“ยังมีอีกเื่”
“เื่อะไร”
“ฮ่องเต้หรงอี้ผู้นี้ทรงนิยมชมชอบบุรุษ” เยว่เฟยหลิงไม่ได้มีท่าทีแปลกใจ เื่ที่บิดาของแผ่นดินจะนิยมชมชอบบุรุษเป็เื่ที่สามารถพบเจอได้แม้แต่ฟู่หลิงรั่วที่เป็จักรพรรดิของชิงหลงยังมีรสนิยมแบบนั้นเลย
แล้วยังรสนิยมดีเสียด้วย
“เื่มันไม่ได้มีแค่นั้น”
“ไม่ได้มีแค่นั้น?”
“เื่ที่ฮ่องเต้นิยมชมชอบบุรุษน่ะประกาศให้รู้โดยทั่วกันทั้งแคว้นแล้วฮ่องเต้หรงอี้ยังมีราชโองการที่จะไม่รับสนมเข้าวังหลัง” ประมุขน้อยกะพริบตาปริบๆเื่นี้ถึงกับประกาศให้รับรู้โดยทั่วกันอย่างนั้นรึแล้วพวกขุนนางไม่คัดค้านหรืออย่างไร ที่สำคัญถึงแม้บุรุษจะสามารถตั้งครรภ์ได้แต่อย่างไรเสียมารดาของแผ่นดินย่อมต้องเป็สตรีที่ต้องมีไว้เพื่อคู่บารมีของฮ่องเต้การที่ฮ่องเต้ทำตามใจเช่นนี้เป็เื่ที่ยอมรับได้หรือ
“ฮ่องเต้น่ะรึมีราชโองการไม่รับสนมเข้าวังหลัง”
“ใช่ตอนที่ข้าได้ยินยังนึกสงสัยว่าเป็เื่จริงหรือแต่ที่เมืองชายแดนแห่งนี้กลับมีสตรีอยู่มาก หน้าตาก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่แต่กลับไม่ได้ถวายตัวเป็สนมเพราะราชโองการที่ออกมา”
“ข้าคิดไม่ถึงจริงๆว่าฮ่องเต้จะทรงเป็คนที่เปิดเผยเช่นนี้”ขนาดฟู่หลิงรั่วที่ชมชอบบุรุษยังไม่ได้ป่าวประกาศถึงขนาดนั้นยังให้มีการถวายตัวรับพระสนมตามธรรมเนียมที่ทำมา แม้ว่าจะไม่เคยไปหาพวกนางเลยก็ตาม
กฎบัญญัติว่าต้องมีพระสนมในวังหลังแต่ไม่ได้กำหนดเอาไว้ว่าจักรพรรดิจะต้องไปหาพวกนางนั่นคือสิ่งที่ฟู่หลิงรั่วใช้เป็ข้ออ้างในการปฏิเสธที่จะไปหาเหล่าสนมที่ตำหนักของพวกนาง
ไม่ไปหาก็ได้แต่ไม่เรียกพวกนางมาปรนนิบัติรับใช้เลยพวกนางไม่เศร้าใจแย่แล้วรึ
“ช่างเป็ฮ่องเต้ที่ทำให้ประหลาดใจเสียจริงๆ”
“ที่น่าแปลกใจยิ่งกว่าก็คือพวกขุนนางที่ยอมรับในราชโองการนี้”
“เห็นทีหลังจากนี้คงจะมีเื่อะไรให้เราแปลกใจอีกมาก”แต่ยังไงการให้ความสำคัญกับกำลังทางการทหารที่เกินพอดีนี้ก็ยังน่าสงสัยแคว้นจ้าวอยู่อย่างสงบเสงี่ยมมาโดยตลอด จู่ๆก็เพิ่มอำนาจทางการทหารขึ้นคิดจะทำากับใครกัน
“เราคงต้องแฝงตัวเข้าไปสืบที่ค่ายทหารเผื่อเอาไว้ก่อน”
“เื่นั้นข้าจัดการเองประมุขน้อยกลับไปที่หอคณิกาอีกครั้งเถอะเผื่อจะได้เื่อะไรเพิ่มขึ้นมาบ้าง”เมื่อตกลงกันแล้วว่าใครจะทำหน้าที่อะไรเฟิงหลันก็เก็บกวาดโต๊ะเยว่เฟยหลิงมองอยู่เงียบๆ คนผู้นี้ั้แ่มาที่นี่ก็ทำให้ประหลาดใจหลายอย่างข่าวลือที่ว่าชอบเข้าครัวก็ดันเป็เื่จริงดูเผินๆเฟิงหลันเหมือนผู้ชายธรรมดาที่มีความสุภาพและอ่อนโยน ไม่เหมือนมือสังหารเลยสักนิดอยู่ด้วยกันแค่สามวันเยว่เฟยหลิงก็รู้ได้ว่าเฟิงหลันไม่ใช่คนที่มีเื้ัอะไรคิดอย่างไรก็แสดงออกมาเช่นนั้น ยังเดาไม่ออกเลยว่าคนผู้นี้มาเป็มือสังหารแล้วยังเป็ถึงผู้รักษาการแทนเหนือหัวได้อย่างไร
หรือว่าเพราะภายนอกที่แสดงออกมาแบบนั้นจึงทำให้ศัตรูตายใจกันนะ?
เยว่เฟยหลิงอดคิดไม่ได้ว่าเพราะการแสดงออกแบบนี้เขาถึงสามารถสังหารศัตรูได้หรือเปล่า
ไม่มีไอสังหาร ไม่ได้แปลว่าจะไม่ฆ่าคนเื่นี้เยว่เฟยหลิงพบเจอมาด้วยตัวเอง
เอาเถอะอย่างน้อยตอนนี้พวกเขาก็มีกันแค่สองคนเฟิงหลันคงไม่คิดทำอะไรที่จะทำให้เขาเสียขวัญหรอก
“ประมุขน้อย”
“หืม?” เยว่เฟยหลิงขานรับ เฟิงหลันเดินกลับมาพร้อมอุปกรณ์ทำแผล
“เปลี่ยนผ้าพันแผลก่อนเถอะ”เพราะแผลของเยว่เฟยหลิงยังไม่หายสนิทจึงต้องเปลี่ยนผ้าพันแผลทุกวันเขาถอดเสื้อที่สวมอยู่ก่อนจะนั่งนิ่งๆให้เฟิงหลันช่วยเปลี่ยนผ้าพันแผลให้
“ข้าสงสัย”
“ประมุขน้อยสงสัยอะไร”
“เ้ามาเป็มือสังหารได้อย่างไรข้ามองยังไงเ้าก็ไม่เหมาะที่จะเป็มือสังหารเลย”
“ไม่ใช่แค่ประมุขน้อยที่พูดแบบนี้”เฟิงหลันยังคงตั้งใจเปลี่ยนผ้าพันแผลให้เยว่เฟยหลิงแปลว่าคนอื่นก็มองว่าเขาอ่อนโยนเกินกว่าที่จะเป็มือสังหารรึ
“เ้าเหมือนพี่ชายบางทีพี่ลี่อินก็แสดงออกกับข้าแบบนี้”
“ประมุขน้อยก็ทำให้ข้าแปลกใจข้าคิดว่าคนอย่างประมุขน้อยจะไม่พูดคุยเื่ทั่วไปกับคนอื่นเสียอีก” มือหนาป้ายยาลงบนแผลฟกช้ำที่เหลืออีกนิดหน่อยตัวประมุขน้อยก็ไม่ใช่บุรุษที่ร่างกายกำยำ ไยถึงได้มีแผลมากมายนัก
“ที่นี่เรามีกันแค่สองคนร่วมมือกันเข้าไว้ย่อมดีกว่า”
“ช้าชอบการใช้ชีวิตที่ตัดสินใจได้ง่ายดายเหมือนประมุขน้อยนะ”
“ข้าไม่ชอบเื่ยุ่งยากสิ่งที่ข้าตัดสินใจย่อมไตร่ตรองดีแล้ว การที่ข้าไว้ใจเ้าข้าก็คิดดีแล้ว อีกอย่างแม้จะเป็ข้าแต่ต้องมาทำภารกิจที่ไม่รู้จุดหมายแบบนี้ข้าก็ต้องพึ่งความช่วยเหลือจากคนอื่นเช่นกัน”
“ประมุขน้อยคิดถูกแล้วที่ไว้ใจข้า”
“อย่างน้อยข้าคงไม่อดตายเื่อาหารการกิน”เฟิงหลันหัวเราะ ว่ากันว่าประมุขน้อยผู้เป็มือสังหารประจำพระองค์ขององค์จักรพรรดิผู้นี้เป็คนน่ากลัวแต่ในยามที่เขาไม่ต้องทำภารกิจอารักขาฝ่าาเขาก็ไม่ต่างอะไรจากคนทั่วไปที่แสดงออกอย่างตรงไปตรงมาเฟิงหลันชอบที่จะทำงานกับคนแบบนี้
มนุษย์ที่เกิดมาล้วนมีบทบาทเป็ของตัวเองเยว่เฟยหลิงมีบทบาทในฐานะมือสังหารของจักรพรรดิตัวเฟิงหลันก็มีบทบาทในฐานะผู้รักษาการแทนเหนือหัวแต่พวกเขาก็ไม่จำเป็ต้องสวมบทบาทนั้นเสมอไป ยามที่ปล่อยวางได้พวกเขาก็ปล่อยวางสิ่งที่พวกเขาทำตอนนี้คือสื่อสารกับอีกฝ่ายอย่างตรงไปตรงมาเพื่อให้บรรลุเป้าหมายมันก็ไม่ได้ยากที่พวกเขาจะต้องทำอะไรให้เรียบง่ายและตัดสินใจให้ง่ายเข้าไว้
บางครั้งมือสังหารอย่างพวกเขาก็้าแค่ความเรียบง่ายในการใช้ชีวิตเท่านั้น
แค่สังหารคนก็ยุ่งพอแล้วอะไรที่ทำให้ชีวิตมันง่ายขึ้นก็ทำๆไปเถอะ
“แล้วเ้าจะใช้วิธีไหนลอบเข้าไปสืบข่าวที่ค่ายทหาร”
“วิธีที่ิเอี้ยวมักใช้ในการปลอมตัวประมุขน้อยน่าจะรู้จักดี”
“ข้ารึ”
“เดี๋ยวก็รู้” เฟิงหลันทำแผลให้เยว่เฟยหลิงเสร็จก็เก็บอุปกรณ์ทั้งหมดวันนี้พวกเขาออกแรงไปไม่น้อย ตอนนี้ก็ดึกมากแล้วไม่ควรให้ใครเห็นแสงไฟภายในบ้านหลังนี้ยามค่ำคืนเพราะอาจจะทำให้พวกเขาถูกเจอตัวได้ง่าย
“หวังว่าการสืบข่าวพรุ่งนี้จะทำให้ภารกิจของเราคืบหน้าขึ้นมาได้บ้าง”
ใน่เย็นของวันถัดมาเยว่เฟยหลิงก็กลับมาที่หอคณิกาที่นี่ค่อนข้างปลอดภัย เฟิงหลันจึงแนะนำให้เยว่เฟยหลิงพักฟื้นไปด้วยระหว่างที่สืบข่าวอยู่ที่นี่
“วันนี้ท่านนายกองจะมาที่นี่! รีบจัดเตรียมสำรับเร็วเข้า” เมื่อเยว่เฟยหลิงมาถึงก็พบว่าหัวหน้าคนใช้กำลังเร่งรีบสั่งให้จัดเตรียมสำรับท่านนายกอง?
“เ้าหนูมาพอดี! มาช่วยข้าจัดเตรียมสุราที” ไม่ทันจบคำเยว่เฟยหลิงก็โดนลากไปช่วยเตรียมสุราเสียแล้วนายกองผู้นี้เป็ใครมาจากไหนไยหัวหน้าคนใช้ถึงได้ดูแลเป็พิเศษนัก
“นายกองรึ?”
“ท่านนายกองเป็นายทหารยศใหญ่จากเมืองหลวงได้ยินว่าที่ท่านมาวันนี้เพื่อมาจัดการธุระบางอย่าง เร็วเข้าเร่งมือหน่อย” เยว่เฟยหลิงต้มสุราใส่ไว้ในถาดตามคำสั่งไม่แน่นายกองผู้นี้อาจจะรู้อะไรมากกว่าพวกทหารก็ได้
“นายท่าน! ท่านนายกอง้าห้าคน”
“ห้าคน?” เยว่เฟยหลิงทวนคำ หัวหน้าคนใช้ปรบมือดังป้าบ
“ดี! จัดหาคนที่ดีที่สุดให้ท่านนายกอง จะว่าไปใบหน้าค่าตาเ้าก็ไม่เลวท่านนายกองน่าจะชอบ ไม่ลองดูบ้างรึ” หัวหน้าคนใช้พินิจวิเคราะห์ใบหน้าของเยว่เฟยหลิงดูเป็เด็กหนุ่มอายุน้อยซุกซน รูปร่างก็เพรียวบางแต่งองค์ทรงเครื่องเสียหน่อยก็นับว่าเป็ของดีได้อยู่
“ไม่ดีหรอกท่าน ข้าเป็คนใช้ จะไปเทียบหนุ่มงามของหอตะวันตกได้อย่างไร”
“ลองดูเสียหน่อยจะเป็ไรไป มา ข้าจะช่วยเ้าแต่งตัว” ไม่พูดพร่ำทำเพลงหัวหน้าคนใช้พาตัวเยว่เฟยหลิงขึ้นไปแต่งตัวที่ชั้นสอง ขัดตัวพรมน้ำหอมสักเล็กน้อยแต่งตัวด้วยผ้าเนื้อดีสีน้ำเงินขับผิว ก่อนจะสวมผ้าแพรปิดบังใบหน้า่ล่างเอาไว้หัวหน้าคนใช้ตบบ่าเยว่เฟยหลิง
“ข้าบอกแล้วว่าเ้าน่ะไม่เลว”
“จะดีรึ ข้าเหมือนจะไปแย่งแขกคนอื่นเลย” เยว่เฟยหลิงแกล้งทำหน้ากังวลใจโอกาสแบบนี้ไม่ได้มีมาบ่อยๆ ไม่ต้องเสียเวลาปลอมตัวด้วยตัวเองด้วย
“เ้ามีบุญจะได้เงินก้อนโตใครจะขวางเ้าได้ ไปๆห้องของท่านนายกองอยู่ชั้นบนสุด กอบโกยเอาให้เยอะๆเถอะไม่แน่เ้าอาจจะได้รับแขกแค่วันนี้ก็ได้” แค่วันนี้ก็พอแล้ว
เยว่เฟยหลิงถูกคนใช้พาขึ้นไปยังชั้นบนสุดที่นายกองผู้นั้นอยู่ได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักมาจากด้านในห้อง อีกสี่คนคงอยู่ในห้องแล้วเมื่อเปิดประตูเข้าไปก็เห็นชายวัยกลางคนผู้หนึ่งกำลังโอบร่างของหนุ่มงามทั้งซ้ายขวาทั้งยังหยอกล้อประหนึ่งเป็คุณชายเ้าสำราญ เมื่อเห็นเยว่เฟยหลิงเดินถือถาดเหล้าเข้ามาก็กวักมือเรียก
“ถึงว่าทำไมไม่ครบห้าคนตามที่ข้าขอ มานี่สิ” ร่างเพรียวระหงส์ในชุดสีน้ำเงินเดินเข้าไปหาอย่างไม่รีบร้อนวางถาดเหล้าลงข้างๆนายกองผู้นั้นก่อนที่มือใหญ่จะคว้าตัวเยว่เฟยหลิงมานั่งตัก
“รูปร่างไม่เลว” เอ่ยเสร็จก็เชยคางเยว่เฟยหลิงขึ้นเพราะมีลางสังหรณ์ว่าอาจจะเกิดเื่เยว่เฟยหลิงจึงขอยืมสร้อยของเฟิงหลันมาด้วยทำให้สีดวงตาของเยว่เฟยหลิงเป็สีดำอีกทั้งด้วยท่าทางของเยว่เฟยหลิงที่ดูนิ่งๆทำให้เขามั่นใจว่าแม้จะเจอกันที่ด้านนอกนายกองผู้นี้ก็จะจดจำเขาไม่ได้
ฝีมือละครงิ้วของมือสังหารจากถังเหมินเก่งกาจกว่าคณะละครที่โรงละครของราชสำนักเสียอีก
“เด็กคนนี้เพิ่งจะเข้ามาใหม่น่ะขอรับ” คนที่อยู่ก่อนเอ่ยบอกก่อนจะรินเหล้าส่งให้เยว่เฟยหลิงช่วยปรนนิบัตินายกองซึ่งเยว่เฟยหลิงก็ประคองป้อนให้ถึงปาก
“ดูทำงานได้คล่องดี”
“ชอบหรือไม่ขอรับ?” เยว่เฟยหลิงเอ่ยถามได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆจากนายกอง
“นั่นแน่นอน”
“ท่านนายกองใจร้าย ชมแค่เด็กใหม่คนเดียว” คนอื่นๆเริ่มมีท่าทีกระเง้ากระงอนท่านนายกองจึงหอมแก้มไปคนละฟอดเพื่อปลอบใจ
“ข้าชอบพวกเ้าทุกคนนั่นแหละ มาๆ รินสุราให้ข้าอีกสิ” เยว่เฟยหลิงรินสุราป้อนอีกครั้ง บางคนก็ไปช่วยนวดไหล่บางคนก็คลอเคลียประดุจลูกแมวอ้อนเ้าของดูชำนาญจนเยว่เฟยหลิงคิดว่าสมแล้วที่ทำงานที่นี่มานาน
“ท่านนายกองไม่ค่อยมาที่ชายแดนเลย พวกข้าคิดถึงท่านนายกองจะแย่”
“ช่างประจบเก่งเสียจริงพวกเ้าคิดหรือว่าข้าจะไม่รู้ว่าพวกเ้ามีคนอื่นนอกจากข้า” นายกองบีบจมูกคนพูดเบาๆเยว่เฟยหลิงแอบกลอกตา ท่าทางแบบนี้ช่างเข้ากันเป็ปี่เป็ขลุ่ยเสียจริง
“ท่านนายกองมาที่ชายแดนหนนี้จะอยู่นานแค่ไหนหรือขอรับ” ประมุขน้อยทำหน้าตาสงสัยประกอบคำถามของเพื่อนร่วมงานท่านนายกองจึงลูบผมคนถามเบาๆ
“มาหนนี้ข้าจะอยู่กับพวกเ้าเจ็ดวันทีเดียวพวกเ้าได้อยู่กับข้าจนหายอยากแน่”
“พวกข้าไม่เชื่อหรอกว่าท่านจะเรียกหาพวกเราทุกวันพรุ่งนี้ท่านก็ต้องเบื่อพวกข้าแน่”
“ทำให้ข้าไม่เบื่อเสียสิ ข้าจะได้เรียกหาพวกเ้าทุกวัน” มือใหญ่ม้วนผมเยว่เฟยหลิงที่กำลังนั่งตักอยู่เด็กคนนี้ช่างมีกลิ่นกายที่หอมบริสุทธิ์เสียจริงดูท่าจะเป็ของดีที่เ้าของหอคณิกาเตรียมเอาไว้เพื่อรับรองเขาโดยเฉพาะ
“ท่านนายกอง ท่านชอบเล่นทายอดีตใช่หรือไม่ ข้าอยากรู้ว่าท่านทำได้อย่างไร”
“ทายอดีต?” เยว่เฟยหลิงทวนคำ หมายถึงหมอดูรึ?
“เ้าน่ะไม่รู้อะไร ได้ยินว่าท่านนายกองทายอดีตได้แม่นมาก” คนที่นั่งข้างๆเยว่เฟยหลิงบอกเล่า ทายอดีตอย่างนั้นรึ
“ให้ข้าลองสิว่าข้าจะทายอดีตของพวกเ้าได้หรือเปล่า” ทุกคนตื่นเต้นที่จะได้รับการทายอดีตจากท่านนายกองเยว่เฟยหลิงมองชายวัยกลางคนที่เอื้อมมือไปจับมือคนข้างๆแค่จับมือจะรู้ถึงอดีตของคนคนนั้นได้อย่างไร แค่โกหกกันเล่นเท่านั้นกระมัง
“อืม เ้าเล่นพิณมาก่อน เล่นมาหลายปีเสียด้วย” หลังจากที่จับๆคลำๆมืออยู่นั้นสักพักนายกองก็เอ่ยขึ้นคนที่ถูกทักว่าเคยเล่นพิณมาก่อนทำตาโต จากนั้นก็พยักหน้ารัวๆ
“ข้าเคยเล่นพิณมาก่อนจริงๆ ท่านนายกองอยากจะฟังหรือไม่”
“ข้าไม่ยักรู้ว่าเ้าเคยเล่นพิณ” หนึ่งในคนที่รู้จักกันเอ่ยถามคนที่ถูกทักว่าเคยเล่นพิณในตอนนั้นเองคนใช้ก็เอาพิณเข้ามา
“ข้าไม่คิดว่าจะได้เล่นอีก ข้าจึงไม่ได้เล่าให้พวกเ้าฟัง” เยว่เฟยหลิงมองคนที่กำลังเตรียมตัวเพื่อดีดพิณแค่บังเอิญหรือว่าทายถูกจริงๆกันแน่
“ท่านนายกองรู้ได้อย่างไร?” คนที่นั่งบนตักเอ่ยถามคนถูกถามก็เอานิ้วแตะปากเยว่เฟยหลิงเบาๆเป็เชิงว่าเื่นี้เป็ความลับ
แค่จับมือก็รู้ว่าคนคนนั้นทำอะไรมาอย่างนั้นรึจะมีคนที่เก่งกาจถึงขนาดนั้นได้อย่างไร
เสียงบรรเลงพิณค่อยๆดังขึ้นด้วยทำนองที่ไม่ช้าไม่เร็วนักแม้จะไม่เรียกได้ว่าเป็ยอดฝีมือด้านการบรรเลงพิณ แต่ท่วงทำนองก็นับว่าน่าฟังหลังจากที่บรรเลงจนจบเพลงท่านนายกองก็พยักหน้าอย่างพอใจ
“สมแล้วที่เล่นมาหลายปี ฝีมือเ้านับว่าไม่เลว”
“คราวนี้ท่านลองทายข้าบ้างสิขอรับ” เมื่อได้รู้ว่านายกองสามารถทายอดีตได้แม่นถึงขนาดนี้มีหรือคนอื่นจะไม่คิดอยากลองบ้างการทายอดีตของคนที่สองก็นับว่าตรง คนที่สองเคยร่ายรำในโรงละครมาก่อนส่วนคนที่สามเคยเป็คนครัว จะเป็แค่เื่บังเอิญจริงหรือที่ทายได้แม่นถึงขนาดนี้
เช่นนั้นหากถึงตัวเขานายกองจะไม่ดูออกหรอกรึว่าเขาเป็มือสังหาร
เห็นทีคงจะปล่อยให้นายกองััมือเขาไม่ได้
จะเป็แค่ความบังเอิญหรืออะไรก็ช่างเยว่เฟยหลิงก็เสี่ยงให้นายกองรู้ตัวตนของเขาไม่ได้
“ของเ้าเอาไว้ทีหลัง” นายกองหันมาเอ่ยกับเยว่เฟยหลิงก่อนจะเอื้อมมือไปจับมือกับคนที่สี่ใครเขาจะอยากให้เ้ามาจับมือกันล่ะ
“ท่านจะไม่บอกจริงๆหรือว่าท่านรู้ได้อย่างไร” เยว่เฟยหลิงใช้น้ำเสียงที่อ่อนหวานลงเล็กน้อยนายกองหัวเราะให้กับท่าทางออดอ้อนนั้น
“ได้ ข้าจะบอกเ้า”
“จริงๆหรือขอรับ” เยว่เฟยหลิงทำท่าตื่นเต้นดีใจตอนนี้เขายังหาทางปลีกตัวออกไปไม่ได้ จำเป็ต้องยื้อเวลาไม่ให้การทายอดีตมาถึงตัวเขา
“ฝ่ามือของมนุษย์มักจะบ่งบอกสิ่งที่เคยทำมา คนที่เคยเล่นพิณปลายนิ้วจะด้านส่วนคนที่เคยร่ายรำมือจะนุ่ม คนที่เคยเข้าครัวจะมีรอยบาดของมีด เ้าเข้าใจหรือยัง”ที่แท้ก็ไม่ใช่การทายอดีตแต่เป็การคาดเดาสิ่งที่เคยทำมาจากร่องรอยของฝ่ามือ หากเป็อย่างนั้นแล้วร่องรอยที่อยู่บนมือของเยว่เฟยหลิงคงจะเป็ร่องรอยของการสังหารคนมาอย่างชำนาญกระมัง
“ไม่สู้เ้าลองดู?” เพราะคนที่สี่นายกองยังไม่ได้พูดออกมาว่าเคยทำอะไรเขาจึงจะให้เยว่เฟยหลิงได้ลองดูซึ่งประมุขน้อยก็ตามน้ำััมือของเพื่อนร่วมงานก่อนจะทำท่าครุ่นคิด
คิดว่าประมุขแห่งถังเหมินจะไม่มีทักษะในการดูคนหรืออย่างไรแล้วยังไม่จำเป็ต้องถึงกับััอีกฝ่ายเพื่อให้รู้ว่าเคยทำอะไรมาด้วย
“ว่าอย่างไรเด็กใหม่ เดาออกหรือเปล่าว่าข้าเคยทำอะไรมา” คนที่เยว่เฟยหลิงจับมืออยู่ป้องปากหัวเราะ เยว่เฟยหลิงจึงหัวเราะกลับบ้าง
“ข้าว่าเ้าคงไม่อยากให้ข้าพูดหรอก จริงหรือไม่ท่านนายกอง?” เยว่เฟยหลิงหันไปถามความเห็นคนที่นั่งตักอยู่ นายกองเลิกคิ้วหรือว่าเด็กคนนี้จะรู้จริงๆว่าอีกฝ่ายเคยทำอะไรมา
“เ้าดูฉลาดไม่เลว ไหนบอกข้าสิว่าเ้ารู้อะไร” ประมุขน้อยโน้มตัวไปกระซิบนายกองก่อนที่จะได้ยินเสียงหัวเราะดังลั่นตามมา
“ฉลาดนัก ถูกใจข้าเสียจริง!” พูดเสร็จก็หอมแก้มเยว่เฟยหลิงไปฟอดใหญ่คนที่ถูกหอมแก้มก็ได้แต่ยิ้มกลบเกลื่อน ตาแก่ เ้าช่างกล้าเสียจริงนะ
“อะไรกัน นี่พวกท่านคุยอะไรกันน่ะ” คนที่เพิ่งถูกทายอดีตทำสีหน้าไม่พอใจแอบกระซิบอะไรกันอยู่สองคน แม้แต่เด็กใหม่ก็รู้อย่างนั้นรึ
“อย่าน้อยใจไปเลย เอาเป็ว่าเด็กใหม่คนนี้ทายถูกก็แล้วกัน” นายกองหัวเราะอย่างพอใจพร้อมกับรับจอกเหล้ามาดื่มต่างจากอีกคนที่กำลังมองเยว่เฟยหลิงอย่างไม่พอใจ
ให้ข้าพูดตรงๆเลยดีหรือไม่ว่าเ้าเคยเป็ขโมยมาก่อนน่ะเห็นแก่หน้าเ้าที่จะใช้ทำมาหากิน ข้าถึงไม่พูด
“เด็กน้อย มาให้ข้าดูหน่อยว่าเ้าเคยทำอะไรมา” ร่างโปร่งเก็บมือทำท่าเนียมอายเป็เชิงว่าไม่อยากให้รู้
“ข้าไม่อยากขายหน้านี่ขอรับ”
“เช่นนั้นเราจะรู้กันแค่สองคน ดีหรือไม่?” นายกองยื่นเงื่อนไขเด็กคนนี้ถูกใจเขายิ่งนักทั้งท่าทางที่แสดงออกมากับความฉลาดที่มากเกินกว่าจะมาทำงานอยู่ที่นี่ได้ตัวมาอยู่ข้างกายคงเป็ทางเลือกที่ไม่เลว
“ข้าว่าคนอื่นต้องอยากรู้แน่เลย” เยว่เฟยหลิงชำเลืองมองอีกสี่คนข้ารู้หรอกว่าพวกเ้าอยากรู้ อิจฉาข้าที่ได้นั่งตักของนายกองล่ะสิ
“ข้าไม่บอกเสียอย่าง คนอื่นจะได้รู้รึ?” เด็กคนนี้ช่างลูกไม้แพรวพราวเสียจริงชักอยากจะรู้แล้วว่าเด็กคนนี้ทำอะไรมาก่อนหรือจะอยู่ที่หอคณิกาแห่งนี้มาั้แ่ยังเด็กเลยกันแน่นะ
“แต่ข้า…..”
“ยื่นมือมา” เมื่อเห็นว่าคนบนตักไม่ยอมยื่นมือมาเสียทีนายกองจึงเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงที่คล้ายจะออกคำสั่งเล็กน้อยเยว่เฟยหลิงถอนหายใจ ช่วยไม่ได้หากนายกองผู้นี้รู้ถึงตัวตนของเขาก็คงไม่มีทางเลือกนอกจากต้องใช้ความรุนแรง
เขาได้แต่หวังว่าเขาจะไม่ต้องลงมือ
ฟิ้ว~~
“อะไรกัน!!”
“โอ๊ย!!”
ชั่วขณะที่มือใหญ่กำลังจะััโดนมือของเยว่เฟยหลิงจู่ๆก็มีลูกธนูจากที่ไหนไม่รู้พุ่งตรงเข้ามานายกองผลักเยว่เฟยหลิงลงจากตักก่อนจะพลิกตัวหลบทำให้คนที่อยู่ในห้องใรวมทั้งเยว่เฟยหลิงที่เผลอใไปชั่วขณะหนึ่ง
ลูกธนูนี่จงใจเล็งมาที่นายกองหรือ?
เยว่เฟยหลิงหันไปมองตามทิศทางที่ลูกธนูพุ่งมาบนหลังคาของอีกฝั่งไม่มีใครยืนอยู่ธนูที่ปักอยู่ก็แค่เฉียดตัวนายกองไปเท่านั้นไม่ได้ถึงตาย หรือว่าจะเป็…
“ไปเร็ว!” ยังไม่ทันที่จะวิเคราะห์สถานการณ์เสร็จใครสักคนก็ฉุดเขาลุกขึ้นแล้วรีบพาเขาวิ่งออกไปจากห้องรู้ตัวอีกทีพวกเขาก็มายืนอยู่ที่โถงกลางแล้ว
“เมื่อครู่คือลอบสังหารรึ?”
“จะเป็ไปได้อย่างไรกัน”
“เ้าเป็อะไรหรือเปล่า” คนที่เหลือหันมามองเยว่เฟยหลิงเพราะเป็คนเดียวที่ล้มอยู่กับพื้นอันที่จริงต้องบอกว่านายกองผลักเขาลงมาอยู่ที่พื้นมากกว่า
“ไม่เป็ไร ใหมดเลย”
“โชคยังดีที่ไม่โดนเ้า ใครกันที่ทำแบบนี้” เยว่เฟยหลิงพอจะเดาได้ว่าใครที่ทำแบบนี้ตอนนี้คงต้องปลีกตัวออกไปก่อน
“ข้ารู้สึกไม่ดีเลย ข้าขอตัวไปพักก่อนนะ” เพราะทุกคนคิดว่าเยว่เฟยหลิงคงใที่ถูกธนูพุ่งเข้าใส่จึงไม่มีใครรั้งตัวเอาไว้เขาจึงสามารถปลีกตัวออกมาได้อย่างง่ายดาย
การสืบข่าววันนี้ไม่ได้อะไรเลยอย่างนั้นสินะเสียเวลาเปล่าจริงๆ