High Human

    HH 49

    หนึ่งอาทิตย์ต่อมาโจสามารถทำให้พลังงานในร่างกายบริสุทธิ์เพิ่มขึ้นอีก 2% จากเดิม 10% กลาเยป็น 12% 

    เขาไม่ได้ทำการฝึกต่อเพราะเขาได้ยินเสียงบางอย่าง

    โจรีบไปดูต้นต่อของเสียง ยิ่งเขาเข้าใกล้มากเท่าไรเขาก็ยิ่งรู้สึกคุ้นเสียงนั้นมากขึ้น มันเป็นเสียงฝีเท้าหนัก

    ไม่ช้าโจก็ได้รู้ว่าเสียงดังกล่าวเป็นเสียงของพวกกองทัพแอนตินอส โจไม่อยากเชื่อเลยว่าพวกมันจะเคลื่อนไหวมาได้ไกลขนาดนี้ แถมคราวนี้กองทัพของมันยังมีขนาดใหญ่กว่าครั้งก่อน เมื่อนับคร่าวๆจากสายตาเขาก็สรุปได้ว่ามันมีมากกว่าห้าร้อยตัว!!

    ต่อให้เป็นโจในตอนนี้ที่มีความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นก็ไม่อาจต่อกรพวกมันกว่าห้าร้อยตัวได้ โจรีบหันหลังและกลับถ้ำไปอย่างรวดเร็ว

    การมาของแอนตินอสครั้งนี้เหมือนดั่งว่าพวกมันตามล่าโจ เพราะครั้งที่แล้วแอนตินอสกว่าร้อยตัวได้สลายหายเป็นฝุ่นเพราะการระเบิดพลังงานของเขา พวกมันจึงมองว่าชายหนุ่มเป็นตัวอันตรายที่ต้องกำจัดทิ้งให้เร็วที่สุด!! พวกมันจึงออกตามล่าเขาทั้งวันทั้งคืนแต่เพราะเคลื่อนไหวได้ช้ามากมันจึงต้องใช้เวลากว่าสามเดือนในการเดินทางมาถึงที่นี่

    “เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ?” เห็นท่าทางร้อนรนของโจที่พรวดเข้ามาในถ้ำ รูวก็เอ่ยถามด้วยความแปลกใจ

    “พวกแอนตินอสมาถึงที่นี่แล้ว พวกเราต้องรีบไปเดี๋ยวนี้” โจพูดขณะจัดการเก็บของใส่ห่อผ้า

    “อะไรนะ!! ทำไมพวกมันถึงมาไกลขนาดนี้” รูวตกใจ

    “อาจเป็นเพราะพี่ทำลายพวกมันไปเยอะในครั้งก่อนเลยออกตามล่าพี่มั้ง” โจพูดพร้อมกับช้อนตัวรูวมาไว้บนหลัง

    หลังจากนั้นโจที่แบกรูวก็วิ่งด้วยความเร็วสูงจนมองเห็นเพียงเงา

    รูวอยู่บนหลังโจสองแขนโอบคอชายหนุ่มและหัวแนบแผ่นหลัง เธอหลับตาพักผ่อนต่อให้แอนตินอสจะมาถึงที่นี่เธอก็ไม่รู้สึกกังวลใจใดๆเมื่อมีโจอยู่ข้างๆ

    เมื่อตกกลางคืนโจจะทำที่พักให้รูวและตัวเขาก็คอยเฝ้ายาม พอเช้าเขาก็ออกไปล่าสัตว์มาทำอาหารจากนั้นก็แบกรูวเดินทางต่อ

    ยิ่งเขาเดินทางมากเท่าไรเขาก็เริ่มยิ่งรู้สึกว่าอากาศมันเย็นมากขึ้นเท่านั้น ผ่านไปอีกหนึ่งวันควันสีขาวก็ออกมาตามลมหายใจ

    และอีกหนึ่งวันเขาก็พบกับหิมะ สภาพอากาศที่นี่หนาวมากโจไม่สามารถเดินทางต่อไปได้เพราะรูวยังมีสภาพร่างกายอ่อนแอ เขาจึงหาที่พัก

    หลังจากหาอยู่นานเขาก็พบกับถ้ำเล็กๆแห่งหนึ่ง ถ้ำนี้เล็กกว่าถ้ำก่อนหน้าเท่าตัว โจวางรูวลงและจัดการก่อไฟ

    โจรู้สึกเครียด ในตอนนี้เขาได้มาถึงพื้นที่อากาศหนาวหากพวกแอนตินอสมาถึงอีกเมื่อไรมันก็ยากที่จะหนีต่อไปได้

    เขาได้แต่โทษตัวเองที่อ่อนแอเกินไปไม่สามารถปกป้องเด็กสาวได้ ความรู้สึกอ่อนแอมันนานเท่าไรกันที่โจเคยรู้สึก กลับไปตอนที่ต้องออกไปสู้กับพวกสเปคระดับทหารเมื่อตอนอายุสิบปี เขาแทบจะเอาตัวไม่รอด

    “รูวอดทนหน่อยนะ” โจพึมพำและถอดเสื้อคลุมตัวเธอ

    โจเชื่อว่าพวกแอนตินอสกว่าจะมาถึงพวกมันคงต้องใช้เวลาอีกหลายเดือน เมื่อถึงตอนนั้นรูวจะหายดี เขาจะใช้เวลาที่เหลือเหล่านี้ฝึกฝน

    ทุกนาทีในตอนนี้มีค่านักไม่สามารถปล่อยผ่านไปเฉยๆได้

    โจออกมานอกถ้ำหลังจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยและเริ่มฝึกอีกครั้ง

    โจตั้งเป้าเอาไว้ว่าก่อนที่พวกแอนตินอสจะมาถึงเขาจะต้องทำให้พลังงานในร่างกายบริสุทธิ์ให้ได้สัก 20% เมื่อถึงตอนนั้นความแข็งแกร่งของเขาก็จะเพิ่มมากขึ้น เขามั่นใจว่าจะสามารถเอาชนะกองทัพของพวกมันได้ไม่ยากหากในกองทัพมีประมาณสามร้อยตัว

    ……

    ……

    ผ่านไปเดือนกว่าหลังออกจากสหพันธ์และเดินทางมาที่ชายแดน พวกมายด์ได้มาถึงและพบกับแสงวูบวาบอยู่ไกลๆ แสงเหล่านั้นคือแสงจากอาวุธที่กำลังยิงใส่กัน 

    ยานอวกาศได้ลงจอดฐานทัพของสหพันธ์ พวกมายด์เดินลงมาจากยานและมีใครบางคนกำลังยืนรออยู่แล้ว เขามีร่างกายสีเนื้อและหัวของเขามีหนวดคล้ายหมึก คนๆนี้คือพลโทยานิกและเป็นคนที่โจไม่ค่อยถูกใจเท่าไร

    “ยินดีต้อนรับสู่สงครามผู้พันทั้งหลาย ผมเป็นหัวหน้าบัญชาการกองทัพของที่ชายแดนเขตหนึ่ง เรียกผมว่าพลโทยานิก” ยานิกกล่าวเสียงเรียบเฉยและมองพวกมายด์ที่มารวมตัวกันอย่างเป็นระเบียบ

    เขาเป็นคนที่ชื่นชอบคนที่แข็งแกร่งและรู้สึกยินดีที่พวกมายด์มาที่นี่ เพราะคนกว่าสองร้อยคนมีพลังในระดับนายพันจะช่วยให้สถานการณ์ของชายแดนดีขึ้น

    “ผู้นำพลเอกไซน๊อตได้ฝากฝังพวกคุณเอาไว้ว่าให้ดูแลพวกคุณให้ดี อย่างไรก็ตามหากพวกคุณคิดจะขี้เกียจนอนตีพุงอยู่ที่นี่เฉยๆผมจะส่งพวกคุณกลับ และที่สำคัญ คำสั่งของผมถือเป็นสูงสุด” ยานิกกล่าวเสียงเข้ม

    พวกมายด์มองหน้ากันไปมา พวกเขามาที่นี่เพื่อตามหาโจ

    “พลโทยานิก ฉันพันโทมายด์ได้พาทุกคนมาที่นี่เพื่อตามหาหัวหน้าของพวกเรา คุณพอจะได้ข่าวอะไรบ้างไหมคะ?” มายด์ก้าวไปข้างหน้าและกล่าวถาม

    “โอ้…คุณหมายถึงพันเอกโจสินะ น่าเสียดายที่ผมไม่เห็นเขาเลย เขาเป็นคนที่มีความสามารถมากและไม่เป็นรองใคร หากเขามาถึงที่ชายแดนผมต้องรู้เป็นคนแรกอย่างแน่นอนแต่ไม่มีข่าวคราวตัวเขาแม้แต่น้อย” ยานิกลูบหนวดหมึกใต้คางพร้อมกับพูด แม้จะไม่ค่อยชอบขี้หน้าโจเท่าไรแต่เขาก็ยอมรับว่าโจเป็นคนที่แข็งแกร่งมาก

    ได้ยินคำพูดของยานิกใบหน้าของทุกคนก็มืดลง ถ้าไม่มีข่าวว่าโจมาถึงที่ชายแดนแล้วพวกเขาจะมาที่นี่ทำไม?

    “พวกคุณอย่าเพิ่งหมดหวัง อวกาศนั้นกว้างใหญ่เกินไปบางทีหูตาของผมอาจจะมองข้ามไปก็ได้ ไม่แน่ว่าเขาอาจจะประสบปัญหาบางอย่างและหลบซ่อนตัวในถิ่นของศัตรูอยู่ก็ได้ตอนนี้ ทำไมพวกคุณไม่อยู่ที่นี่และค่อยๆตามหาเขาล่ะ?” ยานิกพูดด้วยรอยยิ้ม

    นี่เรียกว่ามีแต่ได้กับได้ หากพวกมายด์อยู่ที่นี่จะต้องช่วยเขาทำสงครามกับพวกสเปคและด้วยพลังของนายพันกว่าสองร้อยชีวิตจะสามารถเปลี่ยนแปลงความเป็นไปของสงครามชายแดนเขตหนึ่งได้เลยทีเดียว แต่คำพูดของเขาก็ใช่ว่าจะไม่มีเหตุผลบางทีอาจจะเป็นดั่งที่เขาพูดก็ได้ โจอาจจะหลบซ่อนตัวอยู่ที่ไหนสักที่ในถิ่นของศัตรู

    หลังจากปรึกษากันพวกเขาก็ได้ข้อสรุปว่าจะอยู่ที่นี่และต่อสู้กับสเปคและค่อยๆค้นหาหัวหน้าของพวกเขา

    “ฉันเข้าใจแล้วค่ะ แต่หากคุณต้องการให้พวกเราทำอะไรคุณจะต้องสั่งมาที่ฉันคนเดียวและอำนาจในการสั่งการพวกเขามีแค่ฉันเท่านั้นที่ทำได้ ฉันหวังว่าคุณจะเข้าใจนะคะ พลโทยานิก” มายด์แสดงออกถึงความเป็นผู้นำอย่างเต็มเปี่ยม

    “แน่นอนไม่มีปัญหา” ยานิกรู้สึกชอบใจเผ่าพันธุ์มนุษย์ เพราะมนุษย์เต็มไปด้วยความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวและไม่อ่อนข้อ นี่เป็นหนึ่งในคุณสมบัติของความแข็งแกร่ง