“กะทิจะแวะกินอะไรก่อนเข้าบริษัทไหม ?? ” พันธ์ธีราที่ตอนนี้กำลังขับรถไปทำงานที่บริษัท วันนี้พวกเธอเข้างานสายหน่อยแต่ไม่เป็ไรเพราะดูจากตารางงานก็ไม่มีงานเร่งด่วนอะไร ทั้งสองสาวจึงสามารถเอ้อระเหยได้ เงียบไม่มีสัญญาณตอบกลับจากเลขาสาว พันธ์ธีราจึงหันหน้าไปมองก็เห็นว่าแม่เลขาตัวแสบกำลังนั่งเหม่อลอยอยู่ในโลกส่วนตัวไม่สนใจฟังคำถามเธอสักนิด
“กะทิ?!”
“คะ! คุณพร้อมเรียกกะทิทำไม”
พันธ์ธีราถึงกับส่ายหน้าให้กับความป้ำ ๆ เป๋อ ๆ ของกะทิ “เป็อะไรฉันพูดด้วยก็ไม่ฟังนั่งหูทวนลมอยู่ได้”
“กะทิขออีกรอบได้ไหมคะ? คุณพร้อมกะทิไม่ทันได้ฟังบังเอิญกำลังคิดอะไรเพลิน ๆ”
“จิส์…เธอนี่มัน...เอาละฉันจะพูดเป็รอบสุดท้ายนะ ฉันถามเธอว่าเธอจะกินอะไรก่อนไหมฉันจะได้แวะถ้าไม่กินจะได้เข้าบริษัทเลย ว่าไงใกล้ถึงร้านอาหารแล้ว”
“กะทิยังไม่หิวเท่าไหร่ ถ้าคุณพร้อมหิวแวะก็ได้ค่ะ”
“เธอเป็อะไรกะทิ? ทำหน้ายังกับคนแบกไว้ทั้งโลก”
“กะทิไม่ได้เป็อะไร กะทิแค่สงสัยว่า….”
“ว่าอะไรก็พูดออกมาสิ อ้ำ ๆ อึ้ง ๆ อยู่ได้ฉันเคยบอกเธอหลายครั้งแล้วว่าฉันชอบคนชัดเจนอยากรู้อะไรก็ถามมา”
“กะทิแค่สงสัยว่าตอนนี้เราสองคนเป็อะไรกัน?”
“ก็เป็เ้านายกับเลขาไงหรือเธออยากเป็อะไรที่มากกว่านั้นหรอกะทิ”
“นั้นสิตอนนี้กะทิกับคุณพร้อมเป็เลขากับเ้านายแล้วกะทิก็แค่สงสัยกับความสัมพันธ์ของเราสองคนที่มันเกินกว่าที่คนเป็เ้านายลูกน้องตามปกตินี่คะ อีกอย่างคุณพร้อมเองก็มีแฟนคือคุณวีตาแล้วทำไมยังมามีอะไร ๆ กับกะทิและนี้คือสิ่งที่กะทิสงสัย”
“แล้วใครบอกว่าฉันกับวีตาเป็แฟนกันละ ฉันจำได้ว่าฉันไม่เคยบอกเธอเลยสักครั้งว่าฉันสองคนเป็แฟนกัน”
“แล้วที่กะทิเห็นวันนั้น วันที่คุณวีตามาหาคุณพร้อมวันแรกมีหอมแก้มและจูบปากกันละคะ เพื่อนกันมันทำกันแบบนั้นได้ด้วยเหรอ กะทิกับป๋องเรายังไม่เคยหอมแก้มจูบปากกันเลย จะว่าเป็การทักทายแบบฝรั่งมันก็ไม่ใช่”
“ฉันกับวีตาก็ทำเป็ปกติั้แ่อยู่ต่างประเทศอยู่แล้วมันแปลกตรงไหน ฉันไม่เข้าใจสิ่งที่เธอ้าสื่อกะทิ เธอ้าอยากรู้อะไรเอาให้ตรงฉันจะได้ตอบคำถามเธอได้ถูก ไม่ต้องอ้อมโลก”
“งั้นเอาตรง ๆ นะคะคุณพร้อมกะทิว่าสิ่งที่เราสองคนทำกันนี้มันไม่ถูกต้อง มันแบบเอ่อ…ยังไงดีละกะทิอธิบายไม่ถูก กะทิคิดไปคิดมาแล้วว่ากะทิทำพลาดไปที่ไปขอให้คุณพร้อมสอนทำเื่อย่างว่าถ้าพ่อจ๋าแม่จ๋ารู้ว่ากะทิทำตัวก๋ากั่นแบบนี้คงเสียใจแย่ เื่แบบนี้กะทิว่าเราควรทำกับคนที่เรารักมากกว่าจริงไหมคะ?”
“ฉันว่ามันเป็เื่ปกติในเมื่อเธอพอใจฉันพอใจตกลงทำร่วมกันทั้งสองฝ่ายมันก็จบ เธอไม่ได้ฝืนใจฉันส่วนฉันก็ไม่ได้ฝืนใจเธอ พูดให้เห็นภาพก็เหมือนพวกวันไนท์สแตนท์ แต่แค่เธอกับฉันไม่ใช่เท่านั้น”
“แต่… กะทิกับคุณพร้อมไม่ได้จบแค่ครั้งเดียวนี่คะ”
“ที่เธอพูดมาเธอ้าความรักจากฉันอย่างงั้นหรือเปล่ากะทิ”
“เปล่า ๆ ไม่ใช่ค่ะ เอาเป็ว่าคุณพร้อมลืมสิ่งที่กะทิถามในวันนี้ไปละกันคิดเสียว่ากะทิไม่ได้ถามนะคะ”
“อะไรของเธอ ฉันละตามอารมณ์เธอไม่ทันแล้วกะทิ เดี๋ยวอยากรู้เดี๋ยวไม่อยากรู้”
“กะทิแค่สงสัยว่าตัวเองเป็อะไรแค่นั้นมันรู้สึกสับสนในใจเฉย ๆ”
“ตัวเธอเองยังไม่รู้เลยว่าตัวเองเป็อะไรกะทิ แล้วคนอื่นจะรู้ได้ยังไงจริงไหมกลับไปคิดดี ๆ เธอรู้สึกยังไงกันแน่ เื่ที่เราสองคนทำกันคนที่ไม่รักกันเค้าจะทำกันไหมไปหาคำตอบมา ถ้าเธอตอบมันได้ค่อยมาถามฉัน ตัวเธอเองยังไม่รู้เลยว่าความรักมันคืออะไร ฉันจะไม่บอกกับคนที่มันยังไม่รู้แม้กระทั่งใจตัวเองหรอกนะมันเสียเวลา”
“แร๊ง!! ก็กะทิยังไม่เคยมีความรักนี้คะ อ่านตามกระทู้ต่าง ๆ มันก็ไม่อินอ่ะ คุณพร้อมน่าจะมีประสบการณ์ก็บอกเป็วิทยาทานแก่คนไม่รู้แบบกะทิไม่ได้หรอคะ”
“ไม่เื่แบบนี้ต้องเรียนรู้มันเองและให้มันรู้สึกออกมาจากใจเธอเอง ฉันบอกเธอมันก็ไม่เข้าใจหรอก”
“แล้วเมื่อไหร่กะทิจะได้รู้จักมันละคะไอ้เ้าความรักนี่หรือว่ากะทิต้องเสาะแสวงหาจากคนที่เข้ามาจีบกะทิอย่างพี่พายดีไหมนะ”
“เอี๊ยดดดดด!!!” เสียงล้อรถครูดไปกับพื้นถนน เพราะพันธ์ธีราใถึงกับเหยียบเบรครถกะทันหัน
“คุณพร้อม!! เบรครถทำไมคะดีนะไม่มีคันหลังตามมาไม่งั้นโดนชนตูดแหง ๆ ขวัญเอ้ยขวัญมา”
“เมื่อกี้เธอบอกว่าอะไรนะกะทิ พูดอีกทีสิฉันฟังไม่ชัดเท่าไหร่”
“กะทิแค่บอกคุณพร้อมว่ากะทิจะลองมีความรักไงคะ เริ่มต้นจากคนที่เข้ามาจีบกะทิอย่างพี่พายน่ะค่ะ คุณพร้อมว่าดีไหม??”
“ไม่ดี!! เธอจะบ้าหรอจะเข้าไปเล่นกับความรักได้ยังไง ฉันไม่เห็นด้วย”
“อ้าว… อิหยังวะ!! อะไรของคุณพร้อมเนี่ย นี่ก็ไม่ได้นั้นก็ไม่ดี กะทิงงนะไม่รู้แหละกะทิว่ากะทิจะลองเปิดใจให้พี่พายเพื่อศึกษาเื่ความรัก”
“อย่าแม้แต่จะคิดนะกะทิ อย่าหาว่าฉันไม่เตือน”
“อ้าว???”
“ไม่อ้าว อย่าให้ฉันรู้ว่าเธอไปลองกับคุณพายนะกะทิ ไม่งั้นเื่ที่เธอมาให้ฉันสอนขึ้นครูได้ถึงหูพ่อจ๋าแม่จ๋าเธอแน่ ๆ ไม่เชื่อก็ลองดู”
“งงงงงงเด้???!”
“ไม่ต้องมาทำหน้าสงสัยเหมือนหมาเห็นปลากระเป๋า อายุแค่นี้ไม่ต้องไปสนใจเื่รัก ๆ ใคร่ ๆ มากนักสนใจเื่งานที่มันจะทำให้เธอมีเงินมีทองใช้ไม่ขาดมือดีกว่าเข้าใจไหมกะทิ”
“ค่ะ เข้าใจคะเ้านาย แต่กะทิไม่เข้าใจว่าทำไม….”
“พอห้ามคือห้าม จบนะอย่าให้ฉันรู้ว่าเธอขัดคำสั่งฉันไปแอบคบคุณพายแล้วเธอจะได้เห็นร่างอวตารอีกร่างของฉัน”
“โอ้ย!! แค่ร่างธรรมดาไม่แปลงกายกะทิก็กลัวจนหัวหดแล้วค่ะดุยังกับหม..เอ้ยยังกะเสือ กะทิยังอยากมีชีวิตไว้ดูโลกอันสวยงามอยู่ค่ะแฮะ ๆ”
“ว่าไงตกลงจะไม่กินแล้วนะ อย่ามาบ่นว่าหิวข้าวให้ได้ยินนะกะทิ”
“ไม่หิวแน่นอนค่ะ กะทิมีขนมที่พี่พายซื้อมาฝากไว้ตั้งเยอะ”
“กะทิ!! อูยกะทิแค่เสียดายขนมดี ๆ ทั้งนั้น ทำไมคุณพร้อมต้องมองกะทิตาเขียวปั๊ดอย่างนี้ด้วยคะ”
“เอาไปทิ้งให้หมด ขนมั้แ่วันไหนก็ไม่รู้หมดอายุไปแล้วหรือยัง อยากกินอะไรไปซื้อเอาใหม่ นั้นไงถึงร้านกาแฟพอดีลงไปเลือกใหม่ ขนมพวกนั้นทิ้งไป”
“แต่กะทิเสียดาย”
“กะทิฉันไม่ชอบคนที่ขัดคำสั่งฉัน”
“ค่ะ...เอ่อคุณพร้อมกะทิไม่ทิ้งได้ไหมเดี๋ยวกะทิเอาไปให้นังป๋องมันกินแทนได้ไหมคะ”
“ได้ตามใจเธอแต่อย่าให้ฉันรู้นะว่าแอบไปกินด้วยกันอีก เออ...เอาแบบนี้ดีกว่าต่อไปเธอไม่ต้องลงไปกินข้าวที่โรงอาหารแล้วเราจะกินข้าวด้วยกันตอนเที่ยง เธอเองก็จะได้ประหยัดค่าอาหารกลางวันไปด้วยในตัวเธอว่าดีไหม”
“ห๋า...ไม่ดีกว่ามั้งคะกะทิเกรงใจคุณพร้อมค่ะ”
“ฉันไม่ได้ให้เธอปฏิเสธ แต่มันคือคำสั่งเธอต้องปฏิบัติตามเท่านั้น”
“โอ่วววว"เผด็จการชัด ๆ กะทิพูดเบา ๆ กับตัวเองเพราะกลัวเ้านายสาวได้ยิน
“ฉันได้ยินไม่ต้องมาบ่น” ที่จริงเธอไม่ได้ยินที่กะทิพูดหรอกแต่พออ่านปากเล็ก ๆ นั้นออกว่ากำลังพูดอะไร
“ป๊าด!! คุณพร้อมถ้าได้ยินขนาดนี้ไม่ใช่คนแล้วนี้มันแวมไพร์ชัด ๆ หูไวเกินมนุษย์ปกติ”
“เฟี๊ยะ!!! ฉันเป็เ้านายเธออย่ามาปีนเกลียว ลงไปได้แล้วจะเอาไหมขนมน่ะยัยตัวแสบ ฉันละปวดหัวกับเธอทุกวันไมเกรนจะขึ้น”
“เอาค่ะไม่เอาก็อดนะสิคะ”