งานแต่งงานระหว่างสโรชิณีและชลกรถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายริมทะเลตามความต้องการของเจ้าสาว มีเพียงญาติๆและแขกคนสนิทที่ได้รับเชิญเท่านั้นที่มาร่วมในงาน
ซึ่งในขณะที่สโรชิณีกำลังจะโยนดอกไม้เสี่ยงทายให้กับเจ้าสาวคนถัดไป ชลกรก็โน้มใบหน้าลงมากระซิบบางอย่างข้างๆหูเธอ สโรชิณีจึงหันไปมองหญิงสาวนางหนึ่งซึ่งเป็นเป้าหมายตามที่เจ้าบ่าวของเธอบอก
"ค่ะ" เธอพยักหน้าให้เขาแล้วโยนดอกไม้ออกไปทันที
.
"เอ๊ะ!"
ลิลลี่รับช่อดอกไม้ที่ลอยมาหาเธอด้วยความงุนงง ทั้งๆที่หญิงสาวไม่ได้ออกไปยืนแย่งดอกไม้กับบรรดาสาวโสดในงานเสียด้วยซ้ำ....
แต่ในระหว่างที่หญิงสาวกำลังมึนงงและเคว้งคว้างกับช่อดอกไม้ที่รับได้อยู่นั้น จู่ๆธามไทก็เดินตรงมาที่เธอท่ามกลางความอิจฉาของสาวๆหลายคนที่หมายตาหนุ่มหล่อไว้ในงาน
"พี่ธาม....."
.
.
.
"คุณชลว่าสองคนนั้นจะยังไงกันต่อคะ"
สโรชิณีหันมาถามชลกรเกี่ยวกับเรื่องราวต่อไปของลิลลี่และธามไท
"ทุกอย่างอยู่ที่ความพยายามของไอ้ธาม แต่เราก็ทำหน้าที่เสร็จแล้ว เธอโยนแม่นมากเลยนะ" ชลกรเอ่ยชมเจ้าสาวของเขา
"คงจะเป็นชะตาของพวกเขามากกว่ามั้งคะ ฝุ่นแค่ภาวนาว่าถ้าสองคนนั้นเกิดมาคู่กันจริงๆ ก็ขอให้ทั้งคู่ได้วนกลับมาในวงโคจรเดียวกันอีก" สโรชิณีบอกเขา
"คงเหมือนเราสองคนสินะ" ชลกรอดที่จะนึกถึงเรื่องราวของเธอและเขาตั้งแต่ต้นไม่ได้
"คงงั้นมั้งคะ" สโรชิณีเอนศีรษะไปซบกับอกแกร่งอย่างมีความสุข
"แล้วฉันได้บอกเธอรึเปล่าว่าวันนี้เธอสวยมาก" ชลกรถามหญิงสาว
"ยังค่ะ วันนี้คุณชลยังไม่ได้ชมฝุ่นเลย"
เธอบอกเขายิ้มๆ ชลกรชอบหยอดใส่เธอแบบนี้เสมอและนับวันเขาก็ยิ่งจะหวานมากขึ้นเรื่อยๆจนทุกวันนี้สโรชิณีแทบจะสำลักความสุขออกมาแล้ว
"วันนี้เจ้าสาวของฉันสวยมากๆ แล้วฉันก็รักเธอมากที่สุดด้วย" เขาบอกเธอพร้อมกับโน้มใบหน้าลงมาจุมพิตหน้าผากมนเบาๆ
"ฝุ่นก็รักคุณชลค่ะ รักคุณชลคนเดียวมาตลอด"
เธอบอกเขาพร้อมกับสายตาคู่เดิม สายตาคู่นี้ที่ซื่อสัตย์และมองชลกรแค่คนเดียวจริงๆ
"ฉันนึกว่าจะไม่ได้ยินคำนี้ซะแล้ว"
ชลกรพูดกับเธอพร้อมกับโอบกอดเอวบางไว้ ถึงแม้สโรชิณีจะไม่ได้พูดมันออกมา แต่เขาก็รับรู้ได้จากทุกอย่างที่เธอทำให้ในทุกๆวันและแววตาคู่นี้ของเธอ
"เมื่อไหร่จะถึงฤกษ์เข้าหอนะ ฉันอยากอุ้มลูกชายแล้ว" ชลกรแสร้งโปรยขึ้น แต่เขาก็จริงจังกับคำพูดนั้นจริงๆ.
"คุณชลอะ!" สโรชิณีตีอกเขาเบาๆด้วยความเขินอาย
.
.
.
สามปีต่อมา.....
"น้องปราน อย่าแกล้งพี่สิลูก"
สโรชิณีดุลูกชายตัวน้อยที่ชอบแกล้งพี่สาวอย่างน้องปราง เธอเลี้ยงเด็กทั้งสองมาเสมือนพี่น้องสายเลือดเดียวกันและตั้งใจจะไม่บอกลูกสาวด้วยว่าเด็กน้อยไม่ใช่ลูกสาวแท้ๆของเธอกับชลกรเพราะไม่อยากให้น้องปรางมีปมในใจและบัดนี้สโรชิณีก็กำลังตั้งครรภ์ลูกชายอีกคนหนึ่ง อีกสองเดือนก็จะถึงกำหนดคลอดแล้ว.
สโรชิณีก้มลงหยิบตุ๊กตาตัวโปรดที่ถูกน้องปรานเขวี้ยงออกนอกเสื่อส่งให้น้องปรางที่นั่งน้ำตาคลออยู่
วันนี้ชลกรพาเธอและลูกๆออกมาปิกนิกที่สวนสาธารณะซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านนัก
"ขอบคุณค่ะคุณแม่"
น้องปรางรับตุ๊กตาจากเธอ เด็กน้อยมักจะพูดคำขอบคุณจนติดปากเวลาผู้ใหญ่ให้ของตามที่สโรชิณีเคยสอนไว้ เด็กคนนี้เลี้ยงง่ายมาตั้งแต่ไหนแต่ไร
ส่วนลูกชายแท้ๆของเธอนี่สิ ทั้งดื้อและซนอย่างกับลูกลิงแถมยังมีคุณตาคอยตามใจและให้ท้ายมาตลอดจนหญิงสาวอดที่จะกังวลไม่ได้ว่าท่านจะตามใจหลานชายมากเกินไปจนอาจจะเสียนิสัยได้
"น้องปราณค่ะ แกล้งพี่แบบนี้ไม่น่ารักรึเปล่าลูก"
สโรชิณีหันไปพูดกับลูกชาย เธอไม่อยากตำหนิแบบตรงๆ แต่ก็อยากให้ลูกได้คิดเองด้วย นั่นคือวิธีเลี้ยงลูกของหญิงสาว
"น้องปราณขอโทษครับแม่" เด็กน้อยพูดกับเธอด้วยสีหน้าสำนีกผิด แล้วหันไปขอโทษผู้เป็นพี่สาว
"น้องปราณขอโทษนะครับพี่ปราง ต่อไปน้องปราณจะไม่ทำอีกแล้ว"
จากนั้นสองพี่น้องก็สบมกอดกัน น้องปรางให้อภัยน้องชายด้วยการสวมกอดท่ามกลางความพอใจของสโรชิณีที่อยากให้ลูกๆของเธอรักกันให้มากๆ
ไม่นานชลกรที่ออกไปซื้อของกินแถวๆนั้นก็เดินกลับมาพร้อมกับถุงอาหารในมือ เด็กๆจึงวิ่งไปหาเขาและถามหาของกินทันที ชลกรจึงจัดการเอาของกินให้เด็กทั้งสองไปแบ่งกันกับพี่เลี้ยง จากนั้นก็เดินมาหาเมียสุดที่รัก
"นี่ครับ ตับไก่ย่าง น้ำมะพร้าว ขนมตะโก้ แล้วก็ฟักทองสังขยาของคุณแม่และเจ้าตัวเล็กของพ่อ"
ชลกรลูบท้องหญิงสาวเบาๆ ทันใดนั้นเจ้าตัวเล็กในท้องก็เริ่มดิ้นทันทีราวกับว่าถูกใจและรับรู้ในสิ่งที่ผู้เป็นพ่อพูด
"คงจะถูกใจสินะเจ้าเสือของพ่อ" ชลกรพูดกับเจ้าตัวเล็กที่กำลังดิ้นอยู่อย่างนึกขำ
"คุณชลซื้อมาเยอะขนาดนี้ฝุ่นก็อ้วนตัวแตกกันพอดีสิคะ"
สโรชิณีบ่นเขานิดๆเพราะดูเหมือนว่าท้องนี้ชลกรจะขยันบำรุงเธอเสียเหลือเกินจนหญิงสาวรู้สึกว่าน้ำหนักของเธอเริ่มเกินจนแทบทนไม่ไหวแล้ว.
"ฝุ่น...." ชลกรเอ่ยเรียกเธอ ดูเหมือนเขาอยากจะพูดอะไรบางอย่างกับเธอ
"มีอะไรหรอคะ?" สโรชิณีมองหน้าเขาด้วยความสงสัย
"คลอดท้องนี้แล้ว มีลูกสาวให้ฉันอีกสักคนได้มั้ย" ชลกรบอกกับหญิงสาว.
"แล้ว....ถ้าเกิดว่าฝุ่นยอม แต่ท้องต่อไปเราได้ลูกชายอีกล่ะคะ?" สโรชิณีถามเขา
ครั้งที่แล้วชลกรก็ขอเธอแบบนี้ แต่ทั้งคู่ก็ยังได้ลูกชายอยู่ดี ชลกรนั้นชอบเด็กผู้หญิงมากและเขาก็ตามใจน้องปรางมากกว่าลูกชายแท้ๆของตนเองเสียอีก.
"พี่จะยอมปิดอู่เองเลย" เขารับปากกับเธอ
.
.
.
.
หลายปีต่อมา.....
ในที่สุดสโรชิณีก็ใจอ่อนยอมมีลูกให้ชลกรเพิ่มอีกคน แต่ทว่าทั้งคู่ก็ยังได้ลูกชายอยู่ดี แม้จะไม่สมหวังแต่ชลกรก็รักษาสัญญาที่ให้ไว้กับเธอด้วยการไปทำหมันเสียเอง.
เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก บัดนี้เด็กๆทุกคนก็เริ่มโตเป็นหนุ่มสาวกันหมดแล้ว สโรชิณีกลายเป็นคุณแม่ลูกสี่ไปโดยปริยายและช่วยกันเลี้ยงเด็กๆทั้งสี่คนจนเป็นพี่น้องที่รักใคร่กลมเกลียวกันเป็นอย่างมาก.....และในตอนนี้น้องปรางลูกสาวเพียงคนเดียวของบ้านก็โตพอที่จะได้ออกเรือนแล้ว.
สโรชิณีจึงพร่ำสอนลูกสาวในเรื่องการปฎิบัติตัวเมื่อย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านสามีอีกครั้ง โชคดีที่ลูกสาวสนใจเรื่องการบ้านการเรือนเหมือนกับเธอ ผู้เป็นแม่จึงเบาใจกับเรื่องนี้
ด้วยประสบการณ์แล้วสโรชิณีแต่งเข้ามาอยู่กับชลกรแบบแยกมาอยู่อีกบ้านหนึ่งและแม่ของชลกรก็เสียชีวิตไปก่อนแล้ว เธอจึงไม่ได้ประสบปัญหาเรื่องแม่สามีกับลูกสะใภ้ แต่ราเมศร์ยังมีแม่อยู่และน้องปรางก็ต้องแต่งเข้าไปอยู่ในบ้านสามีและสโรชิณีก็มั่นใจว่าความดีและเสน่ห์ปลายจวักที่ลูกสาวมีนั้นจะทำให้คุณหญิงรมณีย์เอ็นดูแน่นอน
"แม่คะ ปรางขอถามอะไรบางอย่างกับแม่ได้มั้ยคะ" น้องปรางเอ่ยขึ้น
"ถามมาสิจ้ะ"
สโรชิณีส่งยิ้มอบอุ่นให้ลูกสาว ในขณะที่น้องปรางกำลังรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีอยู่ แล้วตัดสินใจถามเธอ
"ปรางไม่ใช่ลูกแท้ๆของคุณพ่อคุณแม่ใช่มั้ยคะ?" น้องปรางตัดสินใจถามสิ่งที่คาใจเธอมานาน
"ยัยปราง....." .
สโรชิณีถึงกับอึ้งเมื่อลูกสาวถามเช่นนั้น ตั้งแต่วันที่เธอได้เจอกับเด็กคนนี้และนี่เวลาก็ล่วงเลยมา26ปีแล้ว สโรชิณีไม่เคยคิดเลยว่าเธอจะต้องพูดเรื่องนี้กับลูกสาวที่รักดั่งลูกในไส้
"นี่เอาอะไรมาพูดลูก ไม่จริงสักหน่อย"
แต่สโรชิณีก็เลือกที่จะไม่บอกความจริงออกไปเพราะกลัวลูกสาวจะเสียใจและวันนี้ก็เป็นวันมงคลของน้องปรางอีกด้วย
"หน้าตาของปรางไม่เหมือนคุณพ่อคุณแม่ ไม่เหมือนตาปราณ ตาปกและตาปัณณ์ ไม่เหมือนคุณตา ไม่เหมือนใครเลยในเครือญาติของเรา"
"หลายคนทักว่าปรางหน้าเหมือนฝรั่งด้วยซ้ำ วันนี้แม่ช่วยบอกความจริงกับปรางเถอะนะคะ"
ผู้เป็นลูกไม่สามารถเก็บความสงสัยนี้ได้อีกแล้ว ตั้งแต่เล็กจนโตเธอมักได้ยินคนทักแบบนี้อยู่เสมอว่าเธอหน้าไม่เหมือนใครในบ้านและถ้าเจอใครที่ไม่รู้จักกันจริงๆก็ไม่มีใครเชื่อว่าเธอกับน้องชายทั้งสามคนจะเป็นพี่น้องแท้ๆกันจนปรางครั้งหญิงสาวยังเคยได้ยินคนพูดด้วยซ้ำว่าตนคือเด็กที่ถูกเก็บมาเลี้ยง
"ปรางสงสัยมานานแล้ว มีแต่คนเขาพูดกันว่าปรางแค่ลูกที่ถูกเก็บมาเลี้ยง แต่ปรางไม่เคยกล้าถามเพราะกลัวคำตอบ กลัวมันจะเป็นความจริง"
"กลัวว่าแม่และทุกคนจะไม่รักปรางเหมือนเดิม แต่วันนี้ปรางโตแล้วค่ะ ปรางทำใจได้ทุกอย่าง"
"แล้วปรางก็อยากรู้ความจริงจากปากของแม่ แม่ช่วยบอกความจริงกับปรางมาเถอะนะคะ"
น้องปรางรวบรวมความกล้าทั้งหมดสอบถามความจริงจากปากของสโรชิณีที่นั่งน้ำตาไหลอยู่ ยิ่งได้เห็นน้ำตาของผู้เป็นแม่มันก็ยิ่งทำให้เธอมั่นใจกับสิ่งที่ตัวเองถามโดยไม่ต้องรอคำตอบ
"ยัยปราง....." สโรชิณีร้องไห้สะอื้น
"ถึงหนูจะไม่ใช่ลูกสาวแท้ๆของแม่ แต่แม่กับพ่อก็รักและทะนุถนอมลูกมาเสมือนลูกสาวที่แม่คลอดออกมา"
"แม่ก็รักลูกมาก ลูกรู้ใช่มั้ย"
มาถึงขั้นนี้แล้ว ในที่สุดสโรชิณีก็ตัดสินใจบอกความจริงที่เธอตั้งใจว่าจะเก็บมันไว้จนตายออกไป
ส่วนน้องปรางแม้จะเตรียมใจมาก่อนแล้ว แต่ก็อดที่จะเสียใจไม่ได้จริงๆ
"ค่ะ ปรางรู้" เธอบอกผู้เป็นแม่ทั้งน้ำตา
สโรชิณีจึงกอดลูกสาวไว้แน่นแล้วตัดสินใจเล่าความจริงทุกอย่างตั้งแต่วันแรกที่เธอพบเจอน้องปรางให้ฟัง จากนั้นเธอก็ลุกไปหยิบบางอย่างที่อยู่ในตู้เซฟมาให้ลูกสาว
"นี่เป็นสร้อยที่ติดตัวลูก มันคงจะเป็นของสิ่งเดียวที่แม่แท้ๆของลูกทิ้งไว้ให้"
สโรชิณีหยิบสร้อยทองคำขาวที่เป็นจี้ทับทิมรูปดอกราชาวดีให้แก่ลูกสาวซึ่งเธอตั้งใจเก็บมันไว้มอบให้เป็นของขวัญแก่น้องปรางในวันเกิดอีกสองเดือนข้างหน้า
น้องปรางรับมันมาถือไว้ด้วยมือที่สั่นเทาและมองสิ่งที่อยู่ตรงหน้าด้วยดวงตาที่ว่างเปล่า
"หากลูกคิดจะตามหาแม่แท้ๆ สร้อยเส้นนี้คงจะช่วยลูกได้บ้าง" สโรชิณีบอกกับลูกสาว
"ไม่ล่ะค่ะ หนูจะไม่ตามหาคนที่เคยทอดทิ้งหนูไป"
"ทุกวันนี้หนูก็มีความสุขที่สุดอยู่แล้ว"
น้องปรางบอกผู้เป็นแม่ แค่ได้ความรักจากสโรชิณีและทุกคนในบ้านเธอก็ไม่โหยหาสิ่งใดอยู่แล้ว หากจะมีก็คงเป็นเพียง.....หัวใจของราเมศร์ เจ้าบ่าวของเธอนั่นเอง
--ติดตามได้ในนิยายเรื่องใหม่--
ไรท์วางโครงเรื่องของน้องปรางและอีกสามหนุ่มรุ่นลูกไว้นะคะ ตอนนี้แพลนอยู่ในหัวเยอะมาก
แต่ในระหว่างนี้ไรท์ขอฝากนิยายเรื่องใหม่ของชญาดากับคริสเตียนก่อนนะคะ ตอนนี้ไรท์ทยอยลงไปหลายตอนแล้ว ไรท์ขอฝากนิยายกากๆ เรื่อง 'จ้างรัก กับดักมาเฟีย' ไว้อีกสักเรื่องด้วยนะคะ ขอบคุณที่ติดตามค่า
