“ มีคนได้มันไปแล้ว ”
ภายในห้องที่เต็มไปด้วยนักวิจัยสวมชุดกาวน์สีขาวมองไปยังฝาขวดยาที่ดูคุ้นเคย มันเป็หนึ่งในฝาขวดยาที่หายไป จากการส่งคนออกไปค้นหาสิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงฝาขวดหล่นใกล้กับบริเวณที่สกัดด็อกเตอร์ผู้นำพวกมันทั้ง 5 โดสหลบหนีออกไปจากฐาน
“ เจอสิ่งใดนอกจากนี้ไหม ”
เหล่านักวิจัยพยักหน้า ภายในจุดที่มีฝาขวดยาหล่นมีร่องรอยเหมือนมีคนนอนอยู่ใกล้ๆ พื้นดินมีร่องรอยตะเกียกตะกายคล้ายกับคนเมาไม่ได้สติพยายามพาตนเองออกมาจากข้างถนน นอกจากนั้นแล้วยังมีเศษผมและเศษเล็บหล่นเยอะผิดปกติจึงเก็บมาเป็ตัวอย่างในการสืบหาเ้าของของมัน
“ แล้วได้นำหลักฐานทาง DNA ที่ได้ไปตรวจสอบกับฐานระบบดูหรือยัง ”
“ ลองทำดูแล้ว เพียงแต่ว่าเส้นผมและเล็บมือเล็บเท้าที่หล่นอยู่ใกล้ๆไม่มีโครงสร้าง DNA ข้างใน ”
หัวหน้าแผนกวิจัยขมวดคิ้วไม่เข้าใจ เป็ไปไม่ได้ที่ผมและเล็บจะไม่มี DNA ยกเว้นว่ามันจะเป็ของปลอม
“ มันเป็ของปลอมงั้นเหรอ ”
“ เหมือนของที่ถูกสร้างเลียนแบบ ไม่ว่าจะลองตรวจสอบกี่ครั้งเราก็ไม่ได้สิ่งใดจากมัน ”
นักวิจัยเริ่มเท้าคางพลางคิดเกี่ยวกับเส้นผมและเล็บมือเล็บเท้าที่มีเยอะจนดูผิดปกติ เล็บมือไม่ได้มีเพียงแค่ 10 แต่มีมากถึง 30 ชิ้น เล็บเท้าเช่นเดียวกัน หากสิ่งนี้ยืนยันว่าเป็ของปลอมที่ร้านทำเล็บนำมาทิ้ง มีโอกาสเป็ไปได้สูงที่มันจะเป็ของปลอม เพียงแต่ว่าฝาขวดยาที่หล่นอยู่ใกล้ๆไม่สามารถตามหาตัวขวดยาได้ ทำให้นักวิจัยคิดว่าอาจจะเกิดบางอย่างขึ้น
“ มีสัตว์ทดลองตัวไหนไหมที่สลัดเล็บมือเล็บเท้ารวมไปถึงสลัดขนของมันออกจากตัว ”
หนึ่งในนักวิจัยค้นข้อมูลแล้วนำชุดการทดลองหนึ่งขึ้นมาเปิดภายในห้อง ด้านหน้าทุกคนคือภาพของหนูสีขาวตัวหนึ่งกำลังถอดเล็บของมันทั้งหมดออก นอกจากนั้นยังใช้เท้าหน้าทั้งสองดึงขนออกจากตัวราวกับสัตว์ที่กำลังบ้าคลั่งก่อนจะตายลงไป
“ ตัวทดลองนี้ยังอยู่หรือเปล่า ”
“ เราได้เก็บร่างของมันเอาไว้ในห้องเย็น ”
“ รีบนำเล็บและขนของมันไปตรวจเร็ว ”
นักวิจัยติดต่อไปยังเ้าหน้าที่หน้าห้องแช่ให้นำตัวทดลองหมายเลข XZ 1145 ออกมาตรวจสอบ DNA ของมัน ในขณะเฝ้ารอดูผลการตรวจสอบเหล่านักวิจัยต่างก็อ่านเอกสารเกี่ยวกับเส้นผมและเล็บมือปลอมหนึ่งในหลักฐานที่เก็บมาจากด้านข้างจุดที่มีฝาขวดยา ไม่นานผลการตรวจสอบ DNA ของหนูทดลองก็ส่งเข้าสู่ห้องประชุม
“ ยืนยันแน่ชัดแล้วใช่ไหม ”
หัวหน้าแผนกวิจัยหันมองเลขาถามย้ำอีกฝ่ายเกี่ยวกับการตรวจสอบตัวทดลอง XZ 1145 จนมั่นใจได้ว่าตัวทดลองไม่มี DNA เช่นกัน นักวิจัยต่างขมวดคิ้วเมื่อรู้ว่ามีมนุษย์ได้รับยาเข้าไปแล้ว
“ ช่วยตรวจสอบให้หน่อยว่ามีกู้ภัยเข้าไปเก็บศพหรือช่วยผู้ป่วยในระแวกใกล้เคียงกับจุดที่พบฝาขวดยาหรือเปล่า ”
หัวหน้าแผนกวิจัยสั่งงานต่อไป หลังจากนั้นพวกเขาก็ได้รับข้อมูลที่แน่ชัดจากกลุ่มคนที่ออกไปตรวจสอบตามโรงพยาบาลและกู้ภัย
ในระแวกจุดที่พบฝาขวดยาไม่พบผู้าเ็หรือผู้เสียชีวิต ข้อมูลนี้ทำให้นักวิจัยแสดงความรู้สึกตื่นเต้นเมื่อรู้ว่ามีมนุษย์สามารถปรับสภาพให้เข้ากับไวรัสภายในขวดได้ หัวหน้าแผนกวิจัยจึงให้คนนำด็อกเตอร์เข้ามาในห้องเพื่อให้รับรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้
“ ด็อกเตอร์ ฉันมีข่าวดีจะบอก ”
ด็อกเตอร์คนเดียวกันกับที่วิ่งหนีคนสวมสูทสีดำหันมองนักวิจัยภายในห้อง ทุกคนล้วนแล้วเคยทำงานร่วมกันมาก่อน การพาเขาเข้ามาในห้องประชุมคงมีสาเหตุมาจากยาที่ขโมยออกไป
“ มีมนุษย์ปรับตัวเข้ากับยาของเราได้ ”
ด็อกเตอร์เบิกตากว้างแสดงท่าทางไม่อยากเชื่อออกมาทางสีหน้าอย่างชัดเจน เขาภาวนาให้ยาโดสที่หายไปถูกทำลายหรือไม่ก็มีคนหาไม่เจอ หัวหน้าแผนกกลับบอกว่ามีคนเจอมันแล้วใช้กับตนเองไปแล้ว ซึ่งเป็ไปไม่ได้ที่ผู้คนจะกินยาแปลกประหลาดเข้าไปเว้นแต่ว่าจะถูกบังคับ
“ มนุษย์ที่ไหนจะกินสิ่งนั้นลงไป แกโกหกไปเพื่ออะไร ”
“ ด็อกเตอร์ คุณดูหลักฐานเหล่านี้ เราได้มาจากจุดที่พบฝาขวดยา ยืนยันได้ว่ามีคนกินมัน ส่วนขวดเรายังหาไม่พบคาดว่าอีกฝ่ายน่าจะเก็บไปด้วย ”
ด็อกเตอร์กวาดตาอ่านข้อมูลที่นำมาเปรียบเทียบกัน พลางแสดงสีหน้าไม่อยากเชื่อออกมามากกว่าเดิม
เป็เื่ยากที่มนุษย์จะปรับตัวเข้ากับเชื้อไวรัส จากโครงการวิจัยเชื้อไวรัสเพื่อนำมาปรับใช้กับมนุษย์ถูกวิจัยจนมีความคืบหน้าแค่ 10 % ต่อให้พวกเขาจะรู้ว่าเชื้อไวรัสตัวนี้จะเปลี่ยนวงการแพทย์และเปลี่ยนเศรษฐกิจทั่วโลกก็ตามที โอกาสที่มนุษย์จะไม่ตายหลังจากรับยามีน้อยกว่า 1% มันยังคงอยู่ในขั้นตอนการวิจัยและต้องใช้เวลาอีกหลายสิบปีในการทดลอง
“ ผมบอกคุณแล้ว หากเราใช้กับมนุษย์ั้แ่แรก โอกาสที่เราจะทำสำเร็จมีสูงมาก ”
“ หัวหน้าแผนก แกกำลังเพ้อเจ้อ หากเราใช้กับมนุษย์ในทันที โอกาสที่ทุกคนจะตายมีสูงมาก เขาอาจจะเป็ 1 ในล้านที่รอดชีวิตจากผลของยา นอกจากนั้นเรายังไม่รู้ด้วยว่าร่างกายของเขาเปลี่ยนไปในทางไหน ทางที่ดีหรือทางที่ไม่ดี ”
หัวหน้าแผนกยิ้มเหี้ยม มันไม่สนใจเลยว่าผลของยาจะแสดงออกไปในทางที่ดีหรือไม่ ขอเพียงแค่มนุษย์ยังไม่ตาย เพียงเท่านี้งานวิจัยของพวกมันก็สามารถเดินหน้าต่อได้
ด็อกเตอร์ที่สังเกตสีหน้าหัวหน้าแผนกเขาก็เริ่มหน้าซีด เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายคิดจะทำสิ่งใด
“ หยุดซะ อย่าได้คิดที่จะไปต่อ ไม่อย่างนั้นได้เกิดหายนะขึ้นแน่ เรายังไม่พร้อมที่จะรับมือกับมัน ”
หัวหน้าแผนกวิจัยรู้เกี่ยวกับความคิดของด็อกเตอร์ เขาทำเพียงยิ้มเล็กน้อยแล้วให้คนนำด็อกเตอร์ออกจากห้องประชุม
“ หยุดซะ หยุดเดี๋ยวนี้ ผลที่ตามมาเกินกว่าที่จะรับได้ ถ้ายังไม่อยากให้มนุษย์ทั้งหมดตายหยุดความคิดของแกซะ! ”
เสียงร้องะโของด็อกเตอร์ดังก้องไปตามทางเดิน เขา้าให้หยุดงานวิจัยที่กำลังจะเกิดขึ้น จากการทำงานร่วมกันการวิจัยเชื้อไวรัสที่ค้นพบจากอุกกาบาตจะต้องใช้เวลาทั้งหมดราว 30 ปีเพื่อให้ได้มาซึ่งยาที่สามารถปรับใช้กับมนุษย์ได้โดยไม่มีผลเสีย
ยาที่ได้จากการวิจัยจะทำให้มนุษย์กลายเป็ยอดมนุษย์เหมือนภายในหนัง นอกจากจะเพิ่มพละกำลังมหาศาล ร่างกายยังสามารถปรับสภาพให้ทนต่อเชื้อไวรัสต่างๆได้เป็อย่างดี อาการเจ็บป่วยภายในร่างของมนุษย์จะหายไปจนผู้ป่วยภายในโรงพยาบาลลดจำนวนลงจนอาจจะเป็ 0
เพียงแต่ว่านักวิจัยกลุ่มหนึ่งกลับเสนอแนวทางในการวิจัยที่ผิดจรรยาบรรณ ด้วยการคิดที่จะนำเชื้อไวรัสปลูกถ่ายให้กับมนุษย์ จากระยะเวลาที่คำนวณว่าต้องใช้มากถึง 30 ปี จะลดเหลือ 1 - 2 ปีเท่านั้น อย่างไรก็ตามการเลือกหนทางนี้กลับมีความเสี่ยงสูงมากเพราะต้องใช้ตัวทดลองไปหลายหมื่นคนจนอาจจะถึงหลักแสน ต่อให้จะใช้นักโทษปะามาใช้ในการทดลองก็ตามที มันกลับผิดจรรยาบรรณไปไกลมาก
“ อย่าได้คิดที่จะทำมัน! ”
เสียงของด็อกเตอร์เงียบหายไปหลังจากประตูห้องประชุมปิดตัวลง หัวหน้าแผนกจึงสูดลมหายใจเข้าลึกๆแล้วกลับมาคุยกับนักวิจัยต่อ
“ นำยาทั้ง 4 โดสไปผสมเข้ากับยาในโครงการ HX 911 ”
“ หัวหน้า ถ้าทำแบบนั้น 70 % ของคนที่ได้รับยาในโครงการ HX 911 เข้าไปจะเสียสติ ”
“ ขอแค่พวกเขาไม่รู้สึกเ็ปเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว ”
“ คนที่รอดชีวิตจากยาของเราล่ะ ”
“ เขาจะปรากฎตัวเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม หลังจากผสมเชื้อไวรัสเสร็จ ฉัน้าให้เขตที่ค้นพบฝาขวดยากลายเป็พื้นที่ทดลอง ”
แผนที่เมืองปรากฎกลางห้องประชุม หัวหน้าแผนกจึงเริ่มลากเส้นรัศมีเพื่อตีกรอบเขตการทดลองของพวกเขา แต่เมื่อเห็นว่ามีปัจจัยหลายอย่างอาจจะทำให้การทดลองนี้ผิดพลาด เขาจึงลากเส้นจนคลุมทับทั่วเมือง ทุกคนจะต้องกลายเป็ตัวทดลองให้กับเขา
---------------------------------------------------------------
“ พี่คะ ่สายๆพ่อจะกลับมาพักนะคะ หนูไปโรงเรียนก่อน ถ้า่เย็นพี่เลิกงานก่อนฝากซื้อกับข้าวด้วยหนูจะแวะไปติวหนังสือกับเพื่อนๆ !”
โยฮันรีบตอบรับน้องสาวหลังจากสะดุ้งตื่น เมื่อหันมองนาฬิกาเขาพบว่าตนเองลืมตั้งเวลาปลุก เหลือเวลาอีก 30 นาทีเท่านั้นเขาจะเข้างานสายแล้วจึงรีบลุกจากเตียงไปอาบน้ำ ทว่าเขากลับยืนนิ่งหน้ากระจกระหว่างบีบยาสีฟัน
“ อย่าบอกนะว่านี่คือฉัน ”
มือทั้งสองลูบไปบนใบหน้า ััแรกที่เกิดขึ้นกับฝ่ามือคือความแข็งของผิวใบหน้าที่เปลี่ยนไป แก้มซ้ายมีความมันเงาสะท้อนแสงคล้ายกับเปลือกกุ้ง แก้มขวาหยาบกระด้างมีความแข็งมากกว่าแก้มซ้าย ลักษณะของมันคล้ายกับกระดองปู
ััต่อมาเกิดขึ้นที่ใบหน้า หลังจากนำมือมาลูบไล้เขาก็พบว่ามือนั้นแข็งเกินไป ต่อให้ผิวใบหน้าจะเปลี่ยนไปมือไม่ควรจะแข็งมากขนาดนี้ เมื่อจ้องมองมือทั้งสองข้างให้ดี สิ่งที่พบคือนิ้วทั้ง 10 เปลี่ยนแปลงไป แม้จะมีลักษณะเป็นิ้วทั้ง 10 ที่ตั้งเรียงราย เมื่อกำมือเข้าหากันลักษณะของมันคล้ายกับก้ามปู
หลังจากมองไปยังแขนเขาพบหนามเล็กๆโผล่ออกมาจากแขนที่เหมือนจะกลายเป็แขนกุ้งแม่น้ำ ความยาวของแขนยังคงเท่าเดิมเพียงแค่มีเปลือกห่อหุ้มเพิ่มมากเท่านั้น
เมื่อถอดเสื้อออกจากร่าง ภาพสะท้อนในกระจกทำให้เขามองเห็นร่างตัวเองชัดๆ ตามตัวของเขาในตอนนี้มีลักษณะเหมือนมีเปลือกกุ้งและกระดองปูแปะทับ ขาของเขาทั้งสองข้างก็เช่นเดียวกัน ยิ่งสำรวจร่างกายเขายิ่งเกิดความวิตกอย่างหนักเพราะมันไม่ใช่ร่างกายของมนุษย์แล้ว
“ บ้าจริง แบบนี้จะใช้ชีวิตยังไง ”
ความใเผยบนใบหน้าของโยฮัน เขากลายเป็ตัวประหลาดจากยาปริศนาที่กินเข้าไปใน่เมา เขาไม่รู้เลยว่ามีคนที่เห็น่เวลาเขาดื่มยาตัวนี้เข้าไปหรือไม่ แต่ที่เขารู้ได้คือตอนนี้ปัญหาใหญ่กำลังจะมาหาตัวของเขาแล้ว ทางออกเดียวที่สามารถอธิบายร่างกายของเขาได้คงมีเพียงแค่พ่อที่ทำงานวิจัยเกี่ยวกับยาภายในโรงพยาบาล
เมื่อรู้ว่า่สายพ่อจะกลับมาที่บ้าน เขาจึงติดต่อไปที่หัวหน้าแผนกที่ทำงาน การลาหยุด 1 วันคงเป็ทางออกที่ดีที่สุดเพื่อป้องกันไม่ให้ใครพบเห็นเขาในตอนนี้
“ บ้าเอ้ย แล้วทำไมมันต้องเป็กุ้งกับปูด้วย หรือว่าจะเกี่ยวข้องกับหม้อไฟที่กินเมื่อคืน แล้วถ้างั้นทำไมไม่เป็หมูและไก่ด้วยล่ะ ”
โยฮันพยายามตั้งสติของตนไม่ให้คิดไปไกล มันจะต้องมีทางออกเพื่อให้เขาใช้ชีวิตได้เหมือนเดิม ในระหว่างรอให้พ่อกลับบ้านเขาจึงวางแผนชีวิตของตน
หากเขาไม่สามารถกลับไปเป็มนุษย์เหมือนเดิม คงจะต้องใช้ชีวิตใน่กลางคืนให้ห่างจากผู้คน เงินเดือน 50,000 จากการเป็พนักงานบริษัทคงต้องเปลี่ยนมาเป็การทำงานอาชีพประมงแล้วให้น้องสาวเป็นายหน้านำกุ้งที่งมได้ไปขายให้ หากเขาสามารถจับกุ้งได้เหมือนเมื่อวานรายได้จะมากกว่าทำงานบริษัท
ในระหว่างคิดฟุ้งซ่านไปไกล โยฮันก็เริ่มมองตนเองในกระจกอีกครั้งก่อนจะลองคิดควบคุมสิ่งต่างๆ เขาอยากรู้ว่าตัวเองจะสามารถควบคุมสิ่งที่ปกคลุมร่างกายของตนเองได้หรือเปล่า.