เสียงคำรามดังกึกก้องออกมาจากปากถ้ำ การขยับไหวที่รุนแรงทำให้เครือไม้แถวหน้าปากถ้ำสั่นระริก เย่ซินเย่วที่ยืนอยู่กับที่จึงมองหาต้นไม้ใหญ่หน้าถ้ำ เพื่อปีนขึ้นไปสังเกตุการก่อนจะวิเคราะห์ว่าควรลงมืออย่างไรต่อไป
ร่างกายสูงใหญ่ของหมีั์โผล่พ้นเครือไม้ออกมา ขนสีดำหยาบปกคลุมอยู่ทั่วทั้งตัว ใบหูของมันค่อนข้างใหญ่ ขาของมันอ้วนล่ำและหนา ตอนนี้มันกำลังอยู่ในสภาวะใที่โดนยิงธนูใส่จึงยืนด้วยขาหลัง ตั้งท่าเตรียมต่อสู้ เล็บที่ขาหน้าของมันถูกแสดงออกมาเพื่อให้เห็นว่ามันเตรียมจะตะปบด้วยขาหน้าแล้วกัดฉีกกระชากศัตรูอย่างรุนแรง
เย่ซินเย่วที่อยู่บนต้นไม้เตรียมเล็งธนูไปที่หมีที่อยู่หน้าถ้ำอีกครั้ง ธนูดอกที่แล้วของนางปักคาอยู่ไหล่ข้างซ้ายปักลึกเข้าไปจนไม่เห็นหัวธนู เืไหลออกมาตรงบริเวณขนเป็ทางยาว แต่ด้วยหนังของหมีั์นั้นค่อนข้างหนาลูกธนูจึงไม่สามารถปักให้ลึกจนคร่าชีวิตของมันได้
จมูกอันใหญ่โตของหมีั์ขยับไหวสูดดมหาศัตรูที่ทำร้ายมัน ด้วยสายตาของมันที่ไม่ค่อยดีนักมันจึงควานหาศัตรูด้วยกลิ่น เมื่อได้กลิ่นมาจากต้นไม้ด้านหน้าร่างสูงใหญ่ของมันก็พุ่งเข้าใส่ต้นไม้ด้วยความรวดเร็ว แต่ในขณะที่มันกำลังพุ่งตัวนั้น ก็มีลูกธนูดอกหนึ่งพุ่งแหวกอากาศเข้าหาร่างของมัน ตัวมันเองก็รับรู้ได้จากสัญชาตญาณจึงยกมือขึ้นมาปัดป้อง แต่ก็ไม่ทันลูกธนูปักเข้ากลางหน้าอกของมันใกล้กับลำคอ หัวธนูปักเข้าไปลึกมากจนเกือบทะลุอก ร่างของมันเซจนเกือบล้มหงายหลัง
“โฮกกกกกกกกกกก”
เสียงคำรามอย่างเ็ปของหมีั์ดังขึ้นมาอีกครั้ง มันกำลังเข้าสู่สภาวะคลุ้มคลั่ง ความเ็ปที่รุนแรงส่งผลให้มันพุ่งตัวด้วยความเร็วอีกครั้ง กรงเล็บของมันฝังเข้าไปในเนื้อไม้ เตรียมปีนขึ้นไปเพื่อกัดคนที่ทำร้ายมันให้ตาย
“ยังไม่ล้มสินะ”
เย่ซินเย่วที่เห็นว่าเ้าหมีั์เตรียมปีนขึ้นมาหานางแล้ว ต้นไม้ที่นางอยู่ตอนนี้สั่นคลอนด้วยความรุนแรงจนไม่สามารถตั้งหลักให้ยิงธนูได้นางจึงเก็บมันกลับเข้าหลัง แล้วหยิบมีดที่มีความยาวพอดีมือกระชับให้แน่น กะระยะที่เ้าหมีั์เข้าใกล้นาง
หมีั์ใช้กำลังกายทั้งหมดที่มีพาร่างสูงใหญ่ของมันปีนขึ้นต้นไม้อย่างรวดเร็ว จนกระทั่งกลิ่นของศัตรูชัดมากขึ้น มันกางกรงเล็บออกเตรียมตะปบร่างของเย่ซินเย่วที่มันเห็นรางๆ บนกิ่งไม้ใหญ่ข้างหน้า
เย่ซินเย่วเห็นดังนั้นจึงะโหลบกรงเล็บ หมุนตัวลงไปที่กลางหลังของเ้าหมีั์ที่อยู่ในระยะพอดี ยกมีดที่เตรียมไว้แทงทะลุคอของมันกดลึกเข้าพร้อมขยับมีดให้แผลมันกว้างขึ้น เืของมันสาดกระเซ็นออกมา กรงเล็บที่ฝังอยู่บนต้นไม้หลุดออก ร่างใหญ่ของมันร่วงหล่นลงจากต้นไม้ เย่ซฺินเย่วขยับตัวหมุนร่างของเ้าหมีั์เป็เบาะรอง ออกแรงกระแทกมันลงพื้นทันที
ร่างหมีั์นอนสิ้นใจอยู่ที่พื้น เย่ซินเย่วนอนหายใจหอบอยู่้า พยุงตัวเองขึ้นนั่งข้างร่างหมีั์ เมื่อกี้หัวใจของนางแทบหยุดเต้นไม่นึกไม่ฝันว่านางจะได้ฆ่าหมี เมื่อเช็คว่าแน่ใจแล้วว่ามันตายสนิทก็ถอนหายใจ ่นี้ชีวิตของนางช่างน่าตื่นเต้นนัก
“แล้วจะเอาออกไปยังไงล่ะเนี่ย”
เย่ซินเย่วพึมพัมเบาเบาอย่างปวดหัว โชคดีที่เย่ซินเย่วคนก่อนนางค่อนข้างชอบสีแดง วันนี้ชุดนางจึงเป็สีแดงแซมขาวซึ่ง ถึงแม้ตอนนี้จะกลายเป็สีแดงเข้มจากเืราวกับฆาตกร แตจ่ก็ไม่ได้ดูแย่นัก
ตอนนี้เข้าสู่ปลายยามเว่ย ( 13.00 – 14.59 น. ) แล้ว นางต้องรีบกลับบ้าน แต่นางก็ไม่สามารถปล่อยร่างของหมีั์นี้ไว้ได้ ไม่รู้ว่ากลิ่นเืของมันจะเรียกสัตว์ตัวไหนมาอีก ไม่แน่ว่าถ้าปล่อยมันไว้ตรงนี้ขากลับมาอีกครั้งจะมีเสือโผล่ออกมาอีกหรือไม่
เย่ซินเย่วยกร่างหมีั์ด้วยมือนึง อีกมือนึงยกไม้ที่ผูกกวางกับกระต่ายไว้ เดินกลับไปทางเดิม เมื่อถึงจุดที่จอดรถเข็นไว้ก็วางพวกมันลง วางกวางและกระต่ายไว้ข้างๆ เสร็จสิ้นก็คลุมทับด้วยใบไม้อีกครั้ง
ร่างหมีั์ตอนนี้ที่ผูกไว้ด้านหลังของเย่ซินเย่ว นางคิดไว้ว่าจะแอบเอาหมีั์กลับบ้านก่อน โดยลัดเลาะไปด้านหลังของหมู่บ้าน แล้วค่อยปีนรั้วเข้าไปในบ้านเพื่อหลบสายตาชาวบ้าน
ร่างบางของเย่ซินเย่วถูกบดบังด้วยร่างของหมี เดินลัดเลาะหลีกหนีไปตามแนวป่าเพื่อหาทางเข้าหมู่บ้าน ในที่สุดก็มาหยุดที่รั้วหลังบ้านของตนเองได้ ซึ่งนางไม่รู้เลยว่าอีกไม่นานจะมีข่าวว่าพบเห็นหมีลงมาหากินที่แถบชายป่า จนชาวบ้านไม่กล้าขึ้นเขาไปอีกสักพัก
เมื่อมาถึงรั้วหลังบ้านเย่ซินเย่วคลายเชือกที่ผูกหมีั์เอาไว้ออก แล้วโยนร่างของมันเข้าบ้านไป เสียงร่างของหมีที่หล่นลงพื้น ทำให้หลิงซีหลางที่อยู่บริเวณแปลงผักรีบเดินตรงมาดูทันที เมื่อเห็นว่าเป็ตัวอะไรเขาก็ยืนขาแข็ง ทำอะไรไม่ถูก หมีบุกบ้าน มันเข้ามาอยู่ในบ้าน เขาจะทำยังไงดี
เย่ซินเย่วที่ปีนรั้วเข้ามาสำเร็จแล้ว ก็เห็นหลิงซีหลางที่ยืนตัวแข็ง ใบหน้าซีดเผือก สายตามองไปที่ร่างหมีั์ที่นางโยนเข้ามา สุดท้ายก็ขาอ่อนล้มลงกับพื้น
“อาหลาง ไหวหรือไม่” เย่ซินเย่วรีบวิ่งมาดูพร้อมพยุงหลิงซีหลางไว้ในอ้อมแขน ให้ตายเถอะ นางลืมว่าเด็กๆอาจใ “อาหลางตอบพี่หน่อย”
ร่างบางเขย่าตัวน้องสามีเบาเบาเพื่อเรียกสติ เด็กชายเงยหน้ามองพี่สะใภ้ใหญ่ของตนเอง น้ำตาที่คลออยู่ที่ตาก็ไหลออกมา เขากลัว กลัวว่ามันจะเข้ามาทำร้ายเขา ทำร้ายคนในบ้าน ทั้งน้องสาว ทั้งหลานชายทั้งสอง
“ไม่ต้องกลัว มันตายแล้ว” เย่ซินเย่วเอ่ยปลอบ
“พี่สะใภ้ใหญ่ เ้านี่มันมาได้ยังไง”
“พี่เอามา”
“เอามา ? ”
“พี่เจอมันในป่า หลังฆ่ามันแล้วจึงจะเอาไปขายในเมือง เ้าช่วยพี่เก็บห้องเก็บฟืนสักหน่อย เดี๋ยวพี่จะเอามันไปเก็บไว้ พรุ่งนี้ยามอิ๋น ( 03.00 – 04.59 น. ) พี่จะเอาไปขายในเมือง เงินที่ได้น่าจะพอให้เราอยู่ได้จนพ้นหน้าหนาว”
“ดะ…ได้ขอรับ”
หลิงซีหลางลุกขึ้นยืน เหลียวมองร่างของหมีที่นอนแน่นิ่งอยู่กับพื้น จากนั้นก็รีบเข้าไปจัดของในห้องเก็บฟืนทันที หมีตัวนั้นใหญ่มากน่าจะขายได้ราคาดี อาการหวาดกลัวของหลิงซีหลางหายเป็ปลิดทิ้ง เมื่อคิดว่าจะได้เงินจากหมีตัวนี้มาใช้จ่ายในบ้าน เขาลืมแม้กระทั้งถามไถ่ว่าพี่สะใภ้ใหญ่ขนมันมาได้อย่างไร หลิงซีหลางเก็บของอยู่ไม่นานก็เสร็จ จึงเดินมาบอกเย่ซินเย่วที่ยืนรออยู่กับร่างหมีั์
ร่างหมีถูกเย่ซินเย่วยกมันเข้าไปเก็บในห้องเก็บฟืน หลิงซีหลางที่เห็นก็ได้แต่มองตาม ปากก็อ้าออก นี่มันเื่จริงหรือ เหตุใดพี่สะใภ้ใหญ่จึงแข็งแรงขนาดนั้น แม้แต่ชายฉกรรจ์ก็ยังไม่สามารถยกร่างนั้นด้วยท่าทางสบายๆแบบนั้นได้แน่ๆ
“พี่ขอไปเปลี่ยนชุดกับเช็ดตัวสักหน่อยก่อนนะ เ้าก็ไปพักเถอะ”
“ขอรับ”
เย่ซินเย่วเดินกลับเข้าห้องพัก ชุดนางคงต้องทำความสะอาดขนานใหญ่เพราะมันติดเืสัตว์กลิ่นค่อนข้างฉุน เมื่อเสร็จเดินออกจากห้องเดินไปลานหน้าบ้านที่ตอนหลิงซีซีและหลิงซีหลาง นั่งเล่นกับเ้าแฝดอยู่ เ้าแฝดพอเห็นมารดาอยู่ในสายตาก็ขยับมือและเท้าไปมาอย่างเรียกร้องความสนใจ
“แอ๊…แอ๊…แอ๊”
“มามา เดี๋ยวแม่พาไปกินนมนะ”
เย่ซินเย่วอุ้มเ้าแฝดใส่ตระกร้าที่วางอยู่ด้านข้างแล้วอุ้มเข้าห้องไป ไม่นานเย่ซินเย่วก็ออกมาจากห้อง ปล่อยเ้าแฝดที่กินนมอิ่มแล้ว นอนเล่นอยู่ในห้อง แล้วเรียกหลิงซีซีให้มาเล่นกับหลาน จัดการทุกอย่างเสร็จนางเอาธนูไปเก็บเข้าที่และหยิบมีดกับตระกร้าขึ้นสะพายหลังเพื่อไปเอาผิงกั่วและสัตว์ที่ล่าได้ที่เหลือกลับบ้าน
“พี่สะใภ้ใหญ่ขอรับ ข้าไปด้วย” หลิงซีหลางะโไล่หลังมา บนหลังของเขามีตระกร้าสะพานอยู่อย่างเตรียมพร้อม ข้างตัวมีมีดเล็กสำหรับพกพา
“งานที่สั่งเสร็จแล้วรึ”
“เสร็จแล้วขอรับ”
“งั้นก็ได้”
สองร่างเดินออกไปจากบ้านทันที หลิงซีหลางเดินยิ้มไปตลอดทาง ในที่สุดพี่สะใภ้ใหญ่ก็ให้เขาไปด้วย เย่ซินเย่วที่เห็นก็อดใจแกล้งเขาไม่ได้ จึงยกมือขึ้นรูปหัวเขาจนผมเสียทรง หลิงซีหลางที่โดนแกล้งก็เดินออกห่างพี่สะใภ้ใหญ่ของเขาพลางทำหน้างอใส่ มือก็จับผมกันไว้ไม่ให้พี่สะใภ้หาจังหวะเข้าใกล้ผมของเขาได้
เดินมาถึงจุดที่เก็บของไว้ ทั้งสองคนก็ช่วยกันเอากิ่งไม้ออก หลิงซีหลางจึงเห็นว่ายังมีสัตว์ที่เย่ซินเย่วล่าได้อยู่อีก
“มีกวางกับกระต่ายด้วยหรือขอรับ”
“ใช่แล้ว แต่กระต่ายสองตัวนั้น พี่จะเอาไปให้บ้านแม่”
“ขอรับ”หลิงซีหลางเอ่ยตอบเขาไม่มีปัญหาอยู่แล้ว สัตว์ที่ล่าได้ทั้งหมดเป็ของพี่สะใภ้ใหญ่ นางจะให้ใครก็เป็สิทธิของนาง แค่ตอนนี้ที่นางดูแลพวกเขาก็ดีมากแล้ว ยิ่งเห็นแบบนี้เขาก็อดทึ่งไม่ได้ พี่สะใภ้ใหญ่ของเขาทั้งแข็งแรง ล่าสัตว์ก็เก่งกาจ เขาเองก็อยากทำได้เหมือนกัน “พี่สะใภ้ใหญ่ ท่านสอนข้ายิงธนูให้ข้าได้หรือไม่”
“ได้สิ ถ้าว่างๆพี่จะสอนให้”
หลิงซีหลางที่ได้คำตอบที่พอใจก็ยิ้มกว้าง เย่ซินเย่วเอากระต่ายใส่บนตระกร้าสะพายหลังของหลิงซีหลาง ส่วนกวางก็ใช้เสื่อห่อไว้ วางไว้ล่างกระบะรถเข็นแล้วยกห่อผ้าที่ห่อผิงกั่วไว้ขึ้นทับ จากนั้นก็ลากรถเข็นเตรียมกลับบ้าน นางคิดว่าคงไม่ขึ้นเขามาอีกสักระยะ
ทั้งสองเดินไปถึงชายป่าก็เห็นชายฉกรรจ์ในหมู่บ้านจำนวนไม่น้อย เดินมาพร้อมอาวุธมุ่งตรงมาทางเข้าป่า ก็มองหน้ากันด้วยความสงสัย
“เกิดอะไรขึ้นหรือเ้าค่ะ”
เย่ซินเย่วเอ่ยถามชายหนุ่มคนหนึ่งที่อยู่รั้งท้ายขบวนชายนั้น
“แม่หลินหลินนะสิเห็นหมีเดินอยู่แถวชายป่าหลังหมู่บ้าน พวกเ้าเพิ่งออกมาจากป่าเห็นอะไรผิดปกติหรือไม่”
ชายหนุ่มถามเพราะเห็นนางเพิ่งเดินออกมาจากภายในป่า
“ข้าไม่เห็นนะเ้าค่ะ”
“ไม่เห็นก็ดีแล้ว ่นี้ก็อย่าเพิ่งเข้าป่าล่ะมันอันตราย”
พูดจบชายหนุ่มก็เดินตามขบวนชาวบ้านไปทันที มุ่งตรงไปทางชายป่าหลังหมู่บ้าน เย่ซินเย่วรีบลากรถเข็นออกจากทางเข้าป่าทันที หมีตัวนั้นคงต้องรีบขายออก พรุ่งนี้ต้องเร่งหน่อยเพื่อไม่ให้ชาวบ้านออกมาเจอ
เย่ซินเย่วแวะที่บ้านแม่ก่อน แล้วเดินเข้าไปในบ้านเพื่อเอากระต่ายป่าสองตัวพร้อมผิงกั่วอีกห้าชั่งวางไว้ที่แคร่หน้าบ้านแล้วรีบกลับบ้านทันที สำหรับตอนนี้การอยู่นอกบ้านไม่ใช่ความคิดที่ดีนัก
มื้อเย็นทุกคนก็มาพร้อมกันที่ห้องครัว บนโต๊ะมีเนื้อกระต่ายผัดกุยช่ายกับต้มกระดูกหมู ด้วยตอนนี้มีเครื่องปรุงค่อนข้างครบแล้วรสชาติอาหารจึงไม่จืดชืดอีกต่อไป ทั้งสามนั่งกินข้าวกันอย่างมีความสุข
“ซีซีทำอาหารอร่อยมากเลยนะเนี่ย”
“ขอบคุณเ้าค่ะ พี่สะใภ้ใหญ่” เด็กหญิงยิ้มรับคำชม ยิ่งเห็นคนในบ้านกินกันอย่างเอร็ดอร่อยนางก็มีความสุข นางจะทำอาหารให้เก่งขึ้นอีก ทุกคนจะได้มีความสุขอย่างนี้ตลอดไป
“พรุ่งนี้พี่จะออกไปั้แ่ยามอิ๋น ( 03.00 – 04.59 น. ) เอาหมีนั่นไปขายที่เหลาอาหารก่อน พวกเ้าตื่นมาก็เตรียมผิงกั่วเอาไว้ ประมาณยามเฉิน ( 07.00 – 08.59 น. ) พี่จะรีบกลับมา”
“หมีหรือเ้าค่ะ?” หลิงซีซีเอ่ยอย่างสงสัย หมีอะไรทำไมนางไม่รู้เื่
“ใช่ พี่ล่าหมีมาได้ตอนนี้อยู่ในห้องเก็บฟืน แต่เื่นี้เป็ความลับ ห้ามบอกใครให้รู้แค่เราสามคน เข้าใจหรือไม่”
“ขอรับ/เ้าค่ะ”
“วันนี้เหนื่อยมามากแล้วกินเสร็จก็พักผ่อนเถอะ”
-----‐------
เย่ซินเย่ว : คงต้องพักเข้าป่าไปสักระยะแล้วล่ะ