ตอนที่3
ข้าโดนแมวสองตัวปั่นหัว
แมวขนฟูสามสีตรงหน้าของข้าะเิพลังงานสีแดงฉานออกมาราวกับจะเผาสถานที่แห่งนี้ให้เป็จุล
นั่นคือสิ่งที่มันทำหลังจากมันที่หันมาคุยกับข้าพวกนักสำรวจคนอื่นๆถอยครูดตามๆกันไป เ้าแมวประหลาดนั้นร้อง “หง๊าววววว!” ออกมายาวๆมวลพลังงานที่แผ่ขยายสร้างเป็สายลมหนักๆพัดต้นไม้ที่ประดับโดยรอบให้สั่นไหวผู้คนเริ่มแตกตื่น บางคนตั้งท่าเตรียมพร้อมต่อสู้โดยสัญชาตญาณตอนแรกข้านั้นตื่นเต้นแต่ตอนนี้ข้ากลับรู้สึกอยากจะร้องะโด้วยความหวาดกลัวแทนซะแล้ว
“แง๊ววววว!” เ้าเหมียวร้องลั่นเหมือนพร้อมจะะเิมหาเวทมนตร์ใดๆก็ตามที่มันกำลังร่ายข้ายกแขนขึ้นกันโดยสัญชาตญาณ แสงสีแดงสว่างจ้า ทุกคนกรีดร้องข้าหลับตาและเกร็งจนตัวแข็งทื่อยืนนิ่งราวกับกำลังรอให้มหาเวทย์ตรงหน้าซัดเอาร่างข้าให้แหลกสลายไปตรงนั้น
.
.
.
เงียบกริบ ไม่มีอะไรเกิดขึ้นซักอย่างเ้าเหมียวหันมาจ้องหน้ากับข้าแบบงงๆ ข้าส่งคำถามผ่านทางสายตาประมาณว่า“แล้วไงต่อ” มันส่ายหัวด๊อกแด๊ก
“บางทีข้าอาจจะยังไม่ชินสำเนียงแบบแมวน่ะขออีกรอบนะ ง๊าวววว!!!”มันเบ่งพลังสีแดงออกมาแล้วพยายามทำแบบเดิมแต่ผลที่ได้ก็คือแค่เพียงส่องแสงกับสร้างสายลมกรรโชกอีกเล็กน้อย มันหันมาแสยะยิ้มแห้งๆให้ข้าเล็กน้อยก่อนที่พวกเราจะโดนไล่ตะเพิดออกมาทั้งแบบนั้น ข้าเดินคอตกและอุ้มมันตรงกลับบ้าด้วยความอับอาย
“โทษทีนะเ้านายตัวเล็กของข้าข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมข้าถึงใช้เวทมนตร์ไม่ได้”เ้าเหมียวขนฟูสามสีที่เพิ่มปรากฏตัวขึ้นมาเอ่ยกับข้า แววตาของมันดูรู้สึกผิดจริงๆ“มิติแห่งนี้มีตัวตนของพลังเวทมนตร์อยู่แท้ๆ น่าแปลกจริงๆ”
ข้าหดหู่จนรู้สึกอยากจะบ่นออกมา “สุดท้ายแล้วเ้าก็เป็แค่แมวธรรมดาๆที่เปลี่ยนร่างและเรืองแสงได้สินะ”
“ไม่นะ ง๊าว!” แมวสามสีในอ้อมแขนของข้าแย้ง “เ้าอาจจะไม่เชื่อ แต่ถ้าเป็ในตอนปกติพวกข้าตัวใดตัวหนึ่งสามารถเป่าเมืองนี้ให้หายไปในการโจมตีไม่กี่ครั้งได้เลยนะ”มันพยายามโอ้อวดด้วยลมปากเพียวๆ แน่นอนว่าข้าไม่เชื่อใจมันเหมือนตอนแรกอีกแล้ว
“จ้า จ้า เก่งมากเลยเ้าเหมียว”ข้าทำเป็เออออตามไป ตอนนี้ข้าเสียความรู้สึกอย่างมาก ไม่คิดว่า่ชีวิตนึงข้าจะมาหลงเชื่อคำพูดเลื่อนลอยของแมวแปลกหน้ารู้สึกว่าพวกผู้คนชนชั้นสูงที่เดินผ่านไปผ่านมาเริ่มคิดแล้วว่าข้าเป็บ้าที่คุยกับแมวเป็เื่เป็ราวเช่นนี้
เ้าเหมียวจ้องหน้าข้ามันเหมือนพยายามจะอ่านความรู้สึกของข้าให้ออก “เ้าไม่เชื่อข้าจริงๆด้วย”
“ก็มันไม่น่าเชื่อเลยนี่เมื่อกี้เ้าก็ทำให้ข้าต้องอับอายด้วย” ข้าไม่อยากจะเชื่อว่าข้ากำลังงอนสัตว์เลี้ยงของตัวเองไม่สิ มันยังไม่ถูกนับเป็สัตว์เลี้ยงของข้าด้วยซ้ำก็มันเล่นตั้งชื่อให้ตัวเองเฉยเลย
ว่าแต่เ้านี่มันใช้อาเธอร์ไหม...มันมักจะแทนตัวเองในบางครั้งว่าพวกเราหมายความว่าทุกๆร่างของมันก็คือคนละตัวกันสินะเพระว่าเ้าแมวสามสีตัวนี้มันดูี้เีน้อยกว่าอาเธอร์อย่างเห็นได้ชัดเลยเ้าเหมียวนิ่งไปซักพัก ก่อนจะบอกกับข้าว่า“หาที่เงียบๆที่ไม่มีคนเดินผ่านไปผ่านมาให้หน่อยข้าจะแสดงให้เ้าดูว่าเข้าไม่ได้โกหก”
“อีกแล้วเหรอ” ข้าขมวดคิ้วก่อนจะถอนหายใจ ถึงยังไงแถวๆบ้านของข้าก็เป็เขตปลอดผู้คนอยู่แล้ว ข้าจึงบอกกับมันว่าเดี๋ยวพอกลับถึงบ้านแล้วจะหาที่เงียบๆให้มันเปล่งแสงเล่นๆ
“ข้ายังไม่รู้จักชื่อของเ้าเลยเ้านายตัวน้อยของข้า” เ้าเหมียวสามสีหันมาถามข้า เห็นไหมนิสัยของมันเปลี่ยนไปจริงๆด้วยถ้าเป็อาเธอร์ตัวเก่าคงจะอยากนอนมากกว่าพยายามพิสูจน์คำพูดของตัวเองแน่ๆถึงจะได้เจอมันไม่ถึงวันแต่เ้าอาเธอร์ก็เข้าใจง่ายอย่างไม่น่าเชื่อเลยล่ะ
“ข้าชื่อว่าฟีเชียร์” ข้าแนะนำตัวเอง
“เป็ชื่อที่เพราะดีนะ”เ้าเหมียวสามสีชม ถ้ามันเป็มนุษย์ข้าคงจะแหยงกับวิธีพูดของมันสุดๆคงเพราะว่ามันเป็ตัวผู้ด้วยแหละ “ส่วนข้ามีนามว่าฟาเอล ดีอัลวาริค เ้าชายแห่งราชอาณาจักรดีอัลวาร์ยินดีที่ได้รู้จักนะ”
ข้าขมวดคิ้วสัตว์อัญเชิญตัวนี้เต็มไปด้วยปริศนาที่ทำให้ข้างุนงงข้าไม่รู้หรอกนะว่ามันเป็ปกติหรือเปล่าที่สัตว์อัญเชิญจะมีศักดิ์เป็เ้าชายหรือมีหลายร่างในตัวเดียวเพราะงั้นข้าจึงค่อยๆถามมันระหว่างเดินทางกลับบ้านเกี่ยวกับทุกเื่ที่ทำให้ข้าสงสัย
“หากเ้าเปลี่ยนร่างเ้าก็จะกลายเป็แมวอีกตัวเลยใช่ไหม”
“เหมี๊ยว!” แมวสามสีฟาเอลตอบ ซึ่งข้าเดาว่ามันคงพยายามจะบอกว่าใช่“ตัวแรกที่เ้าได้พบก็คืออาเธอร์ เป็เพื่อนของข้าเอง ถึงหมอนั่นจะเอื่อยเฉื่อยไปหน่อยแต่มันก็เป็แมวที่ดีนะ”
“เพื่อนงั้นเหรอ”แล้วข้าก็ได้คำถามมาเพิ่มอีกนับสิบคำถาม “ก็พวกเ้าเป็แมวตัวเดียวกันแต่คนละร่างนี่แล้วทำไมถึงเรียกอาเธอร์ว่าเพื่อนล่ะ”
“ถึงพวกเราจะใช้ร่างเดียวกันแต่ก็เป็คนละตัวนะ” ฟาเอลอธิบาย ดวงตาสีเทาแฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ข้าไม่สามารถอธิบายก็แหงล่ะข้าไม่ใช้สัตวแพทย์นะจะได้เข้าใจพฤติกรรมทุกอย่างที่สัตว์เลี้ยงสื่อออกมาน่ะ “อ้อ! แล้วก็ไม่ได้มีแค่ข้ากับอาเธอร์ด้วย”
“อะไรนะ” ข้าใ “เ้าสามารถเปลี่ยนเป็ร่างอื่นได้อีกงั้นเหรอ”
“เหมี๊ยว!” ข้าเริ่มมั่นใจแล้วว่าการร้องแบบนั้นหมายความว่า ใช่“พวกข้ามีอยู่ด้วยกันสี่ตัว แต่อีกสองตัวนิสัยไม่ค่อยน่ารักเท่าไหร่ถึงอย่างนั้นพวกมันก็เป็แมวที่ดีนะเหมียว”
“เพราะอะไรพวกเ้าถึงต้องมาอาศัยอยู่ในร่างเดียวกันงั้นเหรอ”ข้าตัดสินใจถามสิ่งที่คาใจที่สุดออกไป
“เื่นั้นน่ะเหรอต้องย้อนกลับไปสมัยที่พวกเรานั้นยังเป็...”
ทว่าก่อนที่เ้าเหมียวฟาเอลจะได้พูดจบร่างของมันก็เรืองแสงสีแดงสว่างวาบก่อนจะกลายร่างกลับมาเป็แมวส้มอาเธอร์ที่แสนเกียจคร้านตัวเดิมเ้าแมวตัวนั้นชำเลืองมองข้าก่อนจะขดตัวอยู่ในอ้อมแขนพลางเอ่ยออกมาสั้นๆว่า“ฝันดีนะ” แล้วก็หลับไปทั้งแบบนั้น มันส่งเสียงเครือดๆออกมาแทบจะในทันทีที่หลับตา
“เดี๋ยวก่อนสิ! เมื่อกี้นี้เ้ายังเล่าไม่จบเลย” ข้าพยายามเขย่าให้มันตื่นแต่เ้าอาเธอร์ก็หลับลึกเกินกว่าที่เสียงะโของข้าจะปลุกมันได้
แล้วระหว่างทางกลับบ้าน ข้าก็เหลือไปเห็นถังขยะที่อยู่ข้างทางสิ่งที่ดึงดูดสายตาของข้าจริงๆไม่ใช่เศษอาหารแต่เป็วัตถุสะท้อนแสงที่ถูกใส่อยู่ข้างในด้วยความหวังที่ว่ามันจะเป็ของมีค่าทำให้ข้าลงมือขุดคุ้ยกองขยะที่สกปรกนั่นเ้าอาเธอร์ถูกวางไว้บนพื้น แล้วข้าก็พบเข้ากับมีดสั้นเล่มหนึ่ง สภาพมันยังดูดีหากแต่มีรอยบิ่นเล็กน้อย มันยังพอใช้งานได้ข้าจึงสลัดเศษอาหารแล้วเช็ดกับเสื้อก่อนจะถือมันติดมือกลับมาด้วย
แล้วมันก็ทำให้ข้านึกอะไรบางอย่างขึ้นได้ในหัวอะไรที่ซุกซน อันตราย และดูบ้ามากๆ
แต่ชีวิตข้าเคยมีทางเลือกที่สวยงามด้วยหรือไง
เ้าแมวส้มขยับตัวในอ้อมแขนเบาๆมือขวาของข้ากำมีดแน่น หัวใจของข้าเต้นแรงข้าไม่อยากจะเชื่อว่าข้านึกจริงจังกับสิ่งที่ข้ากำลังจะคิดมากๆมันเหมือนกับคุณกำลังเดิมพันอะไรบางอย่างที่สำคัญมากๆไปบนทางเลือกสุดท้ายของคุณที่โอกาสล้มเหลวมากกว่าสามในสี่
ในเมื่อกิลด์ไม่อนุญาตให้ข้าเป็นักสำรวจข้าก็จะแอบออกไปสำรวจด้วยตัวเอง
ข้าจะลอบออกจากเมืองและออกสำรวจมหาดันเจี้ยนด้วยความสามารถของตัวเอง!
โปรดติดตามตอนต่อไป