เทวิน วิชุดา สองพี่น้องกลับมาถึงบ้าน เมื่อพบกับคุณแม่ยุพิน วิชุดาก็นึกไปถึงฤดี ญาติฝ่ายแม่ เธอเกิดมีอารมณ์โมโหขึ้นเล็กน้อย
และมีสีหน้าไม่ค่อยดีนัก
“น้องดา เป็อะไรลูก ไปโกรธหรืองอนใครมาจ๊ะ?” คุณแม่ยุพินอดถามไม่ได้
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะคุณแม่ ที่ตลาดผ้าน้องดาเจอคนที่รู้จักโดยบังเอิญนะคะ คนนี้ชอบโอ้อวด มิหนำซ้ำยังพูดจาดูถูกถากถางคนอื่นอีก นึกถึงแล้วอดโมโห
ไม่ได้” เธอบอกกับคุณแม่โดยไม่บอกว่าคนที่พบเจอนั้นเป็ใคร
“โธ่..ลูก อย่าไปใส่ใจเลย เราต้องรู้ตัวว่าเราทำอะไร ถ้าหากไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ใครก็วางใจเราไว้เป็กลาง ไม่ต้องไปร้อนกับคำพูดของคนอื่น
คนที่พูดเขาไม่ได้มาช่วยอะไรเรา เราทำมาหากินด้วยอาชีพที่สุจริตและยังช่วยเหลือคนที่ไม่มีงานทำหรือกำลังว่างจากงานอื่นได้มารับจ้างให้มีรายได้ เราควร
ภาคภูมิใจในตัวเรานะลูก”
“ค่ะ คุณแม่ น้องดาจะทำใจให้เย็นกว่านี้ค่ะ” ดูเหมือนเธอจะอารมณ์ดีขึ้นมาแล้วยังยิ้มออกมาได้
“คุณแม่คะ น้องดาขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะคะ”
ฟังดูคุณแม่กล่าวสอนและตักเตือนน้องดา เทวินไม่พูดอะไร กระทั้งน้องดาขอตัวไปแล้ว เขาจึงนำเสื้อผ้าพื้นเมืองที่ซื้อมาให้คุณแม่ดู
เธอนำเสื้อออกมาพิจารณาดูแล้วจึงกล่าว “อืม..สวยดี ดูเหมาะกับคนใส่มาก ..เออนี่! ลูกวิน แม่เตรียมตะกร้าผลไม้เสร็จเรียบร้อยแล้ว อยู่ที่ตู้เก็บในห้องครัว
พรุ่งนี้เช้าลูกห้ามลืมนะ”
“ครับ พรุ่งนี้ก่อนออกไปจะสำรวจดูก่อน ถ้าหากลืม คุณแม่ช่วยเตือนผมอีกครั้งด้วยนะครับ”
“อืม...ได้สิจ้ะ” คุณยุพินพยักหน้า
เช้าวันต่อมาขณะที่เทวินกำลังตระเตรียมเก็บเสื้อผ้าของใช้ใส่กระเป๋า อยู่ๆ ก็นึกไปถึงเื่หนึ่ง จึงเดินไปที่โต๊ะลิ้นชักมุมห้องของเขา
เปิดลิ้นชักหนึ่งแล้วหยิบห่อผ้าห่อหนึ่งออกมา นั่งลงยังเตียงนอนแล้วค่อยๆ คลี่ห่อผ้าออก ก็เห็นเป็มีดสั้นเล่มหนึ่ง
ตัวมีดที่เป็ด้านคมมีดนั้นไม่คมใช้มือจับได้โดยไม่บาด ด้านที่เป็สันมีดมีลักษณะมีรอยหยักคล้ายดอกกุญแจ ด้ามจับและตัวมีดเป็
โลหะผสมทองแดงเนื้อเดียวกัน
ที่ด้ามมีดสลักอักษรตัวเล็กเป็ข้อความหนึ่งไว้ เมื่อมองดูใกล้ๆ สลักไว้ว่า
‘ห้องเก็บของริมน้ำ’
ด้านข้างตัวมีดด้านหนึ่ง สลักว่า
‘มุมเพดาน’และอีกด้านสลักว่า
‘หินศิลาก้อนที่สาม’
มีดสั้นเล่มนี้คุณตาได้ให้ไว้ตอนที่ท่านเริ่มป่วย ตอนนั้นเขายังเรียนอยู่ชั้นมัธยมปลาย คุณตาสั่งเขาไว้ ‘ให้เก็บรักษามีดสั้นเล่มนี้ไว้ให้ดี
ห้ามไม่ให้ใครเห็นและห้ามบอกใคร เมื่อถึงเวลาหนึ่งจะรู้เอง’
เทวินเริ่มคิดถึงที่มาที่ไปของคุณตา
‘คุณตาสิน สายนที เป็คนที่มาจากเมืองอื่น ต่อมาได้แต่งงานสร้างครอบครัวร่วมกับคุณยายจำปี ที่หมู่บ้านน้ำริน ค่อยๆ ขยับขยาย
สร้างฐานะจากการทำไร่ทำสวน ต่อมามีลูกสาวด้วยกันหนึ่งคน คือ ยุพิน ซึ่งเป็คุณแม่ของตน เมื่อคุณแม่ยุพินเข้าสู่วัยสาว คุณยายจำปี
ได้มีอาการเจ็บป่วยกระทั่งเสียชีวิต’
'คุณยายจำปีมีหลานที่อยู่หมู่บ้านน้ำรินคนหนึ่ง คือ ลุงวิชิต กฤษตานนท์ ส่วนญาติคนอื่นๆ อยู่อาศัยที่เมืองอื่นและยังเป็ญาติห่างๆ
เท่านั้น ต่อมาคุณแม่ยุพินได้พบกับคุณพ่อเทวัน ทั้งสองแต่งงานสร้างครอบครัวใหม่ที่หมู่บ้านขอนตาล’
'คุณตาสินก่อนย้ายมาอยู่กับลูกสาว ได้มอบพื้นที่บ้านสวนให้ครอบครัวของลุงชาญกับคุณป้าสร้อย ไตรนิธิ ที่คุณตาสินได้เคยช่วยเหลือไว้ เป็ผู้รักษาดูแล และยังช่วยเหลือสร้างบ้านให้ภายในพื้นที่สวนของคุณตา ครอบครัวไตรนิธิ ได้อาศัยพื้นที่บางส่วนทำไร่ทำสวนกระทั่งเริ่มสร้างฐานะได้ ต่อมามีลูกชายด้วยกัน
คือ พิเชษฐ์ ไตรนิธิ หรือเชษฐ์คนที่ไปกับน้องดาเพื่อรับเขาที่สนามบินนั่นอง’
‘ครอบครัวของลุงชาญและครอบครัวของคุณยุพิน แม้ไม่ใช่ญาติโดยสายเืแต่มีความรักและเคารพต่อกันดุจพี่กับน้อง’
‘ภายหลังมาคุณตาสินเริ่มมีอาการเจ็บป่วย ก่อนเสียชีวิตได้ยกพื้นที่บ้านสวนที่หมู่บ้านน้ำรินให้เทวินตอนนั้นเขายังเรียนมัธยม
เมื่อจบก็ไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯ ั้แ่นั้นมาเขายังไม่มีโอกาสไปที่บ้านสวนของคุณตาอีก แต่ก็ยังได้พบเจอครอบครัวของลุงชาญเป็บางครั้ง’
เทวินเก็บมีดสั้นห่อผ้าไว้เหมือนเดิมก่อนนำไปใส่ในกระเป๋า ‘มีดเล่มนี้คงจะต้องมีความสำคัญมาก คุณตาถึงได้กำชับให้เก็บรักษาไว้ให้ดี’
เขาตัดสินใจนำมีดสั้นเล่มนี้ไปเก็บรักษาไว้ที่บ้านสวนของคุณตา เมื่อจัดเตรียมสัมภาระเรียบร้อย ก็ได้บอกกล่าวคุณพ่อคุณแม่ก่อนออกเดินทาง
ไปยังหมู่บ้านน้ำริน