ข้อดีของข้าราชการคือการได้เงินเดือนจากคนที่ไม่รู้จักหน้าค่าตา
เป็องค์กรที่ใครก็ไม่มีสิทธิ์เป็เ้าของฉะนั้นต่อให้อยู่ตำแหน่งสูงขนาดไหนก็ไม่สามารถไล่พนักงานที่อยู่ใต้บังคับบัญชาออกได้ตามใจชอบ
เป็องค์กรที่ถ้าไม่ปฏิบัติงานตามคำสั่งก็อาจได้รับคะแนนประเมินที่ไม่ดีได้แต่ไม่สามารถไล่ออกจากงานได้
เพราะโครงสร้างองค์กรเช่นนั้นทำให้ระดับผู้บัญชาการของหน่วยงานราชการไม่อาจเพิกเฉยต่อความคิดเห็นของพนักงานที่อยู่ตํ่ากว่าได้
สรุปก็คือรัฐวิสาหกิจนั้นมีความเป็ประชาธิปไตยมากกว่าบริษัทเอกชน
ในทางกลับกันการถูกรับรู้ว่ามีตัวตนจากผู้มีอำนาจสูงสุดของบริษัทเอกชนซึ่งเป็ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์นั้นถือว่าเป็เื่ที่น่ายินดีที่สุด
“มีเื่อะไรดี ๆ เกิดขึ้นเหรอคะ”
ณตอนนี้ พอคิมชอลซูมาถึงห้องพักพนักงานทีไร ชเวฮเยนาก็จะช่วยแต่งตัวให้ไปโดยปริยาย
“ครับ มีเื่ดี ๆ เกิดขึ้นที่บริษัทน่ะครับ”
“โอ๊ะ อย่างนั้นหรือคะ เื่อะไรเหรอคะ”
“เหมือนว่าผมจะนำเสนองานต่อหน้าท่านประธานใหญ่ได้ดีน่ะครับ”
ชเวฮเยนามือชะงักค้างและอ้าปากหวอ
พ่อเนี่ยนะกับพนักงานธรรมดา?ไม่ใช่เื่ง่าย ๆ เลยนะ
เมื่อชเวฮเยนาสบตากับคิมชอลซูในกระจกหญิงสาวก็เริ่มขยับมืออย่างคล่องแคล่วอีกครั้ง
“เป็เื่ที่สมควรให้อารมณ์ดีจริงด้วยค่ะแต่คุณคิมชอลซูบอกว่าเพิ่งเป็พนักงานใหม่ปีนี้ใช่ไหมคะ”
“ครับ”
“ไม่ง่ายเลยนะคะที่พนักงานใหม่จะได้รับความสนใจจากประธานใหญ่แบบนี้”
“ใช่ครับ โชคดีน่ะครับ”
ชเวฮเยนาจัดแต่งทรงผมให้คิมชอลซูเป็ครั้งสุดท้ายจากนั้นก็ตบมือ
“เสร็จแล้วค่ะ คอโอเคไหมคะ”
“ครับ ผมดูแลเป็อย่างดีเลยครับ”
“เพราะคุณชอลซู ลูกค้าคืนวันศุกร์กับวันเสาร์ถึงเพิ่มขึ้นเยอะถ้าทำให้ฉันผิดหวังละก็ เจอดีแน่ค่ะ”
“แน่นอนครับ”
“งั้น ถ้าถึงเวลาก็ออกมานะคะ”
“ครับ”
ชเวฮเยนาพูดเสร็จก็เดินออกมาและเมื่อได้ยินว่าแขกคนสำคัญมาถึงแล้ว เธอจึงรีบเข้าไปในห้องรับแขกวีไอพีทันที
ที่นั่นมีชเวยองจุนกับประธานใหญ่ชเวคยองฮุนนั่งอยู่ด้วยกัน
ชเวฮเยนาทำหน้าใเล็กน้อย
“อ๊ะ พ่อ?”
ลูกสาวคนเล็กที่ตอนเด็กๆ น่ารักน่าเอ็นดูแถมยังฉลาด แต่ยิ่งโตก็ยิ่งทำตามใจตัวเองทำให้ชเวคยองฮุนต้องเป็ห่วงอยู่เสมอ
นี่เป็การเจอกันครั้งแรกนับั้แ่ที่เธอหนีออกจากบ้านมาพร้อมบอกว่าจะเลือกเ้าบ่าวด้วยตัวเองในตอนที่เขาแนะนำว่าที่คู่ครองให้ แม้จะดีใจที่ได้เจอกันอีก แต่ก็ไม่มีคำพูดดี ๆออกมาจากปากของชเวคยองฮุน
“จิ๊ ๆ ๆ ดูเข้าสิ แต่งตัวอะไรอย่างนั้นน่ะ”
ชเวฮเยนาในชุดเดรสสีดำเผยผิวเล็กน้อยหมุนตัวด้วยท่าทางสง่าพลางตอบ
“ทำไมคะ อย่างนี้แล้วทำไมคะ นี่เป็ชุดที่หนูตัดเอง ว่าแต่มาที่นี่ทำไมคะ”
“เห็นไม่ติดต่อมาเลยเป็ปี ก็เลยมาเช็กว่าตายไปหรือยังน่ะสิ”
ชเวฮเยนาถอนหายใจเมื่อได้ยินดังนั้น
“คงจะอยากรู้สินะคะ”
“แล้วไง เจอไอ้หนุ่มที่ถูกใจแล้วหรือยังล่ะ”
“เื่นี้อีกละ พอถึงเวลาเดี๋ยวหนูก็จัดการเองแหละค่ะนี่ไม่ใช่สมัยโชซอนสักหน่อย”
ชเวฮเยนาบ่นปอดแปดไม่มีทีท่าว่าจะหยุดชเวคยองฮุนจึงรีบโบกมือให้พอพร้อมพูดว่า
“เอาเหล้ามาเสิร์ฟหน่อยไป”
“ทำเหมือนหนูเป็มาดามดูแลร้านเหล้าไปได้...”
ชเวฮเยนาที่ตั้งใจจะพูดเื่ของคิมชอลซูแต่เพราะอารมณ์เสียกับคำพูดของชเวคยองฮุนเสียก่อน จึงออกไปพร้อมปิดประตูดังปัง
“ไอ้ ไอ้ ไอ้เด็กไร้มารยาท”
ชเวยองจุนมองชเวคยองฮุนที่ทำท่าไม่พอใจแล้วพูด
“เป็เด็กที่มีนิสัยอิสรเสรีไม่เหมือนพี่น้องคนอื่นเลยนะครับ พ่อ”
“ไม่น่าส่งมันไปเรียนเมืองนอกเลย เออจะว่าไป เื่เ้านั่นรู้อยู่แล้วเหรอ”
“หมายถึงใครครับ”
“นักแข่งของแกวันนี้น่ะ”
ชเวยองจุนนึกถึงคิมชอลซูที่แสดงให้เห็นภาพอันเหนือความคาดหมายในการนำเสนอพร้อมกับภาพอันน่าเชื่อถือของอันจองกยูที่บอกว่าเชื่อในตัวพนักงานใหม่ของตนเอง
“เชื่อมั่นอยู่แล้วครับ”
“ใคร หมายถึงเด็กนั่นหรือว่ารองผู้อำนวยการอันที่เป็พวกเพียงคนเดียวของแกกันแน่”
“เชื่อมั่นทั้งคู่ครับ”
“คนที่มีไอเดียดีแบบนั้น แถมภาษาอังกฤษยังคล่องแคล่วจนน่าทึ่ง มีทั้งความสามารถด้านการนำเสนอและความมั่นใจขนาดนั้นทำไมถึงได้เข้ามาเป็ที่โหล่ของพนักงานใหม่ได้ล่ะ”
“เป็เพราะอคติส่วนตัวของผู้ใหญ่ที่ตัดสินแค่คุณสมบัติไม่ใช่หรือครับ”
ชเวยองจุนคิดว่าตัวเองก็มีสภาพเดียวกันกับคิมชอลซู
แน่นอนว่าเป็เพราะเขาี้เีนิดหน่อยด้วยแต่เขาเบื่อพวกพี่ ๆ ที่ต่อสู้กันอย่างดุเดือดเพื่อแย่งชิงอำนาจบริหารจึงเลือกที่จะถอยออกมาอยู่ข้างหลัง
พวกพี่ๆ ที่เอาแต่วิ่งไปข้างหน้าและทะเลาะตบตีกันเอง ไม่เคยคิดว่าเขาเป็ศัตรูด้วยเลย
ทำไมน่ะหรือก็เพราะไม่ใช่คู่แข่งอยู่แล้วอย่างไรละ ชเวยองจุนที่ชอบแบบนั้นจึงเลือกพอใจแค่นี้
“ทำไม แกเองก็อยากพูดแบบนั้นกับฉันเหมือนกันหรือไง”
ชเวยองจุนพยักหน้าให้ชเวคยองฮุน
“ก็ไม่ปฏิเสธหรอกครับ”
“ฮ่า ๆ ๆ แค่เอาชนะเื่เล็ก ๆ ที่ไม่ได้สลักสำคัญอะไรมาได้ครั้งเดียว แหมอย่าทำเป็เหลิงไปหน่อยเลย”
“ต้องรู้จักยินดีกับเื่เล็ก ๆ ก่อนถึงจะยินดีกับเื่ใหญ่ ๆได้ไม่ใช่หรือครับถ้าตั้งความหวังในชีวิตสูงจนไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับความสุขเล็กน้อยนั่นแหละครับที่เรียกว่าความทุกข์”
“ไอ้เด็กนี่ เถียงคำไม่ตกฟาก ได้สิขอดูหน่อยว่าจะทำยังไงกับการต่อสู้ที่เสียเปรียบอย่างนั้น”
“ขอบคุณจริง ๆ ครับ ที่มอบโอกาสที่ดีให้นักแข่งของผม”
ชเวคยองฮุนยิ้มเ้าเล่ห์ให้กับคำพูดของชเวยองจุน
ความจริงที่เขาสั่งแบบนั้นเพราะตั้งใจทำให้ขายหน้าแต่คิดไม่ถึงว่าจะเตรียมตัวได้ดีขนาดนั้น
ความสนุกจากความคาดไม่ถึง
“เด็กนั่นก็แค่คว้าโอกาสไว้ได้ด้วยความสามารถของตัวเองเท่านั้นแหละ”
ชเวคยองฮุนพูดอย่างนั้นพลางมองลงไปยังนักร้องหนุ่มที่กำลังร้องเพลงป็อปด้วยนํ้าเสียงทรงเสน่ห์อยู่บนเวทีเขาฟังเพลงอยู่ครู่หนึ่งจนเมื่อพนักงานนำเหล้าและกับแกล้มมาเสิร์ฟจึงหันหน้าไปพูดกับชเวยองจุน
“เก่งนี่ ฮเยนา ยายเด็กนี่ก็เก่งด้านนี้เอาเื่อยู่เหมือนกันนะ”
“ครับ พ่อ”
“ไม่ได้ดื่มด้วยกันนานแล้ว มาดื่มกันสักหน่อยแล้วค่อยกลับดีกว่า”
“เราจะปรับหน้าที่ความรับผิดชอบในทีมกันใหม่ จากนี้ชอลซูจะดูแลทวีปแอฟริกาผู้ช่วยผู้จัดการอีดูแลฝั่งตะวันออกกลางกับออสเตรเลียผู้จัดการพโยรับผิดชอบรัสเซีย ส่วนโปรเจกต์ใหญ่ ๆ เดี๋ยวฉันดูแลเอง”
สัปดาห์ต่อมาหลังจากการนำเสนอสิ้นสุดลงอันจองกยูก็ปรับเปลี่ยนหน้าที่รับผิดชอบในทีมครั้งใหญ่
“แล้วงานที่กำลังทำอยู่ตอนนี้ให้ทำยังไงครับ”
“อาจจะต้องเลิกงานช้าหน่อย แต่ให้รีบส่งต่องานที่สำคัญก่อนพวกพนักงานใหม่ของทีมอื่นก็ได้รับผิดชอบหน้าที่ของตัวเองกันแล้วชอลซูของเราก็ต้องทำแบบนั้นด้วยโดยเฉพาะผู้ช่วยผู้จัดการอีจุนฮัก่นี้คงต้องลำบากหน่อยนะ”
“ครับ หัวหน้า ไม่ต้องเป็ห่วงครับถึงจะต้องใช้เวลาหน่อยแต่ว่าเคสของทางแอฟริกาเดี๋ยวผมจะช่วยเองครับ”
“อื้ม พอผู้ช่วยผู้จัดการอีพูดแบบนี้แล้วก็หายเป็ห่วงเลย”
หลังจากนั้นคิมชอลซูก็ต้องรับการส่งต่องานจากผู้ช่วยผู้จัดการอีจุนฮักอยู่พักหนึ่ง
หน้าที่ในการนำเข้าสินค้าพิเศษที่ผลิตจากแอฟริกาไปขายให้แก่ประเทศอื่นหรือนำสินค้าของประเทศอื่นไปขายที่แอฟริกาและงานแรกที่ได้รับส่งต่อมาให้รับผิดชอบคือการขายเมล็ดกาแฟจากเคนยาให้แก่ยังซอโภคภัณฑ์ผู้ผลิตกาแฟสำเร็จรูปขนาดใหญ่
พอสตาร์บัคส์เข้ามาในประเทศก็ทำให้มุมมองของผู้คนที่มีต่อกาแฟเปลี่ยนไปผู้คนเริ่มตามหากาแฟที่ดีกว่าทำให้ยังซอโภคภัณฑ์เริ่มนำเข้าเมล็ดกาแฟคุณภาพดีจากเคนยาเพื่อทำแบรนด์กาแฟที่คล้ายคลึงกับสตาร์บัคส์
ปริมาณนำเข้าต่อปีคือสองพันตัน
มูลค่าซื้อขายปีละหนึ่งหมื่นหกพันล้านวอน
งานนี้คาดว่าจะมีอัตรากำไร[1] ที่ 2.3 เปอร์เซ็นต์และกำไรอยู่ที่ประมาณสามร้อยเจ็ดสิบล้านวอน
“เป็งานที่ค่อนข้างใหญ่สำหรับการมอบหมายให้เด็กใหม่ทำแต่ว่างานเอกสารเรียบร้อยหมดแล้ว เหลือแค่ตรวจสอบเื่การขนส่งให้ถูกต้องแค่นั้นพวกเนื้อหารายละเอียดอย่างเช่น กำหนดการบรรทุกสินค้าลงเรือ กำหนดการเดินเรือกำหนดการบรรทุกและขนส่งพวกนั้นให้ตรวจสอบด้วยการติดต่อกับผู้ช่วยผู้จัดการคงจองฮุนของฮันยองโลจิสติกส์ทุกวัน”
“ได้ครับ ผู้ช่วยผู้จัดการอี”
คิมชอลซูตั้งใจจดโน้ตพร้อมตอบ
“ก่อนที่จะบรรทุกสินค้าลงเรือต้องไปที่เคนยาเพื่อตรวจสอบว่าของที่จะส่งมาทางนี้ถูกต้องไหมเพราะเป็บริษัทที่เคยมีประวัติว่าเอาเมล็ดกาแฟคุณภาพแย่มาปนด้วยตอนติดต่อค้าขายกับเ้าอื่น”
ฮันยองเทรดดิ้งโดดเด่นเื่การค้าโดยเป็ตัวกลางทำสัญญาระหว่างผู้นำเข้ากับผู้ส่งออก
นอกจากนั้นแล้วบริษัทฮันยองโลจิสติกส์จะดำเนินการั้แ่การผ่านศุลกากรการบรรทุกและขนส่งสินค้าทุกกระบวนการเอง
หลังจากตกลงทำสัญญาเรียบร้อยงานที่พนักงานผู้รับผิดชอบฝั่งการค้าต้องทำคือควบคุมและตรวจสอบกระบวนการเ่าั้ให้เป็ไปอย่างถูกต้องเพราะอย่างนั้นจึงต้องไปตรวจสอบหน้างานด้วยในบางครั้งคราว
ซึ่งพื้นที่เช่นนั้นเซลส์ส่วนใหญ่ก็จะหลีกเลี่ยงกันแต่สำหรับคนที่มีนิสัยอย่างผู้ช่วยผู้จัดการอีจุนฮักแล้วที่ไหนก็ไม่ใช่เื่สำคัญถ้าจำเป็ก็ต้องไป
“ครับ รับทราบครับ เดี๋ยวจะคุยและกำหนดวันกับทางผู้ส่ง ทางตัวกลางและผู้ช่วยผู้จัดการคงจองฮุน แล้วก็ตามไปดูกระบวนการขนส่งสินค้าลงเรือครับ”
“อื้ม แล้วก็ไปเรียนรู้เื่กาแฟด้วย จะได้รู้ว่าอะไรดีไม่ดี”
“จะพยายามเต็มที่ครับ”
“นี่เป็โปรเจกต์ที่ส่งผลโดยตรงกับการประเมินฉันถ้ามีอะไรผิดพลาดก็จัดการให้เรียบร้อยเข้าใจไหม ไม่งั้นจะโดนเชือดแน่”
ผู้ช่วยผู้จัดการอีจุนฮักส่งต่องานเล็กๆ น้อย ๆ ที่ทำอยู่จนเรียบร้อย แล้วก็ไปรับการส่งต่องานเกี่ยวกับออสเตรเลียจากผู้จัดการพโยอิลซู
กลางเดือนพฤษภาคม
“ซื้อผลไม้อะไรมาขนาดนั้น”
ยุนจินซุกรับถุงสีดำจำนวนหนึ่งที่อยู่เต็มสองมือของคิมชอลซู
“อีกเดี๋ยวจะหน้าร้อนแล้วใช่ไหมล่ะ ต้องกินของดี ๆ จะได้ไม่เป็หวัดไง และเดี๋ยวผมจะไปทำงานต่างประเทศสักพักถ้าไปแล้วกินดีอยู่ดีคนเดียวก็รู้สึกผิดอีก”
“โอ๊ย บอกว่าไม่ต้องเปลืองเงินกับของพวกนี้ไงเล่า แล้วไปทำงานที่ไหน”
“อื้ม ไปเคนยา”
“แล้วมันอยู่ที่ไหนล่ะ”
“อยู่แอฟริกา”
“หืม ไปก็ระวังตัวดี ๆ ล่ะ แม่เปิดเครื่องทำนํ้าอุ่นเอาไว้แล้วไปอาบนํ้าไป”
“อื้ม”
ยุนจินซุกล้างผลไม้ที่คิมชอลซูซื้อมาระหว่างรอเขาอาบนํ้าเสร็จแล้วนำไปวางไว้ให้ที่ห้องลูกชาย
คิมชอลซูใช้ผ้าเช็ดผมที่สระให้แห้งเมื่อเข้าห้องมาก็มองเห็นคิมยองซูที่กำลังยิ้มร่าอ่านหนังสือพลางกินผลไม้
“ได้ยินว่าสอบกลางภาคคราวนี้ได้ที่หนึ่งของโรงเรียนเหรอ”
“แม่บอกแล้วเหรอ”
“อือ ตอนกลางวันโทร.ไปอวดใหญ่เลย”
“ก็เพราะพี่นั่นแหละ”
“ใช่เหรอ”
“อือ อุตส่าห์ช่วยบำรุงร่างกายด้วยอาหารดี ๆ แบบนี้ทุกวันไม่ให้เรียนเก่งได้ไง”
คิมชอลซูเอาผ้าที่เช็ดผมแล้วใส่ตะกร้ารอซักก่อนหยิบซองสีขาวออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทที่สวมเมื่อตอนกลางวัน
“อันนี้อะไร”
“น้องได้ที่หนึ่งของโรงเรียนขนาดนี้ จะให้อยู่เฉย ๆ ได้ไงล่ะ”
“ว้าว! แสนวอนเหรอ เยอะมากเลยนะ”
“มีรองเท้าผ้าใบที่นายอยากได้อยู่ไม่ใช่เหรอพี่ไม่รู้ว่าคู่ไหนก็เลยซื้อมาให้ไม่ได้ เอาไปซื้อเองละกัน”
“ว้าว! ขอบคุณนะ จะใช้อย่างดีเลย!”
“สอบปลายภาคก็ต้องได้ที่หนึ่งเหมือนกันนะ”
“แน่นอน!”
“สู้!”
คิมชอลซูกำหมัดยื่นออกไปคิมยองซูก็ปรายตามองคิมชอลซูว่าทำอะไรเหมือนเด็ก ๆ แล้วเบนสายตากลับไปยังหนังสือ
การตอบสนองของคิมยองซูทำให้คิมชอลซูยิ้มอย่างอารมณ์ดีจากนั้นเขาก็นั่งลงพร้อมเปิดโน้ตบุ๊กและเปิดหน้าโปรแกรมหุ้นขึ้นมาพอเห็นลูกศรสีแดงซึ่งบ่งบอกว่าหุ้นที่ลงทุนไปทั้งหมดเพิ่มสูงขึ้นก็ยิ้มอย่างดีใจ
ยอดเงินลงทุนรวมทั้งสิ้นสิบเอ็ดล้านสองแสนวอน
ตอนนี้สินทรัพย์ประมาณการในบัญชีที่มีอยู่คือสิบหกล้านหนึ่งแสนวอน
อัตรากำไรปัจจุบัน43.8 เปอร์เซ็นต์
ดี!ถ้าเป็แบบนี้ต่อไป อีกไม่นานก็ซื้อบ้านได้แล้ว
คิมชอลซูดูหน้าโปรแกรมหุ้นพร้อมซึมซับความสุขก่อนจะปิดหน้าต่างแล้วหาข้อมูลเกี่ยวกับเคนยาในอินเทอร์เน็ตพร้อมใช้ความคิด
เื่เมล็ดกาแฟเป็ของผู้ช่วยผู้จัดการอีจุนฮักไม่ใช่ของเรา เพราะงั้นเราต้องเตรียมหาข้อตกลงเซ็นสัญญาใหม่ที่นั่นให้ได้
เคนยาที่มีปัญหาเื่ความอดอยากอย่างหนักจะ้าอะไร
คิมชอลซูนึกถึงเครื่องทำข้าวพองของคาด็อกเครื่องกลที่เขาเคยไปเยือนมาครั้งหนึ่ง
เป็พื้นที่ขาดแคลนอาหารไงล่ะ
บางทีพวกเขาก็น่าจะชอบเครื่องทำข้าวพองเหมือนที่คนเกาหลีเคยชอบมากๆ สมัยต้องเผชิญกับความยากจนอย่างรุนแรงหลังจากภาวะาหรือเปล่า
เดี๋ยวนะราคาผลิตต่อหน่วย สามแสนวอนใช่ไหมนะ
[1] ส่วนต่างระหว่างราคาต้นทุนกับราคาขาย