“ตายแล้วลูกวาววา” นาถฤดีรีบแย่งขนมออกจากมือลูกสาว .
“แม่บอกลูกกี่ครั้งแล้วว่าอย่ากินขนมพวกนี้!” นางดุจนลูกสาวคนเล็กเริ่มแบะปากเพราะใ .
“ลูกไปเอาอาหารขยะพวกนี้มาจากไหน!” นาถฤดีคาดคั้นลูกสาวต่อ.
“น้องดาเอาให้น้องวาววาเองค่ะคุณแม่” ดารินน้อยรีบบอก.
“น้องดาจำได้ว่าน้องวาววาชอบกินขนมนี้มาก น้องดาก็เลยให้เป็ของขวัญวันเกิดน้องค่ะ โอ้ย!” และทันทีที่เด็กน้อยพูดจบก็ถูกผู้เป็แม่คว้าแขนแล้วลากไปในที่ลับตาคนทันที
“คุณแม่ขา น้องดาเจ็บค่ะ” เด็กน้อยร้องบอกพร้อมกับจับที่แขนน้อยๆ ของตัวเองที่ถูกนาถฤดีบีบอยู่ด้วยความเจ็บ .
“ทำไมคุณอานาถใจร้ายกับน้องดารินแบบนั้นล่ะ” ลายสิงห์มองการกระทำของนาถฤดีที่ปฎิบัติต่อลูกสาวคนโตอย่างไม่เข้าใจ ในขณะที่ลายเสือนั้นตัดสินใจเดินตามสองแม่ลูกไปเงียบๆ
ในขณะเดียวกันกลับมาที่นาถฤดีซึ่งพาดารินมาแค่นด่าอยู่ในที่ลับตาคน .
“เจ็บสิดี แกจะได้จำบ้าง”
“นี่แนะๆ” แล้วนางก็กระหน่ำตีที่ก้นของเด็กน้อยที่เอาแต่ร้องไห้ขอให้นางหยุดด้วยความโมโหบวกกับความชิงชังที่มีอยู่เป็ทุนเดิมอยู่แล้ว .
“โอ้ยคุณแม่ขา น้องดาเจ็บค่ะ”
“ฮือๆ น้องดากลัวแล้วค่ะ น้องดาขอโทษนะคะ”
“ฉันจะตีจำว่าแกจะหลาบจำนั่นแหละ!” แต่นาถฤดีก็ยังตีไม่หยุด .
“คุณอาครับ!” จนกระทั่งหนุ่มน้อยลายเสือวิ่งเข้ามาปกป้องโดยการเข้ามารับการลงโทษจากนางแทน
“ลายเสือ ตายแล้ว!” และนาถฤดีใเป็อย่างมากเมื่อเผลอตีลายเสือเข้าโดยไม่ได้ตั้งใจ ในขณะที่ดารินน้อยได้แต่สะอื้น .
“ผมเป็คนบอกให้น้องดารินซื้อขนมนั่นให้น้องวาววาเองครับ” ลายเสือรีบออกตัวเพื่อปกป้องสาวน้อย
“พี่เสือ….” ดารินน้อยงงมาก
“ผมขอโทษครับคุณอา แต่ถ้าคุณอา้าลงโทษคุณน้าต้องตีผมด้วยนะครับ” และนั่นก็ยิ่งทำให้ดารินน้อยซึ้งใจอยู่เงียบๆ เด็กน้อยรู้แล้วว่าพี่เสือที่ชอบแกล้งกำลังช่วยปกป้องเธออยู่ ในขณะที่นาถฤดีถึงกับพูดไม่ออก .
“อาปวดมือแล้ว” นาถฤดีปฏิเสธ จะให้นางลงโทษลายเสืออีกคนได้ยังไงกันล่ะ….
“เอาเป็ว่าต่อไปห้ามใครเอาอาหารขยะให้วาววากับวิเวียนกินอีกก็พอ” นางพูดแล้วปรายตามองดารินที่ยังคงยืนสะอื้นอยู่แว๊บหนึ่ง จากนั้นก็เดินกลับเข้าไปในงานอย่างไม่สบอารมณ์
“เป็ไงบ้างยัยลูกเป็ด”
“เจ็บมากมั้ย” ลายเสือจึงหันมาถามเด็กน้อยพร้อมกับช่วยเช็ดน้ำตาบนแก้มให้โดยหารู้ไม่ว่าตอนนี้ตนได้กลายเป็ฮีโร่แก่สาวน้อยไปแล้ว .
“ไม่เป็ไรหรอกค่ะพี่เสือ”
“น้องดาไม่เจ็บเลยค่ะ” ดารินน้อยบอกพร้อมกับพยายามหยุดร้องไห้ไปด้วย .
“ไม่เจ็บแล้วร้องไห้ทำไม?” บอกไม่เจ็บ มันย้อนแยงกับน้ำมูกน้ำตาที่ไหลอยู่มากเลย
“อะ เอาผ้าเช็ดหน้าพี่ไปใช้สิ” ลายเสือจึงยื่นผ้าเช็ดหน้าของตัวเองให้สาวน้อยพร้อมกับพาไปนั่ง
“เดี๋ยวมีใครมาเห็นเข้า ยิ่งขี้เหร่อยู่แล้วด้วย” แต่ปากก็ยังร้ายกาจเหมือนเดิม .
“ขอบคุณค่ะ” ดารินน้อยรับมาซับทั้งน้ำมูกน้ำตา จากนั้นก็ส่งคืนให้ลายเสือ.
“ยี้ ซกมก เอาทิ้งถังขยะไปเลย” ลายเสือยี้ใส่ทันที ใครจะกล้าใช้ต่อกันล่ะ !
“ค่ะ” เด็กน้อยพยักหน้าหงึกแล้วใส่ในกระเป๋ากระโปรงของตัวเองแทน ในขณะที่เ้าของยังรู้สึกยี้อยู่.
“เห้อ ทำไมคุณอา้าทำโทษเธอรุนแรงขนาดนี้ด้วยนะ” หนุ่มน้อยไม่เข้าใจเพราะถ้าตนกับพี่ชายทำผิดจะถูกแม่ตำหนิหรือไม่ก็ทำโทษด้วยวิธีการอื่นมากกว่าการใช้ความรุนแรงแบบนี้ .
“เพราะน้องดาทำผิดค่ะ คุณแม่ก็เลยต้องทำโทษให้น้องดาได้หลาบจำ แล้วต่อไปน้องดาจะได้ไม่ทำซ้ำอีก” ดารินบอก
“แต่พี่เสืออย่าเอาเื่ที่คุณแม่ทำโทษน้องดาวันนี้ไปบอกใครนะคะ” เด็กน้อยขอร้อง .
“ทำไมล่ะ?” ลายเสือไม่เข้าใจ
“น้องดากลัวคุณแม่จะถูกคุณย่ากับคุณพ่อตำหนิค่ะ” เด็กน้อยบอกในที่สุดและที่ยิ่งไปกว่านั้นคือเธอกลัวว่าแม่จะไม่รัก .
“นะคะพี่เสือ อย่าบอกใครนะคะ” เด็กน้อยอ้อนวอน.
“นะๆๆๆๆ”
“ก็ได้ๆ” ลายเสือรับปาก
“ขอบคุณค่ะ” เด็กน้อยจึงรีบเช็ดน้ำตา จัดการกับตัวเองแล้วเข้าไปในงานอีกครั้งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่งานเลี้ยงก็มีเวลาต้องเลิกรา ดารินน้อยต้องกลับมาที่เรือนเล็กกับคุณย่าเกสรเหมือนเช่นเคย.
“คุณย่าขา”
“มีอะไรหรอลูก” ย่าหอมที่กำลังจะเข้านอนถามเด็กน้อยที่นอนเล่นอยู่ข้างๆ
“ทำไมน้องดาไม่ได้นอนที่บ้านใหญ่กับคุณพ่อคุณแม่บ้างล่ะคะ” เด็กน้อยถามความข้องใจนี้ ั้แ่จำความได้ตนได้อยู่แค่ที่นี่และมีเพียงย่าเกสรเท่านั้นที่คอยให้ความอบอุ่น ได้จากผู้เป็พ่อบ้างประปรายซึ่งเด็กน้อยก็เข้าใจว่าท่านต้องทำงานหนัก แต่นั่นก็ทำให้ผู้เป็ย่าชะงักไปครู่หนึ่ง
“ก็เพราะน้องดาเป็หลานสาวคนโตของย่าไงจ้ะ” นางให้เหตุผลกับเด็กน้อย .
“อ่อ ดังนั้นน้องดาก็เลยต้องอยู่กับคุณย่า” เด็กน้อยพยักหน้าเข้าใจ .
“แล้วทำไมคุณแม่ถึงไม่รักน้องดาเหมือนที่รักน้องวาวกับน้องวิเลยล่ะคะ” เด็กน้อยถามต่อดวงตาใสซื่อจนคนเป็ย่ายิ่งใจกระตุก เวทนาเด็กน้อยจับใจ
“ไม่หรอกลูก แม่เขาก็รักหนู รักน้องๆ เหมือนกันทุกคนนั่นแหละ”
“แค่หนูอยู่กับย่ามากกว่าเท่านั้น” นางอ้างพลางเริ่มคิดตระหนักถึงวันหน้าที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้
“นอนเถอะนะเด็กดีของย่า เดี๋ยวย่าร้องเพลงกล่อมนะ” แล้วก็บอกให้เด็กน้อยผู้แสนว่าง่ายให้หลับด้วยเพลงกล่อมแต่เล็กแต่น้อยของนางพลางนึกถึงคำถามมากมายที่หนูน้อยดารินพร่ำถามตน .
“ทำไมคุณแม่ถึงไม่มางานวันแม่กับน้องดาที่โรงเรียนบ้างล่ะคะ”
“ทำไมคุณพ่อคุณแม่ไปพาน้องดาไปเที่ยวเหมือนน้องวาวกับน้องวิเลยคะ”
“ทำไมคุณแม่ตักปีกไก่ให้แต่น้องวิกับน้องวาวคะคุณย่า”
“บลาๆๆๆ”
คำถามมากมายของเด็กน้อยเกี่ยวกับความรักลูกที่ไม่เท่ากันของนาถฤดีและลูกชายตนจนนางต้องหาวิธีแก้ปัญหาบางอย่าง
“ย่าขอโทษที่พาหนูมาเจอกับเื่แบบนี้นะดาริน” และจากความเวทนาที่เมตตาพาเด็กน้อยมาเลี้ยงดูในตอนแรกก็กลับกลายเป็ความผูกพันจนเริ่มมีมากกว่าหลานแท้ๆ ทั้งสอง มันคงถึงเวลาที่นางต้องทำอะไรสักอย่างแล้วจริงๆ .
…………..
ฝากเพื่อนๆ ช่วยกดติดตามและกดถูกใจนิยายใหม่เป็กำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ????