ หล่อเหลายิ่งโดดเด่น เธอจ้องมองวงหน้านั้นอย่างตกตะลึงเขามีใบหน้าที่หล่อเท่าเทียมอาจารย์ได้เลย แต่หล่อคนละแบบอาจารย์ของเธอนั้นหล่อคมเข้ม ส่วนผู้ชายคนนี้หล่อดุดันเต็มไปด้วยเสน่ห์ของบุรุษเพศเขานั่งพิงก้อนหินข้างธารน้ำหลับตาแช่น้ำร้อนท่าทางสบายอกสบายใจ
เธอยืนตะลึงมองเขาอยู่นานมากมองนานเท่าไหร่ก็ไม่รู้สึกเบื่อเลยซักนิดจนเธอคิดอยากเอาเขากลับไปนั่งมองนอนมองที่บ้านด้วยจังเลยเธอยืนจนเมื่อยขาจึงขยับตัว เท้าพลันเตะก้อนกรวดก้อนหนึ่งใต้เท้า เป๊ะ!
ชายรูปงามลืมตาทันทีเขามองตรงไปแล้วเห็นสตรีอ้วนนางหนึ่งยืนมองเขาอยู่เขารู้ว่านางไม่ใช่นางกำนัลในตำหนักเก้าชั้นฟ้าแห่งนี้ แล้วนางเป็ใคร?บริเวณโดยรอบธารน้ำร้อนนี้ล้วนกางเขตอาคมเอาไว้ใครก็ไม่สามารถผ่านเข้ามาได้นอกจากเขา เช่นนั้นนางเข้ามาได้อย่างไร?
“เอ่อข้าไม่ได้ตั้งใจนะ” จ้าวเป่าฉินพูดออกไปพลางโบกมือไปมาเธอไม่ได้ตั้งใจเข้ามาที่นี่ เธอไม่ได้ตั้งใจเตะก้อนกรวดนะส่วนจะบอกว่าเธอไม่ได้ตั้งใจดูเขา ก็พูดได้ไม่เต็มปาก เพราะเธอยืนดูเขาอยู่นานมากนานจนขาเธอแข็งไปหมดแล้ว
“ไสหัวไป!” บุรุษรูปงามพูดสามคำ
จ้าวเป่าฉินหน้าตึงขึ้นมาทันทีทันใดถ้าเขาพูดดีๆ เธอก็คงเดินไปแล้ว แต่นี่เขาพูดจาไม่ดีเลยดังนั้นเธอจึงปักหลักอยู่กวนประสาทคนซะเลย ชิ!
เธอยกมือกอดอกยืนมองเขา “ทำไมข้าต้องไสหัวไปด้วย?หากเ้าไม่อยากให้ใครเห็นก็ควรจะไปแช่น้ำในห้องหับให้มิดชิดซิสถานที่เช่นนี้ใครก็ผ่านไปผ่านมาได้ ข้าก็แค่ผ่านมาเท่านั้น ไม่เห็นต้องหยาบคายเลยนี่”
ชายรูปงามหน้ากระตุกยึกๆเขาโกรธจนโทสะท่วมฟ้าขึ้นมาแล้ว ไม่เคยมีใครกล้าว่าเขาเช่นนี้เหมือนนางเขาลุกขึ้นยืนทันใด
จ้าวเป่าฉินมองอย่างไม่หลบตาสักนิดเรือนร่างผู้ชายเธอเคยเห็นมานักต่อนักแล้ว ก็ผ่าศพมาหลายร้อยศพแล้วนี่ เห็นมาหมดแล้วทั้งผู้หญิงผู้ชาย เด็ก คนหนุ่ม คนสาว คนแก่ ผ่านมือหมอนิติเวชอย่างเธอมาตั้งมากมาย
ชายรูปงามยิ่งโกรธจนขบกรามกรอดๆสตรีอื่นล้วนหน้าบาง ยามเห็นเรือนกายบุรุษล้วนเอียงอายหันหน้าหนีแต่สตรีอ้วนนางนี้ไม่แม้แต่จะหันหน้าหนี ตาก็ไม่กะพริบสักนิดจ้องมองดูเขาอย่างหน้าหนายิ่ง! นางบุกรุกเข้ามาในสถานที่ของเขาแล้วยังมายืนชมเรือนร่างเขาอย่างไร้ยางอายนางช่างเป็สตรีหน้าหนาที่สุดที่เขาเคยพบเจอ เขาจึงส่งพลังเล็กๆ ออกไปสายหนึ่งโยนนางออกไป!
“เหวอ---”จ้าวเป่าฉินร้องลั่นเมื่อตัวเธอจู่ๆ ก็ลอยละลิ่วพุ่งไปข้างหลังราวลูกะุปืนใหญ่แล้วตัวเธอก็กระแทกผนังอาคาร โคร้ม!
เธอเจ็บจนจุกพูดไม่ออกตัวเธอไม่ได้หยุดที่ผนังนี้ แต่เธอกระแทกผนังจนทะลุไป ตัวเธอลอยพุ่งไปกระแทกผนังอีกโคร้ม!
ผนังนี้ก็ยังไม่อาจต้านทานแรงกระแทกได้ตัวเธอทะลุผนังไปอีกครั้ง แล้วกระแทกผนังถัดไป โคร้ม!
แล้วก็ทะลุผนังไปอีกครั้งหนึ่งแล้วกระแทกใส่ผนังอีกครั้ง โคร้ม!
แล้วก็ โคร้ม! โคร้ม! โคร้ม! โคร้ม! โคร้ม! โคร้ม!
จนในที่สุดตัวเธอก็ไม่ทะลุผนังไปแล้วเธอหล่นตุบลงตรงนั้น เนื้อตัวเธอเต็มไปด้วยเืแดงฉาน แขนขาหักผิดรูป กระดูกทิ่มแทงออกมานอกเนื้อสภาพอเนจอนาถยิ่งเธอเจ็บจนร้องไม่ออกสักคำ เจ็บจนแทบขาดใจตายแล้ว
ชายรูปงามตกตะลึงบื้อใบ้ไปเขาไม่คิดว่าพลังเล็กๆ สายหนึ่งของเขาจะก่อให้เกิดผลเช่นนี้ได้ปกติแล้วเทพส่วนใหญ่ถูกพลังของเขาโยนออกไปก็ไม่ปลิวราวลูกธนูหลุดจากคันศรเช่นนี้
เสียงโครมครามที่เกิดขึ้นทำให้เหล่าเทพที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงใ“เกิดอะไรขึ้นรึ?”
พวกเขารีบเดินไปดูต้นเหตุแล้วพวกเขาก็พบก้อนเนื้อก้อนหนึ่งข้างผนังที่ถูกกระแทกจนปริแตกใกล้จะพังลงมา
“นี่!”
เหล่าเทพใจนพูดไม่ออกพวกเขามองไปทางด้านหน้าของก้อนเนื้อก้อนนั้นแล้วเห็นผนังที่ทะลุเป็ช่องใหญ่โต
ชายรูปงามหายตกตะลึงลงบ้างแล้วจึงคว้าอาภรณ์มาสวมแล้วรีบพุ่งไปดูสตรีอ้วนทันที
เมื่อเห็นสภาพของนางเขาก็ตกตะลึงอีกครั้งเขาไม่ได้ตั้งใจจะกระทำรุนแรงกับนางถึงขนาดนี้นะ! จริงๆ นะแค่พลังเล็กๆ สายหนึ่งของเขา ต่อให้เป็สตรีรูปร่างผอมบางก็ไม่อาจปลิวมาไกลถึงขนาดนี้ได้อย่างมากก็ราวๆ ไม่เกิน 10 เมตรเท่านั้นแล้วเหตุใดสตรีนางนี้จึงได้กลายเป็เช่นนี้เล่า!?
จ้าวเป่าฉินพยายามลืมตาผ่านม่านเืที่ไหลเข้าตาเธอมองเห็นชายรูปงามโหดร้ายคนนั้นจึงพยายามจ้องมองเขาอย่างอาฆาตแค้นคอยดูซิถ้าเธอต้องตายกลายเป็ผี เธอจะตามหลอกหลอนเขาทุกคืนเลย! คนใจร้าย!
เธอแค่ยืนดูเขาเท่านั้นเองเขาต้องลงมือกับเธอถึงขนาดจะฆ่าจะแกงกันเลยเหรอ!? ใจร้าย! ใจร้ายที่สุด!
เธอเจ็บมาก เจ็บจนแค่หายใจก็เ็ปไปทั้งตัวแล้ว
เหล่าเทพมองชายรูปงามแล้วกุมมือถาม“เทียนจวินพะย่ะค่ะ นี่...”
“ตามหมอมาเร็ว!” เทียนจวินสั่งน้ำเสียงเฉียบขาด
“พะย่ะค่ะ”ทหารคนหนึ่งรับคำสั่งแล้วรีบเหาะเหินไปทันที
เทียนจวินมองสตรีอ้วนที่มีสภาพคล้ายก้อนเนื้อก้อนหนึ่งอย่างรู้สึกผิดอย่างยิ่งเขาคิดไม่ถึงเลยว่าเหตุการณ์จะบานปลายถึงเพียงนี้!คิดไม่ถึงเลยจริงๆ
ผู้คนยืนมุงดูอย่างอยากรู้อยากเห็นซุบซิบกันเสียงเบายิ่งราวกับเสียงผึ้งกระพือปีก
ข่าวๆนี้แพร่ไปไวอย่างยิ่ง แพร่ไปจนถึงท้องพระโรง
“นี่ๆ ใกล้ๆตำหนักเทียนจวินเกิดเื่แล้ว”
“เื่อะไรรึ?”
นางกำนัลกระซิบกระซาบคุยกัน
“ไม่รู้ว่าเกิดเหตุอันใดถึงได้มีสตรีอ้วนาเ็มากกำลังจะตายอยู่ข้างตำหนักเทียนจวิน”
“หือ?”จางอี้ปินหูผึ่งทันทีเมื่อได้ยินคำว่า ‘สตรีอ้วน’ เขาผุดลุกขึ้นยืนทันควัน ในตำหนักเก้าชั้นฟ้านี้ยังจะมีสตรีอ้วนคนไหนอีกนอกจากเป๋าเป้ยศิษย์คนเดียวของเขาเขารีบพุ่งทะยานออกจากท้องพระโรงทันที
เขามองหาจ้าวเป่าฉินอย่างร้อนใจเพียงครู่เดียวเขาก็พบสถานที่ที่มีผู้คนรุมล้อมอยู่นับร้อยๆ คนเขารีบพุ่งตรงไปที่แห่งนั้นทันที
“หลีกทาง!ๆ” เขาะโลั่น ใช้พลังแหวกผู้คนที่รุมล้อมอย่างหนาแน่นออก
“อ้า!”
“เหวอ---”
ผู้คนถูกพลังสายหนึ่งดันออกไปจนพวกเขาต้องรีบเหินลอยขึ้นไปหลบพลังสายนั้นทำให้เส้นทางเปิดออกเป็ช่อง
จางอี้ปินพุ่งไปจนถึงผนังที่แตกร้าวกำลังจะพังแหล่มิพังแหล่แล้วเขาก็เห็นก้อนเนื้อก้อนหนึ่งกองอยู่กับพื้น เขาใเบิกตาโต “เป๋าเป้ย!”
เขาพุ่งไปหานางใช้พลังช้อนก้อนเนื้อก้อนนั้นขึ้นมาแล้วฉีกช่องว่างเดี๋ยวนั้น! อย่างไม่สนใจแล้วว่าการฉีกช่องว่างของเขาจะกระทบกับเขตอาคมที่ปกป้องตำหนักเก้าชั้นฟ้าอย่างไรบ้าง
ครืนนนนน---
ตอนนี้เป๋าเป้ยสำคัญที่สุดเขาต้องรีบพานางไปสำนักโอสถไวที่สุด! เขาพานางก้าวเข้าไปในช่องว่างที่ฉีกออก
“อ้า!” ผู้คนที่ยืนมุงดูล้วนตกตะลึงจนปากอ้าตาค้างกันถ้วนหน้า
“นั่น!” เทียนจวินอุทานได้คำเดียว ช่องว่างก็ปิดลงแล้วหลงเหลือไว้เพียงเสียงครื้นครั่นของเขตอาคมที่ถูกทำลายลงไป
เหล่าเทพแตกตื่นใกันหมดทั้งตำหนักเก้าชั้นฟ้าแล้ว
“เกิดอะไรขึ้น!?”
“ไอหยา! เกิดอะไรขึ้นรึ!?”
ฯลฯ
พวกเขาวิ่งออกมาดูท้องฟ้ากันอย่างแตกตื่น
มีไม่กี่คนเท่านั้นที่ไม่แตกตื่นเหมือนคนทั่วไปซึ่งคนเหล่านี้ล้วนเป็เทพชั้นสูงที่อาศัยอยู่ในตำหนักเก้าชั้นฟ้าพวกเขาเพียงสงสัยว่าเหตุใดเขตอาคมจึงพังทลายลงได้?
ณท้องฟ้าเหนือสำนักโอสถ ช่องว่างฉีกออกตรงกลางสำนักโอสถทำให้เขตอาคมถูกทำลาย ครืนนนนน---
ผู้คนในสำนักโอสถใแตกตื่น“อ้า!”
“ไอหยา! เกิดอะไรขึ้นรึ?”
“อ้า! เขตอาคมถูกทำลาย!”
ฯลฯ
จางอี้ปินก้าวออกจากช่องว่างพร้อมกับร่างของจ้าวเป่าฉินเขาะโลั่นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว “เ้าสำนักโอสถ---”
เ้าสำนักโอสถได้ยินเสียงเขตอาคมพังทลายตามด้วยเสียงเรียกดังลั่น เขาจึงรีบพุ่งออกไปดู
จางอี้ปินไม่ได้รออยู่ตรงนั้นเขารีบพาจ้าวเป่าฉินเหินลอยไปตามหาเ้าสำนักโอสถอย่างร้อนใจ
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรเตอร์ได้ทางเพจreadfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
ทางเว็บไซต์ www.readfree.in ค่ะ
และทาง Line Official Account : https://lin.ee/qEBuZvK
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ