25.....
นัฏนรีกอดเ้าดุ๊กดิ๊กด้วยความดีใจ สิปปกรได้เห็นความสุขฉายออกมาทางแววตาของนัฏนรี มันทำให้เขารู้สึกมีความสุขไปด้วย เขายิ้มให้กับภาพที่เห็นเช่นเดียวกับที่ลิลลี่ก็แอบมองสิปปกรส่งสายตาหวานซึ้งมอง นัฏนรี อย่างเปิดเผยนั้น
ทว่า ลิลลี่ ก็มีความสุขที่เห็นคนที่เธอรักทั้งสองคนกำลังมีความสุขเพราะนับั้แ่นัฏนรีรับทราบว่าชวินเสียชีวิตไป นัฏนรีก็จมอยู่กับความทุกข์ตรม แม้่หลังจะเริ่มทำใจได้บ้าง แต่แววตาหม่นเศร้าของนัฏนรีก็ยังคงฉายชัดออกมาทางแววตาหากแต่วันนี้เองที่ทำให้นัฏนรีได้มีความสุขขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดเป็เพราะเ้าดุ๊กดิ๊กแท้ ๆ ที่เข้ามาเติมเต็มใน่นี้ ลิลลี่จึงรู้สึกภูมิใจที่ได้เป็ส่วนหนึ่งในการนำเ้าดุ๊กดิ๊กมามอบให้กับเพื่อนรักได้
“ต่อไปนี้เราจะได้อยู่ด้วยกันแล้วนะดุ๊กดิ๊ก..ดีใจไหม”
นัฏนรีประคองใบหน้าของเ้าดุ๊กดิ๊กให้ฟังคำพูดของเธอซึ่งเ้าสุนัขแสนรู้ก็ทำท่าเหมือนจะพอใจอยู่เหมือนกัน
“ได้มาอยู่กับเ้าของแล้ว ก็อย่าลืมกันนะดุ๊กดิ๊ก”
สิปปกรเดินไปลูบหัวเ้าดุ๊กดิ๊กด้วยความเอ็นดูมันหันมามองหน้าสิปปกรคล้ายกับจะฟังรู้เื่
“ปอนด์ก็มาเยี่ยมเ้าดุ๊กดิ๊กบ่อย ๆ สิมันจะได้ดีใจ”
นัฏนรีบอกกับสิปปกร เขายิ้มด้วยความพอใจ สิ่งที่เขาปรารถนามากที่สุดก็คือได้มาเห็นหน้าเ้าของสุนัขต่างหากส่วนเ้าดุ๊กดิ๊กเป็ผลพลอยได้
“อีกหน่อยพอปอนด์ไปเรียนต่ออเมริกาก็คงไม่ได้มา”
ลิลลี่เป็คนพูดขึ้น พูดไปแล้วลิลลี่ก็รู้สึกใจหายไม่น้อยที่ต่อไปจะไม่ได้เห็นหน้าของสิปปกรอีกแต่ถึงอย่างไรเธอก็จะติดต่อกับสิปปกรไม่ให้ขาดหายอยู่แล้ว
“จริงสิ..ปอนด์จะต้องไปเรียนต่อนี่นา..”
นัฏนรีหันมามองหน้าเพื่อนชายด้วยความรู้สึกอาลัยและใจหาย
“อย่าเพิ่งทำหน้าเศร้ากันสิ..ปอนด์ยังไม่ได้ไปเร็วๆ นี้สักหน่อย”
สิปปกรบอกกับเพื่อนสาวทั้งสอง
“อ้าว..ก็ตอนแรกปอนด์บอกว่าจะไปภายในเดือนนี้ไม่ใช่หรือ” ลิลลี่กล่าวทักท้วง
“นั่นมันก่อนที่นายวินจะเสียชีวิต” สิปปกรบอก
“แต่ตอนนี้ก็ผ่านพ้นงานศพของวินไปแล้วปอนด์ไม่มีอะไรต้องเป็ห่วงแล้วนี่”
นัฏนรีพูดให้เขาหมดห่วง
“ก็ดรีมยังไม่หายดีเลย ปอนด์จะทิ้งไปได้ยังไง”
สิปปกรพูดขึ้นพร้อมกับสบตานัฏนรีด้วยแววตาที่้าจะสื่อความหมายให้เธอเข้าใจว่าเขาห่วงใยอาทรเธอเพียงใดนัฏนรีรู้สึกเก้อเขินกับแววตาของเพื่อนเป็ครั้งแรก ลิลลี่แกล้งมองออกไปทางอื่นไม่อยากจะให้หัวใจตัวเองต้องเ็ปไปกว่านี้ บัดนี้สิปปกรแสดงถึงความในใจอย่างไม่ปิดบังทั้งแววตาและคำพูดเห็นที ลิลลี่ คงจะหมดหวังเสียแล้วที่จะทำให้เขามาสนใจเธอ
“น่าอิจฉาดรีมจังนี่ถ้าลิลลี่เป็คนป่วยเสียเองไม่รู้ว่าปอนด์จะเป็ห่วงแบบนี้หรือเปล่าน้า”
ลิลลี่แกล้งพูดขึ้น แต่ถามไปแล้วลิลลี่ก็ไม่อยากจะได้ยินคำตอบ
“ลิลลี่ เป็คนเข้มแข็งคงจะฟื้นตัวเร็วกว่าดรีมแน่ ๆ”
สิปปกรบอกตามจริง แต่คำตอบนั้นก็ทำให้ลิลลี่รู้สึกดีกว่าที่เขาจะบอกว่าเป็ห่วงน้อยกว่านัฏนรี
“ตอนนี้ดรีมก็แข็งแรงแล้ว..ปอนด์ไม่ควรจะยกเลิกการเดินทางไปเรียนต่อนะ”
นัฏนรีบอกให้เขาเข้าใจ
“ปอนด์ไม่ได้ยกเลิก เพียงแต่รอเวลา”
“แล้วปอนด์จะไปเมื่อไหร่ล่ะ”
ลิลลี่ถามเอาไว้เพื่อจะได้ทำใจแต่เนิ่นๆ
“รอให้ดรีมแข็งแรงเดินได้อย่างมั่นคงเสียก่อน”
“ทำไมต้องรอด้วย..ปอนด์ไม่อยากจะไปเรียนต่อก็บอกมาเถอะน่าอย่าแกล้งเอาดรีมมาเป็ข้ออ้างหน่อยเลย”
นัฏนรีกล่าวสัพยอกเป็การกลบเกลื่อนความขวยเขิน
“เปล่านะดรีม..ปอนด์จะรอไปเรียนต่อพร้อมดรีมต่างหากล่ะ”
คำพูดของสิปปกร เหมือนเข็มเล็ก ๆ ที่ทิ่มลงหัวใจของลิลลี่ให้เจ็บแปลบขึ้นมาได้ เธอรับรู้มาก่อนแล้วว่านัฏนรีก็จะเดินทางไปเรียนต่อที่อเมริกา แต่ตอนนั้นเพื่อนทุกคนต่างก็คิดว่านัฏนรีจะไปพร้อมกับชวิน ทว่า..บัดนี้ คนที่จะได้ไปแทนชวินก็น่าจะเป็สิปปกร ต่อไปนี้ลิลลี่จะต้องทำใจให้เลิกรักสิปปกรให้ได้หัวใจของสิปปกรไม่ได้มีเหลือไว้เพื่อผู้หญิงคนไหนอีกแล้วเขามีรักมั่นคงเพียงนัฏนรีเท่านั้น
“ดรีมยังไม่ได้ตัดสินใจที่จะไปเลยนะ”นัฏนรีรีบบอก
“อาจารย์นีรนุช บอกว่าจะให้ดรีมไปเรียนต่อพร้อมปอนด์อาจารย์ทั้งสองฝากให้ปอนด์ดูแลดรีมด้วย”
สิปปกรอ้างถึงดอกเตอร์ทั้งสองผู้เป็บิดามารดาของนัฏนรีทำให้นัฏนรีนิ่งเงียบไป เพราะเธอเคยสัญญากับบิดามารดาเอาไว้ว่าจะไปเรียนต่อ โดยตอนนั้นเธอได้ยื่นเงื่อนไขให้ท่านทั้งสองช่วยเหลือค่าใช้จ่ายให้กับชวินด้วยนัฏนรีรู้สึกเสียใจกับการกระทำของตัวเองไม่น้อยที่ทำให้บิดามารดาต้องทุกข์ใจกับความรักของเธอที่ช่างหน้ามืดตามัวราวกับคนตาบอดที่มองชวินเป็ผู้ชายที่แสนดีจนลืมคำเตือนของบิดามารดาเสียสิ้น หากย้อนเวลาได้เธอจะไม่ทุ่มเทให้กับความรักที่มืดบอดนี้เลยแต่จะรักแบบมีสติเชื่อฟังผู้ให้กำเนิดที่มีแต่ความปรารถนาดี เพราะคงไม่มีใครที่จะรักและหวังดีกับเธอเท่ากับพ่อแม่อีกแล้ว
ในขณะที่ชวินชายคนรักของนัฏนรีนั้นแม้ปากเขาจะบอกว่ารักเธออย่างเหลือเกิน ปากหวานพูดให้เธอเคลิบเคลิ้ม แต่สุดท้ายเธอก็ประจักษ์ชัดแล้วว่าชวินไม่ได้ซื่อสัตย์จริงใจกับเธอเหมือนกับที่เธอรักและซื่อสัตย์กับเขาเลย นัฏนรีไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าหากว่าชวินไม่เสียชีวิต แล้วไปเรียนต่อกับเธอที่อเมริกาจริง ๆเขาจะหลอกเอาเงินเธอมาเลี้ยงดูลูกเมียของเขาด้วยหรือเปล่า หรือว่าเขาจะบังคับให้เด็กสาวที่ชื่อกระต่ายทำแท้งซึ่งไม่ว่าจะเป็ทางใดก็ตามนัฏนรีก็รู้สึกแย่ทั้งนั้น
“อุ๊ย!..ยัยยาโทรเข้ามา สงสัยว่าจะแจ้งข่าวดี”
ลิลลี่อุทานเมื่อเห็นเบอร์ที่โทรเข้ามามือถือของตนและเป็ไปตามที่ลิลลี่คาดการณ์ ไปรยาบอกว่าบริษัทรับตกแต่งสร้างบ้านที่เรียกตัวไปสัมภาษณ์ตกลงรับเธอเข้าทำงานแล้วลิลลี่รีบแจ้งข่าว
ดีให้กับเพื่อนๆ รับทราบ ทุกคนต่างก็ดีใจที่เพื่อนในกลุ่มจะได้งานทำเป็คนแรก นัฏนรีขอคุยกับไปรยาเพื่อให้เธอมาหาที่บ้านไปรยารับปาก นัฏนรีจึงสั่งให้ป้าสมใจทำอาหารเย็นไว้เลี้ยงฉลองให้กับเพื่อน
แต่เมื่อไปรยามาถึงบ้านของนัฏนรีแล้วสิปปกร ก็มีอันต้องรีบขอตัวกลับก่อนด้วยความร้อนใจ เขาบอกเพื่อน ๆว่าจะต้องรีบกลับคอนโดด่วน
“ไม่รู้ว่าธุระด่วนอะไรปกตินายปอนด์ไม่เห็นจะรีบร้อนขนาดนี้เลย”
ไปรยาบอกกับเพื่อน ๆ ที่เหลือ
“คนเราก็มีธุระด่วนด้วยกันทั้งนั้นแหละจ๊ะ” นัฏนรีบอก
“ไม่ใช่อะไรหรอกอยากจะอยู่ฉลองพร้อมหน้าพร้อมตากันน่ะ ยิ่งเหลือเพื่อนแค่นี้ด้วย นายวินก็จากไปคนหนึ่งละ”
ไปรยาไม่คิดเลยว่าคำพูดตอนท้ายของเธอจะทำให้นัฏนรีหน้าเศร้าลงไปได้แต่เพียงครู่เดียวเธอก็นึกได้
“อุ๊ย...ขอโทษนะดรีมที่พูดให้ไม่สบายใจ”
“ไม่เป็ไรจ๊ะ.ดรีมทำใจได้แล้ว”นัฏนรีบอกยิ้ม ๆ
“พวกเราก็ไม่คิดหรอกนะว่าดรีมจะทำใจได้..เพราะที่ผ่านมาดรีมรักนายวินมากมากเสียจนลืมรักตัวเอง เวลานี้ดรีมต้องรักตัวเองบ้างนะ”
ลิลลี่บอกด้วยความหวังดี
“ตอนนี้ดรีมทำใจได้มากแล้วล่ะ...และกำลังรอลุ้นที่จะได้พบหน้าวิน”
นัฏนรีบอก ทำให้เพื่อนทั้งสองทำหน้างง ๆ
“ก็วินตายไปแล้วจะพบหน้าได้ไง”
ลิลลี่ถามขึ้นด้วยความสงสัย
“เอาไว้ให้ลูกของวินเกิดก่อนก็แล้วกันแล้วดรีมจะเล่าให้ฟัง”
“อะไรของเธอน่ะดรีม..ยิ่งพูดก็ยิ่งงงลูกของวินงั้นเหรอ วินมีลูกตอนไหนอ่ะ”
ไปรยาถามอีกคน
“จ๊ะ..วินเขาทำผู้หญิงท้อง”
“หา!..อะไรนะ”
ทั้งไปรยาและลิลลี่อุทานขึ้นเกือบจะพร้อมกันสองสาวแย่งกันซักถามจนนัฏนรีตอบแทบไม่ทัน