Magic X Knight REVERSE

    ตอนที่ 23 ผลการต่อสู้

      บางคนในเหตุการณ์อาจคิดว่าเชสโชคดีที่พลังสายเลือดปีศาจเพลิงของเมดิโอตื่นขึ้นมาได้ทันเวลา แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ความจริงว่าพลังอิฟริทนั้นถูกกระตุ้นตั้งแต่ที่พวกเขาเจอกันครั้งแรกแล้วย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ ในขณะที่กลุ่มของมิเนอร์วาและเมดิโอปะทะกัน ยูรีนได้ใช้เพลิงสีฟ้าเผาแขนซ้ายของเมดิโอจนแทบจะเกรียมไปทั้งข้าง แถมยังโจมตีได้ผลมากกว่าโจมตีใส่ฝั่งลำตัวขวาทีแรกคาดว่าเพราะผลข้างเคียงจากการที่เสียดวงตาไปนาน ทว่าแท้จริงแล้วร่างกายเมดิโอซึมซับและดูดเพลิงเพื่อไปกระตุ้นอีกสายเลือดภายใน ตลอดเวลาที่ผ่านมาเยติหนุ่มใช้ชีวิตด้านในดันเจี้ยนภูเขาหิมะมาโดยตลอด ไม่เคยต้องถูกโจมตีโดยเวทมนตร์ธาตุไฟที่รุนแรงและเต็มๆแบบนี้แม้สักครั้งเมื่อสันนิษฐานได้เช่นนั้นเชสไม่ลังเลเลยที่จะยอมเสี่ยงโชคยอมร่ายเวทที่ตัวเองไม่ถนัดเพื่อพลิกเกม‘เอาตรงๆอยากใช้เวทชั้นสูงมากกว่าแต่ตอนนี้ไม่มีปัญญานี่สิ แถมเป็นธาตุที่ไม่ถนัดด้วย’ความเข้าใจในธาตุนั้นๆสำหรับจอมเวทสำคัญพอๆกับจำนวนพลังเวทและความเร็วในการร่าย นั่นเพราะหากไม่เข้าใจหรือชำนาญในธาตุนั้นๆมากพอเวทมนตร์จะไม่ออกมาเต็มประสิทธิภาพ ทั้งความเร็วและความแรงจะลดลงไปตามความเข้าใจในธาตุนั้นๆสำหรับเชสแน่นอนว่าประสบการณ์ชีวิต40ปี ทำให้เด็กหนุ่มเข้าใจในธาตุสายฟ้ามากกว่า 80% และธาตุน้ำที่75% อาจฟังดูน้อยทว่าหากนับตามที่เปิดเผยผู้ที่มีความเข้าใจในธาตุมากที่สุดอยู่ที่ 84% อ้างอิงจากอุปกรณ์เวทมนตร์ที่ใช้ในการทดสอบ           เชสฉีกตัวออกมายืนห่างๆอย่างเนียนๆคอยมองเรื่องราวที่กำลังเกิดขึ้น ควันและไอจากเพลิงร้อนฟุ้งกระจายรอบๆ เมดิโอยันตัวลุกตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบ เปลือกตาเลื่อนปิดดวงตาสองข้างก่อนจะเปิดออกอย่างแรงพร้อมกันนั้นราวกับระเบิดปะทุ ไฟร้อนแรงพวยพุ่งออกมาจากทุกส่วนของร่างกายเสียงคำรามเหมือนได้ปลดปล่อยขีดจำกัด สั่นไปถึงแม้แต่ในเมือง กลบเสียงรื่นเริงทุกอย่างทุกคนในระยะใกล้เคียงต่างพากันยกมืออุดหูกันแทบไม่ทัน ฟัวร์เตกระทั่งหน้าซีดยกมือใหญ่ปิดหูทั้ง4มือ เยติบางตัวถึงกับสลบล้มลงไป“ฮ่ะฮ่ะฮ่ะ เอาเรื่องๆ”เชสหัวเราะชอบใหญ่อยู่คนเดียวในสถานที่นั้น ไม่มีใครมีปฏิกิริยาเช่นเขาเลยสักคนไฟท่วมร่างค่อยๆสงบลงไม่บ้าคลั่งเช่นก่อนหน้านี้ หลังเปลวไฟสงบไปได้สักพักทุกคนต้องตกตะลึงอีกครั้ง เมดิโอที่พวกเขารู้จักไม่มีอีกต่อไปแล้วร่างขนสองสีบัดนี้ทั้งร่างไม่มีขนแบบเยติอีกแล้ว ร่างกายยังใหญ่โตเช่นเคยทว่าส่วนที่เคยมีขนขึ้นตอนนี้กลับโล่งและเห็นกล้ามเนื้อสีน้ำตาลแดงชัดเจนหลังไม่ได้ค่อยเหมือนเยติปกติแต่กลับตรงเหมือนมนุษย์มากขึ้น เขี้ยวยังคงมีเช่นเดิมแต่เล็กลงจนไม่ยื่นออกมาด้านนอก ตาสองสียังมีเช่นเดิม ที่เด่นชัดขึ้นมาคงเป็นเรือนผมยาวสีขาว สีเดียวผมสีขนธาตุน้ำแข็งหากมีหญิงสาวสักคนมาเห็นคงได้คงไม่พ้นวิ่งเข้าไปทำความรู้จักเป็นแน่ แม้แต่เชสเองก็ยังตกใจ เขาเคยเจอกับอิฟริทในชีวิตที่แล้ว ตนที่เขาพบนั้นสูงราวๆ3เมตร รูปร่างโดยรวมเหมือนมนุษย์ผิวสีน้ำตาลแดงไม่ได้ใหญ่ยักษ์เหมือนเมดิโอตอนนี้ ผมสีแดงปลิวไสว ไอร้อนระอุปล่อยออกมาตลอดเวลา“เมดิโอ”ฟัวร์เตแค่นเสียงต่ำเอ่ยนามอีกฝ่าย ผิดคาดผู้ถูกเรียกกลับไม่ตอบโต้ ดวงตาเย็นชาจ้องฟัวร์เตไม่กระพริบ เชสอดนึกถึงอิฟริทที่เขาเคยพบไม่ได้ อิฟริทตนนั้นแรกปรากฏก็เป็นเช่นน้ สงบนิ่ง เยือกเย็นทว่าได้โกรธเมื่อไหร่ รัศมีรอบๆจะมีแต่ศพเกรียมพร้อมสลายไปทันทีที่แตะไม่เห็นอีกฝ่ายมีปฏิกิริยาโต้กลับ ฟัวร์เตรู้สึกราวกับถูกเมินและดูถูก ความโกรธเกรี้ยวปะทุผลักให้เขาวิ่งกระโจนเข้าหาศัตรูตั้งใจจะอัดร่างนั้นให้จมดินไอหนาวจากพื้นถูกรวบขึ้นมาเสริมบริเวณกำปั้นกลายเป็นหนามแหลม5แฉก เล็งใบหน้าสีน้ำตาลแดงนั่นทว่า...ไม่มีใครคาดคิดหนักเปล่าสวนกลับเข้ามาปะทะกับถุงมือเกราะสีขาว หนาม5แฉกไม่ได้แตกกระเด็นแต่ละลายทันทีทั่มผัสผิวหนังนั่นดั่งก้อนเนยโดนความร้อน ไม่เพียงเท่านั้นเส้นแสงสีแดงพลันปรากฏบนเกราะแขนเป็นทางยาวก่อนจะแตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย‘แม้แต่อาภรณ์สงครามก็สู้ไม่ได้ นี่คือพลังของมอนสเตอร์ชั้นสูงหรอ...ไม่สิ ฟัวร์เตเพิ่งจะสำเร็จวิชา เอามาเทียบไม่ได้บวกกับธาตุไฟชนะธาตุน้ำแข็งด้วยแล้ว’เชสคิดเทียบทั้งสองพลังทั้งสองฝั่ง แม้จะคิดได้ผลลัพธ์แบบนี้มาแต่ก็อดทึ่งกับพลังของลูกครึ่งอิฟริทไม่ได้ หากอีกฝ่ายมีเวลามากกว่านี้ไม่อยากคิดเลยว่าจะเกรงไม่ได้ขนาดไหน“เป็นไปไม่ได้ เมดิโอ เจ้าไม่มีทางแข็งแกร่งแบบนี้ได้!!”ฟัวร์เตไม่ยอมรับความจริงซัดหมัดทั้ง4ข้างตรงเข้าใส่มอนสเตอร์ตรงหน้าไม่ยั้งครั้งแล้วครั้งเล่า เมดิโอไม่คิดแม้แต่จะหลบ ปล่อยกำปั้นนับสิบอัดเข้าทั่วร่างท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุกคนเพล้งราวกับเสียงแก้วแตกเกราะแขนทั้งสี่แตกกระจุยเป็นชิ้นๆเล็กชิ้นน้อยก่อนจะตกพื้นและกลายเป็นน้ำไป ตรงกันข้ามเมดิโอไม่มีแม้แต่อาการเจ็บปวดถึงจะกล่าวเช่นนั้นแต่เชสมองออกว่าแท้จริงแล้วเมดิโอกัดฟันทนความเจ็บปวดอยู่ต่างหาก ที่ทำก็เพื่อสร้างภาพความหวาดกลัวเป็นของขวัญแรกพบ ส่วนที่เกราะแขนถูกทำลายเพราะร่างกายของพวกอิฟริทจะร้อนอยู่ตลอดเวลา คล้ายกับร่างกายเป็นภูเขาไฟและภายในเต็มไปด้วยแม็กม่าร้อนระอุเมดิโอหายใจออกปรากฏเป็นควันและเพลิงแล๊บออกมา ก่อนจหายใจเข้าลึก หมัดขวากำแน่นพลางร้อนตะโกนเหวี่ยงกำปั้นเข้าใส่ฟัวร์เตอาการบาดเจ็บสาหัสที่ขาทำให้ไม่อาจหลบได้ทัน จากล่างขึ้นบน กำปั้นเสยเข้าบริเวณปลายคางนั้นเต็มๆไม่เพียงแค่นั้นเพลิงจำนวนมากพลันพุ่งเผาท่วมศีรษะทั้งหมดอ่อก อ้ากการโจมตีสองจังหวะไม่มีใครคาดหวังว่าจะได้เห็น ทั้งศีรษะบังเกิดควันลอยโขมงขึ้นมาไม่หยุด มันเผลอถอยหลังไปหลายก้าวก่อนจะทรุดลงชันเข่า เมื่อควันจางหายไปหมดทุกชีวิตก็ได้เห็นใบหน้าที่มีรอยไหม้มากมายลูกครึ่งอิฟริทเดินก้าวเท้าอย่างมั่นคงหวังจะเดินเข้าไปตรงหน้าฟัวร์เตทว่าวินาทีต่อมา ร่างแข็งแกร่งพลันเซและลงไปคุกเข่าพลางหอบหายใจถี่ ทั้งหน้าซีดอย่างเห็นได้ชัดพร้อมเหงื่อไหลท่วมเชสเห็นภาพนั้นก็ถอนหายใจปลงๆ การปลุกสายเลือดไม่ได้ทำให้บาดแผลหายไป บวกกับการใช้พลังเกินตัวทั้งที่เพิ่งปลุกสายเลือดใหม่ได้“เอายังไงต่อดีนะ”เด็กหนุ่มเดินไปเข้าหาร่างสีเงินพร้อมคาตะนะในมือ“ดาบนั่นอะไรข้าไม่ได้”“ก็ไม่แน่”ฟัวร์เตเค้นสุดแรงลุกขึ้นมายืนขาสั่น คำพูดฟังดูข่มขวัญและตอกย้ำความเป็นจริง แต่ไม่อาจทำอะไรเชสได้ เขาตอบกลับสบายๆก่อนจะเริ่มทำให้จิตใจไร้ความคิด‘จิตว่างเปล่า’สาเหตุที่วิชานี้จัดเป็นวิชาระดับสูงของสายอัศวิน ไม่ใช่แค่ทำให้จิตใจสงบเท่านั้นทว่ามันยังมีผลต่อความเฉียบคมในการฟันแต่ละครั้งอีกด้วย ว่ากันว่าแม้จะเป็นอัศวินระดับฝึกหัดในโรงเรียนก็สามารถตัดเหล็กให้ขาดได้หากจิตใจสงบนิ่งพอ และวิชานี้นี่แหละคือตัวแปรสำคัญความยากในการใช้งานทำให้เขาไม่อาจใช้วิชาในขณะสู้จริงได้ เพราะการเข้าสู่วิชาจำต้องใช้เวลาครู่หนึ่งเพื่อลบความคิดในสมองแต่ไม่ใช่กับตอนนี้ที่ศัตรูใกล้สิ้นสภาพเติมทีสมองไร้ความคิดเคลื่อนตัวไปตามสัญชาตญาณ ความตั้งใจแรกคิดว่าจะฝันเหมือนดาบยาว2คมปกติที่เห็นในความทรงจำของมิเนเรียทว่าทันทีที่เข้าสู่วิชาจิตว่างเปล่าภาพหนึ่งพลันผุดขึ้นมา...ชายหนุ่มใบหน้าไม่ชัดในชุดประหลาดสีขาวทับกัน ไม่เคยเห็นแต่กลับคุ้นเคย ท่อนล่างสีดำคล้ายกระโปรงพันรอบเสื้อท่อนบน เขาชักดาบจากฝักฝันเข้าตวัดแทยงจากสีข้างซ้ายขึ้นไหล่ขวาใส่หุ่นฟางทันทีที่ได้สติเชสหยุดนิ่งในท่าท่าดาบสองมือยืดร่างท่อนบนไปด้านหน้าท่อนล่างย่อต่ำ ปลายดาบเหยียดตรงเฉียงขึ้น เลือดสีแดงฉานไหลตามใบดาบและหยดลงพื้น ตรงหน้าไม่ไกลมิเนอร์วาแทบถลาลุกจากเก้าอี้ ดวงตาเบิดกว้างราวกับไม่เชื่อในสิ่งที่เห็นเมื่อครู่‘วิถีดาบแบบเดียวท่านแม่’ร่างใหญ่นิ่งค้าง ไม่ทราบว่าเมื่อไหร่ที่ตัวเองถูกฟันรู้ตัวอีกทีบนลำตัวก็มีแผลเป็นทางยาวแต่ไม่ลึกมาก มันยังพอเคลื่อนไหวได้อยู่ ได้สติมันรีบหันหลังวิ่งเข้าหาเป้าหมายจะคว้าร่างเล็กมาฉีกเป็นชิ้นๆทว่าทุกอย่างกลับพังทลายไม่เหลือชิ้นสี หมัดสีน้ำตาลแดงอัดเข้ามาเต็มๆใบหน้ามันอีกครั้งพร้อมกับเพลิงผลาญปิดฉากการต่อสู้นี้             .....................................................................................................            รอพระเอกสำเร็จวิชาจิตขั้นสูงสุดก่อน ส่วนตอนนี้มัดปมไปก่อน ตอนหน้าจบภารกิจละ