ตอนที่ 14 แยกบ้านมันแน่อยู่แล้ว (2)
แม้ว่าเด็กพวกนี้ยามปกติร่างกายอ่อนแอ แต่ปากท้องกลับแข็งแรงอย่างไม่น่าเชื่อ ดีที่อันเสี่ยวเย่ว์สั่งอาหารมามาก ยังเหลืออีกไม่น้อย อันเสี่ยวเย่ว์จึงให้เสี่ยวเอ้อร์ห่อกลับ แล้วสั่งเป็ดย่างอีกสองตัวกับซาลาเปาอีกหลายลูกเพื่อห่อกลับบ้านอีกด้วย
“ของพวกนี้พวกเราฝากไว้กับเ้าของที่ดินเกาก่อน พอถึงตอนเย็น ข้าค่อยไปเอามา ห่อหนึ่งให้พี่หญิงเสี่ยวเหมยเอาไปฝากลุงใหญ่กับท่านป้าสะใภ้ใหญ่ อีกห่อเอาไว้ให้ท่านพ่อกับท่านแม่พวกเรากินเล่น” อันเสี่ยวเย่ว์ยิ้มกริ่ม ในมือถือเหรียญเงินพวงหนึ่ง “ไปกัน ยังพอมีเวลาอยู่ พวกเราไปเดินเล่นกัน ซื้อของเล่นให้น้องเล็ก ซื้อเชือกผูกผมให้พี่สาวทั้งสอง อย่างไรวันนี้ก็ต้องใช้เงินพวกนี้ให้หมด”
“สุดยอด!” อันหยวนเซิงเรอออกมาอย่างสุขสม พร้อมกับปรบมืออย่างชอบใจ
“เสี่ยวเย่ว์ ข้าไม่อยากได้เชือกผูกผม หากเป็ไปได้ เก็บเงินไว้ซื้อเข็มกับด้ายเย็บผ้าอย่างถูกที่สุดให้ข้าได้หรือไม่ ข้าอยากแอบเรียนงานปักจากแม่ข้า” อันเสี่ยวเหมยพูดเสียงขลาดกลัว แม้อันเสี่ยวเย่ว์จะเป็ลูกพี่ลูกน้องของนาง ยามเอ่ยปากก็ยังรู้สึกเกรงใจอยู่บ้าง
“ไม่มีปัญหา!” อันเสี่ยวเย่ว์ตอบรับโดยไม่คิดมาก “พวกเรามีเงินตั้งเยอะนะ! ชอบอะไรก็ซื้อได้ทั้งนั้น แต่ว่าต้องเก็บซ่อนให้ดีนะ”
“เสี่ยวเย่ว์ ในเมื่อสามารถแอบเก็บของกินไว้ที่บ้านเ้าของที่ดินเกา เหตุใดไม่สามารถเก็บเงินไว้ที่บ้านเ้าของที่ดินเกาล่ะ ข้าเห็นว่าท่านเ้าของที่ดินเกาดีกับเ้าเป็พิเศษ เื่เล็กแค่นี้ เขาน่าจะช่วยได้นะ ข้ารู้สึกว่าใช้จ่ายเงินออกไปหมดมันสิ้นเปลืองเกินไป ซื้อเข็มกับด้าย ซื้อเชือกผูกผม ซื้อของเล่นใช้ไปไม่กี่อีแปะ ที่เหลือก็เก็บเอาไว้เถอะ!”
อันเสี่ยวเหมยผงกศีรษะเห็นด้วย นางเองก็นึกเสียดายอยู่เหมือนกัน
“พี่สาวคนดีทั้งสองของข้า ข้ารู้ว่าพวกท่านชอบประหยัด นั่นเป็เื่ดี แต่ข้าไม่อยากขอความช่วยเหลือจากท่านเ้าของที่ดินเกาทุกเื่ กินของเขาใช้ของเขาย่อมต้องเกรงใจรักษาน้ำใจเขา ในตอนนี้ ข้ารักษาโรคให้เกาหม่านไฉได้ เขาจึงดีกับข้า แต่หากข้าคอยให้เขาช่วยอยู่ตลอด นานไปเขาก็จะไม่ช่วยข้าอีก หรือไม่ก็แค่ช่วยอย่างขอไปที ไม่เหมือนตอนนี้ที่คบหาอย่างจริงใจ อีกอย่าง สิ่งของอย่างเงินทองพวกนี้ ไม่เหมาะที่จะฝากไว้กับผู้อื่น ข้าเองก็ไม่ได้คบหาสนิทสนมกับท่านเ้าของที่ดินเกามากมายอะไรนัก” อันเสี่ยวเย่ว์พูดพลางลูบศีรษะทรงลานบินของอันหยวนเซิง “ยิ่งกว่านั้น พวกเราลำบากมาตั้งนาน มีเงินครั้งแรก พวกเราน่าจะใช้มันให้สมใจสักครั้งใช่หรือไม่ หือ หยวนเซิงน้องเล็ก”
“ใช่เลย! พวกเราอยากใช้เงินให้สมใจสักครั้ง” อันหยวนเซิงเป็สาวกผู้ติดสอยห้อยตามตลอดกาลของอันเสี่ยวเย่ว์
“พี่สาวทั้งสอง ข้ารู้ว่าพวกท่านกลัวที่จะพูดเื่แยกบ้าน แต่ข้าต้องพูดเื่นี้อีกครั้ง แม้ว่าไม่อาจทำได้จริงในเร็ววัน แต่ในหัวพวกเราต้องมีสายใยความหวังนี้อยู่ หาโอกาส คิดหาวิธี หากเรือนใหญ่เรือนสองไม่แยกเรือนออกไป ก็ไม่มีหนทางรอดอีก หรือว่าต้องให้พี่หญิงเสี่ยวเหมยไปะโหน้าผาที่หลังเขาจริงๆ พวกท่านจึงจะได้สติ”
“พี่หญิงเสี่ยวเหมย ต่อให้เรียนปักผ้าได้แล้ว เงินที่ได้จากการขายชิ้นงานก็ต้องให้ท่านย่าทั้งหมด อย่างมากก็เก็บซ่อนไว้ได้บ้างนิดหน่อย เหมือนอย่างวันนี้ที่แอบออกมากินสักหลายมื้อ แท้จริงแล้วนี่ไม่ใช่ทางออกเลย ดังนั้นวิธีเดียวที่จะแก้ไขสถานการณ์อับจนของพวกเราได้ก็คือแยกบ้าน”
“เื่นี้พวกเราไม่วางแผนก่อนไม่ได้ แยกบ้านออกไป ไม่ถูกข่มเหง ไม่หิวโหย ทุกเื่สามารถตัดสินใจด้วยตนเอง หากไม่แยกบ้าน ก็หัวหดรอคนมารังแกต่อไป อีกสองปีพวกท่านก็จะผ่านพิธีปักปิ่นออกเรือนได้ ด้วยความตระหนี่ของท่านย่ากับหัวคิดร้ายๆ ของพวกท่านอา คงไม่ได้แต่งไปบ้านดีๆ หรอก ชาตินี้คงต้องอยู่อย่างลำบากยากแค้น แต่หากแยกออกมาได้แต่แรก เงินที่ลุงใหญ่รับจ้างทำงาน งานปักที่ป้าสะใภ้ใหญ่ขายได้ ล้วนสามารถเก็บเป็เงินสินสอดให้พี่หญิงเสี่ยวเหมย ไม่ต้องถึงกับแต่งไปบ้านผู้ดีร่ำรวยอะไร อย่างน้อยยังหาผู้ชายติดดินมาร่วมชีวิตได้ ส่วนบ้านพวกเรา มีวิชาแพทย์ของข้า ความสามารถล่าสัตว์ของท่านพ่อ ยังมีท่านแม่เย็บพื้นรองเท้ากับทำขนมได้ น้องชายเรียนหนังสือ ซื้อที่ดินทำนา จัดเตรียมเป็สินสอดให้พวกเราพี่น้องได้สบายมาก”
คำพูดยาวเหยียดของอันเสี่ยวเย่ว์คราวนี้ พูดตรงใจพวกเด็กๆ เข้าเต็มๆ
อันเสี่ยวเหมยที่ขี้ขลาดอ่อนแอที่สุดยอมพูดตัดสินใจในที่สุด “ข้าก็อยากแยกบ้าน กลางดึกยังเคยได้ยินท่านพ่อกับท่านแม่พูดเื่นี้อยู่บ่อยๆ แต่ท่านปู่กับท่านย่าร้ายกาจเกินไป พวกเราไม่มีวิธีนี่นา! อยู่บ้านไม่กล้าพูดสักคำ”
“อย่างนั้นค่อยคิดค่อยทำไปก็แล้วกัน! ข้าเชื่อว่าทุกอย่างขึ้นอยู่กับการกระทำของคน ไม้ใหญ่แยกกิ่งก้านสาขา พวกเราแยกบ้านเป็เื่ที่ต้องเกิดขึ้นสักวันอยู่แล้ว และเป็เื่ที่ต้องทำด้วย” อันเสี่ยวเย่ว์พูดพลางยิ้มน้อยๆ “เอาล่ะ พวกท่านมีใจไว้ก็ดีแล้ว วันนี้ไม่พูดเื่ไม่สบายใจแล้ว พวกเราไปซื้อของกันให้สบายใจก่อน”
“พี่หญิงรอง ท่านดูนั่น!” อันหยวนเซิงชี้ไปที่ไกลๆ “นั่นพี่หยวนเฟิงไม่ใช่หรือ เขาเห็นพวกเราหรือเปล่า ถ้าเขากลับบ้านไปฟ้อง พวกเราจบเห่แล้ว ได้ถูกตีตายแน่เลย”
“์ นั่นมัน...ไม่ใช่...” อันเสี่ยวหลีชี้ไปยังสถานที่ที่อันหยวนเฟิงเดินเข้าไป “หอนางโลมนี่!”