“ป๊ะป๋าๆ เิเิ เป็เด็กดีใช่มั้ย ไม่หอมแก้มน้าเฟยเฟยเลย ส่วนแม่ก็หอมตอนที่แม่อาบน้ำเสร็จแล้ว”
ได้ยินโจวเฟยพูด เิเิ นึกขึ้นได้ รีบออกตัวพูดขึ้นมา พร้อมรอรับคำชมจาก จางฮ่าน
ในเื่นี้ จางฮ่าน ไม่เคยทำเ้าหญิงตัวน้อยผิดหวัง
จางฮ่านยิ้ม และหันไปบอก “เิเิ เป็เด็กดี เดี๋ยวพาไปซื้อไอศกรีมให้เป็รางวัลดีหรือเปล่า?”
“ดีๆ ๆ ป๊ะป๋าน่ารักที่สุด” เิเิ ยิ้มร่า
“จางฮ่าน นี่มันหมายความว่าไง น่าโมโหจริงๆ ” โจวเฟย จ้องจางฮ่านตาถลน “มีใครที่ไหนเขาสอนลูกแบบนี้กันบ้าง ฉันเลี้ยงเิเิมาั้แ่เล็ก นายมาแค่ไม่กี่วัน เื่ที่ดีๆ ไม่รู้จักสอน”
“พอได้แล้ว โจวเฟย รีบกินข้าว กินเสร็จจะได้เข้าไปบริษัท” จื่อเหยียน เช็ดปาก “อีกอย่างที่เขาพูดก็มีเหตุผล หอมไปมีแต่เครื่องสำอางก็ใช่จะดีต่อเด็ก”
“หา?”
โจวเฟย พอได้ยินก็หูตาเหลือก พร้อมพูดประชดประชัน “ใช่ซี่ พวกพี่ยังไงก็คนในครอบครัว รวมหัวกันรังแกฉัน พี่เหยียนฉันมองพี่ผิดไปจริงๆ จางฮ่าน เพิ่งจะมาได้สองวัน พี่ก็ผัวร้องเมียเสริมซะแล้ว”
“พูดเหลวไหลอะไรของเธอ?” จื่อเหยียน ตาขวางใส่
“แหะๆ ๆ กินข้าวๆ ” โจวเฟย หน้าเจื่อนรีบวิ่งไปนั่งที่โต๊ะอาหาร
“พวกเราก็ไปกินข้าวกันได้แล้ว” จางฮ่าน อุ้ม เิเิ ตามไป
“ป๊ะป๋า เก้าอี้สูงๆ ตัวนั้นเป็ที่นั่งของหนู” เิเิ ชี้ไปที่เก้าอี้ตัวสูง
จางฮ่าน นั่งทางด้านขวาของ เิเิ เตรียมป้อนข้าวให้ เิเิ หวางเจวียนที่รับหน้าที่นี้ประจำพอเห็นก็ได้แต่ยิ้ม เดินกลับเข้าไปที่ห้องครัว
“คุณแม่ มานั่งตรงนี้สิ”
เห็น จื่อเหยียน นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เิเิ ไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่ เรียกให้เธอมานั่งทางด้านซ้ายของตัวเอง
“ได้ๆ ๆ ตามใจหนูเลย” จื่อเหยียน ย้ายไปนั่งทางฝั่งซ้ายของ เิเิ
เิเิ เห็นแม่นั่งซ้าย พ่อนั่งขวา ก็ชูมือร้องเย้ๆ ดีใจใหญ่
“เิเิ กินโจ๊ก แล้วเดี๋ยวค่อยดื่มนม กินไข่ด้วย อย่าเลือกกิน ไข่มีประโยชน์ ส่วนผักดองอย่าไปกินมันเลย กินเค็มไม่ดีต่อสุขภาพ....”
จางฮ่าน นั่งอยู่ด้านขวา ยังไม่แตะอาหารสักคำ เอาแต่ป้อนอาหารให้ เิเิ ทีละคำ ท่าทางอันแสนอบอุ่นทำให้ จื่อเหยียน มองเขาใหม่
พอมีพ่อแม่อยู่พร้อมหน้า เิเิ ก็มีความสุข จากปกติที่เกี่ยงไม่กินไข่แดง ก็กินอย่างออกรสออกชาติ
อีกทั้งพอได้อยู่ใกล้ชิดกับ จางฮ่าน เิเิ ก็กลายเป็เด็กร่าเริง ความรักของพ่อนี่มันช่างอัศจรรย์จริงๆ
จื่อเหยียน เห็นภาพนี้ก็ได้แต่ทอดถอนใจ
เธอกับ จางฮ่าน มีชีวิตคนละอย่าง ต่างคนต่างก็มีโลกของตัวเอง ในวันข้างหน้าไม่แน่ว่าจะได้อยู่ด้วยกันไหม ไม่รู้ว่าจะรักษา่เวลาดีๆ แบบนี้ไปได้อีกนานเท่าไหร่
ยิ่งคิดยิ่งอีนุงตุงนังไปใหญ่ เพราะ เิเิ คงจะปวดใจน่าดู
‘หรือเราต้องใช้ชีวิตร่วมกับ จางฮ่าน จริงๆ?’
เธอเก็บคำถามนี้ไว้ในใจมาตลอด จางฮ่าน เคยเป็คุณชาย เพียงแค่ตอนนี้ตกอับ ถึงเธอจะพอเห็นความอ่อนโยนในตัวเขาอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้มองเขาไปต่างจากเมื่อก่อนเท่าไหร่เลย
‘ความรักออกแบบไม่ได้’
จื่อเหยียน ส่ายหัว เื่แบบนี้ต้องปล่อยไปตามธรรมชาติ ทั้ง่นี้ก็ยังต้องวุ่นเื่งานอีก ไม่มีเวลามาคิดเื่พวกนี้เท่าไหร่หรอก เธอนึกในใจ หาก จางฮ่าน รู้ถึงความคิดของเธอเข้าล่ะก็ คงจะพูด ‘ผมเคยบอกเมื่อไหร่ว่าจะอยู่กับคุณ มีแต่คุณคิดเองเออเองทั้งนั้น’
แต่ จางฮ่าน ก็อ่านความคิด จื่อเหยียน ไม่ออก จื่อเหยียน เองก็ไม่ยอมเอ่ยความในใจออกมาให้รู้ เื่ของอนาคตใครมันจะไปรู้ได้
เสร็จจากมื้ออาหาร จื่อเหยียน ก็ออกไปกับ โจวเฟย เธอต้องไปแก้เพลงพวกนั้น อีกทั้งต้องไปหา เหม่ยฉี คุยเื่มิวสิควิดีโอ
พวกเธอออกไปได้สักพัก เิเิ ก็กินไปพอสมควรแล้ว จางฮ่าน กินรองท้องไปได้ไม่กี่คำ ก็อุ้ม เิเิ ไปนั่งเล่นที่โซฟา
หวางเจวียนจัดการกับโต๊ะอาหารเสร็จก็เดินเข้ามา และยิ้มถาม “คุณจางเป็คนที่ไหนเหรอคะ?”
“เมืองหลวงน่ะ” จางฮ่าน ตอบ
“คุณจางชินกับความเป็อยู่ที่นี่มั้ยคะ?” เธอรู้ว่า จื่อเหยียน เคยเป็ถึงดาราดัง เลยอดสงสัยเื่พ่อของ เิเิ มาตลอด แต่ดูไปดูมาเธอก็ไม่ได้มองว่า จางฮ่าน มีอะไรพิเศษซักเท่าไหร่
ผู้ชายที่ประเคนถึงที่ คงไม่มีดีอะไรเท่าไหร่ จื่อเหยียน อยู่บ้านหลังใหญ่โต แถมยังเป็ที่เซียงเจียงอีก ต้องมีฐานะพอสมควร เธอกลัวว่า จางฮ่าน จะมาปอกลอกอะไรจากเ้านายของเธอ
จางฮ่าน ถึงจะเป็คนดูมีแบบมีแผน แต่ยังไงคนประเภทนี้ก็มีอยู่เต็มไปหมด เธอเลยอดกังวลไม่ได้ ก็เลยหาเื่ถามลองเชิง จางฮ่าน สักหน่อย
“พอได้อยู่นะ” จางฮ่าน ตอบเรียบๆ คว้าเอา เิเิ มากอด ไม่มีทีท่าจะเสวนากับหวางเจวียนซักเท่าไหร่
“ไอ้หยา ป๊ะป๋าขี้เหม็น เิเิ ดูทีวีอยู่นะ” เิเิ บ่น
“เิเิ พ่อจะพาหนูไปเที่ยวข้างนอก” จางฮ่าน หอมแก้ม เิเิ เบาๆ ทีหนึ่ง
“หือ?”
เิเิ ตาโตขึ้นมาทันที ละสายตาจากโทรทัศน์หันมาถาม จางฮ่าน อย่างดีอกดีใจ “จริงเหรอ?”
“คุณพ่อพาหนูไปดินแดนในฝันที่ไปกันเมื่อคืนนี้ดีหรือเปล่า?” จางฮ่าน พูดเสียงนุ่ม
“ว้าว ดีๆ ๆ ๆ ไปเที่ยวๆ ” เิเิ ดีใจจนหยุดไม่อยู่
ปกติเวลาที่ จื่อเหยียน ไม่อยู่ เิเิ ได้แต่อยู่ในบ้าน พอ จางฮ่าน บอกจะพาไปเที่ยว เลยทำให้ จางฮ่าน นั้นมีอิทธิพลต่อเิเิไปโดยปริยาย
“หมัวะๆ ๆ ” เิเิ หอมแก้มรัวๆ
“ม้ะ พ่อจะพาหนูไปเปลี่ยนชุด” จางฮ่าน หัวเราะ อุ้มเิเิเดินขึ้นไปชั้นสอง
ไปเที่ยวจะใส่ชุดนอนได้ยังไง หวางเจวียนสีหน้าไม่ดีขึ้นมาทันที ปกติเวลาที่ จื่อเหยียน ไม่อยู่ เธอไม่ยอมให้ใครก็ตามพา เิเิ ออกไปเที่ยวข้างนอก
หวางเจวียนเป็แค่คนนอก เธอเองก็มอง จางฮ่าน เป็คนนอกเหมือนกัน ถึงยังไงบ้านนี้ จื่อเหยียน ก็เป็คนจ้างเธอมาดูแล มีอะไรเธอก็ต้องถามความเห็นจาก จื่อเหยียน ก่อน เลยหยิบโทรศัพท์หลบไปโทรหา จื่อเหยียน ในห้องครัว
“ฮัลโหล คุณผู้หญิง พ่อของ เิเิ จะพาเธอไปเที่ยวข้างนอก”
“ไปที่ไหน?” จื่อเหยียน รีบถาม
เดิมทีเธอเข้าใจว่า จางฮ่าน จะออกไปคนเดียวตามลำพัง เพราะยังไงเขาก็ต้องไปทำธุระเื่ที่เขาจันทรา แล้วร้านอาหารก็ยังทำอะไรไม่เสร็จดี
ที่สำคัญ จื่อเหยียน ไม่คิดที่จะให้เิเิได้อยู่ใกล้ชิดกับ จางฮ่าน ในทุกๆ วัน เธอกลัวว่าสักวันหนึ่ง จางฮ่าน จะพราก เิเิ ไปจากเธอ
“ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ ได้ยินแต่ว่าจะพา เิเิ ไปดินแดนในฝันอะไรทำนองนั้น ตอนนี้เขาพาเิเิขึ้นไปเปลี่ยนชุดอยู่ข้างบนห้อง” หวางเจวียนกระซิบผ่านสายโทรศัพท์
“ไปที่นั่น?” จื่อเหยียน งง “จะไปทำอะไรที่นั่น? ตากแดดตากลม ให้ จางฮ่าน ไปของเขาคนเดียวนั่นแหละ เอาตามนี้นะป้าหวาง ฉันต้องทำงานต่อ”
จื่อเหยียน วางสายเสร็จก็เดินตรงไปห้องทำงานของ เหม่ยฉี
อีกด้านหนึ่ง
จางฮ่าน เปลี่ยนชุดให้ เิเิ เป็ที่เรียบร้อย
“ไปกันเลย” เิเิ พูดพร้อมชูแขนไปข้างหน้า
“ออกเดินทางได้”
พอลงมาชั้นล่าง ก็เห็นหวางเจวียนยืนขวางอยู่ที่หน้าประตู
จางฮ่าน กำลังก้มใส่รองเท้า หวางเจวียนก็พูดตะกุกตะกัก
“ขอโทษด้วยนะคะคุณจาง อิฉันเพิ่งจะโทรไปถามคุณผู้หญิงมา เธอบอกว่าไม่อยากให้ เิเิ ออกไปตากแดดข้างนอก อีกทั้งคุณยังต้องไปทำธุระอย่างอื่นอีก...”
พูดไปพูดมาก็ส่งแขกดีๆ นี่เอง
“ไม่ได้ หนูจะไปเที่ยวกับป๊ะป๋า” เิเิ ได้ยินก็โกรธขึ้นมาทันที
“เธอพูดกับคุณแบบนี้เหรอ?” จางฮ่าน สบตาหวางเจวียน
“ใช่ค่ะ” หวางเจวียนพยักหน้าตอบ
“ถ้าอย่างนั้นผมคุยกับเธอเอง” จางฮ่าน หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา อยากจะถามให้ชัดว่าเื่ราวมันเป็ยังไง แต่โทรไปสามสายก็ยังไม่มีคนรับ
“ไม่รับสาย?” จางฮ่าน เก็บโทรศัพท์ แล้วก็ไม่คิดจะโทรซ้ำอีก หันไปพูดเรียบๆ กับหวางเจวียน “เดี๋ยวคุณบอกเธอไปตามนี้แล้วกันว่า ผมจะพา เิเิ ไปไหนมาไหนก็ไม่จำเป็ที่จะต้องรอได้รับความเห็นชอบอะไรจากเธอ”
ล้อกันเล่นหรือไง? จะพาลูกตัวเองออกไปเที่ยวต้องคอยมารายงานด้วย?
โชคดีที่เป็ จางฮ่าน ในตอนนี้ ตอนที่เขามีความสุขุมเยือกเย็นขึ้นเยอะ ถ้าเป็สมัยก่อนละก็เป็ต้องพังกันไปข้างล่ะน่า
จางฮ่าน ในตอนนี้ไม่คิดจะยึดติดกับเื่วุ่นวายพวกนี้ ไม่สนใจชื่อเสียงลาภยศ ไม่แก่งแย่งชิงดี คิดแค่เื่ดูแล เิเิ และใช้ชีวิตอย่างเงียบสงบ
“แต่นี่.....” หวางเจวียนลำบากใจ
จางฮ่าน ไม่สนใจอะไรเธอทั้งนั้น ใส่รองเท้าให้ เิเิ กับตัวเองเสร็จก็ทำท่าจะเดินออกจากห้อง
หวางเจวียนเห็นท่าไม่ดีจึงรีบขวางเอาไว้ “คุณจาง คุณอย่าทำให้อิฉันต้องลำบากเลย ถ้าฉันปล่อยให้คุณพา เิเิ ออกไป คุณผู้หญิงกลับมาเป็ต้องตำหนิอิฉันแน่ๆ ”
“อ่อ? คุณกลัวจะโดนเธอตำหนิ ไม่กลัวผมจะตำหนิบ้างหรือยังไง?” จางฮ่าน จ้องเขม็ง
“แต่เื่นี้ไม่ได้จริงๆ คุณจาง...”
หวางเจวียนพูดโอ้โลม เิเิ โมโหพูดขัดขึ้น “แม่มดแก่ รีบๆ เปิดทางเดี๋ยวนี้เลยนะ ถ้ายังไม่ยอมหลีกไป หนูจะให้ป๊ะป๋าตีให้ตายเลย”
เด็กเรียนรู้ได้ไว โจวเฟย พูด ‘แม่มดแก่’ ให้ได้ยินไม่กี่รอบ เิเิ ก็จำได้
หวางเจวียนอึ้งไปพักหนึ่ง แต่ก็จนใจ เธอเองก็ไม่ได้อยากเป็คนใจร้าย แต่ก็ไม่มีทางเลือก เ้านายสั่งยังไงเธอก็มีหน้าที่ต้องทำตาม
“ไม่เป็ไรหรอก คุณสบายใจได้ จื่อเหยียน เธอไม่ถือโทษอะไรคุณหรอก” จางฮ่าน หัวเราะ คิดจะอ้อมไปด้านหลังของหวางเจวียน แต่ใครจะไปรู้ว่าเธอจะเข้ามาขวางอีก
“คุณจางคะ ได้โปรดเห็นใจอิฉันหน่อยเถอะค่ะ ฉันเองก็ลำบากใจ” หวางเจวียนพูดขอความเห็นใจ
สีหน้าของ จางฮ่าน หายไป เสือไม่ร้ายก็เลยเห็นเป็ลูกแมวอย่างนั้นสินะ?
เขาจ้องหวางเจวียนด้วยสีหน้าเรียบเฉย ราวกับจักรพรรดิมองดูสามัญชน พลางพูดเรียบๆ ออกมาว่า
“ถอยไป”
น้ำเสียงเรียบๆ แต่หวางเจวียนกับรู้สึกถึงความกดดันอย่างน่าประหลาด
ความรู้สึกแบบนี้ เธอเคยััจากผู้มีตำแหน่งสูงในชุมชนที่เธอเคยอยู่ แต่ความรู้สึกที่ได้รับจาก จางฮ่าน นั้น เป็ความกดดันที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่เคยเจอมา เธอไม่เข้าใจว่าทำไมถึงได้รู้สึกกดดันมากมายขนาดนี้ เมื่ออยู่ต่อหน้าเขา
หวางเจวียนใจลอยอยู่พักหนึ่ง แต่สุดท้ายก็เปิดทางให้
จางฮ่าน หันไปมองเธอแวบหนึ่ง จากนั้นก็อุ้ม เิเิ เดินออกไป
“เฮ้อ”
หวางเจวียนถอนหายใจเฮือก ทำงานกับคนใหญ่คนโต ถึงเงินเดือนจะสูง แต่มันก็ไม่ได้ง่ายเท่าไหร่
จบตอน