เสี่ยวเอ้อหายใจเข้าลึกๆ ก่อนกล่าวว่า
"คืออย่างนี้ขอรับเื่นี้กล่าวไปต้องพูดถึงเหตุการณ์เมื่อห้าหกปีก่อนในหมู่บ้านมีครอบครัวฐานะค่อนข้างดีแซ่จางครอบครัวนี้มีแม่นางน้อยผู้หนึ่งหน้าตาสะสวยเป็ที่ร่ำลือไปทั่วทั้งหมู่บ้านแห่งนี้...แล้วยังรวมถึงหมู่บ้านข้างๆ ด้วยเช่นกัน แต่สุดท้ายแล้วยังคงเป็ชายหนุ่มแซ่หวังที่มีทักษะการล่าสัตว์เป็เลิศในหมู่บ้านมีวาสนาได้แม่นางผู้นี้ไป
"ทั้งสองครองคู่กันจนมีบุตรชายหนึ่งคนเอ่อ..." เสี่ยวเอ้อมีท่าทีลังเล "เื่ต่อไปนี้ข้าก็ฟังมาอีกทีมิใช่ข้าเป็คนพูดนะขอรับชาวบ้านกล่าวกันว่าฮูหยินหวังมักไม่ค่อยพอใจเื่ฐานะความเป็อยู่ของครอบครัวสักเท่าไหร่เมื่อยามรวมกลุ่มพบปะกับเพื่อนสมัยเด็กก็มักจะถูกค่อนแคะว่าเป็ผู้ดีตกอับเขาว่ากันเช่นนี้...ความสัมพันธ์ในครอบครัวจึงไม่ค่อยดีนักมักจะทะเลาะกันบ่อยครั้งเล่ากันว่าในวันที่เกิดเื่ฮูหยินตระกูลหวังเรียกร้อง้าทานเห็ดป่าหายากชนิดหนึ่งกับสามีพรานหวังจึงเข้าป่าไปด้วยกันกับบุตร เนื่องจากทางผู้บุตรสนิทกับผู้เป็บิดามากกว่า"เสี่ยวเอ้อหยุดเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าไม่มีใครเห็นแย้งจึงเล่าต่อไป
"ค่ำคืนย่างกรายเข้ามาฮูหยินตระกูลหวังที่นอนหลับพักผ่อนใน่บ่ายนานเกินไปตื่นขึ้นมาไม่พบสามีและบุตรจึงแจ้งให้เพื่อนบ้านออกตามหาเมื่อระดมชาวบ้านได้จำนวนหนึ่งจึงช่วยกันเข้าไปหาพวกเขาในป่าแต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากนักเพราะความมืด วันต่อมาชาวบ้านก็ช่วยกันออกค้นหาอีกแต่ไม่พบร่องรอยอันใดที่ควรมีจนถึงบัดนี้ก็ไม่พบไม่เจอแม้แต่ซากศพคาดว่าน่าจะถูกเ้าขุนเขาลงโทษที่ล่วงล้ำลึกเข้าไปหาของป่าในขุนเขากระมัง
"ด้วยเหตุนี้เลยมีข่าวลือว่าฮูหยินหวังมีดวงพิฆาตสามีทำให้ครอบครัวพังพินาศนานวันเข้าฮูหยินหวังทนเสียงนินทาต่อว่าไม่ไหวเลยต้องแยกออกไปอยู่ผู้เดียวริมชายป่ากลายเป็หัวข้อให้ชาวบ้านเล่าลือนินทาทุกครั้งยามที่มารวมกลุ่มกันจิบชาหรือร่ำสุรา.."
"เหอะเหอะ! ช่างดีนัก..ผู้คนเรียกพวกข้าว่าลัทธิมารแต่พวกข้ายังไม่สามารถใช้ปากฆ่าคนได้อย่างง่ายดายเหมือนอย่างพวกเ้าเลย" จู่ๆหงลี่ที่ดูเหมือนจะมีความคับแค้นใจเกี่ยวกับการพูดจาให้ร้ายอยู่บ้างก็ส่งเสียงขึ้นมาอย่างหงุดหงิดทำเอาชาวบ้านในโรงเตี๊ยมกระอักกระอ่วนมองหน้ากันเลิกลัก
"แค่ก..แค่ก"กวงตงกระแอมไอสลายบรรยากาศอึดอัดแล้วจึงถามต่อ"เช่นนั้นแล้วเื่ของฮูหยินตระกูลหวังกับหนุ่มตาบอดคนนี้เื่เป็มายังไงหรือ"
ดวงตาของเสี่ยวเอ้อกลอกไปมาก่อนจะเล่าต่อด้วยเสียงเบาลงผู้ฟังอีกหลายโต๊ะที่นั่งอยู่แต่ไกลได้แต่กัดฟันอยากจะลุกไปนั่งใกล้ ๆตั้งวงล้อมฟังเป็เื่เป็ราวให้รู้แล้วรู้รอด
"คืออย่างนี้นะท่านทั้งสองเมื่อปีก่อนอยู่ดี ๆฮูหยินตระกูลหวังก็เดินลงเนินมาจากชายป่าเพื่อขายสมุนไพรให้กับคนที่ผ่านทางไปมาทำเอาทั้งหมู่บ้านตกตะลึงจังงังกันไปหมดจะไม่ตะลึงได้อย่างไรปกติแล้วชาวบ้านต่างเห็นว่านางเพียงลงมาใช้จ่ายทรัพย์สมบัติตระกูลเก่าแก่หรือสินสมรสที่ยังคงหลงเหลือไว้แล้วกลับชายป่าไปใช้ชีวิตเงียบๆ ของนาง
"ดังนั้นชาวบ้านส่วนใหญ่ต่างพูดกันว่า'หากมรดกบรรพบุรุษถูกใช้จนหมดสิ้นนางคงมิแคล้วได้อดตายตามสามีและบุตรไปเป็แน่' เพียงแต่ว่าสมุนไพรที่นางนำลงมาขายกลับขายได้ราคาดีเหมือนนางมีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านนี้มานานอย่างไรอย่างนั้นยิ่ง่นี้สถานการณ์บ้านเมืองไม่สงบยิ่งแล้วใหญ่พ่อค้า้าสินค้าจำพวกนี้มากขึ้นเรื่อยๆ
"ด้วยเหตุนี้พวกชาวบ้านต่างเริ่มสงสัยจึงมีคนแอบตามนางไปดูว่านางนำสมุนไพรมีค่าเหล่านี้มาจากที่ใดกันแน่ในที่สุดพวกเขาก็พบว่าใกล้กับที่ที่นางพักอยู่นั้นมีกระท่อมหลังเล็กสร้างขึ้นอย่างลวก ๆ แล้วยังมีคนหนุ่มผู้หนึ่งอาศัยอยู่กับนางด้วยจริง ๆ
"ด้วยความอยากรู้อยากเห็นไม่รอแจ้งผู้ใหญ่บ้านให้ทราบก่อนเหล่าชาวบ้านบางคนกลับทำใจกล้าเดินไปถามไถ่สารทุกข์สุกดิบพูดคุยสัพเพเหระกับหวังฮูหยินแต่ความจริงแล้วแอบสังเกตท่าทีของชายหนุ่มผู้นั้นต่างหาก"
"ชายหนุ่มผู้นั้นมีลักษณะเช่นไร"หงลี่ถามขึ้นมาอย่างอดไม่ได้.
เสี่ยวเอ้อทำท่าครุ่นคิด"ชายหนุ่มผู้นี้..ที่โดดเด่นที่สุดคือดวงตาของเขามีผ้าพันเอาไว้ตลอดเวลาพวกเราเลยเรียกเขาว่าหนุ่มบอด แต่ว่านะท่านทั้งสอง ในภายหลังพวกข้าสังเกตว่ายามเด็กหนุ่มผู้นี้เดินเหินไปไหนมาไหนกลับคล่องแคล่วว่องไวไม่ต่างกับคนตาดีบางคนบอกว่าเขาไม่ได้ตาบอดจริงแต่แท้จริงแล้วเขาแกล้งทำเพื่อ....อะแฮ่ม ๆ"เสี่ยวเอ้อไม่กล้าพูดต่อจึงได้แต่เงียบไป
เถ้าแก่เห็นดังนั้นจึงได้พูดต่อ"ท่านทั้งสองเื่ราวต่อจากนี้ล้วนเป็ข่าวลือ พวกข้าคงไม่กล้าพูดเหลวไหลเพียงฟังจากปากของเด็กเล็กที่ชอบไปเล่นแถวชายป่าเด็กเ่าั้บอกว่าหนุ่มบอดผู้นั้นเป็คนเงียบ ๆน่ากลัวอยู่บ้างแต่บางทีก็จิตใจดีสอนพวกเขาอ่านหนังสือแต่หากเห็นผู้ใหญ่เดินเข้ามาใกล้มักจะหลบเข้าบ้านไปเสมอ"
"เช่นนั้นแล้วแปลว่าแม้จะมีคนน่าสงสัยเข้ามาในหมู่บ้านพวกท่านก็ไม่ได้ระแวงสงสัยอะไรเลยหรือ"หงลี่ถามอย่างสงสัย
"เอ่อ..มิใช่เช่นนั้นขอรับ"เถ้าแก่ตอบก่อนหันไปมองเสี่ยวเอ้อ ฝ่ายหลังเห็นเถ้าแก่ส่งสายตามาดังนั้นจึงเล่าต่อ
"คือว่า..ตอนแรกชาวบ้านอย่างพวกเราย่อมไม่ยอมรับแต่ผู้ใหญ่บ้านไม่ออกหน้าพวกเราก็ไม่กล้าไปหาเื่ก่อนแต่แล้ววันหนึ่งมีเด็กคนหนึ่งในหมู่บ้านไปเล่นซุกซนตามชายป่าแถวนั้นเกิดถูกงูพิษกัดเข้าปรากฏว่าได้หนุ่มบอดช่วยชีวิตเขาเอาไว้ นอกจากนี้สมุนไพรที่ฮูหยินตระกูลหวังนำมาขายยังทำให้ตัวหมู่บ้านของพวกเราคึกคักมากขึ้นอีกด้วยมีกระทั่งคนที่เดินทางมาจากตัวเมืองเพื่อซื้อขายสมุนไพรจากฮูหยินตระกูลหวังเพียงอย่างเดียวโดยเฉพาะด้วยขอรับ"
"เหอะเหอะ" หงลี่หัวเราะเสียงเย็น"แม้เขาจะช่วยพวกเ้าให้ได้ผลประโยชน์แต่กลับตอบแทนพวกเขาด้วยคำนินทาพวกเ้าช่างดีจริงๆ"
บรรยากาศยิ่งกลายเป็น่ากระอักกระอ่วนกว่าเดิมคราวนี้เป็ฝ่ายเถ้าแก่พูดบ้าง"ท่านเซียนหญิงมิใช่ว่าพวกเราจะกีดกันพวกเขาออกไปเพราะเื่ที่ท่านคิดเพียงแต่ว่า...." เถ้าแก่หยุดพูดไปพลางเหลือบตามองไปรอบ ๆพวกชาวบ้านต่างสบตากันไปมา
"อึกอักอะไรกันยังมีอะไรที่พูดไม่ได้อีกรึ" หงลี่ชักหมดความอดทนเถ้าแก่จึงฝืนใจพูดต่อไปด้วยเสียงเบาแทบจะเป็กระซิบราวกับกำลังพูดเื่น่ากลัวอยู่
"คืออย่างนี้ขอรับท่านเมื่อสักครู่พวกเราพูดถึงหนุ่มบอดได้ช่วยเหลือเด็กที่ถูกงูกัดเอาไว้ใช่หรือไม่หลังจากเด็กที่ถูกงูกัดได้รับการรักษากลับมาพวกเราย่อมไม่เชื่อว่าเด็กหนุ่มอายุเท่านี้จะสามารถรักษาคนได้นอกจากนี้ยังมีเด็กวิ่งหน้าตาตื่นพูดเกี่ยวกับยาที่หนุ่มบอดใช้รักษาอีกด้วยพ่อแม่ของเด็กไม่ไว้วางใจจึงพาเด็กคนนั้นไปให้หมอยาประจำหมู่บ้านเปิดแผลออกดู"เถ้าแก่ทำหน้ายุ่งยากใจเล็กน้อยก่อนพูดต่อไป"แต่พอหมอประจำหมู่บ้านตรวจดูแล้วเขากลับบอกว่า ยาที่หนุ่มบอดใช้นั้น....เป็การใช้พิษหักล้างกับพิษงูขอรับ"
"พิษ!!"ได้ยินดังนั้นทั้งกวงตงที่นั่งฟังอย่างเรียบร้อยและหงลี่ต่างร้องอุทานออกมาพร้อมกันทั้งคู่สบตากันอย่างรวดเร็ว
ทั้งนี้ทั้งนั้นในใต้หล้าแห่งนี้มีศาสตร์วิชาหลากหลายหากแบ่งอยากหยาบที่สุดเพื่อให้ชาวบ้านเข้าใจง่ายก็คือสายหลักและสายมารสายมารสามารถพูดง่าย ๆ ก็คือทุกอย่างที่คนทั่วไปไม่ยอมรับนั่นแหละและในบรรดาศาสตร์มารนอกคอกนั้น ยังมีกลุ่มที่นอกคอกในความนอกคอกอีกที แน่นอนว่าผู้ใช้พิษย่อมถูกนับรวมเข้าไปอยู่ในกลุ่มที่แม้แต่ผู้ฝึกตนสายมารยังรังเกียจด้วยอย่างแน่นอน
ที่สำคัญกว่านั้นคือสามารถใช้พิษเพื่อหักล้างพิษได้ผู้ใช้ต้องเชี่ยวชาญการใช้พิษมากขนาดไหนกันแน่
"ขอรับ"เถ้าแก่เล่าต่อ "ตอนแรกพวกเรากลัวมากเพราะด้วยความรู้อันจำกัดของหมอประจำหมู่บ้านก็ไม่สามารถทำอะไรได้แล้วแต่ปรากฏว่าอาการของเด็กค่อย ๆ ดีขึ้น เขายังฝากใบสั่งยามาให้กับครอบครัวเด็กด้วยดังนั้นแล้วพวกเราก็เลยกลายเป็ว่าหวาดกลัวก็ส่วนหวาดกลัวแต่ก็ซาบซึ้งใจที่ช่วยเด็กในหมู่บ้านเอาไว้อีกอย่างไม่มีใครกล้าไปตอแยเพื่อให้ถูกยาพิษเล่นงานหรอกขอรับดังนั้นเื่ของฮูหยินหวังและหนุ่มบอดพวกเราเลยเป็คนใบ้หูหนวก [1] อยู่กันแบบเลอะเลือนเช่นนี้แหละขอรับ"เถ้าแก่เล่าต่อจนจบ
บรรยากาศในโถงโรงเตี๊ยมเปลี่ยนเป็เงียบกริบไม่มีใครพูดอะไรสักพักหนึ่งก็สมเหตุสมผลอยู่อีกฝ่ายเชี่ยวชาญการใช้พิษจะเสนอหน้าไปตายกันทำไมอีกฝ่ายไม่เข้ามาเดินท่อม ๆในหมู่บ้านก็แทบจะจุดธูปไหว้ขอบคุณบรรพบุรุษที่คุ้มครองอยู่แล้ว
หงลี่หันไปมองกวนตงแล้วถามเขาว่า"ท่านตัดสินใจได้หรือยัง"
กวนตงยิ้มตอบ"ยังไงก็ต้องเข้าไปในป่าอยู่แล้ว ถือว่าเป็ผ่านทางพอดีไม่ใช่หรือ"
หงลี่คว้าจานอาหารพร้อมหยิบตะเกียบขึ้นมาก่อนหันไปจ้องคนในโรงเตี๊ยม พวกคนอื่นที่เหลือต่างแยกย้ายกันไปทันทีพวกที่กินค้างไว้รีบซดน้ำซุบ เคาะจาน ซดน้ำชาเสียงดังจ๊วบทั้ง ๆที่ถ้วยว่างเปล่าไปนานแล้วจนเสียงดังเป็พิเศษ
เสียงสวบ ๆดังมาจากที่นั่งฝั่งตรงข้ามโต๊ะกวนตง เขาหันไปมองเถ้าแก่
"รบกวนเถ้าแก่สักสองสามอย่างได้หรือไม่ อย่างแรกข้าขอเส้นทางไปยังชายป่าที่หนุ่มบอดคนนี้อาศัยอยู่หน่อย อย่างที่สองนั้นข้าสงสัยว่าใบสั่งยาที่หนุ่มบอดเขียนไว้ให้ยังอยู่หรือไม่ ฝากท่านนำมาเก็บเอาไว้รอข้ากลับมาที่นี่ที....อ้อแล้วอีกอย่างขอชาอีกป้าน [2] หนึ่ง อีกไม่นานจะมีคนรีบทานจนสำลักอาหารแล้ว"
"แค่ก!!!...แค่ก!!!แค่ก!!!" เสียงสำลักดังมาจากฝั่งแม่นางหงคนงาม
ที่หน้าโรงเตี๊ยม หนึ่งบุรุษวัยกลางคน หนึ่งหญิงสาวท่าทางเหมือนกำลังอยากมีเื่กับใครยืนกอดอกมองไปยังถนนอย่างมีมาดของจอมยุทธ คนในโรงเตี๊ยมมองภาพนี้ออกมาด้วยความทึ่ง
"พร้อมรึยัง" กวงตงถาม
"หลังจากกินอิ่ม ๆ ข้า้าออกกำลังเสียหน่อยอาหารจะได้ย่อยอยู่พอดี" หงลี่พูดด้วยความมั่นใจพลางหักนิ้วดังกรอบแกรบ
"แต่เมื่อกี้เ้ายังพูดจาปกป้องเขาอยู่เลยนะ"
"อึก! นี่เรียกว่าพลิกแพลงตามสถานการณ์ แปรผันไม่ยึดติด ตอนนั้นข้ายังไม่รู้ว่าเขาใช้พิษนี่ ไม่อาจนับ ๆ"
"จัดการให้เสร็จแล้วรีบกลับวังฯกันเถอะ"
"อือ!!"
ท่ามกลางอาทิตย์อัสดงผู้ฝึกตนแห่งวังหมื่นมรรคาทั้งสองก้าวออกไปด้วยความมั่นใจ
ทางโรงเตี๊ยมด้านหลังของเถ้าแก่และเถ้าแก่เนี้ยที่ออกมาส่งลูกค้าทั้งหลายออกมามุงอยู่เต็มไปหมด
"พวกผู้ฝึกตนช่างเปี่ยมไปด้วยความน่าเกรงขาม ย่างก้าวช่างงดงามมีมาดเป็อย่างยิ่ง" เสี่ยวเอ้อพูด
"ว่าแต่เถ้าแก่เราไม่ควรบอกหรือว่าพวกเขาไปผิดทาง" ลูกค้าอีกคนกระซิบถาม
พวกเขามองหน้ากันไปมาก่อนเถ้าแก่จะตอบเสียงเคร่งขรึม "คนพวกนี้ ตายไม่ว่า เสียหน้าไม่ได้ เ้าอยากรนหาที่ตายก็เดินไปบอกสิ ข้ากลับล่ะ"
กล่าวจบแล้วเถ้าแก่ก็พุ่งตัวเข้าไปในโรงเตี๊ยมทันที