ตอนที่ 4: ค่ำคืนแรกในโตเกียว
สายฝนยามค่ำคืนในกรุงโตเกียวโปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย หยาดน้ำฝนเกาะกุมกระจกบานใหญ่ของห้องพักหรูบนชั้นสิบห้า สะท้อนแสงนีออนละลานตาจากย่านชินจูกุภายนอก ฉันยืนมองทิวทัศน์อันแสนแปลกตาในชุดคลุมอาบน้ำผ้าขนหนูสีขาวเนื้อนุ่มตัวโคร่ง กลิ่นสบู่อ่อนๆ ปนกลิ่นน้ำหอมวานิลลาลอยโชยมาตามร่างกายที่เพิ่งผ่านการแช่น้ำอุ่นจัดเพื่อคลายความล้าจากเที่ยวบินแรกในชีวิตแอร์โฮสเตสป้ายแดง
หากแต่ความเหนื่อยล้าทางกายไม่ได้ทำให้จิตใจของฉันสงบลงเลยแม้แต่น้อย ทุกครั้งที่ฉันก้าวเดิน ความรู้สึกอุ่นชื้นและอาการตึงเบาๆ ที่ช่องรักอุ่นร้อนยังคงแจ่มชัด คอยย้ำเตือนถึงบทรักอันป่าเถื่อนเร่าร้อนเหนือน่านฟ้ากับกัปตันเอกชัยเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน ััความแข็งขึงใหญ่โตของแก่นกายั์ที่ทะลวงลึกเข้ามาจนสุดลำนั้นยังทำให้ท้องน้อยของฉันสั่นสะท้านทุกลมหายใจ
*ครืด... ครืด...*
เสียงโทรศัพท์มือถือบนเตียงนอนหนานุ่มสั่นครืดคราด ฉันเดินไปหยิบมันขึ้นมากดเปิดดู ข้อความจากไลน์ที่ยังไม่ได้แอดชื่อแสดงข้อความสั้นแต่เฉียบขาดส่งมา:
*‘ห้อง 1804 ฉันอาบน้ำเสร็จแล้ว อย่าให้ต้องรอนานนะเดมี่ - กัปตันเอกชัย’*
ฉันมองข้อความนั้นพลางเม้มริมฝีปากอิ่มสีชมพูแน่น หัวใจเต้นตูมตามขึ้นมาทันที ความเผด็จการของเขายังคงตามมาบงการฉันถึงที่นี่ แต่เมื่อฉันหันไปมองโต๊ะเครื่องแป้ง นามบัตรโลหะสีทองหรูหราของรินทร์ ผู้โดยสาร VIP แสนสุภาพแต่เปี่ยมด้วยความ้าอันดิบเถื่อนก็วางนิ่งอยู่ แสงไฟสะท้อนกับผิวโลหะหรูราวกับเป็คำเชิญชวนเข้าสู่เกมลับอีกด้านที่แสนเร้าใจ
*‘กัปตันจอมเผด็จการ หรือ รินทร์ VIP กระเป๋าหนัก...’*
ฉันหัวเราะเบาๆ กับตัวเอง ยัยเดมี่ แอร์สาวจบใหม่ตัวเล็กๆ เพิ่งทำงานวันแรกกลับต้องมาเลือกทางเดินที่เต็มไปด้วยทางแพร่งแห่งตัณหาถึงสองทางในค่ำคืนเดียวกัน แต่คนอย่างฉันมีหรือจะยอมเป็หมากในเกมของใครอย่างง่ายๆ หากฉันรีบวิ่งไปที่ห้อง 1804 กัปตันเอกชัยก็คงจะคิดว่าเขาสามารถควบคุมฉันได้เบ็ดเสร็จ และหากฉันโทรหารินทร์ตอนนี้ เขาก็คงคิดว่าฉันเป็แอร์โฮสเตสใจง่ายที่พร้อมวิ่งโร่ไปหาเขาเพียงเพราะคำเชิญชวนและนามบัตรใบเดียว
"ไม่มีทางซะหรอกค่ะหนุ่มๆ... คืนนี้เดมี่ขอออกไปหาความสำราญในโตเกียวด้วยตัวเองดีกว่า"
ฉันตัดสินใจทิ้งข้อความของกัปตันไว้โดยไม่ตอบ และเก็บนามบัตรของรินทร์ใส่กระเป๋าถือ ก่อนจะเริ่มแต่งตัวใหม่ ค่ำคืนนี้ฉันเลือกสวมเดรสสั้นรัดรูปสีดำสนิทเปิดแผ่นหลังลึกจนเห็นแนวสะโพกกลมกลึงเด่นชัด กระโปรงสั้นสอบรัดสะโพกงอนงาม 35 นิ้วของฉันไว้อย่างลงตัว ฉันแต่งหน้าเน้นดวงตาให้โฉบเฉี่ยว ทาลิปสติกสีแดงก่ำชวนมอง จากนั้นจึงสวมเสื้อโค้ตตัวยาวทับพรางหุ่นเซ็กซี่ไว้เพื่อเดินลงไปยังบาร์ลับชั้นใต้ดินของโรงแรม
บาร์ลับแห่งนี้ตกแต่งด้วยหินอ่อนสีดำเข้มสลับไฟสีม่วงครามและส้มสลัวสไตล์หรูหรา กลิ่นไม้หอมและเหล้ารมควันโชยมาปะทะจมูก คลอกับเสียงเพลงแจ๊สบรรเลงแ่เบา บรรยากาศดูเงียบสงบและเป็ส่วนตัวสูง ฉันก้าวเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์บาร์ยาวเหยียด ถอดเสื้อโค้ตออกพาดด้านหลังเก้าอี้ เผยให้เห็นผิวขาวเนียนละเอียดตัดกับเดรสสีดำเปิดหลังสะดุดสายตา
"ยินดีต้อนรับครับคุณผู้หญิง..." เสียงทุ้มต่ำทรงเสน่ห์ภาษาอังกฤษสำเนียงนุ่มนวลดังขึ้นจากหลังเคาน์เตอร์
ฉันเงยหน้าสบตาผู้พูดทันที และนั่นทำเอาฉันต้องชะงักไปครู่ใหญ่
บาร์เทนเดอร์หนุ่มตรงหน้าหล่อเหลาราวกับหลุดมาจากนิตยสารแฟชั่นญี่ปุ่น เขามีรูปร่างสูงโปร่งไหล่กว้างในชุดบาร์เทนเดอร์สีดำตึงเปรี๊ยะ ทรงผมสีเทาแอชเซตปัดข้างอย่างมีสไตล์ ใบหน้าคมคายมีเสน่ห์ล้นเหลือ ดวงตาคมกริบสีดำสนิทดุจดั่งใบมีด จมูกโด่งเป๊ะ และริมฝีปากบางเฉียบสีชมพูธรรมชาติที่กำลังยกยิ้มมุมปากอย่างมีเล่ห์เหลี่ยม แววตาของเขาจับจ้องมาที่ฉันอย่างพิจารณาั้แ่เนินอกอวบอิ่มไปจนถึงใบหน้าหวาน
ลุคของเขาไม่ได้เหมือนบาร์เทนเดอร์ธรรมดาเลยสักนิด... แต่ดูเหมือน 'โฮสต์ตัวท็อป' ของย่านคาบูกิโจ ย่านเริงรมย์ราตรีของโตเกียวไม่มีผิด แววตาคมกริบของเขานั้นเปี่ยมไปด้วยแรงดึงดูดทางเพศจนทำเอาอากาศรอบตัวร้อนวาบขึ้นมาทันที
"รับเครื่องดื่มอะไรดีครับสำหรับค่ำคืนนี้?" เขากระซิบถามเสียงนุ่ม ส่งยิ้มกระชากใจที่ทำเอาสาวๆ ทั้งบาร์ต้องละลาย
"ฉันอยากได้เครื่องดื่มที่ช่วยให้ผ่อนคลาย... แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างความตื่นเต้นให้ร่างกายได้ด้วย พอจะมีแนะนำไหมคะ?" ฉันส่งยิ้มหวานยั่วเย้า เท้าคางมองเขาอย่างเปิดเผยและท้าทาย
บาร์เทนเดอร์หนุ่มรูปหล่อหัวเราะเบาๆ ในลำคอ แววตาเป็ประกายวับวาบอย่างชอบใจ "โจทย์ที่ท้าทายมากครับสำหรับสาวสวยแปลกหน้าในคืนฝนตกแบบนี้"
เขาหยิบขวดเครื่องดื่มแก้วเจียระไนหรูหราและกระบอกเชกเกอร์ขึ้นมา เริ่มลงมือผสมเครื่องดื่มด้วยท่าทางที่แสนคล่องแคล่วและงดงามราวกับการร่ายรำ ทุกท่วงท่าการขยับตัวและเกร็งกล้ามเนื้อแขนของเขาช่างดูเร้าใจอย่างประหลาด ยิ่งเวลาที่เขาช้อนสายตาคมมองสบตากับฉันเป็ระยะ ยิ่งทำให้กระแสความร้อนรุ่มในตัวฉันเริ่มประทุขึ้นมาใหม่อีกระลอก
เขารินเครื่องดื่มสีม่วงประกายทองระยิบระยับลงในแก้วทรงสูง ตกแต่งด้วยกลีบกุหลาบสีแดงเข้ม ก่อนจะเลื่อนแก้วส่งมาตรงหน้าฉันช้าๆ ปลายนิ้วเรียวยาวของเขาจงใจปัดโดนปลายนิ้วของฉันอย่างแ่เบา ััอุ่นร้อนทำเอาฉันสั่นสะท้านไปถึงทรวงอก
"ลองดื่มดูสิครับ... ดริ้งก์พิเศษนี้ผมรังสรรค์ให้คุณโดยเฉพาะเลย"
ฉันยกแก้วจิบช้าๆ รสชาติหวานปนเปรี้ยวและแฝงไปด้วยรสััร้อนแรงของแอลกอฮอล์แล่นพล่านกระจายไปทั่วลำคอ มันทำให้สมองของฉันเริ่มมึนงงสับสนแต่ผ่อนคลายอย่างน่าประหลาด
"อร่อยและร้อนแรงมากค่ะ... แล้วเครื่องดื่มแก้วนี้ชื่ออะไรเหรอคะ?" ฉันกระซิบถามพลางยื่นใบหน้าหวานเข้าไปใกล้เขาข้ามเคาน์เตอร์บาร์ กลิ่นน้ำหอมสะอาดปนฟีโรโมนเพศชายของเขาโชยมาปะทะจมูกชวนให้เคลิบเคลิ้ม
บาร์เทนเดอร์หนุ่มหล่อโน้มใบหน้าลงมาหาฉันเช่นกัน ระยะห่างระหว่างเราเหลือเพียงไม่ถึงคืบ ดวงตาคมปลาบจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของฉันเหมือน้าอ่านทุกความลับในใจ
"ผมตั้งชื่อมันว่า... 'Secret Hostage' ครับ" เรียวยิ้มมุมปากของเขาเ้าเล่ห์ดุจสุนัขจิ้งจอก "ยินดีต้อนรับสู่โตเกียวนะครับ... คุณแอร์โฮสเตสคนสวยชาวไทย ผมชื่อ 'เรียว' ครับ ยินดีที่ได้รู้จักนะเดมี่"
ฉันเบิกตากว้างด้วยความใและประหลาดใจเป็ที่สุด เขารู้จักชื่อของฉันและรู้ว่าฉันเป็แอร์โฮสเตสชาวไทยได้อย่างไรกัน! ทั้งที่เราเพิ่งพบกันครั้งแรกแท้ๆ!
เรียวหัวเราะเบาๆ เมื่อเห็นใบหน้าตื่นตระหนกปนเซ็กซี่ของฉัน "ไม่ต้องใหรอกครับเดมี่... ผมเห็นป้ายชื่อสีทองอันจิ๋วที่กระเป๋าเดินทางของคุณตอนคุณเช็กอินที่ล็อบบี้เมื่อตอนเย็นน่ะครับ แอร์สาวจบใหม่ป้ายแดงที่หน้าตาตื่นเต้นแต่แฝงไปด้วยความเย้ายวนชวนมองขนาดนี้ ใครเห็นก็ต้องจำได้แม่นยำแน่นอนครับ"
คำเฉลยของเรียวทำให้ฉันถอนหายใจยาว แอบทึ่งในความช่างสังเกตและเสน่ห์แพรวพราวระดับโฮสต์ของเขา เรียวเลื่อนมือหนามาวางทับมือของฉันบนโต๊ะเคาน์เตอร์ ลูบไล้หลังมือของฉันเบาๆ อย่างมีชั้นเชิงเปิดเผย
ทว่า... ในขณะที่เราสองคนกำลังส่งสายตาหวานเชื่อมและพูดคุยหยอกเย้ากันอย่างใกล้ชิดจนแทบจะจูบกันอยู่รอมร่อ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ก้าวเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างหลังเก้าอี้ของฉัน
ฉันขนลุกซู่ด้วยสัญชาตญาณเมื่อััได้ถึงกลิ่นน้ำหอมคุ้นเคย... กลิ่นแชมเปญและน้ำหอมแบรนด์เนมหรูหราของรินทร์!
"มานั่งดื่มเงียบๆ คนเดียวไม่บอกกันเลยนะครับเดมี่... ผมอุตส่าห์รอโทรศัพท์จากคุณตั้งนาน" เสียงทุ้มคุ้นหูของรินทร์ดังขึ้นจากด้านหลัง น้ำเสียงแฝงไปด้วยความหึงหวงและแสดงความเป็เ้าข้าวเ้าของอย่างชัดเจน
ฉันค่อยๆ หันกลับไปมอง รินทร์ในชุดสูทลำลองหรูหรากำลังยืนกอดอก จ้องมองมาที่มือของบาร์เทนเดอร์เรียวที่ยังคงวางทับมือของฉันอยู่ แววตาของรินทร์เต็มไปด้วยประกายไฟโทสะ ขณะที่เรียวยังคงส่งยิ้มกวนอารมณ์และไม่ยอมปล่อยมือของฉันเลยสักนิด
รินทร์ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้บาร์ตัวข้างๆ ฉันทันที เขาเอื้อมมือหนาข้างหนึ่งมาวางบนแผ่นหลังเปลือยเปล่าของฉันอย่างแสดงความเป็เ้าของ ััอุ่นร้อนจากฝ่ามือของเขาลูบไล้เบาๆ บนผิวเนื้อเนียนละเอียดทำเอาฉันหายใจสะดุดไปชั่วขณะ
"ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งนะครับคุณผู้ชาย" เรียวพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ปนขำ แววตาของเขาไม่ได้มีความเกรงกลัวรินทร์เลยแม้แต่น้อย "ไม่ทราบว่าคุณผู้ชายรับเครื่องดื่มอะไรดีครับ? หรือจะรับดริ้งก์สูตรพิเศษแบบเดียวกับคุณเดมี่ดี?"
"ฉันมาที่นี่เพื่อคุยกับคุณผู้หญิงคนนี้... ไม่ได้มาดื่มเหล้าของแก" รินทร์ตอบกลับเสียงเข้มขรึม ก่อนจะหันมามองหน้าฉันด้วยแววตาเว้าวอนปนร้อนแรง "เดมี่ครับ... ผมจองห้องสวีตชั้นบนสุดไว้แล้วนะ มีของขวัญแบรนด์เนมต้อนรับเที่ยวบินแรกของคุณรออยู่ด้วย ไปกับผมตอนนี้เลยไหมครับ?"
นี่มันบ้าชัดๆ! ชายหนุ่มชาวญี่ปุ่นสุดหล่อลุคโฮสต์ตัวท็อปอย่างเรียวกำลังลูบไล้มือของฉันอยู่บนเคาน์เตอร์ ขณะที่รินทร์ VIP หนุ่มผู้หึงหวงก็กำลังลูบไล้แผ่นหลังเปลือยเปล่าของฉันต่อหน้าต่อตาเขา
แต่ความบ้าคลั่งยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เมื่อโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าถือของฉันสั่นเตือนอีกครั้ง ฉันแง้มดูข้อความล่าสุดที่เด้งเข้ามาในไลน์ และนั่นทำเอาฉันถึงกับเย็นวาบไปทั้งตัว
*‘ฉันเห็นเธออยู่ที่บาร์ชั้นใต้ดินแล้วนะเดมี่... แอบหนีมาสนุกกับชายอื่นถึงสองคนเลยเหรอ? ขึ้นมาพบฉันที่ห้อง 1804 เดี๋ยวนี้ ก่อนที่ฉันจะเดินลงไปลากคอยัยตัวแสบอย่างเธอขึ้นมาประเมินผลต่อด้วยตัวเอง!’ - กัปตันเอกชัย*
ฉันสะดุ้งตัวโยน รีบหันขวับไปมองที่หน้าประตูทางเข้าบาร์ลับทันที และตรงนั้นเอง... ร่างสูงใหญ่ในชุดยูนิฟอร์มกัปตันกึ่งลำลองของกัปตันเอกชัยกำลังยืนกอดอกจ้องตรงมาที่ฉัน แววตาของเขาดุดันและมืดมนราวกำลังมีพายุทอร์นาโดก่อตัวขึ้น!
เอาล่ะสิเดมี่... ค่ำคืนแรกในโตเกียวเพิ่งเริ่มต้นขึ้นแท้ๆ แต่ความร้อนแรงระดับพิกัดสามเส้ากำลังจะะเิขึ้นต่อหน้าต่อตาเธอแล้ว!