งานราตรีสโมสรของสถานทูตที่จัดขึ้นในคืนวันนั้นแเื่ผู้ได้รับเชิญมาล้วนแต่เป็หน้าเก่าๆ วงดนตรีออเคสตร้าก็วงเก่า แสงไฟสาดสว่างเข้าตาเอลเลียต ซาวาเรลล์ แชมเปญจ์ที่เขาดื่มเข้าไปขมขื่นเต็มที แต่เขาก็ยกมันขึ้นดื่มจนเกลี้ยงและสบตากับบริกรที่ถือถาดเครื่องดื่มเดินผ่านมา แก้วแล้วแก้วเล่าที่เขาดื่มโดยไม่สนใจว่ามันเป็บรั่นดีหรือวิสกี้
คนพวกนี้ไม่ใช่หรือที่้าให้เขามาที่นี่ในคืนนี้? งานออกจะกร่อยเกินไปใช่ไหมถ้าขาดเอิร์ลแห่งรูทเธอร์ฝอร์ด? เขาอดยิ้มหยันกับตัวเองไม่ได้เมื่อคิดถึงว่ามันคงเหมือนงานที่ขาดดอกไม้ประดับประดาให้สวยงามขาดควงเทียนนับร้อยพันที่ให้แสงสว่าง ความเป็เอิร์ลแห่งรูทเธอร์ฝอร์ดช่างมีความสําคัญเสียเหลือเกิน
นักดนตรีหน้าเก่าพวกนั้นกําลังบรรเลงเพลงไพเราะอ่อนหวาน หนุ่มๆ สาวๆ กําลังเต้นรํากันอย่างมีความสุข
ผู้คนทั้งหลายล้วนยินดีให้การต้อนรับเอิร์ลแห่งรูทเธอร์ฝอร์ดกันทั้งนั้น เขา้าให้ท่านเอิร์ลผู้มีความสําคัญไปร่วมในพิธีสมรสของลูกสาว ไปร่วมดื่มน้ำชาในยามบ่าย หรือไม่ก็มาร่วมงานราตรีสโมสรเช่นคืนนี้ ไม่มีผู้ใดคิดเดียดฉันท์เลยว่าในระยะหลังๆ ทั้งเอลเลียตและอีดิธผู้เป็ภรรยาไม่ได้จัดงานเลี้ยงรับรองแเื่ขึ้นที่คฤหาสน์หรือที่บ้านพักในชนบทอีกต่อไป อีดิธใช้เวลาส่วนใหญ่ไปพักอยู่กับพี่สาวผู้เป็หม้ายของหล่อนในกรุงปารีส ดังนั้นเอิร์ลแห่งรูทเธอร์ฝอร์ดที่ 17 จึงจําเป็ต้องปรากฏตัวในงานต่างๆ เพียงคนเดียว ศักดิ์แห่งตระกูลที่เป็มรดกตกทอดกันสืบมานี้เมื่อนับย้อนหลังกลับไปเขาเป็ถึงพระญาติสนิทของพระเ้าเฮนรี่ที่ 8 เลยเชียวแหละ
เอลเลียตเฝ้าแต่คิดสงสัยตัวเองอยู่เสมอมาว่าทำไมเขาไม่ตัดความสัมพันธ์กับคนพวกนี้เสียให้หมดสิ้นทั้งที่ควรทํามาตั้งนานแล้ว ทําไมเขาต้องยึดมั่นอยู่กับความสัมพันธ์ของผู้คนที่เขาแทบไม่เคยสนใจเลยด้วย? แต่สิ่งที่กำลังอยู่ในความคิดขณะนี้มันไม่ใช่ความจริงเสียทีเดียว เพราะถึงอย่างไรเขายังรักใครบางคนในจํานวนนี้อยู่ไม่ว่าใจอยากยอมรับหรือไม่ก็ตาม อย่างน้อยเขาก็รักใคร่ชอบพอกับแรนดอล์ฟ สแตรทฝอร์ดเช่นเดียวกับที่ชอบพอในตัวลอว์เรนซ์น้องชายของบุรุษผู้นี้ และแน่นอนเขารักจูลี่สแตรทฝอร์ดด้วย เขาชอบดูเธอเต้นรํากับลูกชายของเขาเช่นในเวลานี้
การที่เอลเลียตมาปรากฏตัวในงานคืนวันนี้เพราะเห็นแก่ลูกชายนั่นเอง ถึงแม้ว่าจูลี่ยังไม่ตกลงปลงใจจะแต่งงานกับอเล็กซ์หรืออย่างน้อยก็ไม่ใช่ในเร็ววัน แต่มันเป็ความหวังที่เห็นได้ชัดเจนว่าอเล็กซ์อาจสามารถหาเงินก้อนใหญ่เพื่อนำมาปรับปรุงที่ดินซึ่งตนจะได้รับเป็มรดกตกทอด ที่จริงผู้ที่มีศักดิ์ตระกูลขุนนางอย่างเขาน่าจะมีฐานะมั่งคั่งร่ำรวยพร้อมสรรพ แต่ดูเหมือนไม่เป็เช่นนั้นอีกต่อไปแล้วสําหรับเวลานี้
เื่เศร้าอยู่ตรงที่ว่าอเล็กซ์เกิดหลงรักจูลี่ขึ้นมาอย่างจับใจ โดยความเป็จริงแล้วเงินดูเหมือนไม่มีความหมายอะไรเลยสําหรับหนุ่มสาวในยุคนี้ มีแต่คนแก่เฒ่าเท่านั้นที่จัดการวางแผนกันขึ้นและเชื่อมั่นว่าตนเองจะต้องทำได้สําเร็จ
เอลเลียตเอนร่างพิงราวทองเหลืองทอดสายตามองดูคู่หนุ่มสาวที่ลอยล่องไปตามจังหวะเพลงกันอยู่เบื้องล่าง เขาพยายามให้ตัวเองลืมเสียงต่างๆ ที่ดังอยู่รอบตัวลงจนหมดสิ้นและรับฟังเพียงแต่ความไพเราะอ่อนหวานของเสียงเพลงเพียงอย่างเดียว แต่แรนดอล์ฟ สแตรทฝอร์ดกําลังพูดขึ้นอีกแล้ว แรนดอล์ฟกําลังให้คํารับรองกับเอลเลียตว่าผู้หญิงอย่างจูลี่ถ้าเพียงพยายามเกลี้ยกล่อมอีกสักหน่อยเธอคงยอมแต่งงานด้วยอย่างแน่นอน หรือไม่ถ้าหากลอว์เรนซ์ออกปากเพียงคำเดียวลูกสาวของเขาต้องยอมอยู่แล้ว
“ผมว่าเราต้องให้เวลากับเฮนรี่สักหน่อย” แรนดอล์ฟพูดใน่หนึ่ง “เขาเพิ่งเดินทางไปถึงอียิปต์ได้แค่อาทิตย์เดียว ถ้าลอว์เรนซ์ได้รับการเสนอแนะสักเล็กน้อย...”
“ทําไมลอว์เรนซ์จะต้องทําอย่างนั้นด้วยล่ะ?” เอลเลียตขัด
คําตอบที่เขาได้รับคือความเงียบ...
เอลเลียตรู้จักลอว์เรนซ์ดีกว่าแรนดอล์ฟหลายเท่า ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ความจริงในเื่นี้นอกจากเขาทั้งสองเท่านั้น เมื่อครั้งศึกษาอยู่ในอ๊อกซ์ฟอร์ดเอลเลียตกับลอว์เรนซ์เคยเป็คู่ขากันด้วยซ้ำ และหลังจากสําเร็จการศึกษาแล้วทั้งสองเคยอยู่ด้วยกันในเรือนแพทางตอนใต้ของกรุงไคโรตอน่ฤดูหนาว
เหตุการณ์ในชีวิตจริงที่ผันแปรทําให้คนทั้งสองต้องแยกทางกันเดิน เอลเลียตไปแต่งงานกับจูดิธ คริสเตียนเศรษฐินีสาวชาวอเมริกัน ส่วนลอว์เรนซ์หันมาจับงานด้านการเดินเรืออันเป็ธุรกิจของครอบครัวและสร้างจนกระทั่งมันยิ่งใหญ่กลายเป็อาณาจักรขึ้นมา แต่ความสัมพันธ์ฉันเพื่อนของบุคคลทั้งสองไม่เคยเสื่อมสลาย เอลเลียตยังติดตามไปหาลอว์เรนซ์และพักอยู่ในอียิปต์กับเพื่อนใน่วันหยุดบ่อยครั้ง แม้ทุกวันนี้ทั้งสองยังคุยกันเื่ประวัติศาสตร์ เื่สภาพปรักหักพังของโบราณสถาน เื่เกี่ยวกับการค้นพบหลักฐานสําคัญต่างๆ ทางด้านโบราณคดีและอีกมากมายหลายร้อยเื่ได้ทั้งคืน
ดูเหมือนมีเพียงเอลเลียตคนเดียวเท่านั้นที่รู้ว่าเพราะเหตุใดลอว์เรนซ์จึงมอบหมายภารกิจให้กับพี่ชายทั้งหมดและเดินทางไปอยู่ในอียิปต์ จนทุกวันนี้เขายังนึกอิจฉาลอว์เรนซ์ และนี่คือความขัดแย้งครั้งแรกที่เกิดขึ้นระหว่างบุคคลทั้งสอง
มีอยู่ตอนหนึ่งที่ลอว์เรนซ์เกิดบันดาลโทสะ ลอว์เรนซ์เรียกเอลเลียตว่าคนขลาดที่ยังใช้ชีวิตอยู่กับความสําราญในลอนดอนอย่างไร้คุณค่า โลกแบบนั้นจะไม่มีวันนำความสุขอันแท้จริงมาให้เขาได้ ขณะเดียวกันเอลเลียตก็วิพากษ์วิจารณ์ลอว์เรนซ์ว่าเป็คนโง่เขลาเบาปัญญา ซ้ำยังตาบอดอีกต่างหากทั้งที่ลอว์เรนซ์มีฐานะร่ำรวยมหาศาลอย่างที่เอลเลียตยังทาบไม่ติด ยิ่งกว่านั้นลอว์เรนซ์ยังมีลูกสาวที่ทั้งสวยทั้งฉลาดพรั่งพร้อมด้วยสติปัญญา ส่วนเอลเลียตมีทั้งภรรยาและลูกชายที่้าตัวเขาและความมีหน้ามีตาในสังคมอยู่ตลอดเวลา ลอว์เรนซ์โชคดีกว่าเอลเลียตตรงที่ภรรยาของเขาเสียชีวิตไปหลายปีแล้ว
“สิ่งที่ผมพูดอยู่นี้หมายความว่า...” แรนดอล์ฟกล่าวต่อ “ถ้าลอว์เรนซ์แสดงความจํานงว่าเขา้าให้มีการแต่งงานเกิดขึ้น...”
“และเพื่อให้ได้เงินสองหมื่นปอนด์นั้นมาใช่ไหม?” เอลเลียตสวนไปทันที แม้น้ำเสียงที่ถามจะสุภาพนุ่มนวล แต่ก็เป็คําถามจี้ใจแรนดอล์ฟ เขากล่าวซ้ำอีก “ภายในหนึ่งอาทิตย์อีดิธจะกลับมาจากฝรั่งเศสแล้ว แน่นอนเธอเป็คนละเอียดรอบคอบกับเื่แบบนี้เสมอ”
แรนดอล์ฟนิ่งเงียบไปอีก เหมือนกับเขาหาคําตอบให้กับคําถามนั้นไม่ได้จริงๆ
เอลเลียตหัวเราะเบาๆ แต่เขาไม่ได้หัวเราะเยาะแรนดอล์ฟหรือตัวเองและแน่นอนเขาไม่ได้หัวเราะเยาะอีดิธ แม้ว่าขณะนี้ภรรยาของเขาจะเหลือแต่ตัวกับเครื่องเพชรไม่มีเงินมากมายเท่าลอว์เรนซ์ก็ตาม
บางทีอาจจะเป็เสียงดนตรีกระมังที่ทําให้เขาเกิดความรู้สึกขบขัน หรือไม่ก็อาจเป็เพราะภาพของจูลี่ สแตรทฝอร์ดกําลังเต้นรําอยู่กับอเล็กซ์ข้างล่างสร้างความประทับใจให้บังเกิดกับเขาอย่างมากมาย หรือบางทีอาจเป็เพราะในระยะหลังๆ นี้เขาหมดความสามารถในการพูดจาแบบทีเล่นทีจริงได้อีกต่อไป การครุ่นคำนึงถึงความสุขเมื่อครั้งยังหนุ่มช่วยให้เขาเกิดความขบขันขึ้นมาได้เช่นกัน
เมื่อล่วงเข้าสู่วัยชราเอลเลียตเริ่มรู้สึกปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อและไปขอโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อฤดูหนาวมาถึง และเดี๋ยวนี้เขาไม่สามารถเดินเล่นแถวบ้านพักในชนบทได้ไกลเกินครึ่งไมล์เพราะเกิดความรู้สึกปวดแปลบขึ้นในทรวงอกอย่างรุนแรง ในวัยห้าสิบห้าเช่นวันนี้เขาไม่รู้สึกอะไรเลยกับการที่เส้นผมบนศีรษะเปลี่ยนเป็สีขาวโพลน แต่บางทีอาจจะเป็เพราะเขามีความเห็นว่าผมสีนั้นเหมาะกับบุคลิกของเขามากกว่าก็ได้ แต่ที่สร้างความเจ็บใจและเสียหน้าให้อย่างมากก็คือไม่ว่าจะไปไหนจําเป็ต้องมีไม้เท้าติดมือไปด้วยทุกครั้ง เขายังไม่รู้ว่าวันข้างหน้าจะต้องพบกับอะไรที่แย่กว่านี้
คนเราเมื่อล่วงเข้าสู่วัยชรามีแต่ความอ่อนแอจําเป็ต้องพึ่งพาอาศัยผู้อื่นอยู่เสมอ เอลเลียตเฝ้าแต่ภาวนาขอให้อเล็กซ์ได้มีโอกาสแต่งงานกับหญิงสาวผู้เป็ทายาทเงินล้านเสียเร็วๆ และหวังจะเห็นเพียงแค่ความสุขในชีวิตแต่งงานของลูกชาย
ทันใดเขารู้สึกอุ่นใจขึ้นมาอย่างหาสาเหตุไม่ได้ เสียงดนตรีแ่เบายังสร้างความหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก ได้แต่ปลอบตัวเองว่ายังดีกว่าไม่มีเสียงอะไรเสียเลย
เขาอยากเล่าให้แรนดอล์ฟฟังอย่างเหลือเกินว่าเขา เอลเลียตผู้นี้-เคยสร้างความผิดพลาดอย่างใหญ่หลวงในชีวิตมาแล้ว โดยเฉพาะยามค่ำคืนที่เขาอยู่ในอียิปต์เมื่อเขากับลอว์เรนซ์เดินไปตามถนนมืดครึ้มในกรุงไคโรด้วยกัน หรือไม่ก็ดื่มกันจนเมาหมดสติอยู่ในเรือนแพเหนือลําน้ำไนล์ ออกจะเป็เื่น่าแปลกที่ลอว์เรนซ์สามารถจัดการกับชีวิตของตนเองได้อย่างมีสัดส่วน สามารถประสบความสําเร็จในสิ่งที่คนอื่นล้มเหลวขณะที่เอลเลียตปล่อยให้ชีวิตเลื่อนลอยไปตามเื่ตามราว
ในที่สุดลอว์เรนซ์หนีเขาไปอยู่กลางทะเลทราย ไปซุกตัวเองอยู่ท่ามกลางวิหารที่มีแต่ความลึกลับและนอนอยู่ภายใต้แสงดาวกระจ่างสุกใสราวกับตาข่ายคลุมฟ้ายามราตรี