เช้าวันรุ่งขึ้น
เ้าเหมียวชะเง้อชะแง้อยู่ที่หน้าประตูกระจกเขากำลังเฝ้ารอปกป้องมาให้อาหาร เปล่า...เ้าเหมียวไม่ได้หิวแต่อยากใกล้ชิดปกป้องผู้ที่เขารู้สึกถูกชะตาและเชื่อว่าอาจเคยพบหน้าหรือรู้จักเด็กหนุ่มคนนี้มาก่อนั้แ่ตอนที่เขาเป็คนแต่เ้าเหมียวก็ยังคิดไม่ตกว่าจะเข้าหาปกป้องและััตัวกันด้วยวิธีไหนแม้จะรู้จากมนตรามาแล้วว่าปกป้องกลัวแมว แต่ไม่คิดว่าขนาดเขายอมลงทุนนอนหงายท้องโชว์แล้วปกป้องก็ยังไม่ใจอ่อนมาจกพุง (แถมทำหน้าเหวอด้วยซ้ำ) ครั้นจะใช้ไม้แข็งอย่างการแอบซุ่มและกระโจนเข้าใส่ก็คงทำได้เพียงครั้งเดียวเพราะปกป้องคงไม่ยอมกลับมาให้เห็นหน้าอีก
เสียงรถจักรยานยนต์จอดหน้าบ้านเ้าเหมียวจำได้ทันทีว่าเป็เสียงรถของปกป้องด้วยความที่ยังคิดไม่ออกว่าจะเข้าใกล้เขาอย่างไรจึงไปแอบซุ่มอยู่ด้านหลังเคาน์เตอร์ครัวโดยตั้งใจว่าอย่างน้อยแอบมองปกป้องไปก่อนก็ยังดี
“ยู้ฮูจับฉ่ายฉันมาแล้ว แต่อย่าเข้ามาใกล้ฉันนะ ฉันต้มปลามาแล้วเดี๋ยวจะใส่ให้เต็มถ้วยเลย!” ปกป้องประกาศขณะเลื่อนประตูเปิด
ชายหนุ่มหยิบทัปเปอร์แวร์ออกมาแล้วบรรจงใช้ตะเกียบคีบปลาออกมาวางใส่ชามกลิ่นปลานั้นหอมยวนใจเป็พิเศษ เ้าเหมียวะโขึ้นโต๊ะกินข้าวอย่างห้ามใจตัวเองไม่อยู่จนนึกแปลกใจว่าเป็ตัวเขาเองหรือสัญชาตญาณของเ้าของร่างจริงที่ซ่อนอยู่
“เหวอ!ใหมดเลย แต่มนตราคงไม่ว่ากันนะถ้าแมวจะกินข้าวบนโต๊ะน่ะ”ปกป้องว่า
“นี่มันปลาอินทรีนี่นาของโปรดฉันแน่ๆ เลย ฉันรู้สึกได้” เ้าเหมียวนึกในใจ ตั้งใจว่าจะเล่าให้มนตราฟัง
“ท่าทางแกกินอร่อยน่าดูเลยฉันน่ะไม่ชอบเลย รู้สึกกลิ่นมันคาว แต่ปู่ของฉันชอบมากเลยนะ”ปกป้องพูดขณะมองเ้าเหมียวกินอย่างเอร็ดอร่อย
เ้าเหมียวชะงักมองปกป้องครั้งนี้เขาได้มองชายหนุ่มใกล้กว่าทุกทีโดยที่ชายหนุ่มไม่ได้ขยับหนีไปไหนเ้าเหมียวััได้ถึงความเศร้าในน้ำเสียงของปกป้อง
“ความจริงฉันก็ชอบกินนะอาหารทะเลน่ะแต่ตอนฉันยังเด็ก ฉันกินปลาแล้วก้างติดคอ ฉันก็เข็ดรู้มั้ยปู่ฉันทำยังไง...ปู่บังคับให้ฉันแกะปลากินทุกมื้อติดกันทั้งอาทิตย์เขาคงไม่ได้หวังให้ฉันฉลาดขึ้นหรือไม่เลือกกินหรอกแต่คง้าใช้อำนาจบังคับฉันมากกว่า...ั้แ่นั้นฉันไม่กินปลาอีกเลย”
ความรู้สึกสงสารท่วมท้นและความรู้สึกแปลกประหลาดก็จุกแน่นมาที่คอของเ้าเหมียวจนเขาสำลักปลาเ้าเหมียวโก่งคอและลำตัวพยายามจะขากชิ้นปลานั่นออก ปกป้องใร้องลั่นเขารีบเทน้ำใส่ถ้วยมาให้เ้าเหมียว แต่ดูจะไม่เป็ผลเ้าเหมียวเริ่มเอาขาหน้าตะกุยเพดานปากตนเองอย่างน่าเวทนา
“โธ่เอ๊ย!ทำไงดีนะ ทำไงดี”
ปกป้องลุกลี้ลุกลนแม้จะกลัวแมวจับใจ แต่ก็ไม่อยากเห็นเ้าเหมียวตายต่อหน้า เขาจึงรวบรวมความกล้าตบเ้าเหมียวที่กลางหลังเบาๆ
“แอ้ก”
ปลาชิ้นหนึ่งกระเด็นหลุดออกมาจากลำคอของเ้าเหมียวในชั่ววินาทีแห่งความเป็ความตายนั้นเอง ทันทีที่มือของปกป้องัักับเ้าเหมียวสติสัมปชัญญะของเ้าเหมียวก็หลุดลอยไปมันเข้าไปอยู่ในห้วงความฝันหรือความทรงจำอีกครั้ง
เ้าเหมียวยืนอยู่ในห้องแห่งหนึ่งเขากวาดตามองไปรอบๆ ตรงกลางห้องนั้นคือเฟอร์นิเจอร์หลุยส์ซึ่งเป็ชุดโต๊ะและเก้าอี้รับประทานอาหารขนาดยาวขนาด10ที่นั่งตั้งอยู่หน้าประตูไม้ที่เปิดโล่งเผยให้เห็นวิวภายนอก เขาเห็นกอกุหลาบหลากสีมะลิ และดอกเข็ม เ้าเหมียวมั่นใจทันทีว่าเขาอยู่ที่ไหน
“กินเสียให้หมดถ้าไม่หมด เย็นนี้ก็ไม่ต้องกินข้าว”เสียงดังกังวานและทรงพลังที่เ้าเหมียวคุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง
เมื่อเ้าเหมียวหันไปก็เห็นเด็กชายคนที่เขาเคยเห็นเดินตาแดงก่ำเข้ามาในห้องตามหลังด้วยชายชราถือไม้เท้าผู้โหดร้ายคราวนี้เ้าเหมียวทันสังเกตว่าชายคนนั้นใช้ไม้เท้าด้วยมือข้างซ้ายขโยกเขยกเข้ามาเป็อันว่าข้อสันนิษฐานของเขากับมนตราที่ว่าชายคนนี้ถนัดซ้ายนั้นถูกต้อง
เด็กชายนั่งลงที่ด้านหนึ่งชิดกับหัวโต๊ะเขาก้มหน้านิ่ง สักพักแม่ครัวก็ตามเข้ามาเสิร์ฟอาหารและตักข้าวให้เด็กชายเ้าเหมียวเพิ่งรู้สึกตัวว่าตัวเองยังไม่ได้หาที่หลบซ่อนแต่เมื่อสังเกตเห็นว่าไม่มีใครสนใจเขาเลย ก็แสดงว่าคนที่นี่น่าจะไม่เห็นเขาเ้าเหมียวทดสอบด้วยการะโขึ้นไปสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิดบนโต๊ะอาหารซึ่งก็เป็ไปดังคาด ไม่มีใครไล่เขาสักคน
ชายชราเลื่อนเก้าอี้นั่งตรงข้ามเด็กชายแล้วออกคำสั่งซ้ำอีกครั้งเด็กชายหยิบช้อนส้อมขึ้นมาด้วยมืออันสั่นเทา เ้าเหมียวมองจานอาหารตรงหน้าเด็กชายแล้วเขาก็เห็นปลาอินทรีทอดชิ้นใหญ่
“ปลาอินทรี!หรือว่า…” เ้าเหมียวอุทานแล้วหันไปมองหน้าเด็กชาย
“ผมไม่อยากกินแล้วครับปู่”เด็กชายเสียงอ่อยและสั่นราวกับจะร้องไห้
“อะไรกันจ๊ะโตขนาดนี้แล้วยังเอาแต่ใจตัวเองอีกเหรอ”
เสียงแหลมๆดังขึ้นจากประตูที่เปิดออกไปยังสนามหญ้า เ้าเหมียวหันขวับ เขาเห็นหญิงสาวร่างเล็กผิวขาวดวงตาเรียวเล็กเหมือนงู ปากบางเรียวทาสีแดงจัด เกล้าผมมวยอยู่ในชุดผ้าไหมเดินเข้ามา สายตาที่มองเด็กชายนั้นไม่เป็มิตรเอาเสียเลย หญิงสาววางมือบนไหล่เด็กชายแล้วบีบแน่น
“น้ายุไม่ต้องมายุ่งกับผม”เด็กชายสะบัดแขนอย่างแรง
“ปกป้อง!แกก้าวร้าวกับย่าอย่างนี้ไม่ได้นะ” ชายชราตวาดลั่น
“ปกป้องจริงๆด้วย!” เ้าเหมียวใ
“ใช่จ้ะปกป้องไม่ควรก้าวร้าวกับผู้ใหญ่นะ แล้วย่าก็ชื่อยุพินจ้ะ ช่วยเรียกให้เต็มๆด้วยนะจ๊ะ” เสียงนั้นเจือแววไม่พอใจ
ปกป้องเขี่ยข้าวในจานไปมาชายชราตั้งท่าจะตวาดอีก แต่หญิงรับใช้คนหนึ่งเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน
“คุณท่านคะมีแขกมาขอพบค่ะ”
ชายชราไม่วายกำชับปกป้องเสียงแข็งให้กินปลาให้หมดส่วนยุพินก็เดินตามออกไปติดๆ
“เมี้ยวๆๆ”เสียงหนึ่งดังขึ้นจากสนามหญ้า
ทั้งปกป้องและเ้าเหมียวหันไปเ้าแมวส้มตัวหนึ่งยืนแอบอยู่ตรงพุ่มไม้
“เ้าเหมียวแกมาแล้วเหรอ”
ปกป้องร้องด้วยความดีใจแล้วรีบแกะก้างปลาด้านข้างออกแล้วคลุกเนื้อปลากับข้าวเอาไปวางบนใบไม้ให้มันกิน
“อ้าว!ปกป้องไม่ได้กลัวแมวเหรอ” เ้าเหมียวประหลาดใจ
เ้าเหมียวสีส้มตัวนั้นกินจนเกลี้ยงในเวลาไม่นานปกป้องลูบหัวมันอย่างเอ็นดู
“ว้าย!แมวที่ไหนมาขโมยกินข้าว”เสียงหวีดแหวดังขึ้นจากประตูที่เชื่อมห้องครัวกับในบ้าน
ยุพินนั่นเองสายตามาดร้ายที่มองมายังปกป้องนั้นส่อชัดเจนว่าเธอจงใจฟ้องชายชราเพื่อให้ปกป้องถูกลงโทษเพียงอึดใจเดียวชายชราก็โผล่พรวดเข้ามาในห้องโดยแทบไม่พึ่งพาไม้เท้าเขากวาดตามองและเข้าใจสถานการณ์ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว
“หน็อย!แกเอาปลาให้แมวกินเหรอ แกกล้าขัดคำสั่งฉันใช่ไหม”
ไวเท่าคำพูดชายชราเขวี้ยงไม้เท้าลอยข้ามโต๊ะมายังปกป้องและแมวส้มปกป้องใผลักเ้าเหมียวส้มออกไปจึงถูกมันข่วนเข้าที่ใบหน้าเฉียดดวงตาเพียงนิดเดียวและใบหูจนเืซิบแล้วมันก็กระโจนหนีไปอย่างรวดเร็ว ยุพินกรีดร้องส่วนชายชรารีบเข้ามาจับหน้าปกป้องดูแล้วะโเรียกคนรับใช้ในบ้านให้มาช่วย
เ้าเหมียวมองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความตกตะลึงแล้วแสงสีขาวก็วาบผ่านหน้าเขาอีกครั้ง
“เฮ้อ!ฟื้นแล้ว” เสียงสองหนุ่มอุทานแทบจะพร้อมกัน
เ้าเหมียวลืมตาขึ้นมาอย่างงุนงงแสงสีขาวจ้าบาดตาและพื้นเยียบเย็น แน่นอนว่า…
“ขอบคุณหมอบาสมากนะครับ!เฮ้อ...ผมใแทบแย่ตอนเขาสลบไป” ปกป้องว่า
“ไม่เป็ไรครับเป็หน้าที่ผมอยู่แล้ว แต่บอกตรงๆ ผมก็จนปัญญาจริงๆ ครับทำไมเ้าเหมียวถึงสลบบ่อยขนาดนี้ แต่กลับตรวจไม่พบปัญหาสุขภาพสักอย่างเดียว”บาสพูดอย่างหนักใจ
เ้าเหมียวซาบซึ้งใจที่ทั้งสองคนเป็ห่วงเขาโดยเฉพาะกับปกป้องที่อาจเป็เืเนื้อเชื้อไขของเขาด้วยซ้ำ แต่แม้อยากถามแค่ไหนก็คงเอ่ยปากออกไปไม่ได้
“อ้อ...แล้วมนตร์ไปไหนนะครับ”บาสถาม
“มนตร์ไปเข้าถ้ำเก็บตัวน่ะครับ่เดดไลน์ไฟลนก้นเขาจะต้องเปลี่ยนที่ทำงานทุกที เหมือนเปลี่ยนบรรยากาศแล้วสมองแล่นอะไรทำนองนั้นน่ะครับ”ปกป้องเล่าเจือเสียงหัวเราะ
“คุณสนิทสนมกับมนตร์ดีจังเลยนะครับ”บาสเอ่ยด้วยน้ำเสียงปนเศร้าเล็กน้อย
“หมอคะ!มีเคสด่วนค่ะ น้องหมาชัก” ผู้ช่วยหมอเปิดประตูพรวดเข้ามา
“งั้นเดี๋ยวผมพาจับฉ่ายกลับเลยขอบคุณมากนะครับหมอ”
“ครับๆถ้ามีอะไรฉุกเฉินก็พามาได้เลยนะครับ ไม่ต้องเกรงใจ” บาสช่วยอุ้มเ้าเหมียวใส่ในกระเป๋าแมวใบใหม่เอี่ยมที่ปกป้องเพิ่งซื้อที่คลินิกเพื่อให้ขี่จักรยานยนต์กลับคนเดียวได้อย่างสะดวก
ที่บ้านมนตรา
เ้าเหมียวเดินออกมาจากกระเป๋าแล้วจ้องปกป้องไม่วางตาความจริงเขาอยากคุยกับมนตรามากเพราะรู้สึกได้ว่าเข้าใกล้ความจริงมากขึ้นทุกทีเพียงแค่ต้องพิสูจน์ให้แน่ใจว่าเขาคือปู่ของปกป้องจริงๆ ปกป้องกดโทรศัพท์หามนตราเพื่อจะรายงานเื่เ้าเหมียว
“ยัยนี่ต้องนอนตอนสว่างอีกแล้วแน่ๆปาเข้าไปจะเที่ยงแล้วยังไม่ตื่นเนี่ย”
ปกป้องบ่นแล้วโทรหามนตราอีกครั้ง
“งืมๆ...ฮัลโหล”มนตรางัวเงียเปิดวิดีโอคอลโดยที่ยังหัวยุ่งกระเซิงอยู่บนเตียง
“โอ้โห!กว่าจะตื่นได้นะคร้าบนายหญิง กระผมมีเื่จะเรียนให้ทราบครับ”ปกป้องเย้า
“โอ๊ย!ใครเสียงดังแต่เช้าเลยเนี่ย” เสียงหนึ่งดังลอดมาจากด้านหลังมนตรา
ปกป้องและมนตราสะดุ้งโดยเฉพาะมนตราที่ตาสว่างเต็มที่ เธอหันขวับไปยังต้นเสียง
“ผมยังง่วงอยู่เลยฮ้าววว” ฟิล์มโผล่ขึ้นมาจากพื้นข้างเตียง
“กรี๊ดดดด”
“เฮ้ยยยย”ปกป้องร้องสุดเสียง
จากผู้เขียน…
เฮ้ย! เื่จริงใช่ไหม คุณปู่ใช่ไหม โอ๊ยอยากให้ปริศนากระจ่างไวๆ จัง