TREE WORLD
ปฐีวินาศโลก
By : Jackmysoul
แจ็กมายโซล : เขียน
บทที่ 9
ความลับสุดยอด(3)
คำว่า“สรวงสรรค์แห่งอิทัป ยินดีต้อนรับ” จึงเป็แค่คำโฆษณาชวนเชื่อของรัฐบาลเป้าหมายเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจการท่องเที่ยวระหว่างประเทศเท่านั้น
เด็กสาวไม่รอคำตอบจากใครเธอพูดเข้าข้างตัวเองอย่างไร้เดียงสา “ที่นี่คือยอดไม้บนทรีเวิร์ดแน่ๆ‘สรวง์แห่งอิทัปยินดีต้อนรับ’ หนูเห็นป้ายนั่นเขียนไว้แล้วคุณอาก็พูดหลายครั้ง”
คนอพยพอย่างพวกเธอคงยังไม่รู้ว่าป้ายสั่วๆแบบนั้นมีให้เห็นกราดเกลื่อนทั่วไปได้ทั่วเมือง
คำคำนั้นมักถูกพวกนักธุรกิจทุนต่ำลักลอบฉกฉวยนำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัวเป็กลยุทธ์ตุกติกเล็กๆน้อยๆ เพียงเพื่อหวังเรียกลูกค้าเพิ่มยอดขายให้กิจการของตนเท่านั้นราวกับเป็พวกเด็กเลี้ยงแกะที่ฉวยโอกาสจูงแพะติดมือ
ผมหันมามองหน้าเธอแล้วใช้รอยยิ้มปริศนาคล้ายถามว่า จะแน่ใจได้อย่างไร
“ก็ที่นี่มองไม่เห็นทรีเวิลด์เลยนี่ค่ะแสดงว่าที่นี่ต้องเป็ยอดไม้แล้วแน่ๆ” เธอตอบสีหน้าแสดงความหวัง ขณะผมขับรถผ่านหน้าอนุสาวรีย์ทรีเวิลด์นี้พอดีผมได้แต่ร้องเว้ยในใจ แล้วชี้นิ้วให้สองปู่หลานเบิ่งตาดูความจริงตรงหน้า แต่พวกเขายังทำหน้างุนงงไม่รับรู้อย่างใสซื่อก็ช่วยไม่ได้ หรือพวกเธอทั้งคู่คิดว่ามันเป็เพียงแค่ตึกระฟ้าอย่างนั้นรึ เอาเถอะ
“ฉันจะเฉลยให้เธอฟังตอนถึงบ้านแล้วโอเคมั๊ย” ผมบอกเธอแล้วทำหน้าใสซื่อบ้าง ถ้าไม่ลืมซะก่อนล่ะนะ พลางคิดในใจ
เสียงสมาร์ทโฟนดังขึ้นขัดจังหวะสาวน้อยจะทันได้พูดต่อ
กดรับทันทีโดยไม่ได้มอง!
เดาว่าคงเป็เมียผมโทรกลับมา!
“ว่าไงจ๊าที่รัก”เสียงพูดมาตามสาย สำเนียงฟังสบายๆน้ำเสียงคุ้นหูนี่ล่ะเมียผม
“ฟังให้ดีเจท!!!”ผมเปลี่ยนน้ำเสียงขึงขัง ฟังดูอารมณ์เข้มข้นขึ้น สาวน้อยที่นั่งเบาะหลังคงจับสีหน้าผมได้ซึ่งอยากให้เมียผมรับรู้เช่นกัน
“เอเลี่ยนบุกแล้ว”เน้นเสียงจริงจัง แต่เื่ที่คุย มันฟังดูงี่เง่า
“เอาไว้หยอกลูกๆดีกว่ามั้ยตอนนี้ฉันยุ่งมากเลยน๊า ถ้าไม่มีอะไรด่วนไว้คุยกันที่บ้าน”น้ำเสียงเธอเริ่มหงุดหงิด งานคงจะเครียดและกำลังยุ่งมากๆแต่เธอก็ไม่ควรลืมรหัสลับที่เราเคยตกลงกันไว้ บางครั้งความสุขสบายจนเคยชินก็ทำให้สัญชาติญาณระแวดระวังภัยทื่อด้านลงไป
ถ้าเื่ไม่คับขันจนถึงที่สุดผมจะไม่ยอมพูดมันออกมาตรงๆ แม้จะเป็แค่วลีสั้นๆ เพราะรู้ว่าสมาร์ทโฟนที่เจทใช้งานมีความเป็ไปได้อย่างยิ่งที่จะถูกหน่วยงานลับของรัฐบาลจับตาลอบตรวจสอบสืบค้นข้อมูลตลอดเวลาเพราะเธอคือหนึ่งในบุคคลสำคัญระดับหัวหน้าหน่วยของกองงานวิจัยสังกัดกระทรวงกลาโหมถึงขนาดที่ว่าสมาร์ทโฟนของคนในครอบครัวเองก็ไม่มีทางปลอดภัยซึ่งเื่การบุกรุกของเวิร์มที่ได้รับรู้มานั้น ผมไม่้าให้เื่นี้รั่วไหลไปถึงรัฐบาลก่อนยกเว้นมันจะเป็ข่าวสารที่รายงานขึ้นไปโดยตรงของหน่วยเฝ้าระวังเอง ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝันใดๆที่จะส่งผลเสียหายต่อการอพยพของครอบครัวผมจะไม่ยอมให้เกิดเหตุการณ์เด็ดปีกผีเสื้อะเืถึงดวงดาวเป็อันขาด
“เอเลี่ยนบุกแล้ว”ผมย้ำอีกที คราวนี้น้ำเสียงกลับราบเรียบ
“ตอนนี้ท่านรัฐมนตรีกลาโหมกำลังจะประชุมกับท่านรัฐมนตรีพัฒนาทรัพยากรฯแล้วยังมีท่านนายพล...คิดว่าฉันว่างมากรึไงกัน แค่... “รหัสลับไงรหัสลับจำให้ได้ซะทีเจท แล้วเรียกจอสส์กับฟิวส์กลับบ้านด่วนที่สุด”ผมรีบะโตัดหน้าก่อนที่เมียขี้ลืมผู้น่าสงสารของผมจะตัดสายทิ้งเอาดื้อๆ แล้วผมก็ดันหลุดคำบางคำที่ไม่ควรพูดกลายเป็ปล่อยไก่ไปแล้ว
อย่างไรก็ตามผมไม่ลืมที่จะกระแทกเสียงให้เบาที่สุด เพราะเื่ที่เรากำลังคุยกัน มันเป็ความลับสุดยอด
คงจะได้ผลกว่าเมื่อผมบอกเรียกชื่อลูกๆของเราให้รีบกลับมารวมพลที่บ้านเสียงเตือนสติวิ่งไปตามคลื่น ที่สายปลายทาง ผมจินตนาการถึงใบหน้าเมียผมที่ตกตะลึงถลึงตาโพล่งปากอ้าตาค้าง
“ค่ะ!!!...เข้าใจแล้ว...จะรีบจัดให้เดี๋ยวนี้”น้ำเสียงของเธอฟังดูกำลังสะกดอาการช็อกสุดขีด เมื่อเธอนึกขึ้นได้แล้วว่ารหัสลับเอเลี่ยนบุกแล้ว นั่นหมายถึงอะไร
เอเลี่ยนไม่ได้มาที่มาคือเวิร์ม
ความชั่วร้ายที่คอยไล่ล่ามนุษย์ชาติ
เจทค่อยลดมือลงวางสายจากไมค์พยายามทำสีหน้าให้กลับเป็ปกติโดยเร็วที่สุด พลางถอนใจวูบ เพราะความจริงแล้วเพียงคำแรกก็ทำให้เธอนึกได้ก่อนแล้วว่าเอเลี่ยนบุกหมายถึงอะไรเธอไม่ได้จะขี้ลืมขนาดนั้น แต่ในขณะที่เ้าหน้าที่ในสำนักงานกระทรวงกลาโหมที่เธอทำงานอยู่กำลังประชุมต่อหน้าท่านรัฐมนตรีจะทำอย่างไรได้ แม้จะตกตะลึงจนแทบช็อกตาย แต่ก็ต้องแสร้งตีหน้าขรึมไม่ให้เกิดพิรุธในใจพลางคิด ‘ก็ฉันกำลังเนียนอยู่ไม่อยากให้ใครถอดข้อความดักฟังโธ่!...แต่คุณดันปล่อยไก่ออกมาเสียเองจนน่าโมโห...แค่คำว่ารหัสลับมันก็ชวนให้น่าสงสัยแล้วขออย่าให้ถูกหน่วยข่าวกรองคนใดสะดุดใจเลย’
แม้ว่าเจทจะแอบแวบออกมาโทรศัพท์นอกห้องประชุมก็ตามแต่ก็ยังมีหน่วยรปภ.หน้าตึง คอยจับตา หลังจากวางสายสมาร์ทโฟนก็ยังไม่สามารถเก็บเข้ากระเป๋าตัวเองได้เพราะตามระเบียบเคร่งครัดจะต้องฝากไว้กับรปภ.หน้าตึง ก่อนกลับเข้าห้องประชุมอีกครั้ง
รปภ.หน้าตึงแบบมือรับ
แต่เจทดึงมือกลับ!
ตอนนี้เปลี่ยนใจแล้วยังไม่อยากเข้าประชุมต่อจึงบอกกับรปภ.หน้าตึง ด้วยสีหน้าสุดอัดอั้นทนไม่ไหวละจ้าว่า“ฉันต้องไปห้องน้ำ...”
ตัดสินใจแวบต่อจึงลอบสังเกตการณ์บางอย่าง แต่ก่อนหน้านี้ไม่รู้ทำไม ในขณะนี้เ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองกับพวกนายทหารนอกห้องประชุมต่างกำลังวิ่งวุ่นสับสนอลหม่านกันแทบทุกคนแต่ตอนนี้พอจะทราบสาเหตุแล้ว...
ประตูรั้วเปิดออกรปภ.ประจำบริษัทสะบัดแขนแนบฝ่ามือข้างศีรษะทำความเคารพอย่างขันแข็ง หลังจากผ่านป้อมยามไปแล้วที่เห็นเด่นชัดเป็อันดับแรกคือป้ายชื่อของบริษัท ‘สเปนเซอร์อินดัสเทลี่ย’ขนาดใหญ่ สูงเกือบเท่ากำแพงรั้ว รอบบริเวณประดับไปด้วยสวนไม้ดอกไม้ยืนต้น ตัดสลับกับพื้นสนามหญ้าเขียวสดที่เพิ่งจะถูกดายใหม่จนเตียนโล่งให้บรรยากาศสบายปลอดโปร่ง ช่วยให้ผู้คนรู้สึกผ่อนคลายความตรึงเครียดจากการทำงานไปได้บ้าง
เมื่อแล่นผ่านหน้าอาคารสำนักงานแปดชั้นขนาดหนึ่งหมื่นตารางเมตรจึงหยุดลง
ผมจอดรถทิ้งไว้หน้าออฟฟิศพร้อมปู่กับหลาน...
เสียงสนทนาอื้ออึงอันฟังไม่ได้ศัพท์เล็ดลอดออกจากห้องประชุมใหญ่ผู้บริหารฝ่ายต่างๆและพนักงานทุกคนกำลังรอผมอยู่ สีหน้าพวกเขาร้อนรนคลับคล้ายจะรับรู้การปรากฏลางสังหรณ์เลวร้ายบางอย่างรวมทั้งแฟรงค์นายแบงก์ผู้มีอำนาจอนุมัติกองทุนมหาศาลจากสถาบันการเงินก็มีสีหน้าไม่แตกต่างกันเพียงแต่ด้วยบุคลิกผู้บริหารระดับสูง จึงต้องสำรวมวางมาดสุขุมลุ่มลึกเพื่อช่วยเก็บอาการไม่ให้ดูเป็คนแก่ขี้กังวลมากจนเกินไป
แฟรงค์เป็ที่พึ่งทางธุรกิจด้วยดีเสมอมาในหน้าที่การงานทำให้เราสนิทกัน นอกงานเขายังมีฐานะเป็เพื่อนที่ดีคนหนึ่ง จึงสั่งให้วิสนี่ซู ซึ่งเป็เลขาสาวโสดของผมเชิญเขาไปนั่งรอในห้องประชุมด้วยกัน โดยจัดให้อยู่ในตำแหน่งวีไอพีระดับพิเศษแสดงให้เห็นว่าไม่ได้แบ่งเขตกีดกันคนภายนอกอย่างเขา ทั้งยังให้เกียรติอย่างสูงสุดอีกทั้งยังกำชับให้ไบรอันกับชาล็อตให้ช่วยกันต้อนรับขับสู้คอยดูแลเทคแคร์แฟรงค์อีกทอดหนึ่ง
ทั้งไบรอันกับชาล็อตล้วนเป็หนุ่มสาวไฟแรง ตัวอย่างคนรุ่นใหม่ของนักเดินทาง ไบรอันดำรงตำแหน่งผู้จัดการใหญ่ของโรงงานแผนกฝ่ายผลิตภัณฑ์ชาล็อตดูแลแผนกการตลาดของบริษัททั้งหมด พวกเขาคือหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนพัฒนาการของบริษัทให้เจริญเติบโตอย่างรวดเร็วถือได้ว่าเป็หนึ่งในรากฐานสำคัญของสเปนเซอร์อินดัสเทลี่ยอย่างแท้จริง
ไม่รอให้ทุกคนพร้อมก้าวแรกที่ขึ้นโพเดี่ยม ผมก็เริ่มเปิดประเด็น
“ขอให้ทุกท่านตั้งใจฟัง...มีความลับจะบอก...”ถ้อยคำแรกที่ผมเปิดปาก ก็เรียกความสนใจทุกผู้คน ทั้งห้องประชุมพากันเงียบกริบลงกะทันหัน
“ผมขอแจ้งให้ทุกท่านทราบว่าผลประกอบการของบริษัททะลุเป้า ธุรกิจกำลังไปได้สวย เพียงแต่ว่า เรา...กำลังจะล้มละลาย”แค่ผมพักหายใจ เสียงร้องก็อื้ออึงไปทั่วโรงงาน
“ผมขอประกาศเลิกกิจการั้แ่บัดนี้เป็ต้นไปขอให้ทุกท่านรีบกลับบ้าน เก็บของ แล้วรีบเตรียมตัวออกเดินทางโดยด่วน แล้วพบกันที่นั่นอนุสาวรีย์ทรีเวิลด์ ขอให้ทุกท่าน โชคดี
อ้อ..หวังว่าคงไม่มีใครอยากถามถึงค่าชดเชยแต่ผมก็เตรียมไว้ให้กับทุกท่าน ทรัพย์สินและเงินสดทั้งหมดผมได้จัดการแบ่งสันปันส่วนให้กับทุกคนแล้ววิสนี่ ซู...อ้อ เลขาของผมจะช่วยจัดการโอนทรัพย์สินให้เสร็จสิ้นภายใน 1ชั่วโมงต่อจากนี้”
ผมยืนมองดูพนักงานเงียบกริบแน่ใจได้ว่าไม่มีใครสักคนรู้สึกยินดีกับทรัพย์สินที่ได้รับ ทุกคนหน้าซีดถอดเป็สีเดียวกันหมด
“ขอให้รีบใช้มันให้เต็มที่ก่อนที่เงินทองจะไร้ค่า” ผมกล่าวเพียงเท่านั้น แล้วเดินลงจากเวที ปิดการประชุม
ระหว่างที่ผมขึ้นโพเดี่ยมถ้อยคำแต่ละคำพูดั้แ่ประโยคแรกจนถึงประโยคสุดท้าย ไม่มีใครกล้าคัดค้านไม่มีผู้ใดออกความเห็น หรือแม้แต่ตั้งคำถามเล็กน้อยพยายามเลือกใช้ถ้อยคำธรรมดาสามัญ แต่น้ำเสียงของผมกลับยืนยันหนักแน่นมั่นคงไม่มีอากัปกิริยาล้อเล่นแม้แต่น้อยบุคลิกเปลี่ยนเป็เคร่งเครียดจริงจังแฝงความสลดหดหู่คล้ายเป็รังสีแปลกประหลาดที่แผ่ซ่านครอบคลุมบรรยากาศสะกดให้รู้สึกััถึงเงาแห่งมรณะ กำลังคืบคลานเข้าสู่จิตใจเหล่าพนักงานทุกคนความวิตกหวาดหวั่นแสดงออกทางสีหน้าชัดเจน ก่อนจะชักนำให้พวกเขาเดินคอตกทยอยพากันออกจากห้องประชุมอย่างไร้ชีวิตชีวาราวบุคคลที่ถูกสาปให้เป็บุคคลล้มละลาย
แฟรงค์ที่นั่งสงบเสงี่ยมด้วยความสุขุมมาตลอดยังรู้สึกช็อกที่ได้ฟังคำประกาศ เขาคงไม่มีทางเชื่อแน่เื่ที่ผมกำลังจะเลิกกิจการทั้งที่ธุรกิจกำลังไปได้สวย เส้นกราฟของบริษัทในตลาดหุ้นเองก็กำลังทะยานขึ้นอย่างหยุดไม่ไหวฉุดไม่อยู่และคณะผู้บริหารยังมีแผนการขยายโรงงานซึ่งต้องของความช่วยเหลือจากผู้บริหารสถาบันการเงินอย่างเขาอยู่ในขณะนี้
ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นไม่ว่าทรัพย์สินเงินทองที่จ่ายออกไปจะกลายเป็ทุกข์ลาภในบัดดล ไม่ว่าบริษัทจะรุ่งโรจน์หรือล้มละลายไม่ว่าลมฝนเปลี่ยนทิศ ไม่ว่าเหตุการณ์จะผันแปรพลิกฟ้าเห็นเหวให้คนบางคนหัวใจหยุดเต้นได้ก็ตาม
แต่นี่คือแผนงานฉุกเฉินที่ผมเตรียมพร้อมรับมือมาตลอดชีวิต
พร้อมขนาดที่ว่าสามารถถ่ายโอนแบ่งปันทรัพย์สินให้เสร็จสิ้นภายใน1ชั่วโมงเชื่อว่าแม้แต่แฟรงค์ที่มีทักษะสุดยอดซีอีโอก็ไม่มีทางจัดการเื่ซับซ้อนแบบนี้ได้ในระยะเวลาอันสั้น ที่ผมทำขนาดนี้ก็เพื่ออย่างน้อยเป็การตอบแทนพนักงานทุกคนในบริษัทอย่างดีที่สุดแล้วแต่ที่ไม่มีใครแสดงความยินดีที่ได้รับส่วนแบ่ง ก็เพราะสิ่งที่ผมกระทำมันสื่อความหมายออกมาว่า
โลกกำลังจะหายนะ
“ไมค์...คุณให้ผมนั่งรอเป็ชั่วโมงเพื่อให้คุณกลับมาบอกผมว่าคุณล้มละลายอย่างนั้นเหรอ”เขากระแทกเสียงหนัก หนวดดำดกหนาเป็จงอยรับกับริมฝีปากหนาเตอะกระตุกเล็กน้อยท่าทางคงหงุดหงิดน่าดู แต่ยังคงบังคับอารมณ์ไม่ให้เกรี้ยวกราดจนเกินไปอย่างน้อยผมก็เป็ทั้งลูกค้าและเพื่อนสนิทที่คบหากันมานานยังไงก็เหลือความเกรงใจไว้หลายส่วน
“ไม่ใช่แค่ผม...แม้แต่คุณไม่ว่าบริษัทหน้าไหนในโลก มันกำลังล้มละลายขอให้คุณกลับไปเตรียมตัวให้พร้อมจะดีกว่า” ผมตอบด้วยน้ำเสียงเย็นะเืแค่นึกถึงภาพเวิร์มกัดกินผู้คนในหลุมยุบเบื้องล่าง จิตใจก็ยังหวั่นไหวสั่นสะท้านยามนี้กลับเพิ่งจะรู้สึกเหน็บหนาวขึ้นมาจริงๆ ขนแขนพลันลุกตั้งชันชั่วขณะ
จิตสำนึกรับรู้ถึงผลลัพธ์ที่จะตามมาเวิร์มตัวตนแห่งหายนะทั้งมวล เมื่อมันบุกรุกเมื่อใด ความวิบัติจะติดตามมาเมื่อนั้นทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมมุมานะเพียรสร้างขึ้นมาอย่างยากลำบาก จะต้องถูกทำลายลงไม่เหลือแม้เพียงเศษซาก
ยิ่งตอนที่ผมประกาศเลิกกิจการนำพาความหดหู่โศกเศร้าเข้าสู่จิตใจทุกผู้คนอย่างไม่มีทางปฏิเสธ แม้แต่ตัวผมเอง
“อะไรนะ...อะไรทำให้ล้มละลาย...” แฟรงค์ทวนคำไม่ทันตั้งตัวกับสิ่งที่ผมบอกกล่าว
ไม่อยากเชื่อว่าเขาจะฟังไม่รู้เื่ขนาดลูกน้องของผมที่เป็ชนชั้นแรงงาน แค่ฟังผมคาดการณ์ไม่กี่คำก็ยังเข้าใจแต่กับชนชั้นผู้บริหารสุดยอดซีอีโออย่างเขา ยังงุนงงสงสัยไม่ยอมรับคำทำนาย
“คุณรู้ได้ไงแล้วมันหมายถึงอะไร” แฟรงค์ถาม คิ้วย่นชนกัน
“คุณก็น่าจะรู้ว่าผมหมายถึงอะไร”แต่ผมไม่บอกตรงๆ “ความชั่วร้ายที่ไล่ล่าเราอยู่” ผมหันหน้าออกไปนอกหน้าต่างสายตาตกไปที่ตำแหน่งหลุมยุบ ซึ่งมีทรีเวิลด์เป็ฉากหลัง
“พระเ้าช่วย!!!”เขาอุทาน แล้วนิ่งอึ้งไปพักหนึ่งพลางเร่งความคิดที่ติดค้าง ก่อนเอ่ยคำต่อมาอย่างยากลำบาก
“...วะ...เวิร์ม” หนวดดกดำกับริมฝีปากที่เผยอเริ่มสั่นสะท้าน
เมื่อเซลล์สมองประมวลผลสำเร็จภาพในหัวของแฟรงค์เริ่มก่อตัวเป็หลุมดำ ก่อนมันจะกลายร่างเป็หนอนดำ พุ่งตัวออกมาเขมือบความคิดฉีกกระชากจินตนาการขาดสะบั้น จนเ้าตัวแทบสิ้นสติ...หากเป็เวิร์มจริง สิ่งที่จะเกิดขึ้นย่อมไม่ต่างจากสิ่งที่ทุกคนคิดทุกคำพูดและทุกการกระทำของผมมันบอกใบ้เป็การเฉพาะ บ่งชี้ไปที่มันเป็หนึ่งเดียว
ใครก็ตามที่เชื่อว่าเวิร์มมีอยู่จริงย่อมเชื่อว่ามันคืออสูรแห่งหายนะตัวจริง ไม่มีผู้ใดต้านทานได้ความคงอยู่ของโลกแม้กระทั่งจักรวาล ต้องมลายสูญสลายไปสิ้นเมื่อมันปรากฏตัว
“ใช่...ถูกต้อง...เวิร์มใกล้เข้ามาแล้วผมเห็นมากับตาตัวเอง แต่เื่นี้ผมขอให้คุณเก็บเป็ความลับ เป็เพราะคุณช่วยผมมาตลอด...ผมเลยต้องบอกกับคุณแต่ขอให้เก็บเป็ความลับสุดยอด” ไม่ต้องส่องกระจกก็รู้ว่าตอนนี้สีหน้าผมเคร่งเครียดขนาดไหน
ไม่เคยเห็นผมจริงจังขนาดนี้มาก่อนในชีวิตกอปรกับที่เขาล่วงรู้ความลับว่าผมมีความสารารถพิเศษอย่างดาร์กอายดาร์กเอียมาตลอด แฟรงค์จึงเชื่อถือผมโดยไม่ต้องขอดูหลักฐานอีกต่อไป
“มะ..เมื่อไหร่เวิร์มจะบุกเมื่อไหร่”
“อย่างช้า1 ปี...อย่างเร็ว 1 วัน”