ตำนานเทพอสูรจอมราชัน NC18+

ตอนที่ 170 จรวดมิสไซล์

ตอนที่ 170 จรวดมิสไซล์

"สายตาของแม่นางช่างเฉียบแหลมยิ่งนัก..มองปราดเดียวก็รู้ได้ทันที ว่าข้ามาจากดินแดนอสูรเวหา แม่นางหลบไปเถอะข้าไม่ต้องการมีเรื่องกับคนตระกูลเล็ก ข้าเพียงแต่รับเงินเขามาให้สังหารคนผู้นี้ อย่างอื่นข้าไม่สนใจพวกเราเป็นนักฆ่ารับจ้างเด็ดหัวคนเท่านั้น แม่นางหลีกทางให้พวกเราสามมังกรเวหาเถอะ..ถ้าไม่อยากเดือดร้อน.."

เสียงพูดของมันราบเรียบเยือกเย็นไม่ได้มีความกระโชกโฮกฮาก แต่แฝงไปด้วยความอำมหิตดุจดังนักฆ่ามืออาชีพ


"คุณชายโจวก๋วย..พวกมันเป็นนักฆ่าอาชีพกายอสูรระดับราชันย์ขั้นที่สองเลยทีเดียว คุณชายพวกเราแย่แล้วงานนี้ต้องระวังตัวมากๆ"

ควับ! ควับ! ตูมมม!! ตูมมม!!

"อ๊ากกกกกก! ..กรอด..."

สิ้นคำพูดของหมาล่ากริชเพชรก็ถูกพลังมหาศาลบุกเข้าจู่โจม มันเป็นงูใหญ่ตัวมหึมาหนึ่งคู่พุ่งทะยานเข้าหาเขา เกล็ดขาวสะอาดของมันวาววับ หางม้วนเป็นวงกลม สะบัดออกฟาดร่างของชายหนุ่มอย่างจัง เพราะกริชเพชรมัวแต่พุ่งทะยานออก



เอาร่างขวางหญิงสาวทั้งสอง ที่ยืนอยู่ด้านข้างจึงทำให้พลังออร่าสีขาว ที่ม้วนมากับหางของเจ้างูยักษ์นั้นฟาดเข้าเต็มแรง เล่นเอากริชเพชร กระเด็นไปเกือบสองร้อยวา


เลือดลมปั่นป่วน ความรุนแรงของมันเล่นเอาชายหนุ่มกระอักเลือดออกมา ไหลซึมตรงมุมปาก อสูรมังกรเวหาทั้งสามเป็นนักฆ่าตัวจริง พวกมันลงมือประสานกันอย่างรวดเร็วไม่พูดพร่ำทำเพลงจู่โจมด้วยท่าไม้ตาย เล่นเอากริชเพชรตั้งตัวไม่ติด


"บังอาจนัก..."

เสียงเล็กตันร้องคำรามกายมังกรบินของนางโฉบขึ้นสู่ท้องฟ้า กระพือปีกพร้อมกับพ่นละอองสีขาวออกเข้าจู่โจมงูขนาดยักษ์ ขนาดหนึ่งพันฟุตของนักฆ่ามังกรขาว แม้ว่าพลังโจมตีของนางจะเป็นสายดาเมจ แต่กลับไร้ผลเมื่อเจอเกราะบาเรีย ที่ห่อหุ้มร่างของงูยักษ์ มันพ่นลูกไฟเข้าโจมตีนางเช่นกันแม้ว่าหญิงสาวจะต่อต้านได้ แต่ก็ไม่อาจปลีกตัวไปช่วยกริชเพชร


"รัตติกาล..ฮายองวอนออกมา..."

กริชเพชรคำรามลั่นร้องเรียกภูตประจำตัวทั้งสองให้นางออกมาช่วยปกป้องเขา สิ้นเสียงของชายหนุ่มร่างของหญิงสาวทั้งสองก็ปรากฏขึ้นข้างกายเขา กายอสูรของพวกนางไม่ได้ต่ำต้อยกว่า สามนักฆ่า เงาร่างจระเข้ยักษ์หนังหนาของฮายองวอนก็ขยายออกใหญ่เกือบหนึ่งพันฟุต พร้อมกับอ้าปากแยกเขี้ยวกระโจนเข้าหางูขาวทั้งสองตัว ที่ปกคลุมด้วยประกายออร่า หมายเข้างับมันให้ขาดสองท่อน

วาบ!

โครม.!!!

เสียงโครมดังสนั่นร่างของจระเข้ยักษ์ม้วนตีลังกากลับมา เมื่องูร้ายทั้งสองตัวใช้หัวของมันที่ห่อหุ้มด้วย ประกายออร่าปกป้องตัวเองอย่างหนาแน่นชนเข้าประสานงากับฮายองวอน ภูตจระเข้สาวกระเด็นถอยหลังไปเกือบร้อยวา

ช่วงเวลาที่พญากุมภีสาวเข้าโจมตีนักฆ่ามังกรเวหาทั้งสอง ภูตสาวรัตติกาลก็ร่ายเวทเปิดม่านมิติเหนือหัวนักฆ่ามังกรคู่นั้น มือปีศาจขนาดใหญ่แห้งเกรอะกรัง มีแต่หนังหุ้มกระดูกแหวกม่านมิติลงกระแทกเข้าหาศัตรูของเจ้านาย หมายกดพวกมันให้ตรึงไว้กับที่


"เปรี้ยง! เปรี้ยง.!!! ."

เสียงดังเปรี้ยงๆ สนั่นหวั่นไหวพลังบอลม่านบาเรียที่คุ้มกายอสูรเวหาทั้งสองถูกฝ่ามือกระแทกใส่อย่างจัง เกิดเสียงสนั่นหวั่นไหว แต่ก็ไม่อาจกระทบถึงมังกรคู่ทั้งสองได้ มันกลับพ่นพลังเพลิงอันมหาศาลกระแทก ใส่ฝ่ามือกลางอากาศบนหัวของมัน เกิดบรรยากาศรอบข้างบิดเบี้ยว เพราะแรงกระแทกสั่นไหวไปทั่ว


อสูรสาวทั้งสองต่างตะลึงลานกระเด็นไปคนละร้อยกว่าวา เพราะถูกแรงกระแทกกลับคืนใส่ตัว พวกนางสูญเสียพลังบอลดวงจิตแก่นแท้เกือบครึ่ง ม่านมิติของภูตสาวปีศาจรัตติกาลจางหายวูบลง มือปีศาจอันใหญ่โตเกือบห้าร้อยวานั้นคืนกลับสู่ม่านมิติ ก่อนจะหายวาบไป


'เป็นไปได้ยังไงพวกอสูรระดับจอมราชันย์..ช่างร้ายกาจจริงๆ เอายังไงดีวะเนี่ย..กรอดดด..'

กริชเพชรกัดฟันกรอดเมื่อเห็นภูตสาวทั้งสองของตัวเอง ที่เขาคาดคิดว่าพอจะต่อสู้กับพวกอสูรมังกรเวหาได้ แต่ตอนนี้ประมือกันกระบวนท่าเดียวก็ถูกกระแทกสลายไปคนละทิศละทาง เหมือนโดนผีหลอกหัวของชายหนุ่มชาหนึบขึ้นทันที


"คาถาง้าวอัสนีคว่ำโลกเต็มสูบ..."

กริชเพชรปล่อยง้าวแสนเล่มออกเข้าจู่โจมอสูรมังกรเวหาทั้งคู่ หมายจะเข่นฆ่ามันด้วยคาถาง้าวที่ผสานพลังจิตต่ออสูรของเขาเข้าไปเต็มสูบ


เปรี้ยงๆ ๆ ๆ ๆ ๆ!!

ตูมๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ!!

ง้าวขนาดใหญ่แสนเล่มพุ่งเข้าจู่โจมร่างของงูยักษ์ทั้งสอง ที่ปกคลุมห่อหุ้มด้วยม่านบาเรีย ง้าวเหมือนกับฝูงตั๊กแตนที่ระดมเข้ากินพืชไร่ แต่กลับกลายเป็นแมลงเม่า ที่บินเข้ากองไฟหายวับไปกับตา หาได้ทะลุม่านบาเรียเหล่านั้นเข้าไปได้แม้แต่เล่มเดียว


สร้างความตกตะลึงให้กับกริชเพชรจนเขาต้องขบกรามกอด คาถาง้าวอสูรไม่สามารถใช้ทำลายเกราะที่แข็งแกร่งของพวกมันได้ สมแล้วที่พวกมันมีกายอสูรระดับราชันย์พลังรบของเขาห่างชั้นกับอสูรเหล่านี้มากเกินไป


กริชเพชรรู้แล้วว่าวิกฤติความเป็นความตายของเขาใกล้เข้ามาถึง ชายหนุ่มมองซ้ายมองขวาหาทางหลบหนี แต่ตอนนี้เล็กตันก็ถูกโจมตีเป็นพัลวัน เหมือนกับว่านางอ่อนด้อยกว่าคู่ต่อสู้ขั้นหนึ่ง ดังนั้นจึงอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด


เพราะพลังของนาง ไม่อาจทะลุผ่านม่านบาเรียคุ้มครองกายของงูขาวตัวนั้นเข้าไปได้ แม้จะทุ่มพลังจู่โจมเท่าใด

ส่วนหมาล่ากับเสี้ยวนาบีพวกนางกระเด็นไปคนละทิศละทางนอนฟุบกับพื้นเพราะแรงจู่โจมขั้นราชันย์ของเจ้างูยักษ์สองตัว อัดจนนางแทบสลบไสล เพราะกายอสูรที่ต่ำกว่าหลายชั้น


'เอาไงกันดีวะเนี่ย..'

"คาถากายอสูรระดับพรีเมี่ยม..."

ร่างของชายหนุ่มเปลี่ยนไป เขาต้องใช้ไม้ตายกลายร่างเป็นอสูรระดับพรีเมี่ยม หมายจะต่อสู้กับอสูรจอมราชันย์ขั้นสองให้ได้ เพราะตอนนี้กริชเพชรไม่มีเวลาร่ายคาถา เรียกวิญญาณอาวุธเกล็ดมังกรบรรพกาลออกมา นักฆ่าทั้งสองไม่เปิดโอกาสให้ชายหนุ่มแม้แต่ครึ่งลมหายใจ ดังนั้นกริชเพชรจึงต้องตัดสินใจ กลายร่างเป็นอสูรระดับพรีเมี่ยมเพื่อเข้าต่อกรกับพวกมัน


"ง้าวอสูรฟ้าคำรณ.."

เสียงชายหนุ่มร้องดังกัมปนาท ร่างกายของเขาเปล่งแสงออก ดุจซุบเปอร์ไซย่ากางปีกพุ่งทะยานเข้าหามังกรเวหาทั้งคู่อย่างไร้สติ


"คิดจะฆ่าข้าเหรอ ตายซะ..."

ปัง! ปัง!

เสียงของชายหนุ่มเปลี่ยนแปลงไปอย่างเดือดดาล พุ่งทะยานเอาง้าวในมือจ้วงแทงจู่โจมอย่างรวดเร็ว เหมือนสายฟ้าฟาดจากเบื้องบนกระแทกจนบอลม่านบาเรียสั่นสะท้าน แม้ว่ามันห่อหุ้มกายของงูยักษ์ไว้อย่างมั่นคง แต่พลังง้าวของกริชเพชร กระแทกให้ทั้งสองกระเด็นไปคนละทิศละทาง พวกมันหน้าซีดเผือดแม้ว่าจะมีม่านบาเรียที่คอยปกป้องตัวเองไว้ แต่เลือดลมก็ปั่นป่วน อดกระอักเลือดออกมาคนละคำไม่ได้


"ระวังน้องเล็กอสูรตัวนี้มันกลายร่าง เป็นระดับพรีเมี่ยม มันเป็นอสูรพลังจิตด้วยพวกเรารีบเผด็จศึกเร็วด่วน..."

งูยักษ์ด้านซ้ายกลายร่างเป็นมนุษย์ทวนของมันยาวใหญ่ ปลายส่องแสงประกายเขียวปั๊ด ทะยานเข้าหาจู่โจมกริชเพชร

ควับๆ ๆ!!

เปรี้ยง!! เปรี้ยงๆ ๆ ๆ ๆ ๆ!!

ต้านการฟาดฟันง้าวของชายหนุ่มเสียงดังสนั่นหวั่นไหว อสูรเวหาพี่ใหญ่ขมวดคิ้วอย่างแปลกใจ เขาไม่เคยต้องต่อสู้ตีกับอสูรระดับต่ำชั้นแค่กายอสูรครึ่งเทพ ถึงกลับตึงมือขนาดนี้

อาจเป็นเพราะว่าบุรุษที่อยู่ตรงหน้าผสานกายอสูรพลังจิต จนเป็นอสูรระดับพรีเมี่ยมดังนั้นแม้ว่าพลังรบจะต่ำกว่าพวกเขาหลายขั้น กลับโจมตีพวกมันอย่างบ้าคลั่ง พวกอสูรเวหาต่างต้านรับด้วยความลำบาก

"พี่ใหญ่ข้าเอง..."

ตูม! ตูม! ตูมๆ!!!

เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!!!

"คาถาง้าวอัสนีคว่ำโลก.."

กริชเพชรถูกทั้งสองพี่น้องโจมตีอย่างหนักแม้กายอสูรของเขาจะเปลี่ยนไป เป็นระดับพรีเมี่ยมแต่ก็ไม่ง่ายที่จะเอาชนะคนทั้งสอง เพราะความห่างชั้น ชายหนุ่มจึงเรียกง้าวอสูรออกมาแสนเล่ม พุ่งทะยานเข้าจู่โจมงูขาวสองพี่น้องอย่างเดือดดาล


เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!!!!

ง้าวแสนเล่มพุ่งทะยานเข้าหาคนทั้งสองแต่ไม่อาจ เจาะม่านบาเรียสีขาวของพวกมันเข้าไปได้แม้แต่เล่มเดียว เพียงแต่กระแทกให้มันทั้งสองกระเด็นไปคนละทิศละทาง แต่ไม่ได้รับบาดเจ็บอย่างที่กริชเพชร คาดหมายไว้ เขากัดฟันกรอดอย่างเดือดดาล


"อึดนักเหรอ!! ..."

ตอนนี้วิญญาณอสูรระดับพรีเมี่ยมของกริชเพชรมันกลืนกิน นิสัยกลัวตายของชายหนุ่มไปหมดสิ้น ระเบิดสันดานดิบตามสัญชาตญาณเผ่าพันธุ์อสูรวารีน้ำจืดออกมา เขาเรียกอาวุธพลังจิตขั้นเพชรของนครอมนุษย์ออกสู้


"บิ๊กไบค์เหินเวหา..."

คำพูดของชายหนุ่มคำรามออก รถมอเตอร์ไซค์ขนาดใหญ่ พุ่งทะยานปรากฏขึ้นทันที มันใหญ่โตมโหฬาร กริชเพชรลอยตัวขึ้นคว้าจับแฮนด์เบิ้ลเครื่องพุ่งหมายเข้าชนมังกรยักษ์


"เงาร่างรถไฟเหินเวหา.."

ชายหนุ่มเร่งเร้าพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ผสานกับพลังจิตอสูรของเขา เปลี่ยนรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์กลายเป็นรถไฟฟ้า หัวแหลมขนาดใหญ่พุ่งเข้าชนงูยักษ์ทั้งสองอย่างไม่กลัวตาย

ร่างกายของชายหนุ่มก่อเกิดเป็นเงาร่างขนาดยักษ์เป็นอสูรวารีน้ำจืดตัวเขียวปั๊ด พ่นพลังมวลน้ำยิ่งกว่าคลื่นสึนามิ โถมเข้าหางูขาวอย่างบ้าคลั่งเดือดดาล

ตูม! ตูม! ตูมๆ ..!!!

โครม! โครม! โครม!

การจู่โจมของกริชเพชรดำเนินไป จนงูยักษ์ทั้งสองถูกกระแทกกระดอนกระเด็น ป่าไผ่ที่ยาวสุดลูกหูลูกตา ล้มแตกระเนระนาดราบเรียบยิ่งกว่าหน้ากอง แต่ม่านบาเรียของงูทั้งสองก็แข็งแกร่งเหลือเกิน ไม่อาจโจมตีถึงตัวพวกมันได้

เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!

"กรอด!! ..ตายซะ..ตายๆ ๆ ๆ!! ..."

กริชเพชรกัดฟันกรอดยิ่งต่อสู้ยิ่งเดือดดาล ทั้งสามกระโดดเข้าหากัน รถไฟขนาดยักษ์พุ่งชนร่างของอสูรมังกรเวหา กระเด็นขึ้นกลางอากาศ

เงามือร่างจำแลงอสูรน้ำจืดของกริชเพชรคว้ารถไฟทั้งขบวน แยกออกจากกันกลายเป็นรถถัง ล้อเลื่อนหมุนคว้าง เหมือนใบมีดของเลื่อยยนต์ ฟาดฟันเข้าหามังกรขาวทั้งคู่ เสียงดังสนั่นหวั่นไหว

ปังๆ ๆ ๆ!! โครมๆ ๆ!

"อ๊ากกกกก!! .."

ชายหนุ่มต่อคอมโบจัดการกับอสูรมังกรเวหาทั้งสองจนพวกมัน กระอักเลือดถอยกรูดออกไป หลังจากโดน คอมโบอาวุธดินแดนอมนุษย์ อัดเข้าแบบไม่เลี้ยง

ตูม.!!! โครม!!

"โอ๊ยยยยย..กรอด!! "

นักฆ่าอสูรเวหาอีกตัวที่ต่อสู้กับเล็กตัน ฉวยโอกาสที่นางหันไปมองกริชเพชร ขณะกำลังโจมตีสองมังกรเวหาอย่างบ้าคลั่ง เสียงดังสนั่นหวั่นไหว หญิงสาวจึงเสียสมาธิถูกมันกระแทกกระเด็นไปหลายร้อยวา ในเวลาอันสั้นไม่อาจลุกขึ้นได้

"น้องข้าสร้างทวนมหาวิบัติจัดการกับมัน..."

หลังจากที่ตีเล็กตันกระเด็นไปแล้ว มันก็ทะยานเข้ามาช่วยพี่น้องของมัน โจมตีกริชเพชรอีกทางสามคนต่างขว้างทวนขึ้นกลางอากาศ


"คาถาทวนมหาวิบัติ..."

เสียงของพี่ใหญ่อสูรเวหา ร้องร่ายคาถาสร้างทวนสูงเกือบห้าร้อยวา ทวนส่งประกายอันน่าหวาดกลัวข่มไปรอบบริเวณ

กริชเพชรกัดฟันกรอดเมื่อเขาอยู่ในร่างอสูรระดับพรีเมี่ยมแล้ว นิสัยกลัวตายหมดไปสิ้น มีแต่ความบ้าดีเดือดเมื่อเห็นทวนขนาดใหญ่ตั้งขึ้นสู่ฟากฟ้า หมายจะจู่โจมทำร้ายเขาชายหนุ่มกัดฟันกรอด


"ถุงมือเนรมิต..สร้างจรวดมิสไซล์ให้ข้าเดี๋ยวนี้.."

กริชเพชรนึกถึงจรวดมิสไซล์ที่เคยดูในหนังตอนสมัยเด็กๆ มันเป็นอาวุธที่ร้ายกาจดังนั้นเขาจึงเนรมิต สร้างมันขึ้นมาจากจิตใต้สำนึก


ถุงมือนิมิตรขยายออกจากมือของกริชเพชรหล่อเป็นฐานจรวดมิสไซล์ขนาดใหญ่ ก่อนที่ตัวมันจะสั่นสะท้านส่งเสียงคลืนๆ ออกมาจากภายใน ดุจกำลังร้องเรียกหาสิ่งหนึ่งสิ่งใด


วาบ!! วาบ! วาบ!

ก้อนดินทั้งสามสีหลุดลอยออกจากถุงนิมิตขั้นเทพของกริชเพชร ไม่อาจกักเก็บมันอยู่เหมือนกับของสิ่งอื่น นี่มันเป็นก้อนดินเหนือเทพของแท้

ก่อนที่ก้อนดินทั้งสามจะบินวนกลางอากาศเป็นรูปสามเหลี่ยม เหนือฐานจรวดยิงมิซไซล์ ที่กริชเพชรเรียกมาจากถุงมือเนรมิตอมนุษย์


วาบ! วาบ! วาบ..!!!!

แสงวาบๆ ของดินสามก้อนเปล่งประกายออกไปเป็นเขียวเหลืองแดง พุ่มเข้าหาจรวดมิสไซล์ของกริชเพชรอย่างฉับพลัน หล่อหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวส่งประกายสีแดงวาววับ


"ไประเบิดพวกมันให้สิ้นซากมิสไซล์ของข้า.."

กริชเพชรคำรามลั่นไม่รู้อะไรเกิดขึ้นแต่สิ่งเดียวที่เขาต้องการเดี๋ยวนี้ คือให้จรวดมิสไซล์ที่ชายหนุ่มเนรมิตขึ้นมา ทำลายล้างอสูรเวหาทั้งสามให้สิ้นซาก

.............................................................................................................................................................................................